เราควร อ่านหนังสือ นานเท่าไหร่ใน 1 วัน- National Geographic Thailand

เราควรอ่านหนังสือนานเท่าไหร่ใน 1 วัน

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ส่งความรู้สร้างความสุข” เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ของความร่วมือระหว่าง บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐ คือกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะการอ่าน ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชน

จากผลสำรวจการ อ่านหนังสือ ของประชากรไทย ในปี 2561 พบว่าคนไทยใช้เวลาในการอ่านเฉลี่ย 80 นาทีต่อวัน โดยประเภทของหนังสือที่อ่านมากที่สุดคือจากโซเชียลมีเดีย ร้อยละ 69.2 , หนังสือพิมพ์ ร้อยละ 60.5, ตํารา, หนังสือ, บทความที่ให้ความรู้ ร้อยละ 48.9, วารสารที่ออกเป็นประจํา ร้อยละ 40.3, หนังสือ, เอกสาร, บทความเกี่ยวกับคําสอนทางศาสนา ร้อยละ 38.1 และนิตยสาร ร้อยละ 31.1 ซึ่งจำนวนเวลาในการอ่านหนังสือต่อวันเพิ่มขึ้นจากการสำรวจเมื่อปี 2558 ซึ่งใช้เวลา 66 นาที/วัน จากสถิตินี้แสดงให้เห็นว่าคนไทยมีความนิยมในการอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เราต่างทราบกันดีว่าการอ่านหนังสือเป็นหนทางในการรับข้อมูลข่าวสารเพื่อพัฒนาตัวเองให้เท่าทันและเรียนรู้สังคมที่อยู่รอบตัว เราจึงได้รับการปลูกฝังว่าควรอ่านหนังสือให้มากๆ นับตั้งแต่เด็กจนโตเป็นผู้ใหญ่ หากแต่มีใครเคยสงสัยไหมว่าหนังสือที่เราอ่านในแต่ละวันนั้นควรมีระยะเวลาเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม

อ่านหนังสือเราควรอ่านหนังสือ 30 นาทีต่อวัน (เป็นอย่างน้อย)

จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ได้เริ่มสำรวจในหัวข้อดังกล่าวจากชายและหญิงชาวอเมริกันที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปจำนวน 3,600 คน ที่อ่านหนังสือในแต่ละสัปดาห์ จากผลการสำรวจ นักวิจัยสรุปผลว่าผู้ที่ใช้เวลาอ่านหนังสือราว 30 นาทีต่อวันจะมีอายุขัยเฉลี่ยมากกว่า 2 ปี เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้อ่านหนังสือเป็นประจำ

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้เวลาเก็บข้อมูลนานถึง 24 ปี คือนับตั้งแต่ปี 1992-2016 ซึ่งนั่นหมายความว่าพฤติกรรมอ่านหนังสือวันละ 30 นาทีจะได้ผลก็ต่อเมื่อมีการอ่านเป็นประจำทุกวันในระยะเวลาที่ยาวนาน ซึ่งแนวหนังสือที่ผู้เข้ารับการวิจัยนั้นอ่านอย่างน้อย 30 นาทีต่อสัปดาห์ มีทั้งหนังสือนวนิยาย หนังสือสารคดี  บทกวีงานประพันธ์ร้อยแก้ว ซึ่งงานวิจัยระบุเพิ่มเติมว่าการอ่านจะดีต่อสุขภาพมากขึ้นเมื่อเทียบกับผู้ที่อ่านหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารเพียงอย่างเดียวอ่านหนังสือ

ช่วงวัยกับการอ่านหนังสือก็มีผล

คำแนะนำจากหน่วยงานในมหาวิทยาลัย University at Albany แห่งสหรัฐอเมริกา แนะนำว่าเด็กๆ ควรใช้เวลาในการอ่านหนังสือ 15-20 นาทีต่อวัน ซึ่งนั่นอาจจะมากกว่าช่วงเวลาที่พวกเด็กๆ ต้องอ่านหนังสือระหว่างอยู่ที่โรงเรียน ซึ่งแนวคิดนี้จะช่วยเสริมเสร้างให้พวกเขาฝึกความอดทนในการอ่านหนังสือให้มากขึ้น

