SACICT CONCEPT SHOWCASE โชว์ 40 คอลเล็กชั่น พลิกมุมมองงานคราฟต์ไทย - National Geographic Thailand

SACICT CONCEPT SHOWCASE โชว์ 40 คอลเล็กชั่น พลิกมุมมองงานคราฟต์ไทย

SACICT CONCEPT SHOWCASE โชว์ 40 คอลเล็กชั่น พลิกมุมมองงานคราฟต์ไทยให้ทันกระแสโลกธุรกิจ ในโครงการ SACICT CONCEPT 2020 เมื่อวันที่ 26 – 30 สิงหาคม ณ สามย่านมิตรทาวน์

ใครยังคิดว่างานศิลปหัตถกรรมไทยไม่ทันยุคจะต้องเปลี่ยนความคิดเมื่อมาชม 40 คอลเล็กชั่นใหม่ จากครูช่างศิลปหัตถกรรม และผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมจากทั่วประเทศ 40 ราย ซึ่งได้รับคัดเลือกมาพัฒนาในโครงการ SACICT CONCEPT 2020 ริเริ่มโดย ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT โดยมุ่งพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตปัจจุบัน และตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศในระยะยาว เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้แก่ประชาชนได้อย่างยั่งยืน

กว่าจะเป็น 40 ผลงานอย่างที่เห็น ได้มีการคัดเลือกผู้สมัครจากทั่วประเทศ ประกอบด้วยผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมจากหลากหลายสาขาความเชี่ยวชาญ อาทิ งานสิ่งทอ งานจักสาน งานไม้ งานเซรามิก งานโลหะ ฯลฯ มาร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบใหม่ ภายใต้การแนะนำจากที่ปรึกษาด้านการออกแบบจาก Mobella Design Team, Ease Studio, Salt and Pepper Design Studio, PHTAA Living Design และ Atelier 2+ โดยลงพื้นที่ยังชุมชนเพื่อศึกษาและพัฒนาตั้งแต่กระบวนการผลิต เน้นการต่อยอดภูมิปัญญาและความเชี่ยวชาญดั้งเดิมของผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรม เพื่อให้ตอบรับความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ขยายตลาดให้กว้างขึ้น พร้อมสร้างความเป็นไปได้ใหม่ในเชิงพาณิชย์ให้กับศิลปหัตถกรรมไทย

คุณเจรมัย พิทักษ์วงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) คุณรชนาท พจนารถ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) คุณเพ็ญศิริ ปันยารชุน ผู้จัดการสายงานพัฒนาผลิตภัณฑ์และศักยภาพ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) ดร.หญิงฤดี ภูมิศิริรัตนาวดี ผู้ก่อตั้งยุทธศาสตร์ทุนคนไทยสู่กระบวนการสร้างบ้านประเทศไทย คุณอดิศักดิ์ จันทร์วิทัน รองผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) คุณนิธิบดี เที่ยงวรรณกานต์ ที่ปรึกษาด้านส่งเสริมวัฒนธรรมและศิลปหัตถกรรม ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) คุณธวัลภัสร์ ชัยปรีชาสิทธิ์ ที่ปรึกษาด้านการออกแบบนิเทศศิลป์ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) คุณน้องนุช ชวาลา ที่ปรึกษาการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารองค์กร ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) (จากซ้ายไปขวา)

กิจกรรมเสวนาในหัวข้อ “พลิกมุมมองงานคราฟต์ไทย ทันกระแสโลกธุรกิจ”

SACICT CONCEPT SHOWCASE จัดขึ้นบนชั้น G สามย่านมิตรทาวน์ วันที่ 26 – 30 สิงหาคมนี้ ซึ่งนอกจากจะไปเดิมชมทั้ง 40 คอลเล็กชั่นแล้ว ยังมีกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ “พลิกมุมมองงานคราฟต์ไทย ทันกระแสโลกธุรกิจ” และระหว่างวันที่ 27 -30 สิงหาคม มีกิจกรรมเวิร์กชอป Eco Chic Bag ที่ใช้ผ้าศิลปาชีพมาตกแต่งกระเป๋าให้เก๋แบบไม่เหมือนใคร แอบกระซิบว่าองค์กรหรือหน่วยงานใดกำลังมองหาของขวัญและของที่ระลึกแบบชิคๆ หรือห้าง ร้าน โรงแรมและดีไซน์เนอร์ที่ต้องการ เสื้อผ้า เครื่องประดับ ของใช้และของตกแต่งสไตล์ไทยสมัยใหม่ ต้องไม่พลาดกับการมาพบผลงานจากผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมตัวจริง โดยสามารถต่อยอดการออกแบบและสั่งผลิตได้ ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดรายได้หมุนเวียนสู่ชุมชนแล้ว ยังเป็นการสืบสานงานศิลปหัตถกรรมไทยอย่างยั่งยืนอีกทางหนึ่งด้วย

