ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ - เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย

ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ (Planets of Solar System)

ดาวอังคาร (Mars)

ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ

ดาวอังคาร คือดาวเคราะห์ลำดับที่สี่จากดวงอาทิตย์ เป็นดาวที่ได้รับการสำรวจมากที่สุดและคาดการณ์ถึงการมีสิ่งมีชีวิต ดาวอังคารมีขนาดเล็ก และแรงโน้มถ่วงต่ำ ได้รับฉายาว่า “ดาวเคราะห์แดง” (Red Planet) เนื่องจากการออกซิเดชันของเหล็กบนพื้นผิวของดาวอังคาร ทำให้เกิดสีแดงหรือสีสนิมเหล็ก ชั้นบรรยากาศบนดาวอังคารประกอบด้วยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นองค์ประกอบหลัก ซึ่งเกิดจากการระเหิดของน้ำแข็งแห้ง (คาร์บอนไดออกไซด์แข็ง) ที่ปกคลุมอยู่ทั่วไปบนพื้นผิวของดาว  รวมถึงการมีแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ปกคลุมบริเวณขั้วเหนือและใต้ของดวงดาวอยู่ตลอดเวลา  สภาพอากาศบนดาวอังคารนั้นแปรปรวน สามารถเกิดกระแสลมแรงนานหลายเดือน มองเห็นเป็นแทบมืดมิดปกคลุมบนดาวอังคาร ดาวอังคารมีดาวบริวารสองดวง คือ โฟบัสและดีมอส

ดาวพฤหัส (Jupiter)

ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ

ดาวพฤหัส เป็น ดาวเคราะห์ลำดับที่ห้าจากดวงอาทิตย์ มีมวลมากที่สุด ขนาดใหญ่ที่สุด และมีแรงดึงดูดสูงสุด รวมถึงใช้เวลาน้อยที่สุดในการโคจรรอบตัวเอง โดยใช้เวลาเพียง 10 ชั่วโมง ชั้นบรรยากาศของดาวพฤหัส ประกอบด้วยไฮโดรเจนและฮีเลียมเป็นองค์ประกอบหลัก ปะปนไปด้วยมีเทน น้ำ และแอมโมเนีย ซึ่งส่งผลทำให้ดาวพฤหัส มีลักษณะป่องตรงเส้นศูนย์สูตร และมีความแปรปรวนของชั้นบรรยากาศสูง มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ -130 องศาเซลเซียส ดาวพฤหัสมีพายุหมุนเป็นจุดสีแดงขนาดใหญ่ (Great Red Spot) ซึ่งมีอาณาบริเวณกว้างกว่า 25,000 กิโลเมตร เป็นพายุหมุนซึ่งมีอายุมากกว่า 300 ปี ดาวพฤหัส มีวงแหวนจางๆ 3 วง และมีดวงจันทร์บริวารมากกว่า 65 ดวง ดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุด คือ แกนิมิต (Ganymede) ซึ่งเป็นดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ

ดาวเสาร์ (Saturn)

ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ

ดาวเสาร์ เป็นดาวเคราะห์ลำดับที่หกจากดวงอาทิตย์ มีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่สองรองจากดาวพฤหัส มีองค์ประกอบหลัก คือ ก๊าซ และของเหลว มีชั้นบรรยากาศซึ่งปกคลุมด้วยไฮโดรเจน และฮีเลียม มีวงแหวนรอบนอกเจ็ดชั้นจากเศษหินและน้ำแข็ง มีดวงจันทร์บริวารมากกว่า 50 ดวง ซึ่งดวงที่ใหญ่ที่สุด คือ ไททัน ไททันมีชั้นบรรยากาศหนาแน่นกว่าโลก มีองค์ประกอบหลัก คือ มีเทนทั้งสามสถานะ บนไททันมีทั้งฝนมีเทน เมฆมีเทน และมีเทนแข็ง รวมถึงก๊าซไนโตรเจน ทำให้มีลักษณะคล้ายคลึงกับชั้นบรรยากาศของโลก ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์จึงให้ความสนใจต่อไททันเป็นอย่างมาก เนื่องจากอาจมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่

ดาวยูเรนัส (Uranus)

ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ

ดาวยูเรนัส คือ ดาวเคราะห์ลำดับที่เจ็ดจากดวงอาทิตย์ ซึ่งมีไฮโดรเจนและฮีเลียมเป็นองค์ประกอบหลักในชั้นบรรยากาศ ลึกลงไปในดวงดาว องค์ประกอบส่วนใหญ่คือแอมโมเนียและมีเทนทำให้ดาวยูเรนัสมีสีฟ้าน้ำเงิน เนื่องจากมีเทนดูดกลืนแสงสีแดงและสะท้อนแสงสีน้ำเงิน ดาวยูเรนัสหมุนตัวรอบตัวเองในลักษณะตะแคงข้าง ทำให้มีฤดูกาลที่ยาวนาน ดาวยูเรนัสใช้เวลาในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ยาวนานถึง 84 ปี มีวงแหวนเบาบาง 13 ชั้น มีดวงจันทร์บริวาร 27 ดวง

ดาวเนปจูน (Neptune)

ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ

ดาวเนปจูน เป็น ดาวเคราะห์ลำดับที่แปดจากดวงอาทิตย์ ซึ่งอยู่ห่างไกลที่สุด ได้รับแสงสว่างน้อยที่สุด มีลักษณะคล้ายดาวยูเรนัสทั้งขนาดและสีสัน มีไฮโดรเจน ฮีเลียม และมีเทน เป็นองค์ประกอบหลักของชั้นบรรยากาศด้านนอก ดาวเนปจูนใช้เวลาในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ยาวนานที่สุดถึง 165 ปี บนดาวเนปจูนมีกระแสลมแรงที่สุด ซึ่งสามารถมีความเร็วมากกว่า 2,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีอุณหภูมิเฉลี่ยที่ -200 องศาเซลเซียส ดาวเนปจูนมีดวงจันทร์บริวาร 13 ดวง และมีวงแหวน 6 วง

แหล่งอ้างอิง :

NASA

ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศษสตร์โลกและดาราศาสตร์


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : องค์ประกอบของ ระบบสุริยะ

ระบบสุริยะ, จักรวาล, ดาราศาสตร์, ดาว, ดวงดาว

เรื่องแนะนำ

ปลายหางของอสุจิเป็นรูปทรงเกลียว

ปลายหางของอสุจิเป็นรูปทรงเกลียว เราทุกคนรู้กันดีว่าสเปิร์มหรืออสุจิคือเซลล์สืบพันธุ์ของมนุษย์เพศชาย พวกมันมีลักษณะคล้ายกับลูกอ๊อดตัวโปร่งแสงที่ประกอบด้วยส่วนหัว, ส่วนลำตัว และหางยาวซึ่งใช้ในการแหวกว่ายเข้าไปหาไข่ ภายในเวลา 1 วินาทีร่างกายของมนุษย์ผู้ชายสามารถผลิตสเปิร์มได้ 1,500 ตัว และในการหลั่งแต่ละครั้งจะปลดปล่อยสเปิร์มมากถึง  250 ล้านตัวเลยทีเดียว แม้ว่าองค์ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการสืบพันธุ์ นักวิทยาศาสตร์จะทราบกับดีอยู่แล้ว แต่ทว่าโครงสร้างของเซลล์สืบพันธุ์นั้นกลับยังไม่ได้ถูกศึกษาอย่างละเอียดเท่าใด ด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า Cryogenic electron tomography (Cryo-ET) หรือกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบแช่แข็ง นวัตกรรมนี้สามารถซูมภาพเข้าไปยังเซลล์และให้ผลลัพธ์ที่เป็นภาพสามมิติออกมาได้ เทคโนโลยีใหม่นี้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปี 2017 ไปครอง ซึ่ง Davide Zabeo นักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยกอเทนเบิร์กในสวีเดน และทีมงานวิจัยของเขาได้นำ Cryo-ET มาทดลองใช้กับอสุจิของมนุษย์ ผลการวิจัยถูกแผยแพร่ลงในวารสาร Scientific Reports จากกล้องจุลทรรศน์เผยให้เห็นว่าที่ปลายหางของอสุจินั้นมีเซลล์รูปร่างเป็นขดเกลียวที่หมุนวนไปทางซ้ายมือ ซึ่งเป็นข้อมูลใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อน การค้นพบครั้งนี้อาจช่วยฉายภาพให้เห็นว่าเหตุใดอสุจิบางตัวจึงว่ายเข้าหาไข่ได้รวดเร็วกว่าอสุจิตัวอื่น และอาจนำไปสู่การพัฒนายาที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้ชายที่มีบุตรยากตลอดจนาคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น Cryogenic electron tomography คือการรวมเทคโนโลยีกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนเข้ากับ CT สแกน ตัวอย่างที่นำมาสแกนก็เช่น เซลล์, เนื้อเยื่อ หรือชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆ ซึ่งจะมาในรูปแบบของการแช่แข็ง เพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อนั้นๆ ยังคงสภาพเดิมได้มากที่สุดใกล้เคียงกับธรรมชาติ  “เราจะได้ภาพที่ดีที่สุดของเซลล์ในขณะที่มันยังมีชีวิต”  Gary […]

