มองโลกจากดวงจันทร์ ผ่านดวงตาของ “คะงุยะ” - National Geographic Thailand

มองโลกจากดวงจันทร์ ผ่านดวงตาของ “คะงุยะ”

ภาพถ่ายโดย JAXA,NHK
เรื่อง วิกตอเรีย แจ็กการ์ด

ยานสำรวจดวงจันทร์คะงุยะ (Kaguya (Selene) lunar orbiter หรือยานซีลีนี)  ของญี่ปุ่นที่ได้ชื่อจากเจ้าหญิงคะงุยะและขึ้นสู่อวกาศเมื่อปี 2007 พร้อมกล้องทีวีความชัดสูงสองตัว จับภาพอันงดงามตรึงตราของโลกไว้ได้ แม้ภารกิจนี้จะเสร็จสิ้นลงไปแล้วในปี 2009 แต่เมื่อช่วงปลายปี 2016 ที่ผ่านมา องค์การอวกาศของญี่ปุ่นได้เผยแพร่ภาพถ่ายที่ยานคะงุยะถ่ายไว้ได้ ซึ่งบางภาพไม่เคยมีการเผยแพร่สู่สาธารณชนมาก่อน

ภาพที่มีแสงเกิดจากเลนส์แฟลร์ (lens flare) เป็นภาพของโลกเสี้ยวที่เห็นได้จากดวงจันทร์ ภาพถ่ายโดย JAXA,NHK

นิทานเรื่องเจ้าหญิงคะงุยะถือกำเนิดขึ้นในศตวรรษที่สิบ เป็นเรื่องราวของคนตัดไม้ไผ่ที่พบเด็กหญิงผู้งดงามหมดจดในลำไม้ไผ่และเลี้ยงดูเธอเหมือนลูกในไส้ และต่อมาพบว่าเธอคือพเทพีจันทรา ซึ่งหวนกลับคืนสู่สรวงสวรรค์ไปหาวงศ์วานของเธอในที่สุด

โลกโผล่พ้นแอ่งภูเขาไฟที่เป็นหลืบเงาของดวงจันทร์ภาพถ่ายโดย JAXA,NHK

ภาพถ่ายจากกล้องของยานที่ได้รับชื่ออันเหมาะสมลำนี้ทำให้เราเห็นภาพอันน่าประทับใจของโลกจากดวงจันทร์ มีภาพที่โลกเราขึ้น ลง และส่องสว่างเป็นเสี้ยวโดยมีฉากหลังสีดำสนิทของอวกาศเป็นพื้นหลัง นอกจากนี้ ยานคะงุยะยังบรรทุกอุปกรณ์ที่ใช้ในการศึกษาองค์ประกอบและโครงสร้างของดวงจันทร์ เพื่อช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ดวงจันทร์ก่อตัวขึ้นมาได้อย่างไร และเราต้องใช้ทรัพยากรอะไรบ้างในการสำรวจดวงจันทร์ในอนาคต

 

เรื่องแนะนำ

สิงห์อาสา ร่วมกับ คณะเกษตรศาสตร์ มข. สร้างแหล่งน้ำชุมชนภาคอีสาน โมเดลบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งยั่งยืน

แม้จะเข้าสู่ปี 2565 แล้ว แต่ประเทศไทยเรายังเผชิญปัญหาภัยแล้งมาโดยตลอด ภาพพื้นดินแตกระแหง เกษตรกรรอคอยฟ้าฝนในการทำนา ยังสามารถเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย เพราะแม้ประเทศไทยจะมีการเริ่มพัฒนาระบบชลประทานมาตั้งแต่เกิดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 ในปี พ.ศ. 2504 แต่การพัฒนาประเทศสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ และการขยายพื้นที่ทางการเกษตรเพื่อรองรับการผลิตทางการเกษตรเพื่อมุ่งเน้นการบริโภคเชิงพาณิชย์ที่กำลังเติบโต รวมถึงตอบสนองการผลิตจำนวนมากเพื่อส่งออก ทำให้การพัฒนาแหล่งน้ำและระบบการจัดการน้ำไม่เพียงพอกับความต้องการใช้น้ำในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ[1] รวมไปถึงนโยบายการขาดการจัดการน้ำที่ดีอย่างต่อเนื่อง [2]เราจึงเห็นหลายพื้นที่ในประเทศไทยยังต้องทำการเกษตรแบบพึ่งฟ้าพึ่งฝน และได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรมเมื่อเกิดภัยแล้งหรืออุทกภัยและยังต้องอาศัยการทำเกษตรอย่างพึ่งพิงธรรมชาติเป็นหลัก สาเหตุภัยแล้งยังเกิดสภาพภูมิอากาศที่มีความเปลี่ยนแปลงผันผวน  อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือภาวะโลกรวน (Climate Change) อีกด้วย ทำให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น สภาพอากาศโลกผันผวน[3] จนอาจทำให้เกิดการเกิดลมฟ้าอากาศสุดขั้ว (climate extreme)[4] ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่อาจบรรเทาได้โดยง่าย ซ้ำเติมให้ภัยแล้งในไทยมีโอกาสรุนแรงขึ้นอีก นอกจากนี้ มนุษย์ก็มีส่วนให้เกิดภัยแล้งด้วยเช่นกัน การใช้น้ำอย่างสิ้นเปลือง การขุดน้ำใต้ดิน หรือน้ำมาใช้มากเกินไป การทำอุตสาหกรรมที่ส่งผลต่อแหล่งน้ำ หรือแม้กระทั่งการใช้ชีวิตของมนุษย์ที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจก การเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศดังที่ได้กล่าวไป รุนแรงขึ้นกว่าเดิม[5] ข้อมูลในปี 2563 รายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ในช่วงเดือนมิถุนายน 2563 มีปริมาตรน้ำใช้การได้ในเขื่อนทั้งประเทศ 8,509 ล้านลูกบาศก์เมตร น้อยกว่าปี 2562 ซึ่งมีจำนวน 5,736 ล้านลูกบาศก์เมตร […]

