สุดยอด ภาพถ่ายจากโดรน - National Geographic Thailand

สุดยอดภาพถ่ายจากโดรน

สุดยอด ภาพถ่ายจากโดรน

สำหรับ Garry Cummins ช่างภาพจากโทรอนโตแล้ว การถ่ายภาพคือการฝึกสมาธิ หลังการทำงานในไซต์ก่อสร้างทุกวันธรรมดา เมื่อถึงวันหยุดเขาจะทำตามปรารถนานั่นคือการสำรวจความงดงามของท้องฟ้าและทัศนียภาพภาพถ่ายจากโดรน

“การถ่ายภาพคือช่วงเวลาที่ผมได้อยู่กับตัวเอง มันช่วยให้ผมได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์และถ่ายทอดความงดงามของธรรมชาติและสิ่งปลูกสร้างบนโลกใบนี้” Cummins กล่าว และในฐานะของผู้เข้าประกวดภาพถ่ายท่องเที่ยวล่าสุดประจำปี 2018 นี้ เขาได้แสดงให้เห็นแล้วว่ามุมมองที่เขามีต่อเส้นสายของเมืองและภูมิทัศน์อันเขียวขจีของธรรมชาติผ่านสายตาของโดรนนั้นเป็นอย่างไร

เรื่อง Sarah Polger

ภาพถ่าย Gary Cummins

ภาพถ่ายจากโดรน
“ผมอึ้งไปเลยเมื่อได้เห็นโครงสร้างอันใหญ่โตและหนาแน่นในเกาะฮ่องกง” Gary Cummins กล่าว ในฐานะของช่างภาพที่ใช้เทคโนโลยีโดรน Cummins สำรวจที่พักอาศัยในย่านเกาลูน “การจะได้มุมมองนี้มาต้องใช้ความอดทนและอุตสาหะมากครับ ซึ่งก็คุ้มค่าเพราะภาพที่ออกมานั้นเป็นอะไรที่ใหม่มาก”
ภาพถ่ายจากโดรน
แสงไฟจากรถราบนไฮเวย์ในช่วงเวลาเร่งด่วนช่วงกลางคืน ในเมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา
ภาพถ่ายจากโดรน
มุมมองทางอากาศของสนามเทนนิส Aviva ในเมืองโทรอนโต ภาพนี้เป็นภาพถ่ายด้วยโดรนภาพแรกของ Cummins “ผมชอบความสมมาตรของการออกแบบมากครับ”
ภาพถ่ายจากโดรน
บรรยากาศของ Colombus Circle ในมหานครนิวยอร์ก “มันดูเหมือนกับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เลยครับ” Cummins กล่าว
ภาพถ่ายจากโดรน
โรงเก็บรถไฟในย่านควีนส์ ของนครนิวยอร์ก
ภาพถ่ายจากโดรน
ขั้วตรงข้ามกันระหว่างธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างเกิดขึ้นในอ่าวทางตอนใต้ของไอซ์แลนด์ ถนนตัดผ่านแม่น้ำและน้ำแข็งที่ไหลอยู่เบื้องล่าง
ภาพถ่ายจากโดรน
บ้านเรือนในหมู่บ้าน Eskifjörður ของไอซ์แลนด์ Cummins ตื่นตาตื่นใจไปกับทัศนียภาพที่เต็มไปด้วยหิมะ
ภาพถ่ายจากโดรน
นักเล่นเซิร์ฟทะยานออกมาจากทะเลน้ำแข็ง บริเวณอ่าวของเมือง Tramore ในไอซ์แลนด์
ภาพถ่ายจากโดรน
Cummins พบเข้ากับเกาะอันสวยงามนี้ ระหว่างการเดินขึ้นเขาในหมู่เกาะ Faroe เป็นระยะทาง 4 ไมล์ “ความงดงามที่ถูกถาโถมโดยมหาสมุทรแอตแลนติก” ช่างภาพกล่าว

 