การแลกเปลี่ยนก๊าซ (Gas Exchange)

สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต่างต้องการพลังงาน เพื่อนำมาใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ของการดำรงชีวิต โดยพลังงานส่วนใหญ่ได้มาจากการย่อยสลายโมเลกุลสารอาหารหรือกระบวนการที่เรียกว่า “การแลกเปลี่ยนก๊าซ” (Gas Exchange) และ “ระบบหายใจ” (Respiratory Systems) ซึ่งจำเป็นต้องใช้ก๊าซออกซิเจน (Oxygen: O2) เพื่อก่อให้เกิดปฏิกิริยาเคมีต่าง ๆ โดยสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีกลไกและอวัยวะที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนก๊าซแตกต่างกันออกไปตามความซับซ้อนทางโครงสร้างร่างกาย และสภาพแวดล้อมหรือถิ่นที่อยู่อาศัย ขั้นตอนของกระบวนการหายใจ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน คือ การหายใจภายนอกเซลล์ (External Respiration หรือ Breathing) คือ การนำอากาศเข้าสู่เซลล์หรือร่างกาย ก่อนเกิดการแลกเปลี่ยนก๊าซระหว่างสิ่งแวดล้อมกับอวัยวะที่ใช้หายใจ เช่น ปอด เหงือก ผิวหนัง ท่อลม และปากใบของพืช เป็นต้น การหายใจภายในเซลล์ (Internal Respiration หรือ Cellular Respiration) คือ ขั้นตอนของการย่อยสลายสารอาหาร เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังงาน เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยออกซิเจนและปฏิกิริยาทางเคมีที่สลับซับซ้อน ซึ่งสิ่งมีชีวิตบางชนิดไม่จำเป็นต้องมีกระบวนการหายใจครบทั้ง 2 ขั้นตอน ในสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว เช่น โพรโทซัว […]

10 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเฮอร์ริเคน-ไต้ฝุ่น

ทราบหรือไม่ว่าทั้งไต้ฝุ่นและเฮอร์ริเคนคือชื่อเรียกของ "พายุหมุนเขตร้อน" เหมือนกัน ทั้งยังมีชื่อเรียกอื่นอีก มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องราวของพายุหมุนเขตร้อนนี้ให้มากขึ้นกัน

เชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil Fuel)

เชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil fuel) คืออินทรีย์สารใต้พื้นโลกที่เกิดจากการทับถมกันของซากพืชซากสัตว์ใต้ทะเลลึกเมื่อหลายพันล้านปีก่อนพร้อมกับได้รับความร้อนจากใต้พื้นพิภพ ทำให้ซากพืชซากสัตว์ที่ทับถมกันหนาแน่นใต้ชั้นหินตะกอนเกิดการย่อยสลายกลายเป็นแหล่งสะสมของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon) ขนาดใหญ่ ที่มนุษย์นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงและแหล่งกำเนิดพลังงานต่างๆ เชื้อเพลิงฟอสซิลจำแนกออกเป็น 3 ประเภทตามสถานะของสาร ได้แก่ ของแข็ง: ถ่านหิน (Coal) หินตะกอนสีน้ำตาลดำ หรือถ่านหิน เกิดจากซากพืชในพื้นที่ชื้นแฉะทับถมกันเป็นเวลานาน (ราว 300 ถึง 360 ล้านปี) ภายใต้แรงดันและความร้อนสูงที่อยู่ลึกลงไปจากพื้นผิวโลก ส่งผลให้เกิดการย่อยสลายและเกิดเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนในสถานะของแข็ง ถ่านหินแบ่งออกเป็น 5 ประเภทตามองค์ประกอบทางเคมี ได้แก่ พีต (Peat) ลิกไนต์ (Lignite) ซับบิทูมินัส (Sub-Bituminous) บิทูมินัส (Bituminous) และแอนทราไซต์ (Anthracite) การนำมาใช้ประโยชน์: เป็นแหล่งเชื้อเพลิงที่สำคัญในการผลิตพลังงานไฟฟ้า พลังงานความร้อน และการผลิตข้าวของเครื่องใช้มากมาย ผู้ผลิตหลัก: จีน อินเดีย และสหรัฐอเมริกา ของเหลว: น้ำมันดิบ (Crude oil) น้ำมันดิบประกอบด้วยคาร์บอน (Carbon) และไฮโดรเจน (Hydrogen) […]