โดยสรุปแล้ว ไม่ว่าปกติคุณจะอ่านหนังสือ 30 นาที หรือ 2 ชั่วโมงต่อวัน สิ่งสำคัญอยู่ที่การอ่านเป็นประจำทุกวัน โดยข้อดีในการอ่านหนังสือคือการเสริมสร้างความฉลาดทั้งในด้านปัญญาและอารมณ์ ลดความเครียด และมีอายุยืนมากกว่าผู้ที่ไม่ได้อ่านหนังสือเป็นประจำ นั่นหมายความว่าคุณควรจะใช้เวลาอ่านหนังสือให้มากเข้าไว้ ยิ่งนานเท่าไหร่ยิ่งดี

ที่มา

ผลสำรวจชี้ คนไทยอ่านหนังสือวันละ 80 นาที หนังสือเล่มไม่ตาย! แต่อ่านผ่านออนไลน์มากขึ้น
How Much Should I Read A Day? These Studies Have Some Answers On The Ideal Amount Of Time 

เรื่องแนะนำ

Geo Information : พลังแผ่นดิน

พระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทรธิราช บรมนาถบพิตร พระบารมีปกแผ่ไพศาล ประชาไทยได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขใต้ร่มพระบริบาล นำสยามรัฐสีมาให้มีความรุ่งเรืองสถาพร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดทำหนังสือ “พลังแผ่นดิน” เล่มนี้ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยความจงรักภักดีเป็นล้นพ้น   หนังสือ “พลังแผ่นดิน” ผู้จัดทำ : การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำนวน : 240 หน้า สามารถเปิดอ่านได้ที่นี่ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ เว็บไซต์   

กรีนพีซเปิดเผยผลการตรวจสอบขยะพลาสติกจากแบรนด์สินค้าในประเทศไทย

กรีนพีซเปิดเผยผลการตรวจสอบขยะพลาสติกจากแบรนด์สินค้าในประเทศไทย กรุงเทพฯ, 10 ตุลาคม 2561– กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เปิดเผยรายงานการตรวจสอบแบรนด์สินค้าจากขยะพลาสติก(Brand Audit) ที่เก็บได้จากบริเวณชายหาดวอนนภา จังหวัดชลบุรี เมื่อเดือนกันยายน 2561 ที่ผ่านมา (1) ระบุโคคาโคล่า, เป๊ปซี่โค, ยาคูลท์, ยูนิลีเวอร์, และเนสท์เล่ คือผู้ผลิตแบรนด์ข้ามชาติ 5 อันดับแรก และดัชมิลล์, ซีพี กรุ๊ป,โอสถสภา, บริษัท เสริมสุข จำกัด และเครือสหพัฒน์คือผู้ผลิตแบรนด์ในประเทศ 5 อันดับแรก ที่พบจำนวนขยะพลาสติกมากที่สุด การตรวจสอบแบรนด์ (Brand Audit) ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมทำความสะอาดพื้นที่ (Clean up) โดยแนวร่วม Break Free From Plastic (2) ที่เกิดขึ้นใน 239 จุด ใน 42 ประเทศ โดยครอบคลุมทั้ง 6 ทวีป มีอาสาสมัครราว 10,000 […]