สัตว์ในมหาสมุทรกำลังขาดอากาศหายใจเพราะสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง

ผลของการที่สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงไม่ใช่แค่ทำให้อุณหภูมิของน้ำทะเลสูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้ปริมาณของออกซิเจนในน้ำลดลงด้วย

ล่อง ‘แม่น้ำรันตี’ ครึ่งวันเช้า ไปพักกาย พักใจ ชมสายหมอกบอกลาสารพัดเรื่องหนักหัว เพราะบรรยากาศของแม่น้ำสายนี้ บอกได้เลยว่าสุดชิล

ถ้าใครมีโอกาสเดินทางไปสังขละบุรี แล้วอยากลองหา สถานที่เที่ยวใหม่ ๆ แนวธรรมชาติ ก็ให้ลองเช่าเรือนำเที่ยวสักลำ แล้วออกเดินทางแบบเช้าตรู่ไปพร้อมกับแสงแรกของวัน บอกคนขับเรือให้มุ่งหน้าไปที่แม่น้ำรันตี ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสะพานมอญมากนัก รับรองว่าภาพของสายหมอกที่ลอยอยู่บนภูเขาตรงหน้า กับบรรยากาศสุดธรรมชาติของแม่น้ำที่โล่งกว้าง เงียบสงบ จะทำให้คุณรู้สึกสบายและผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก หัวใจจะถูกเยียวยาจนลืมไปเลยว่าเคยเครียดเรื่องอะไรมา แนะนำว่าสายชิลไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง . นอกจากแม่น้ำซองกาเลีย และบีคลี่ ‘รันตี’ คืออีกหนึ่งแม่น้ำสายสำคัญของสังขละบุรี ซึ่งอยู่ในการดูแลของอุทยานแห่งชาติเขาแหลม แม่น้ำสายนี้มีต้นกำเนิดมาจากลำห้วยน้อยใหญ่ไหลมารวมตัวกันจากทางตอนใต้ของทุ่งใหญ่นเรศวร แล้วไหลมาบรรจบกันกับแม่น้ำอีกสองสายที่อำเภอสังขละบุรี ที่เรารู้จักกันในชื่อ “สามสบ” หรือ “สามประสบ” ถ้าเราเดินทางมาสังขละบุรี หากใครไม่หลับไปซะก่อนก็จะเห็นว่า ระหว่างทางเราจะผ่านสะพานที่ข้ามแม่น้ำนี้ก่อนใครเพื่อนนักท่องเที่ยวหลายคนอาจอดใจไม่ไหวต้องขอลงไปถ่ายรูปเก็บบรรยากาศกันกลางสะพาน แต่ใครจะไปคิดว่าแม่น้ำที่เหมือนจะเป็นเพียงแค่ทางผ่านนั้นมันมีดีซ่อนอยู่ ครั้งนี้พวกเราชาว ‘บ้านและสวน Explorers Club’ ไปลองล่องเรือสำรวจมาให้แล้วและพบว่ามันน่าพักกายพักใจไปกับแม่น้ำสายนี้มาก . #แวะก่อน . เราออกเดินทางกันตั้งแต่ไก่โห่แบกเรือคายัคสองลำขึ้นเรือรับจ้างนำเที่ยว จะพูดให้ดูขำ ๆ ว่า “แบกเรือขึ้นเรือเพื่อไปพายเรือ” แบบนั้นก็พอจะได้สักหนึ่งฮาฝืด ๆ ก่อนออกเรือ ก่อนจะถึงทางปากทางเข้าแม่น้ำรันตี เราก็แวะเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวโบราณสถานที่น่าสนใจกันก่อน ที่แรกเราลงเรือกันตรงตลิ่งบริเวณวัดสมเด็จ(เก่า) ซึ่งเป็นวัดร้างเก่าแก่ของที่นี้ วอร์มกำลังขากันสักหน่อยด้วยการเดินขึ้นบันไดไปชมความสวยงามของโบสถ์ที่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นโพธิ์ต้นใหญ่ บรรยากาศดูเข้มขลังไม่เบา ชวนนึกถึงหนังฝรั่งแนวพจญภัยในอารยธรรมโบราณยังไงยังงั้น หลังจากนั้นพวกเราขอโชว์ความฟิต […]