เมื่อตะลึงกับความสวยงามประณีตแล้วก็ต้องมาเจาะลึกแนวคิดการต่อยอดและพัฒนาภูมิปัญญาไทย ที่ยิ่งทำให้เห็นว่างานศิลปหัตถกรรมไทยควรค่าแก่การสืบสานและนำมาใช้ในชีวิตประจำวันด้วยความภูมิใจ มาดูตัวอย่าง 8 คอลเล็กชั่นที่น่าสนใจ และสามารถดาวน์โหลด E-Book ทั้ง 40 คอลเล็กชั่นได้เลย

นักษัตร คอลเล็กชั่น โดย บัวเหลืองปักไทย

เข็มกลัดที่ปรับประยุกต์จากงานปักสะดึงกรึงไหม งานศิลปะบนอาภรณ์ชั้นสูงที่มีมาแต่โบราณ ต่อยอดภูมิปัญญาสู่ลายปักที่ร่วมสมัย พัฒนาเป็นเครื่องประดับที่ทุกคนสวมใส่ได้ง่ายในชีวิตประจำวัน และยังใช้เป็นของที่ระลึกประจำปีนักษัตรนั้น ๆ ได้อีกด้วย

 

UPULA Series คอลเล็กชั่น โดย Chom Hand Craft

ต่อยอดเทคนิคการย้อมสีผักตบชวาซึ่งเป็นจุดเด่นของแบรนด์ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น คอลเล็กชั่นนี้ได้แรงบันดาลใจจากลักษณะของโอปอลดิบที่ยังไม่ผ่านการเจียระไน โดยย้อมสีผักตบชวาให้มีการไล่เฉดสีเหลือบรุ้งเหมือนโอปอลแล้วนำมาสานเป็นเส้น ขดเป็นลวดลายเพื่อสร้างกระเป๋ารูปทรงสามมิติ

Layer คอลเล็กชั่น โดย ศิลาทิพย์

ต่อยอดภูมิปัญญาแห่งครกอ่างศิลา โดยนำเศษหินที่เหลือจากการผลิตมาพัฒนาเป็นที่ใส่เครื่องเขียน ใส่อุปกรณ์สำหรับใช้ในครัว และแจกัน โดยผสมผสานกับวัสดุชนิดอื่น ๆ อย่างเหล็กพ่นสี ในรูปแบบที่ทันสมัย เพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่ และสร้างมูลค่าให้แก่วัสดุเหลือใช้

Textures of Clay คอลเล็กชั่น โดย เตาหลวงสตูดิโอ

จากความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวในการขึ้นรูปชิ้นงานเซรามิก และการใช้ดินสีแดงที่มีเฉพาะบริเวณดอยสะเก็ด สู่การพัฒนาชุดเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร ที่ขึ้นรูปดินด้วยมือ สร้างผิวสัมผัสแปลกใหม่โดยการประทับลายด้วยวัสดุธรรมชาติหรือใช้ดินผสมกากกาแฟ และวัสดุธรรมชาติอื่น ๆ

Backyard Story คอลเล็กชั่น โดย Kiree

ต่อยอดงานผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติจากชุมชนคีรีวง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเด่นด้วยภูมิปัญญาการย้อมสีผ้าจากเปลือกมังคุด ฝักสะตอ แก่นขนุน ฯลฯ มาผสานกับลวดลายของเส้นสายทีแปรงที่มีเอกลักษณ์ ก่อนนำผ้าที่ได้นั้นไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่าง ๆ

Thoong Cushion คอลเล็กชั่น โดย Primpraewa

สืบสานภูมิปัญญาผ้าไหมแพรวาและลวดลายแบบชนเผ่าภูไท ด้วยการออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้านอย่าง “เบาะธุง” ที่ผสานลวดลายสองวัฒนธรรมอย่าง ผ้าไหมแพรวา และธุง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดกาฬสินธุ์ ตัวเบาะสามารถนำมาเรียงต่อกันให้เหมาะกับกิจกรรมต่าง ๆ ได้

ฉัตร คอลเล็กชั่น โดย Angsa

“เงินยัดลาย” งานหัตถศิลป์ขึ้นชื่อของตำบลบ้านกาด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นการใช้เส้นเงินหรือทองขนาดเล็กมาวางลวดลายขดไปมาในโครงสร้างชิ้นงาน ต่อยอดความวิจิตรสู่งานโคมไฟขนาดใหญ่ ที่เกิดจากการเรียงร้อยชิ้นงานขนาดเล็กเป็นชั้นลดหลั่นกัน เมื่อเปิดไฟจะเกิดแสงเงาที่ส่องผ่านลวดลายอย่างสวยงาม

