บิ๊ก ทองภูมิ ร่วมแชร์ประโยชน์ของการอ่านกับน้องๆ โรงเรียนนาเกษมเจริญวิทยา - National Geographic Thailand

บิ๊ก ทองภูมิ ร่วมแชร์ประโยชน์ของการอ่านกับน้องๆ โรงเรียนนาเกษมเจริญวิทยา

บิ๊ก ทองภูมิ สร้างความสุขและส่งต่อความรู้ให้กับน้องๆ

บิ๊ก ทองภูมิ สิริพิพัฒน์ ดารานักนัแสดงมากความสามารถ นอกจากจะฝากผลงานที่มีชื่อเสียงไว้ในบทบาทพระเอกแล้ว บิ๊กยังชอบอ่านหนังสืออีกด้วย

วันนี้เขาจะมาแชร์ประสบการณ์และเคล็ดลับการอ่านหนังสือฉบับเด็กวิศวะให้กับน้องๆ โรงเรียนนาเกษมเจริญวิทยา อำเภอศรีอุดม จัหงวัดอุบลราชธานี ในโครงการ The Happy Read ส่งความรู้สร้างความสุข โครงการดีๆ จากทางบริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด มหาชน ร่วมมือกับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)

เมื่อบิ๊ก ทองภูมิ เดินทางมาถึงโรงเรียนนาเกษมเจริญวิทยา ก็ทักทายพูดคุยกับน้องๆ แบบพี่น้องเล่าสู่กันฟังตามไอเดียของหนุ่มบิ๊กที่อยากให้แลกเปลี่ยนความคิดกันจากรุ่นสู่รุ่นในแบบที่เป็นกันเอง จะได้เข้าใจและเข้าถึงกัน

เริ่มจากการแชร์ประสบการณ์ในการอ่านหนังสือของหนุ่มบิ๊กเมื่อสมัยเด็ก ซึ่งหนุ่มบิ๊กเองเป็นคนที่ไม่สามารถจดจ่ออยู่กับการอ่านหนังสือเป็นเวลานานๆ ได้ มักจะใช้เวลาประมาณ 15 – 30 นาทีต่อการอ่านหนึ่งครั้ง นอกจากนั้นจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำกิจกรรมอื่นๆ มากกว่า และนี่ถือเป็นเทคนิคของหนุ่มบิ๊กในการอ่านหนังสือ เพราะถ้าจดจ่อมากเกินไปอาจจะทำให้สมองล้าได้ ยิ่งเป็นเด็กๆ แล้วยิ่งลำบาก เพราะฉะนั้นควรอ่านแต่พอดี และเล่นแต่พอดี ให้สมดุลกันจะช่วยให้เกิดผลดีต่อตัวเอง

หลังจากที่แนะนำเคล็ดลับในการอ่านให้กับน้องๆ แล้ว บิ๊กยังได้เล่าถึงหนังสือเล่มแรกๆ ที่ทำให้เขาสนใจในการอ่านหนังสือมากขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาที่ได้จากทางโรงเรียน ทั้งเวนิสวานิส และแมงมุมเพื่อนรัก ที่ฝึกให้เด็กมีจินตนาการ ทำให้เขาชอบการอ่านหนังสือมาจนถึงปัจจุบัน

พอถึงช่วงที่เปิดโอกาสให้น้องๆ และคุณผู้ชมจากทางไลฟ์ได้ร่วมส่งคำถามกันมา มีคำถามหนึ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับน้องๆ วัยเรียนก็คือคำถามว่า สิ่งที่ได้รับจากการเรียนวิศวะ ได้นำมาใช้ในปัจจุบันไหม ซึ่งหนุ่มบิ๊กได้ตอบว่า “ถึงปัจจุบันจะมาทำงานทางด้านการแสดง แต่หลักๆ เลยก็คือเรื่องของระบบความคิด ระบบการทำงาน ระบบการจัดระเบียบชีวิต นี่คือสิ่งที่ได้ใช้ เพราะฉะนั้นตอนเรียนควรตั้งใจเรียน ทุกเรื่องที่คุณครูสอนสามารถนำมาใช้ได้จริงทั้งนั้น “

