พืชใบเลี้ยงคู่ มีลักษณะที่โดดเด่นอะไรบ้าง และแตกต่างจากพืชใบเลี้ยงเดี่ยวอย่างไร

พืชใบเลี้ยงคู่ (Dicotyledon)

นิยามของพืชใบเลี้ยงคู่ (Dicotyledon หรือ Magnoliopsida) คือ พืชที่มีใบเลี้ยง 2 ใบ เมื่อเริ่มงอกออกจากเมล็ดพันธุ์ เป็นพืชที่มีรากเป็นระบบรากแก้ว และเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว จะไม่เกิดข้อและปล้องขึ้นชัดเจนตามบริเวณลำต้นเหมือนกับพืชใบเลี้ยงเดี่ยว พืชใบเลี้ยงคู่ มีเปลือกหนาและมีเนื้อไม้แข็งแรง ขณะที่ท่อลำเลียงอาหารและน้ำของพืชกลุ่มนี้ จะจัดเรียงอยู่ภายในลำต้นอย่างเป็นระเบียบ จึงทำให้พืชใบเลี้ยงคู่มีการเจริญเติบโตทางด้านข้าง สามารถแผ่กิ่งก้านสาขาได้ดี

อ่านเพิ่มเติมเรื่อง การงอกของเมล็ดพืช

แกนกลางของลำต้นพืชกลุ่มนี้จะไม่มีท่อลำเลียง แต่จะเป็นเนื้อไม้ซึ่งมีความแข็งแรงคงทน ส่วนท่อลำเลียงจะจัดเรียงเป็นวงอย่างมีระเบียบอยู่รอบลำต้น ส่วนใบของพืชกลุ่มนี้มีลักษณะกว้าง มีการแตกแขนงเป็นร่างแหออกจากแกนกลางของใบ จำนวนของกลีบดอกจะมี 4 – 5 กลีบ หรือทวีคูณของ 4 – 5 หากปลูกพืชใบเลี้ยงคู่เพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิต ส่วนใหญ่มักต้องใช้เวลา นานกว่าพืชใบเลี้ยงเดี่ยวถึงจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ทั้งนี้ยังมีความแตกต่างกันอีกมากระหว่างพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและใบเลี้ยงคู่ อย่างเช่น ลักษณะโครงสร้างของเกสร หรือปากใบ (Stomata) แต่มันยากที่จะสังเกตเห็นชัดด้วยตาเปล่า

พืชใบเลี้ยงคู่, ใบเลี้ยง, ใบเลี้ยงคู่, ต้นละหุ่ง
ใบเลี้ยงของต้นละหุ่ง (Castor Oil Plant)

พืชใบเลี้ยงคู่ส่วนใหญ่เป็นพืชที่มีอายุยืนยาวกว่าพืชใบเลี้ยงเดี่ยว มีลักษณะของใบกว้าง มีเส้นใบแตกแขนงเป็นร่างแหที่ซับซ้อนออกจากตรงแก่นกลางของใบ และส่วนของกลีบดอกจะมีจำนวนราว 4 ถึง 5 กลีบ หรือเท่าทวีคูณของ 4 และ 5 ขึ้นไป นอกจากนี้ พืชใบเลี้ยงคู่ยังมีความแตกต่างจากพืชใบเลี้ยงเดี่ยวในอีกหลายด้าน เช่น โครงสร้างของเกสรและลักษณะของปากใบ เป็นต้น

กลีบดอก, พืชใบเลี้ยงคู่
กลีบดอก 5 กลีบของฟอร์เก็ต มี น็อต (Forget Me Not)

ตารางความแตกต่างของพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่

ลักษณะของพืช

พืชใบเลี้ยงเดี่ยว

พืชใบเลี้ยงคู่

จำนวนใบเลี้ยง

1 ใบ

2 ใบ

ระบบราก

รากฝอย

รากแก้ว

ท่อลำเลียงภายในลำต้น

กระจัดกระจาย

จัดเรียงเป็นวงอย่างเป็นระเบียบ

เส้นใบ

ขนาน

แตกแขนง

จำนวนดอก

3 หรือ เท่าทวีคูณของ 3

4 และ 5 หรือ เท่าทวีคูณของ 4 และ 5

การเจริญเติบโตขั้นที่ 2 ของพืช

(Secondary Growth)