Stitch คอลเล็กชั่น โดย บ้านเฮาเสาไห้

รื้อฟื้นภูมิปัญญาผ้าทอโบราณของชาวไทยวน อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ให้เข้ากับยุคสมัย ด้วยการพัฒนาชุดเฟอร์นิเจอร์ซึ่งมีต้นแบบมาจากตั่งและหมอนผา ปรับรูปทรงหมอนให้เป็นเรขาคณิต เลือกใช้สีโมโนโทน โดยคงเอกลักษณ์การเย็บตะเข็บอย่างลายจ่องแอ่วเขียด และลายปีกผีเสื้อแบบดั้งเดิม

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.sacict.or.th ดาวน์โหลด E-Book ของ 40 คอลเล็กชั่น>>https://rebrand.ly/SACICTconcept

 

เรื่องแนะนำ

Geo Information : พลังแผ่นดิน

พระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทรธิราช บรมนาถบพิตร พระบารมีปกแผ่ไพศาล ประชาไทยได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขใต้ร่มพระบริบาล นำสยามรัฐสีมาให้มีความรุ่งเรืองสถาพร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดทำหนังสือ “พลังแผ่นดิน” เล่มนี้ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยความจงรักภักดีเป็นล้นพ้น   หนังสือ “พลังแผ่นดิน” ผู้จัดทำ : การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำนวน : 240 หน้า สามารถเปิดอ่านได้ที่นี่ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ เว็บไซต์   

มิวเซียมสยาม จัดพื้นที่การเรียนรู้เรื่องขยะ

ก่อนการระบาดใหญ่ กระแสการรักษาสิ่งแวดล้อมกำลังเป็นที่กล่าวถึงในระดับมหาภาค ประชาชนเริ่มสังเกตเห็นผลกระทบสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นกับตัวเองอย่างชัดเจน รวมถึงการนำเสนอของสื่อต่างๆ ที่นำเรื่องราวปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมออกมาตีแผ่เพื่อสร้างการรับรู้มากขึ้น หนึ่งในประเด็นที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือ ปัญหาขยะพลาสติกและเรื่องการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่หลายภาคส่วนพยายามทุ่มเทงบประมาณ เพื่อรณรงค์และสร้างความตระหนักรู้มาตั้งแต่ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ขยะที่เกิดขึ้นในปัจจุบันยังคงเป็นปัญหาในหลายพื้นที่ หลายภาคส่วนพยายามสื่อสารว่า การแก้ปัญหาขยะอย่างยั่งยืน คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค การลด การใช้ซ้ำ และนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดปริมาณขยะ และยืดอายุการใช้งานพลาสติกให้นานขึ้น และดูเหมือนว่า ความพยายามดังกล่าวจะได้รับการร่วมมือมากขึ้นในช่วงปี 2019 ซึ่งสะท้อนจากภาพของบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่หลายรายในประเทศให้ความสำคัญกับการลดการใช้พลาสติกมากขึ้น และคำนึงถึงกระบวนการผลิตเพื่อนำบรรจุภัณฑ์กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น ในปี 2020 วันคุ้มครองโลก (Earth Day) ครบรอบ 50 ปี นับเป็นโอกาสดีที่จะขยายเรื่องการจัดการขยะออกไปให้กว้างขึ้น และวสร้างการรับรู้เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนทุกคน เพื่อความยั่งยืนด้านการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ มิวเซียมสยาม หนึ่งหน่วยงานที่ส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับชาวไทย ร่วมมือกับเครือข่ายองค์การรักษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม Earth Day Network จัดพื้นที่ภายในมิวเซียมสยามเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการจัดการขยะ และโครงการขยะบทที่ 2 เพราะมิวเซียมสยามเป็นแหล่งเรียนรู้สาธารณะให้กับประชาชนชาวไทย ดังนั้น เรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งหนึ่งที่เราทุกคนต้องเรียนรู้ และร่วมกันแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม จึงเป็นหน้าที่ขององค์กรที่ให้ความรู้อย่างเราในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ความรู้เรื่องนี้ ปัจจุบัน เราเห็นกันอยู่แล้วว่า ผู้คนทั่วโลกสนใจเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลดใช้พลาสติกที่ใช้แบบครั้งเดียวทิ้ง การหันมาใช้กระบอกน้ำเพื่อลดการใช้ขวดพลาสติก […]