หนุ่มบิ๊กช่วยสร้างความสนุกสนานให้กับน้องๆ นักเรียนด้วยการอ่านนิทานเสริมแอ็คติ้งสุดฮาและเล่นเกมตอบคำถาม รวมทั้งยังเล่าเรื่ององคุลีมาลให้น้องๆ นักเรียนฟัง ซึ่งน้องๆ ก็น่ารักมากตั้งใจฟังพี่บิ๊กกันสุดๆ ปิดท้ายด้วยคำถามที่ว่าทำยังไงถึงจะสอบได้ ซึ่งหนุ่มบิ๊กได้เรียกเสียงฮากันทั้งห้องสมุด กับคำตอบที่ว่า แค่อ่านให้ตรงกับที่เขาออกครับ แต่ก็ยังปิดท้ายวันนี้ด้วยเคล็ดลับดีๆ ว่า “อ่านตอนเช้า 15 นาที บ่าย 15 นาที เย็น 15 นาที อ่านจบก็อ่านซ้ำ อ่านซ้ำเสร็จทำโจทย์ ทำโจทย์เสร็จถ่ายทอดสอนเพื่อน ถ้าสอนเพื่อนได้แปลว่าเราเริ่มแม่น แล้วก็วนกลับไปที่เริ่มต้นจะทำให้เราจำได้ดี “

อนึ่ง โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” ของ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) จัดขึ้นร่วมกับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ภายใต้การสนับสนุนจากก.ศึกษาฯ และสพฐ. เพื่อส่งเสริมให้เด็กไทยมีนิสัยรักการอ่าน โดยจะมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2562 ผู้ที่สนใจสามารถอัพเดทโดยตรงได้ที่ thehappyread.com หรือ facebook.com/The-Happy-Read

 

เรื่องแนะนำ

เปิดคฤหาสน์หลังงามใต้ทะเล!

เปิดคฤหาสน์หลังงามใต้ทะเล! คงสงสัยกันแล้วใช่มั้ยครับ ว่ามีใครไปบุกรุกพื้นที่ทางทะเลรึเปล่า? ขอบอกให้อุ่นใจไว้ก่อนว่าไม่ใช่แบบนั้นครับ ไม่ได้มีใครบุกรุก แต่วันนี้ผมจะพาทุกคนลงสู่โลกใต้ทะเล…อีกโลกที่อยู่กับพวกเราตั้งแต่เกิดสิ่งมีชีวิตรุ่นแรก ๆ ขึ้นมา เป็นสิ่งที่อยากจะพาทุกคนไปสัมผัสกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงใต้ผืนน้ำสีฟ้าของทะเลอ่าวไทย และแน่นอนว่าสิ่งที่จะได้เห็นกันต่อจากนี้ไม่ใช่ภาพที่เราจะเห็นกันได้บ่อย ๆ ครับ แล้วชีวิตใต้ทะเลจะมีเรื่องราวอะไรให้เราได้ตื่นเต้นกันบ้าง ถ้าพร้อมกันแล้วไปติดตามกันต่อได้เลย! ภาพที่เห็นคือคฤหาสน์หลังงามที่ตั้งอยู่ในทะเลอ่าวไทย โดยถูกเรียกกันว่า “บ้านปลา” จากชื่อก็ชัดเจนในหน้าที่ของมันครับ ว่าเป็น “บ้าน” ของปลา รวมถึงสัตว์น้ำต่าง ๆ ด้วยความเป็น “บ้าน” นอกจากไว้อยู่อาศัยก็ยังเป็นสถานที่ที่รวมทุกประสบการณ์ให้กับพวกเราและครอบครัว พวกสัตว์ทะลเก็เช่นกันครับ “บ้านปลา” ก็เป็นทั้งที่อยู่อาศัย เป็นที่สำหรับสร้างครอบครัว เป็นแหล่งหาอาหาร รวมถึงเป็นแหล่งหลบภัยจากผู้ล่า ก่อนจะกลายเป็นบ้านปลาที่อบอุ่นเต็มไปด้วยเพื่อนสมาชิกแบบนี้ แต่เดิมพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลนี้มีแต่ความว่างเปล่าว่างเปล่า ไม่มีโขดหินหรือปะการังที่ทำหน้าที่เสมือนเป็นบ้านปลาธรรมชาติ เหล่ามีสิ่งมีชีวิตตัวเล็กมากมายที่แหวกว่ายอยู่ในทะเลจึงเคลื่อนที่ผ่านไปไร้ที่พักพิง แต่เมื่อมีบ้านปลาเข้ามา เหล่าสิ่งมีชีวิตจึงเข้ามาลงเกาะบนบ้านปลาทีละนิดจนเคลือบทั่วทั้งพื้นผิวของบ้านปลา และสร้างชั้นฟิลม์บางๆ ที่เรียกว่าไบโอฟิลม์ มีลักษณะคล้ายเมือกใส ให้กลายเป็นแหล่งดึงดูดเหล่าสัตว์เกาะติดกลุ่มอื่นๆ เช่น เพรียง หอยสองฝา ที่ต่างพรั่งพรูกันมาแอบอิงบนท่อบ้านปลาอย่างหนาแน่น และยิ่งเป็นการชักชวนให้เพื่อนสมาชิกกลุ่มอื่นๆ ตามกันเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นหอยแมลงภู่ หอยนางรม ฟองน้ำ และสาหร่าย หลังจากนั้นเองเหล่าปลาต่าง ๆ ก็จะเข้ามากินพวกสัตว์เกาะติด […]

