น้ำยาทำความสะอาดสำหรับกำจัดเชื้อโรค ที่มีส่วนผสมของการสกัดจากธรรมชาติ

กำจัดเชื้อไวรัสด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ

หนึ่งในทางเลือกสำหรับการ กำจัดเชื้อไวรัส ในช่วงที่เชื้อกำลังแพร่ระบาด

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ขณะนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังและหามาตรการป้องกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสถานที่และบริเวณต่างๆ ที่เป็นจุดเสี่ยงและมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 สาเหตุของการก่อโรค ซึ่งหนึ่งในมาตรการป้องกันโรคคือการทำความสะอาด ฉีดพ่น กำจัดเชื้อไวรัส และเชื้อโรค เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส ทั้งภายในอาคารผู้โดยสารสนามบิน โรงแรมที่พัก รถขนส่งสาธารณะ และสถานที่จัดประชุมต่างๆ ที่มีประชาชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้กับประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

ผลิตภัณฑ์ คีนน์ เจิม คิลเลอร์ บลัด สเกล แอนด์ ออยล์ รีมูฟเวอร์ (KEEEN Germ Killer Blood, Scale & amp; Oil Remover) หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ ผสมสารสกัดจากธรรมชาติ (Natural Disinfectant) จากบริษัท คีนน์ (KEEEN) จำกัด คือผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่มีความสามารถในการฆ่าเชื้อโรค ทั้งแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อไวรัส โดยผ่านการรับรองมาตรฐานในระดับสากล และเป็นหนึ่งใน ‘ผลิตภัณฑ์ในบัญชีนวัตกรรมไทย’ ซึ่งมี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นหน่วยงานดูแลรับผิดชอบ

กำจัดเชื้อไวรัส, น้ำยาฆ่าเชื้อโรค, น้ำยาทำความสะอาด

ล่าสุดบริษัท เอเชีย คลีนนิ่ง จำกัด และบริษัท เอสบีแอล ซัพพลาย จำกัด ผู้แทนจำหน่ายนวัตกรรมดังกล่าว ได้นำไปใช้ฉีดพ่นภายในอาคารผู้โดยสารพื้นที่สนามบินอู่ตะเภาทั้งหมดในช่วงการนำคนไทยกลับจากประเทศจีน เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ดร.วสันต์ อริยพุทธรัตน์ ผู้ก่อตั้ง และประธานกรรมการบริหาร บริษัท คีนน์ จำกัด กล่าวว่า เจิมคิลเลอร์ บลัด และนวัตกรรม สเกล แอนด์ ออยล์ รีมูฟเวอร์ เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคที่ใช้ได้ทั้งในบ้านเรือนและการสาธารณสุข สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อโรคทั้งแกรมบวก แกรมลบ เชื้อรา และเชื้อไวรัส ได้ถึงร้อยละ 99.99 ในทุกพื้นผิวสัมผัสทั้งบนพื้นผิว (Surface) และที่ลอยอยู่ในอากาศ (Air-borne)

กำจัดเชื้อไวรัส, น้ำยาฆ่าเชื้อโรค, น้ำยาทำความสะอาด

โดยสามารถใช้ทำความสะอาดสิ่งสกปรก คราบเลือด สารคัดหลั่งปนเปื้อน คราบไขมัน คราบที่เกิดจากเชื้อรา คราบตะกรันที่ปนเปื้อนบริเวณพื้นผิว รวมทั้งยังช่วยขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ โดยไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์คือ มีสารออกฤทธิ์สำคัญที่สามารถเข้าทำลายผนังเซลล์ของเชื้อแบคทีเรีย รา และไวรัส ทำให้เซลล์แตกตัวและตายในที่สุด โดยสารดังกล่าวจะย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด

ทั้งนี้ บริษัทคีนน์ฯ ได้ต่อยอดนวัตกรรมจากฐานงานวิจัยเดิม คือผลิตภัณฑ์แบคทีเรียย่อยคราบน้ำมัน หรือสารชีวภาพขจัดคราบน้ำมัน (Bio dispersant) ซึ่งร่วมกับศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มาก่อน

กำจัดเชื้อไวรัส, น้ำยาฆ่าเชื้อโรค, น้ำยาทำความสะอาด
ดร.วสันต์ อริยพุทธรัตน์

ดร.วสันต์ กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ เจิม คิลเลอร์ บลัด และนวัตกรรม สเกล แอนด์ ออยล์ รีมูฟเวอร์ ยังมีความพิเศษคือเป็นผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีองค์ประกอบของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Food grade) และ Bio-surfactants ซึ่งเป็นสารสกัดจากพืช ทำให้เกิดปฏิกิริยาการละลายมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับสารเคมี

ในส่วนอื่นๆ ที่สำคัญยังได้คิดค้นเทคโนโลยีในการฉีดพ่นแบบละอองน้ำ (Fumigation) ที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่ผิว และประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคได้ดีขึ้น ซึ่งผลการทดสอบใช้งานพบว่าสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อไวรัสได้จริง โดยมีผลรับรองจากต่างประเทศ ยืนยันว่าฆ่าเชื้อโรคและเชื้อไวรัสได้ร้อยละ 99.99 และยังเป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่ได้ใบรับรองจากยุโรปที่เรียกว่า ECOCERT (Natural product Certification) และได้ใบรับรองว่าปลอดภัยเมื่อสัมผัสอาหาร (Food grade) จาก NSF ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมทั้งยังได้ขึ้นทะเบียนสินค้าในบัญชีนวัตกรรมไทยเพื่อจำหน่ายให้กับตลาดหน่วยงานภาครัฐได้จัดซื้อง่ายขึ้นด้วย

กำจัดเชื้อไวรัส, น้ำยาฆ่าเชื้อโรค, น้ำยาทำความสะอาด

ปัจจุบันนวัตกรรม เจิม คิลเลอร์ บลัด และ สเกล แอนด์ ออยล์ รีมูฟเวอร์ เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กำกับดูแลโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และเป็นผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อที่สกัดจากธรรมชาติผลิตภัณฑ์เดียวในประเทศไทยที่นำไปใช้งานจริง รวมทั้งการนำไปใช้ฆ่าเชื้อไวรัสโรคมือเท้าปาก ซึ่งได้รับการตรวจรับรองจากคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล นอกจากนั้นแล้วยังมีการใช้ฆ่าเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ เช่น H5N1 ได้

สามารถติดต่อสั่งซื้อได้ที่ บริษัท คีนน์ จำกัด โทรศัพท์: 0-2747-2102


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: ข้อเท็จจริงของโรคโควิด – 19

เรื่องแนะนำ

ระบบต่างๆ ในร่างกาย: ระบบขับถ่ายของเสีย

เมื่อร่างกายเกิดกระบวนการเผาผลาญพลังงาน ร่างกายมีเกิดของเสียส่วนเกินขึ้น กลไลของร่างกายจะขับของเสียเหล่านั้น ผ่านระบบ การขับถ่ายของเสีย ในรูปต่างๆ ระบบขับถ่ายของเสีย เป็นระบบที่ร่างกายขับถ่ายของเสียออกจากระบบต่างๆ ในร่างกาย โดยขับของเสียออกในหลายรูปแบบ ได้แก่ ของเสียในรูปแก๊ส คือ ลมหายใจออก ของเหลว คือ เหงื่อและปัสสาวะ ของเสียในรูปของแข็ง คือ อุจจาระ การขับถ่ายของเสียทางลำไส้ใหญ่ การย่อยอาหารจะสิ้นสุดลงบริเวณรอยต่อระหว่างลำไส้เล็กกับลำไส้ใหญ่ เนื่องจากอาหารที่ลำไส้เล็กย่อยแล้วจะเป็นของเหลว หน้าที่ของลำไส้ใหญ่ส่วนต้น (Cecum) คือดูดซึมของเหลว น้ำ เกลือแร่ และน้ำตาลกลูโคส ที่ตกค้างอยู่ในกากอาหาร ส่วนลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย (Colon) จะเป็นที่พักกากอาหารซึ่งมีลักษณะกึ่งของแข็ง ลำไส้ใหญ่จะขับเมือกออกมาหล่อลื่นเพื่อให้อุจจาระเคลื่อนไปตามลำไส้ใหญ่ได้ง่ายขึ้น ถ้าลำไส้ใหญ่ดูดน้ำมากเกินไป เนื่องจากกากอาหารตกค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่หลายวัน จะทำให้กากอาหารแข็งจนนำไปสู่อาการท้องผูก (อ่านเพิ่มเติม: ระบบทางเดินอาหาร) การขับถ่ายของเสียทางปอด ปอดคืออวัยวะที่ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนก๊าซ น้ำ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นของเสียจากการเผาผลาญพลังงานระดับเซลล์ โดยอาศัยหลักการแพร่เข้าสู่ในเส้นเลือดฝอย แล้วลำเลียงด้วยระบบหมุนเวียนโลหิตไปยังปอด เกิดการแพร่ของน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่ถุงลมปอด แล้วเคลื่อนผ่านหลอดลมออกจากร่างกายทางจมูก อ่านเพิ่มเติม: ระบบทางเดินหายใจ  การขับถ่ายของเสียทางผิวหนัง เหงื่อเป็นของเสียที่ถูกขับออกทางผิวหนังของมนุษย์ผ่านทางรูขุมขน เหงื่อที่ถูกขับออกมาทางต่อมเหงื่อประกอบด้วยน้ำประมาณร้อยละ 99 สารประกอบอื่นๆ […]

น้ำบาดาล (Groundwater)