ไม่มี

(ไม่เจริญเติบโตออกทางด้านข้าง)

มี

พืชใบเลี้ยงคู่, พืชใบเลี้ยงเดี่ยว, ใบเลี้ยง, การจัดจำแนกพืช
ความแตกต่างทางโครงสร้างของพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่

ตัวอย่างพืชใบเลี้ยงคู่

พืชหลากหลายสายพันธุ์ที่เราพบเห็นบนโลกส่วนใหญ่ คือ พืชใบเลี้ยงคู่ ซึ่งมีมากราว 175,000 ถึง 200,000 ชนิด โดยที่พืชใบเลี้ยงคู่นั้น ถูกจัดจำแนกอยู่ในกลุ่มต่างๆ ตามลักษณะโครงสร้างของพืช อย่างเช่น พืชดอกตระกูลแมคโนลิด (Magnoliidae) ซึ่งเป็นกลุ่มของพืชดอกที่มีมากถึง 9,000 ชนิด เช่น แมกโนเลีย จำปี จำปา จันทน์เทศ อบเชย พริกไทย ทิวลิป เป็นต้น ทั้งพืชสวน ไม้พุ่ม ไม้ยืนต้นและไม้ดอก หรือแม้แต่กระบองเพชร ล้วนจัดอยู่ในกลุ่มพืชใบเลี้ยงคู่ทั้งหมด

สืบค้นและเรียบเรียง

คัดคณัฐ ชื่นวงศ์อรุณ


ข้อมูลอ้างอิง

ทรูปลูกปัญญา – https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/63521/-scibio-sci-

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม – http://www.genedu.msu.ac.th/course/2558/0033003-ch3.pdf

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ – http://skm.oae.go.th/index.php?mod=km&route=kmdetail&v=Vm0wd2VHUXhTWGhpUm1ScFVtMW9WRll3Wkc5WFJteDBaRWhrVmxac2NEQmFWV2hyVmxVeFYyTkVRbUZXVjFKSVZtcEtTMUl5VGtsaVJtUnBWMFpLYjFac1ZtRldNVnBXVFZWV2FHVnFRVGs9K1Q=

Biology Dictionary – https://biologydictionary.net/dicot/

เรื่องแนะนำ

สุดงง! ถนนหายใจได้ในเม็กซิโก

ผลพวงจากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในกรุงเม็กซิโกซิตี้ ของเม็กซิโกส่งผลให้อาคารบ้านเรือนเสียหายและมีผู้ประสบภัยจำนวนมาก นอกจากนี้บนโลกออนไลน์เองผู้คนได้แชร์วิดีโอของเหตุการณ์แปลกประหลาดเหตุการณ์หนึ่ง เมื่อพื้นถนนยกตัวขึ้นและลงราวกับกำลังหายใจอยู่… สิ่งที่เกิดขึ้นนี้หาใช่มีสัตว์ประหลาดอยู่ใต้พื้นถนนแต่อย่างใด Rigoberto Lechuga Silva ชาวเมืองเป็นผู้ถ่ายวิดีโอดังกล่าวและโพสต์ลงยนโลกออนไลน์ ด้านผู้เชี่ยวชาญเมื่อได้ชมวิดีโอดังกล่าว อธิบายว่าปรากฏการณ์นี้เป็นผลพวงจากเหตุแผ่นดินไหว เมื่อดินทรายข้างใต้เปลี่ยนสถานะเป็นของเหลวจากความดันสูง และเกิดการไหลไปมาเหมือนน้ำ   อ่านเพิ่มเติม : ภาพความเสียหายหลังเหตุแผ่นดินไหวในเม็กซิโก, กำแพงชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก จะทำลายระบบนิเวศของสัตว์จำนวนมาก

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลสูญเสียยีนชนิดหนึ่งไป

ยีน PON1 ที่ช่วยป้องกันร่างกายจากสารพิษได้สูญหายไปในบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล เพราะเหตุผลบางประการ แตกต่างจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบนบกที่ยังคงมียีนนี้อยู่ ทว่าการปนเปื้อนของแหล่งน้ำในปัจจุบันกำลังสร้างความกังวลให้แก่นักวิทยาศาสตร์