เคล็ดลับการอ่านหนังสือให้จำได้ดีและเข้าใจมากขึ้น

เรื่องของการอ่านหนังสือ แต่ละบุคคลต่างมีเทคนิคและวิธีการที่แตกต่างกัน รวมไปถึงความถนัดและความเข้าใจในหนังสือแต่ละประเภทก็แตกต่างกัน วันนี้ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ขอแนะนำเทคนิคพื้นฐานที่ช่วยให้เราอ่านหนังสือให้จดจำและเข้าใจเนื้อหาได้มากขึ้น รู้จักช่วงเวลาของตนเองที่เหมาะสมต่อการอ่าน วิธีการอ่านหนังสือของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และเวลาในการอ่านหนังสือที่ดีของแต่ละคนก็ต่างกันไป เพราะบางคนอาจใช้เวลาในช่วงเช้า บางคนอาจชอบเวลาที่มีแสงแดดจัดๆ ของตอนกลางวัน หรือบางคนใช้เวลาจมจ่อมกับกองหนังสือในตอนเย็นก่อนนอน ดังนั้นเราควรพิจารณาดูก่อนว่า เราอ่านเวลาไหนแล้วจำได้ เข้าใจได้เร็ว เพราะนอกจากที่จะช่วยทำให้เราเข้าใจกับเนื้อหาที่อ่านไปแล้ว ยังช่วยให้เราไม่ต้องใช้พลังสมองมากเกินไปด้วย การออกเสียงบางประโยคที่สำคัญช่วยให้จำได้ดีขึ้น เทคนิคการอ่านผ่านๆ อาจใช้ได้กับการอ่านหนังสือบางประเภท แต่การอ่านหนังสือเรียนที่เราต้องบันทึกข้อมูล และทำความเข้าใจอย่างมาก ลองเปลี่ยนมาอ่านด้วยวิธีการออกเสียงไปด้วย อาจช่วยให้สมองในส่วนจดจำข้อมูลทำงานได้ดีขึ้น เช่น เรื่องซับซ้อนอย่างหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ลองอ่านออกเสียงไปพร้อมกับทำความเข้าใจ แล้วสรุปออกมาเป็นคำพูดของเรา อาจทำให้เราจดจำสาระสำคัญของเนื้อหาได้มากขึ้น ทำสรุปสั้นๆ ไว้หลังจากอ่านจบ การสรุปสั้นๆ เป็นภาษาของตนเอง ก็สามารถช่วยได้ทำให้เราเข้าใจเนื้อหาได้มากยิ่งขึ้น โดยเราอาจทำสรุปได้หลายรูปแบบ ทั้งการเขียน และวาดภาพประกอบ เพราะยิ่งเราสามารถอ่านแล้วสรุปได้อย่างต่อเนื่อง จะยิ่งทำให้เราจำได้เยอะขึ้น แถมยังเป็นการฝึกเขียนอธิบายไปในตัวอีกด้วย สำหรับการอ่านหนังสือเตรียมสอบ การฝึกทำโจทย์เป็นการทบทวนที่ดี การฝึกทำโจทย์ในรูปแบบต่างๆ จากบทเรียนที่เราอ่าน เปรียบเหมือนการทดสอบตัวเองเบื้องต้นว่า เราเข้าใจเนื้อหานั้นหรือไม่ และเป็นการทดลองได้ทำข้อสอบก่อนถึงวันวันสอบจริง และช่วยให้สมองได้ฝึกกระบวนการแก้ปัญหา สิ่งหนึ่งเวลาทำแบบฝึกหัดคือ พยายามตอบไปให้ได้มากที่สุดโดยไม่ต้องกังวลเรื่องถูดผิด เพราะเราสามารถประเมินตัวเองได้เบื้องต้นจากแบบฝึกหัดเหล่านี้ ห่างไกลจากโซเชียลมีเดีย […]

OYSTER PERPETUAL ผลงานแห่งความภาคภูมิของ ROLEX

PARTNER CONTENT ผลงานแห่งความภาคภูมิของ ROLEX ที่เปิดตัวในงาน BASELWORLD 2019 และเป็นคอลเลกชั่นใหม่ของปี 2019  OYSTER PERPETUAL ในปีีนี้นาฬิการุ่นใหม่ Oyster Perpetual Yacht-Master 42 คือหนึ่งในคอลเลกชันนาฬิกา Rolex สำหรับการแล่นเรือใบ ด้วยขนาดหน้าปัด 42 มม. ซึ่งเป็นขนาดใหม่ในตระกูล Yacht-Master พร้อมกลไกการทำงาน Calibre 3235 รุ่นล่าสุด ตัวเรือนผลิตจากทองคำขาว 18 กะรัต ประกอบด้วยสายนาฬิกา Oysterflex พร้อมชุดตัวล็อกนิรภัย Oysterlock ทำจากทองคำขาว 18 กะรัต และระบบขยายสายนาฬิกา Glidelock ของ Rolex ครั้งแรกของ Oyster Perpetual Sea-Dweller กับการเปิดตัวในเวอร์ชัน Yellow Rolesor ซึ่งเป็นการผสมผสานของ Oystersteel และทองคำ 18 กะรัต ชื่อรุ่น […]