น้ำบาดาล เป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่มนุษย์ได้นำมาใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลาย ทั้งการอุปโภคและบริโภค และเป็นแหล่งน้ำสำคัญในหลายภูมิภาค น้ำบาดาล (Groundwater) คือ น้ำใต้ดินที่ถูกกักเก็บและสะสมอยู่ภายในช่องว่างและรอยแตกของชั้นหินและชั้นดินตะกอนลึกลงไปใต้พื้นดิน จากการหมุนเวียนของ “วัฏจักรน้ำ” (Hydrologic Cycle) ในธรรมชาติ ซึ่งมีจุดกำเนิดจากหยาดน้ำฟ้า (Precipitations) หรือน้ำในบรรยากาศ (Atmospheric Water) ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของน้ำฝน หิมะ เมฆหมอก หรือไอน้ำ ที่ตกลงสู่ผืนดินจนกลายเป็นน้ำผิวดิน (Surface Water) ให้กำเนิดแม่น้ำ ลำคลอง และมหาสมุทร น้ำผิวดินบางส่วนไหลลงสู่ใต้ดิน ซึมอยู่ภายในช่องว่างของเม็ดดินกลายเป็นน้ำในดินที่สามารถระเหยกลับไปเป็นน้ำฟ้าอีกครั้ง เมื่อถูกแสงแดดแผดเผา แต่ยังน้ำบางส่วนที่ไหลลึกลงไปสู่ชั้นหินและชั้นดินตะกอนด้านล่าง เติมเต็มช่องว่างและรอยแตกของชั้นหินเหล่านั้น จนกลายเป็นจุดกำเนิดของแหล่งน้ำใต้ดิน (Subsurface Water) หรือน้ำบาดาลนั่นเอง น้ำใต้ดินสามารถจำแนกออกเป็น 2 อาณาเขต คือ 1. เขตอิ่มอากาศ (Unsaturated Zone) คือ เขตที่ปริมาณของน้ำใต้ดินที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยมักแปรผันไปตามฤดูกาล ส่งผลให้เขตอิ่มอากาศจัดเป็นประเภทชั้นหินอุ้มน้ำแบบเปิด (Unconfined Aquifer) ซึ่งอยู่ลึกลงไปจากผิวดินไม่มากนัก นับเป็นส่วนของน้ำใต้ดินที่ยังคงมีช่องว่างหรือมวลอากาศแทรกอยู่ร่วมกับมวลของน้ำที่ถูกกักเก็บภายในชั้นหินใต้ดิน โดยเขตอิ่มอากาศยังสามารถแบ่งออกเป็น 3 […]

HandySense ระบบฟาร์มอัจฉริยะ (Smart Farm)

การเกษตรในประเทศไทยยังคงเป็นอาชีพที่หล่อเลี้ยงประชากรหลายล้านครัวเรือนทั่วประเทศ และยังเป็นสินค้าส่งออกที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศมาอย่างยาวนาน แต่เกษตรกรผู้ผลิตสินค้าจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ ที่ช่วยให้การเกษตรกรรมมีต้นทุนที่ลดลง และได้ผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้น HandySense ระบบฟาร์มอัจฉริยะ หรือ Smart Farm เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ประยุกต์และบูรณาการหลายศาสตร์มาใช้งานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปใช้งานในภาคเกษตรกรรมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งในการลดต้นทุน ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น และความสะดวกสบาย ซึ่งในประเทศไทยได้นำระบบนี้มาใช้งานจริงแล้วในหลายพื้นที่HandySense ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ NECTEC ศูนย์วิจัยภายใต้ สวทช. เป็นองค์กรวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง เปรียบเสมือน “เครื่องจักรสำคัญในการสร้างฐานรากทางเทคโนโลยีให้ประเทศ” รวมถึงเตรียมความพร้อมงานวิจัยเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยร่วมกับพันธมิตรผลักดันให้เกิดระบบนิเวศของการใช้เทคโนโลยีที่วิจัยและพัฒนาขึ้นให้เกิดประโยชน์ต่อคนหมู่มาก ที่ให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้เสมือนกับการเป็นสาธารณูปโภคที่ส่งให้ประชาชนทุกคนในบ้าน ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ กล่าว ในช่วงหลายปีปี่ที่ผ่านมา NECTEC ได้สนับสนุนงานและพัฒนางานวิจัยที่เกี่ยวกับระบบ Smart Farm มาโดยตลอด ปัจจุบัน NECTEC ได้เผยแพร่นวัตกรรมแฮนดีเซนส์ – HandySense ซึ่งเป็นอุปกรณ์ IoT (Internet of Thaings) เซนเซอร์ และแอปพลิเคชันควบคุมสภาวะแวดล้อมที่เป็นตัวแปรสำคัญในการเพาะปลูกของพืช โดยสามารถกำหนดตัวแปรควบคุมสภาวะแวดล้อม เพื่อให้ได้สภาวะที่เหมาะสมในกระบวนการเพาะปลูกมากที่สุด โดยอุปกรณ์สามารถใช้ได้ทั้งระบบการปลูกพืชในโรงเรือน และระบบการปลูกพืชกลางแจ้ง การทำงานของระบบ ระบบแฮนดีเซนส์ ทำงานร่วมกัน […]