อ่านเพิ่มเติม

ชุดภาพถ่ายเมืองรีสอร์ตร้างในสหรัฐอเมริกา

เรื่องแนะนำ

ภาพถ่ายกับความจริง : มุมมองในประวัติศาสตร์ภาพถ่ายของโลก

ภาพถ่ายกับความจริง : หลังจากที่โลกได้รู้จักกล้องถ่ายรูปเป็นครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1839 (182 ปีก่อน) สังคมในเวลานั้นเชื่อว่า นี่คือเครื่องมือที่จะช่วยให้มนุษย์สามารถบันทึกภาพสิ่งต่าง ๆ ในโลกได้อย่างถูกต้อง ตรงตามความเป็นจริง ไม่ต้องผ่านตัวกลางอย่างจิตรกรหรือนักวาดภาพที่ถ่ายทอดเหตุการณ์ผ่านฝีแปรงและลายเส้น ซึ่งอาจเจือปนด้วยความคิด ความรู้สึก และจินตนาการของศิลปินแต่ละคน จนกระทั่งปีถัดมา (ค.ศ. 1840) มีการเผยแพร่ภาพถ่ายศพผู้ชายจมน้ำในประเทศฝรั่งเศส ข้างหลังภาพมีคำบรรยายว่า นี่คือศพของอิปโปลีท ไบยาร์ (Hippolyte Bayard) ผู้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยการกระโดดแม่น้ำ เพราะผลงานของเขาไม่ได้รับการยอมรับ เขาตายมาหลายวันแล้ว แต่ไม่มีใครมารับศพ จนศพเริ่มเน่าอืด ท้ายข้อความลงชื่อด้วยตัวผู้ตายเอง สร้างความฉงนให้กับสังคมในเวลานั้น อันที่จริง ภาพถ่ายนี้เป็นภาพที่ไบยาร์จัดฉากถ่ายตัวเองเป็นศพ เพื่อประท้วงการที่รัฐบาลฝรั่งเศสมองข้ามผลงานของเขาที่ได้คิดค้นกระบวนการถ่ายภาพแบบ direct positive ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับกระบวนการแบบดาแกโรไทพ์ (daguerreotype) เพียงแต่ใช้กระดาษอาบน้ำยาเป็นตัวรับแสงแทนแผ่นโลหะเคลือบเงิน ภาพนี้ถือเป็น “ภาพถ่ายปลอม” (fake photo) ใบแรกของโลก และที่สำคัญ เป็นครั้งแรกที่มีการตั้งคำถามว่า ภาพถ่ายสามารถสะท้อนความเป็นจริงได้จริงหรือ? คำถามเชิงปรัชญานี้สวนกระแสความเชื่อในยุคนั้นว่า ภาพถ่ายสามารถบันทึกข้อเท็จจริงได้อย่างเป็นกลางแบบวิทยาศาสตร์และตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจริง เพราะเป็นการบันทึกภาพของแสงที่สะท้อนจากวัตถุที่มีอยู่จริงในโลก คนสมัยนั้นเชื่อว่า ภาพที่ปรากฏในกล้องถ่ายรูปมีลักษณะเหมือนกับภาพที่ปรากฏบนจอประสาทตาของมนุษย์ ———– แต่ในยุคนั้นยังไม่มีการถกเถียงประเด็น […]

เสือในกรงเลี้ยง: เสียงคำรามที่ไร้ความหมาย

ก่อนจะเข้ามาเรียนที่เมืองหลวง ผมไม่เคยเห็นเสือตัวจริงเลยสักครั้ง จนเมื่อมีโอกาสมาเรียนต่อ จึงได้พบกับเสือครั้งแรกที่สวนสัตว์ต่าง ๆ แต่เสือส่วนมากที่เห็นก็เป็นเพียง เสือในกรง ที่หมดเรี่ยวแรง สายตาอ่อนล้า นอนหมอบอยู่ในกรงลึกห่างไกลจากสายตา . หลังจากเรียนจบ ช่วงเวลานี้เองที่ผมได้ใกล้ชิดกับเสือ โดยเฉพาะเสือโคร่งที่ต้องถ่ายรูปเก็บประวัติให้ได้ครบทุกตัว การทำงานกับเสือนับร้อยพันทำให้ผมจำแนกเสือออกเป็นสามกลุ่มคือ . 1) เสือที่เกิดมาในกรง รับรู้เพียงว่าห้องสี่เหลี่ยมคือโลกของมัน ตรงมุมห้องมีอ่างอาบนํ้า อาหารจะมาทุกเช้าเย็น ไม้เล็ก ๆ ขนาดยาวเพียงศอกที่เจ้าหน้าที่ถืออยู่ในมือเป็นอาวุธที่ต้องระวัง มันดูร่าเริงสนุกสนานบางครั้งอาจกางเล็บตะปบบ้างตามสัญชาตญาณที่มันไม่รู้จักวิธีการใช้ . 2) เสือที่ดุร้าย เกรี้ยวกราดกับทุกสิ่ง แยกเขี้ยวขู่ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา แววตาแฝงด้วยความหวาดกลัวและอาฆาต . 3) เสือหมดไฟ ทั้งร่างกายและจิตใจดูหมดแรงและสิ้นหวัง ไม่ค่อยขยับตัว ทำได้เพียงร้องโหยหวนเป็นบางครั้ง . จากข่าวสารที่ได้รับในช่วงทำงาน ผมพบว่าเสือโคร่งที่ร่วมงานด้วยนั้นมีกว่า 1,400 ตัว ซึ่งมากกว่าจำนวนเสือโคร่งในธรรมชาติทั้งหมดของไทย 6 – 7 เท่า คงเพราะคุณภาพชีวิต (บางอย่าง) ในกรงเอื้อต่อการขยายพันธุ์ จำนวนเสือในกรงจึงเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ก็หมดความหมายต่อระบบนิเวศอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นเพียงสัตว์ที่รอวันหมดอายุขัย เรื่องและภาพ อิสระ […]