NGT x SaySci Ep.14 ทำไมต้องดื่ม “ เครื่องดื่มเกลือแร่ ” - NGThai.com

NGT x SaySci Ep.14 “เครื่องดื่มเกลือแร่”

NGT x SaySci Ep.14 เครื่องดื่มเกลือแร่

อาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดมีทั้งประโยชน์และโทษในตัว หากเราเลือกรับประทาานอย่างเหมาะสม ร่างกายก็จะได้รับประโยชน์จากอาหารและเครื่องดื่มเหล่านั้น แต่ถ้าเราบริโภคเกินความจำเป็น ย่อมจะส่งผลเสียต่อร่างกาย เครื่องดื่มเกลือแร่ ก็เช่นกัน หากเราดื่มมากเกินปริมาณที่ร่างกายต้องการก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพหลายอย่าง เนื่องจากร่างกายได้รับปริมาณเกลือแร่ที่มากเกินไป

เครื่องดื่มเกลือแร่คือเครื่องดื่มในการชดเชยน้ำ และเกลือแร่ที่ร่างกายเสียไปในระหว่างเล่นกีฬา โดยปรุงแต่งให้มีรสชาติที่ดีและน่าดื่ม ส่วนมากเครื่องดื่มเกลือแร่มักมีส่วนผสมของน้ำตาล  และส่วนประกอบของเกลือแร่ ที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมน้ำในร่างกายไปใช้ได้ง่ายขึ้น ประโยชน์ของการดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ช่วยดับกระหาย และให้ความสดชื่นหลังออกกำลัง เพราะในเครื่องดื่มเกลือแร่มีน้ำตาลโมเลกุลเดี่วอย่าง กลูโคส ซูโครส หรือเด็กซ์โทรส และแร่ธาตุ เช่น โซเดียม โปแตสเซียม รวมถึงคลอไรด์ อยู่ในสภาพอิเล็กโทรไลต์ ซึ่งช่วยให้ดึงน้ำเข้าสู่เซลล์ร่างกายได้เร็วขึ้น ไม่ได้เกี่ยวกับการเสียเกลือแร่ในเหงื่อตามความเข้าใจ โทษของการดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่เกินความจำเป็นจะส่งผลให้ฟันผุ เนื่องจากส่วนผสมของน้ำตาลและกรดต่างๆ ที่ผสมจะไปกัดกร่อนสารเคลือบฟัน เกลือแร่มีเกินปริมาณความต้องการของร่างกายจะไปรบกวนระบบรักษาสมดุลของระบบต่างๆ

(ไขมันทรานส์ วายร้ายที่แฝงอยู่ในอาหาร)

สิ่งสำคัญ เราควรทราบว่า เครื่องดื่มเกลือแร่ที่มีอยู่ในท้องตลาดนั้นมีส่วนประกอบอะไรบ้าง  เพื่อที่จะได้รู้ว่า ควรใช้เมื่อไร อย่างไร เพื่อประโยชน์ในการเลือกซื้อ และความปลอดภัยในการบริโภค รวมทั้งผลลัพธ์ที่ปลอดภัยต่อระบบการทำงานของร่างกาย

 

ข้อควรระวังก่อนดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่

โดยปกติในแต่ละวัน ร่างกายของเรามีโอกาสได้รับเกลือแร่ต่างๆ จากอาหารเพียงพออยู่แล้ว การบริโภคเกลือโซเดียมมากเกินไป อาจเป็นอันตรายได้ ปัจจุบัน องค์กรด้านสุขภาพหลายสถาบันมีการรณรงค์ให้ความรู้ และเตือนภัยในการบริโภคโซเดียม (เกลือ) พร่ำเพรื่อ โดยเฉพาะในผู้ที่ป่วยโรคหัวใจ หรือโรคไต

ในการดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่นั้น เหมาะกับผู้ที่ออกกำลังกาย และเสียเหงื่อมากๆ จากการออกกำลังกายเท่านั้น ที่สำคัญเด็กและทารกไม่ควรดื่ม เพราะอาจเกิดการเสียสมดุลของเกลือแร่ในร่างกายได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแนะนำว่า โดยปกติเราควรดื่มน้ำชดเชยเหงื่อที่เสียไปก็เพียงพอแล้ว เพราะร่างกายสามารถปรับตัวต่อการเสียเหงื่อได้ โดยไม่จำเป็นต้องให้เกลือแร่ชดเชย เว้นแต่การออกกำลังกายที่หนักและต่อเนื่องนานๆ จนร่างกายส่งสัญญาณออกมา เช่น มีอาการเป็นตะคริวเกิดขึ้น ในกรณีเช่นนั้นก็ควรทราบว่า ร่างกายของตัวเองสูญเสียเกลือแร่ได้ง่าย และต้องรู้จักชดเชยเกลือแร่ที่สูญเสียไปในปริมาณที่เหมาะสม

(วิทยาศาสตร์เบื้องหลังช็อกโกแลต)