มาสนุกกับการคำนวณค่าคาร์บอนกันเถอะ

คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เป็นก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญที่สุด โดยปกติแล้วก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ช่วยทำให้โลกอบอุ่นขึ้น แต่จากกิจกรรมของมนุษย์ในปัจจุบันทั้งการขยายตัวของยุคอุตสาหกรรม การใช้พลังงานฟอสซิลที่เพิ่มมากขึ้น ได้ปลดปล่อยปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศในปริมาณมากเกินไปจนทำให้เกิดภาวะโลกร้อนตามมา ในกระบวนการสังเคราะห์แสง ต้นไม้จะนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาใช้ในการสร้างอาหารและเพิ่มผลผลิตมวลชีวภาพ โดยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกเปลี่ยนมาเป็นคาร์บอน (C) ในเนื้อไม้ ซึ่งเนื้อไม้ทั่วๆ ไป มีค่าคาร์บอนอยู่ประมาณร้อยละ 50 ดังนั้นต้นไม้และป่าไม้มีคุณสมบัติที่ดีคือ สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ก่อนที่จะลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยาการ การวัดการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้ ทำให้เรารู้ว่าคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศมาเก็บไว้ปริมาณเท่าใด โดยที่การสร้างเนื้อไม้ขึ้นมา 1 ตัน จะสามารถดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 1.81 ตันและยังปล่อยก๊าซออกซิเจนประมาณ 1.32 ตัน เร็วๆ นี้ สถาบันลูกโลกสีเขียวได้เผยแพร่สูตรคำนวณปริมาณการกักเก็บคาร์บอนและค่าน้ำหนักแห้งอย่างง่ายในต้นไม้หลายชนิด เพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องค่าคาร์บอนส่งเสริมการปลูกต้นไม้ การอนุรักษ์และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น ผู้สนใจสามารถเข้าเว็บไซต์ https:// www.greenglobeinstitute.com เลือกหัวข้อ องค์ความรู้ >คำนวณปริมาณการกักเก็บคาร์บอนและค่าน้ำหนักแห้ง   ต้นไม้ที่นำมาใช้ในการคำนวณมีให้เลือกทั้งหมด 6 ชนิด ป่า/พันธุ์พืช คือ (1) ตระกูลไผ่ ประกอบด้วย ไผ่ลวก ไผ่บงดำ ไผ่ข้าวหลาม ไผ่ไร่ และไผ่ผาก (2) ต้นไผ่ […]