Jurassic Plastic : ไดโนเสาร์จากของเล่นพลาสติก

บนข้อเท็จจริงที่ว่า พลาสติก ผลิตมาจากกระบวนการปิโตรเลียม ซึ่งนักเคมีค้นพบว่า น้ำมันเหลือทิ้งจากโรงกลั่นสามารถนำมาผลิตเป็นมอนอเมอร์ (monomer) เพื่อสร้างพอลิเมอร์ใหม่ๆ ทดแทนพอลิเมอร์จากธรรมชาติอย่างยางพารา ผลิตได้ง่ายกว่า ในต้นทุนราคาที่ต่ำกว่า ทำให้ในระยะเวลาเพียงร้อยกว่าปี พลาสติก กลายเป็นวัสดุที่ครองโลกได้อย่างรวดเร็ว และกลายเป็นขยะในช่วงเวลาเพียงพริบตา บนข้อเท็จจริงที่ว่า น้ำมันดิบ ต้นเรื่องของพลาสติก เกิดจากเศษซากของไดโนเสาร์ที่เคยยิ่งใหญ่และครองโลกในยุคดึกดำบรรพ์มานั้น แม้วันนี้จะสูญพันธุ์ไปสิ้น แต่เศษซากที่กลายเป็นพลังงานธรรมชาติให้โลกนั้นยังคงอยู่ เพียงแต่เศษซากส่วนหนึ่งของไดโนเสาร์ที่กลับมาครองโลกอีกครั้งเป็นรูปแบบพลาสติก พร้อมกับพลังทำลายล้างที่ต้องรอวันย่อยสลายถึง 450 ปี วันที่ไดโนเสาร์กลับมาครองโลกอีกครั้ง วันนี้ พลาสติกที่ผลิตขึ้นชิ้นแรกของโลกยังไม่ย่อยสลาย ความตระหนัก บวกกับความกังวลใจในข้อเท็จจริงดังกล่าว เกิดเป็นคำถามที่คละด้วยความวิตกของ ฮิโรชิ ฟูจิ ศิลปินชาวญี่ปุ่น ที่โลกผลิตพลาสติกออกมาอย่างมหาศาล เพียงช่วงเวลา 100 กว่าปี สิ่งของทุกอย่างทำมาจากพลาสติก และมนุษย์ต่างใช้พลาสติกเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ศิลปินกล่าวว่า ในปีที่เขาเกิดคือปี 1960 เป็นยุคที่เขายังไม่ได้รู้จักกับพลาสติก แต่พอเขาโตขึ้น ทุกคนก็หันมาใช้กันอย่างมากมาย ทำให้เกิดข้อคำถามที่ว่า หากเขาหยุดใช้พลาสติกจะเป็นอย่างไร คำถามเชิงทดลองเริ่มที่ครอบครัวของเขา ก่อนจะค้นพบว่ามันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อทุกคนบนโลกยังคงใช้กันอยู่ เช่นเดียวกับ “ของเล่น” ที่อยู่ในความทรงจำของเด็กๆ พลาสติกที่เคยเป็นที่รัก แต่มีอายุอันสั้นเพราะความเบื่อหน่าย หรือชำรุดตามสภาพ ฟูจิและภรรยาของเขาจึงเริ่มก่อตั้งตลาดแลกเปลี่ยนของเล่นขึ้นชื่อว่า คาเอโกะ บาซาร์ เริ่มต้นในปี […]

บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ ฟีนิกซ์ สีลม

หากคุณกำลังมองหาสถานที่สุดพิเศษในการเฉลิมฉลองเทศกาลต่างๆ ที่กำลังจะมาถึง โนโวเทล กรุงเทพฯ ฟีนิกซ์ สีลม ได้จัดโปรโมชั่นพิเศาสำหรับคุณ และครอบครัว ทั้งเทศกาล ตรุษจีนและวาเลนไทน์ รวมถึงเมนูมื้อค่ำสำหรับคนรักการกินกุ้ง เริ่มด้วยเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึง ร้านอาหารเดอะสแควร์ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ ฟีนิกซ์ สีลม ขอเชิญคุณและครอบครัวมาร่วมฉลองต้อนรับวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีนด้วยบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำสุดคุ้ม สุขสันต์เทศกาลวันตรุษจีน เต็มอิ่มกับบุฟเฟ่ต์ค่ำ ที่เอาใจคุณด้วยหลากหลายเมนู เบิกฤกษ์ปีหมูทองด้วยเมนูพิเศษอย่างขาหมูเยอรมัน หมูอบซอสส้ม บาร์บีคิวหมู เป็ดย่าง ข้าวผัดเม็ดบัวและปลากระพงนึ่งมะนาว ไม่พลาดเมนูดังของทางร้านอย่างกุ้งแม่น้ำเผา หอยหวานเผา ซีฟู้ดออนไอซ์เนื้อแน่นๆทั้ง หอยแมงภู่ดำ กุ้งแดงและหอยตลับ ต้มยำกุ้ง ส้มตำกุ้งสด พาสต้าในชีสพามีซานก้อนยักษ์ อีกทั้งยังอิ่มอร่อยและเพลิดเพลินต่อเนื่องไปกับเมนู ปิดท้ายด้วยชา กาแฟและของหวานอีกมากมายที่ให้ท่านได้ลิ้มลอง ปีกุนปีนี้มาฉลองกับบุฟเฟต์มื้อค่ำ ที่ร้านอาหารเดอะสแควร์ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟีนิกซ์ สีลมกับเทศกาลวันตรุษจีน ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 ในราคา 1,299 บาทสุทธิ/ท่าน เพียงท่านจองออนไลน์วันนี้รับส่วนลดสูงสุด 50 % เหลือเพียงท่านละ 650บาทสุทธิ/ท่าน […]