 

อ่านเพิ่มเติม

NGT x SaySci Ep.13 “กั้งตั๊กแตน…นักชกแห่งท้องทะเล”

เรื่องแนะนำ

กลุ่มดาวคนคู่ (Gemini) หรือดาวฝาแฝด

กลุ่มดาวคนคู่ (Gemini) เป็น 1 ใน 88 กลุ่มดาวสากล (Constellations) ของโลก และเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มดาวจักรราศี (Zodiac) บนซีกฟ้าเหนือ หรือที่เรารู้จักกันในนามของ “กลุ่มดาวราศีเมถุน” ครอบคลุมพื้นที่ราว 514 ตารางองศาหรือมีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 30 ของกลุ่มดาวสากลทั้งหมด กลุ่มดาวคนคู่ยังเป็นกลุ่มดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดกลุ่มหนึ่งในน่านฟ้าโลก โดยสามารถพบเห็นได้ตั้งแต่ในช่วงฤดูหนาวไปจนถึงฤดูใบไม้ผลิของฝั่งซีกโลกเหนือ หรือระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนพฤษภาคม ขณะที่บนท้องฟ้าฝั่งซีกโลกใต้สามารถพบเห็นกลุ่มดาวคนคู่ได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน อ่านเพิ่มเติมเรื่อง การศึกษากลุ่มดาว นอกจากนี้ กลุ่มดาวคนคู่ยังเป็น 1 ใน 48 กลุ่มดาวดั้งเดิมที่ถูกจารึกอยู่ในบันทึกของปโตเลมี (Ptolemy) ในช่วงศตวรรษที่สอง เช่นเดียวกับกลุ่มดาวแมงป่อง (Scorpius) ซึ่งถูกทำการสำรวจมาตั้งแต่ในยุคอารยธรรมแรกเริ่มของมนุษยชาติ เป็นกลุ่มดาวที่ถูกบันทึกอยู่ในคัมภีร์ฤคเวท หรือ “พระเวท” ของอินเดียเมื่อราว 3,500 ปีก่อน โดยทั้งในอารยธรรมตะวันออกและตะวันตก ผู้คนเรียกขานกลุ่มดาวกลุ่มนี้ว่า “ดาวฝาแฝด” (Twins) องค์ประกอบของกลุ่มดาวคนคู่ กลุ่มดาวคนคู่ ประกอบไปด้วยดาวฤกษ์สุกสว่างหลายสิบดวง เรียงตัวกันจนมีลักษณะคล้ายมนุษย์สองคนจับมือกัน โดยมี “ดาวพอลลักซ์” (Pollux) และ […]

ฟ้าผ่าเกิดจากอะไร เหตุใดนภาจึงกัมปนาท

หลายครั้งที่ได้ยินคำถาม ฟ้าผ่าเกิดจากอะไร เสียงเปรี้ยงปร้างดังสนั่น มีคำอธิบายอย่างไร “ ฟ้าผ่าเกิดจากอะไร ครับ ” หลานชายวัยกำลังหัดเจรจาของฉันไถ่ถามขึ้นมาระหว่างคืนฝนพรำและแสงแปลบปลาบวิ่งพล่านไปทั่วฟ้า ฉันนึกหาคำอธิบายอย่างง่ายที่สุดเพื่อให้เหมาะสมกับวัยของผู้ฟัง แต่ก็เป็นเรื่องยากเกินกว่าที่ตั้งใจไว้ ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า (Thunder) เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติซึ่งเกิดจากการเคลื่อนที่ของประจุอิเล็กตรอนภายในก้อนเมฆ หรือระหว่างก้อนเมฆกับก้อนเมฆ หรือเกิดขึ้นระหว่างก้อนเมฆกับพื้นดิน การเคลื่อนที่ขึ้นลงของกระแสอากาศ (updraft/downdraft) ภายในเมฆคิวมูโลนิมบัส ทำให้เกิดความต่างศักย์ไฟฟ้าในแต่ละบริเวณของก้อนเมฆและพื้นดินด้านล่าง เมื่อความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างตำแหน่งทั้งสองที่มีค่าระดับหนึ่ง จะก่อให้เกิดสนามไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยมีประจุบวกอยู่ทางด้านบนของก้อนเมฆ ประจุลบอยู่ทางตอนล่างของก้อนเมฆ พื้นดินบางแห่งมีประจุบวก พื้นดินบางแห่งมีประจุลบ ซึ่งจะเหนี่ยวนำให้เกิดการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า ทำความรู้จักกับ “เมฆ” แต่ละประเภท การเกิดประจุไฟฟ้าในอากาศ เมื่อท้องฟ้าเต็มไปด้วยก้อนเมฆอันเกิดจากการควบแน่นของละอองน้ำในอากาศ และกระแสลมพัดให้เคลื่อนที่ไปบนท้องฟ้า โมเลกุลน้ำและโมเลกุลอากาศเกิดการเสียดสีกันขณะที่เมฆเคลื่อนตัวไปในอากาศ จึงเกิดประจุไฟฟ้าขึ้นในก้อนเมฆและทวีปริมาณมากขึ้น จนกระทั่งเกิดความต่างศักย์ระหว่างก้อนเมฆ ทำให้เกิดการถ่ายเทประจุระหว่างหรือภายในก้อนเมฆ หรือระหว่างก้อนเมฆและพื้นดิน หลักการเกิดฟ้าแลบ ฟ้าผ่า และฟ้าร้อง อธิบายได้ดังนี้ เมื่อประจุลบบริเวณฐานเมฆถูกเหนี่ยวนำเข้าหาประจุบวกที่อยู่ด้านบนของก้อนเมฆ ทำให้เกิดแสงสว่างในก้อนเมฆ หรือประจุไฟฟ้าลบบริเวณฐานเมฆก้อนหนึ่งถูกเหนี่ยวนำไปหาประจุบวกในเมฆอีกก้อนหนึ่ง จะมองเห็นสายฟ้าวิ่งข้ามระหว่างก้อนเมฆเรียกว่า “ฟ้าแลบ” เมื่อประจุลบบริเวณฐานเมฆถูกเหนี่ยวนำเข้าหาประจุบวกที่อยู่บนพื้นดิน ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าจากก้อนเมฆพุ่งลงสู่พื้นดินเรียกว่า “ฟ้าผ่า” ในทางกลับกัน ประจุลบที่อยู่บนพื้นดินถูกเหนี่ยวนำเข้าหาประจุบวกในก้อนเมฆ มองเห็นเป็นฟ้าแลบจากพื้นดินขึ้นสู่ท้องฟ้า เมื่อเกิดฟ้าแลบหรือฟ้าผ่า […]

กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง : หน้าที่หลักของผู้ผลิต

กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง เป็นกระบวนการที่พืชเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานคมีในรูปของอาหาร ถือเป็นหน้าหลักของผู้ผลิตในระบบนิเวศ พืชเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีบทบาทสำคัญต่อทุกระบบนิเวศบนโลก คือเป็นจุดเริ่มต้นที่เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ไปเป็นพลังงานเคมีในรูปอาหาร โดยการนำเอาน้ำและแก๊สคาร์บอนไดออกไซต์มาทำปฏิกิริยาเคมีกัน และมีแสงเป็นพลังงานกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยา ผลผลิตที่ได้คือ “น้ำตาลกลูโคส” ซึ่งน้ำตาลส่วนหนึ่งจะนำไปสังเคราะห์เป็นสารอื่นเก็บสะสมไว้ และยังได้ไอน้ำ และแก๊สออกซิเจน ซึ่งจะปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม กระบวนการนี้เรียกว่าการสร้างอาหารของพืช หรือ กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง โครงสร้างของใบพืช กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่ใบในภาพ คือ ใบพืชตัดตามขวางจากด้านบน (ด้านที่รับแสง) มายังด้านล่าง ซึ่งประกอบด้วยเซลล์ที่มีรูปร่างและหน้าที่แตกต่าง ดังนี้ หลังใบ (Upper Epidermis) มักจะมีสารคิวติเคิล (Cuticle) เคลือบไว้ชะลอการสูญเสียน้ำออกจากใบ เนื่องจากความร้อนของแสงแดด พาลิเสดมีโซฟิลล์ (Palisade mesophyll) เป็นเซลล์รูปกระสวยที่บรรจุคลอโรฟิลล์ไว้เป็นจำนวนมาก วางตัวอยู่ถัดจากหลังใบลงมา เป็นส่วนที่มีกิจกรรมการสังเคราะห์ด้วยแสงมากที่สุด สปอนจีมีโซฟิลล์ (Spongy mesophyll) เป็นกลุ่มเซลล์ที่อยู่ติดถัดลงมาจากพาลิเสดมีโซฟิลล์ แต่มีปริมาณความเข้มข้นของคลอโรฟิลล์น้อยกว่า เซลล์เรียงตัวกันอย่างหลวมๆ คล้ายฟองน้ำ พื้นที่ว่างระว่างเซลล์บรรจุของเหลว และอากาศ เอาไว้ กลุ่มท่อลำเลียง (Vascular bundle) ประกอบด้วยท่อลำเลียงน้ำ (Xylem) และท่อลำเลียงอาหาร (Phloem) ทำหน้าที่ลำเลียงอาหารและน้ำจากรากมาสู่ใบ รวมถึงลำเลียงสารอาหารที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสงทีใบ […]

นักบินอวกาศจัดการกับประจำเดือนอย่างไร?

ณ ปัจจุบัน การใช้ยาคุมกำเนิดคือตัวเลือกที่ดีและปลอดภัยที่สุดสำหรับนักบินอวกาศที่ไม่ต้องการมี ประจำเดือน ในระหว่างการปฏิบัติภารกิจ