นักวิจัยไทย นำการทดลองไปทดลองบนสถานีอวกาศนานาชาติ

ครั้งแรกของ นักวิจัยไทย ที่ยกระดับงานวิจัยของชาติโดยการส่งชุดการทดลองเชื้อไข้มาลาเรียไปทดลองบนสถานีอวกาศนานาชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า นำการทดลองเกี่ยวกับเชื้อไข้มาลาเรียของ นักวิจัยไทย ขึ้นไปทดลองในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงที่สถานีอวกาศนานาชาติ เมื่อปี 2017 ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกพบว่า ประชากรทั่วโลกเสียชีวิตจากโรคไข้มาลาเรียประมาณ 435,000 คน ในประเทศไทย จากรายงานของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 16 สิงหาคม 2019 พบผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรียแล้ว 3,747 คน ในจำนวนนี้มี 7 รายที่เสียชีวิต ไข้มาลาเรียเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อโปรโตซัวพลาสโมเดียม ซึ่งเป็นเชื้อโรคที่อาศัยในเลือด ไข้มาลาเรียมีความชุกชุมตามบริเวณที่เป็นป่าเขาและมีแหล่งน้ำ ในปัจจุบันถือเป็นโรคประจำถิ่นที่ยังเป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุข ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชน ไข้มาลาเรียติดต่อโดยยุงก้นปล่องตัวเมียเป็นพาหะนำเชื้อมาลาเรียจากผู้ป่วยไปสู่คนอื่นๆ โดยเริ่มจากยุงก้นปล่องกัดผู้ป่วยที่เป็นไข้มาลาเรีย แล้วดูดเลือดที่มีเชื้อมาลาเรียเข้าไป หลังจากนั้น เชื้อมาลาเรียจะใช้เวลาเจริญเติบโตอยู่ในตัวยุงประมาณ 10 วัน จนอยู่ในระยะที่ทำให้เกิดโรค เมื่อยุงที่มีเชื้อมาลาเรียไปกัดคน ก็จะปล่อยเชื้อมาลาเรียจากต่อมน้ำลายเข้าสู่คน จึงทำให้คนที่ถูกยุงกัดเป็นไข้มาลาเรีย โดยทั่วไปอาการเริ่มแรกของไข้มาลาเรียเกิดขึ้นหลังจากถูกยุงก้นปล่องกัดประมาณ 10 ถึง 14 วัน กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพระดับโมเลกุลทางการแพทย์ […]

“บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018” ครั้งแรกของไทยกับศิลปะยิ่งใหญ่ระดับโลก

“บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018” ครั้งแรกของไทยกับศิลปะยิ่งใหญ่ระดับโลก ครั้งแรกของกรุงเทพมหานคร กับความยิ่งใหญ่ระดับโลก ที่จะเนรมิตกรุงเทพฯ สู่เมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมระดับโลก กับการจัดเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018” (Bangkok Art Biennale) ที่จะจัดขึ้นในทุก ๆ 2 ปี ด้วยการนำผลงานศิลปะร่วมสมัยกว่า 200 ผลงาน ของ 75 กลุ่มศิลปินชั้นนำระดับโลกจาก 34 ประเทศ ภายใต้แนวคิด “สุขสะพรั่ง พลังอาร์ต” หรือ Beyond Bliss ที่จะนำมาจัดแสดงบนสถานที่สำคัญของกรุงเทพมหานครกว่า 20 แห่ง ได้แก่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร / วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร / วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร / ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย / โอ พี เพลส / โรงแรมเพนนิน   ซูล่า / […]