หวนคืนสู่ดวงจันทร์ - National Geographic Thailand

หวนคืนสู่ดวงจันทร์

วิศกรหนุ่มสาวชาวอินเดียประจำที่ในห้องประชุมเฉพาะกิจซึ่งอยู่ภายในอดีตโกดังแบตเตอรีรถยนต์ใหญ่ทะมึนในเมืองบังคาลอร์ เบื้องหน้าคือชายหญิงอายุมากกว่าพวกเขาอยู่อักโข หลายคนเป็นผู้อาวุโสคนสำคัญของโครงการอวกาศที่เข้มแข็งอินเดีย นี่คือองค์การอวกาศแรกในทวีปเอเชียที่สามารถส่งยานไปโคจรรอบดาวอังคารได้ และการส่งดาวเทียม 104 ดวงจากการส่งจรวดครั้งเดียวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก็ทำลายสถิติโลกเดิมไปเกือบสามเท่า วัตถุอันเป็นจุดสนใจของทุกคนคือประดิษฐกรรมขนาดเล็กกลิ้งได้ขนาดพอๆกับเตาอบไมโครเวฟ

สมาชิกในทีมหนุ่มสาวอธิบายแผนการของพวกเขาที่จะส่งสิ่งประดิษฐ์ดังกล่าวขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวดในช่วงปลายปีนี้   โดยวางตำแหน่งเข้าสู่วงโคจรรอบดวงจันทร์ที่ไกลเกือบ 400,000 กิโลเมตร แล้วจึงนำลงจอดบนดวงจันทร์เพื่อให้ท่องไปทั่วภูมิประเทศอันทุรกันดาร  เหล่าวิศวกรในทีมอินดัส  (TeamIndus) บอกว่า บริษัทจะทำงานนี้ด้วยงบประมาณน้อยที่สุด ซึ่งน่าจะอยู่ที่ประมาณ 65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยทุนส่วนใหญ่มาจากนักลงทุนเอกชน

ทีมฮะคุโตะ/ญี่ปุ่น : เคียวโกะ โยะเนะซะวะ ทบทวนความก้าวหน้าของทีม ขณะเส้นตายของการส่งขึ้นใกล้เข้ามาทุกขณะ ในแผนที่วางไว้ โซะระโตะ รถสำรวจของญี่ปุ่น จะอาศัยไปดวงจันทร์กับจรวดและยานลงจอดของทีมอินดัส ความรักชาติและความหวังใน คนรุ่นใหม่ทำให้การมุ่งชิงรางวัลเอกซ์ไพรซ์เป็นเรื่องใหญ่ในญี่ปุ่น

เกือบ 50 ปีหลังการแข่งขันสู่ดวงจันทร์ครั้งแรกไปถึงจุดสูงสุด โดยสหรัฐฯและสหภาพโซเวียตต่างทุ่มงบประมาณภาครัฐจำนวนมหาศาลในการชิงกันส่งมนุษย์คนแรกไปเหยียบดวงจันทร์ การแข่งขันที่น่าติดตามครั้งใหม่ไปยังเพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุดของเราในอวกาศกำลังเริ่มต้นขึ้น คราวนี้ส่วนใหญ่ใช้ทุนของภาคเอกชนและด้วยต้นทุนที่ถูกลงอย่างมโหฬาร รางวัลที่ได้ทันทีคือรางวัลลูนาร์เอกซ์ไพรซ์ของบริษัทกูเกิล หรือจีแอลเอกซ์พี (Google Lunar XPrize: GLXP) ซึ่งจะมอบให้กับทีมชนะเลิศในกลุ่มผู้เข้ารอบสุดท้ายห้าทีมจากทั่วโลก ทีมเหล่านี้ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจากเอกชนจะพยายามนำพาหนะท่องดวงจันทร์ลงจอดและสามารถส่งภาพคุณภาพสูงกลับมายังโลกได้

การแข่งขันเพื่อชิงรางวัลลูนาร์เอกซ์ไพรซ์คือเกียรติภูมิของชาติ ทีมจากอิสราเอล ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ กับทีมนานาชาติอีกทีมหนึ่ง กำลังทุ่มเทเพื่อเกียรติยศครั้งนี้ เช่นเดียวกับอินเดีย เมื่อปีที่แล้ว หลายชาติร่วมขบวนอยู่ใน 16 ทีมที่รอดมาถึงรอบรองชนะเลิศ

ที่หลากหลายไม่แพ้ประเทศที่เข้าร่วม คือวิธีการและลักษณะการร่วมงานกันในเชิงพาณิชย์ซึ่งนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาพื้นฐานเฉพาะหน้าสามข้อ ได้แก่ การส่งขึ้นจากโลก การลงจอดบนดวงจันทร์ และการออกเดินทางเพื่อเก็บและส่งข้อมูล ในการรับมือกับความท้าทายข้อสุดท้าย สามทีมมีแผนจะใช้รถสำรวจเดิมแบบ แต่มีการดัดแปลงไปต่างๆกัน ขณะที่อีกสองทีมตั้งใจจะทำให้ยานลงจอดของตน “กระโดด” ให้ได้ระยะบังคับขั้นต่ำ 500 เมตรบนดวงจันทร์ แทนที่จะแล่นไปบนพื้นผิว

ทีมอินดัส/อินเดีย : เมื่อรถอีซีเอจอดนิ่ง ลักษมัณ เมอร์ที วิศวกร จึงได้หยุดพัก สมาชิกกว่าร้อยคนของทีมหวังผลอย่างอื่นที่มีค่ายิ่งกว่าเงินรางวัล “มีเด็กอัจฉริยะอยู่ในเมืองต่างๆ และในพื้นที่ห่างไกลของประเทศ” ศีลิกะ รวิชังการ์ สมาชิกคนหนึ่งในทีม บอก “เราจำเป็น ต้องทำให้พวกเขารู้ว่า อะไรก็เป็นไปได้”

ไม่ว่าทีมใดจะชนะการแข่งขันก็แทบมั่นใจได้เลยว่า พวกเขาต้องลงทุนไปมากกว่ารางวัลที่ได้มาหลายเท่า กระนั้นทุกทีมก็หวังว่าชื่อเสียงระดับโลกที่มาพร้อมกับชัยชนะจะช่วยให้การลงทุนได้ผลตอบแทนอย่างงามในที่สุด

โดยแก่แท้แล้ว การแข่งขันไปอวกาศครั้งใหม่ตั้งคำถามที่อาจฟังดูน่าขันในยุคสงครามเย็นช่วงทศวรรษ 1960 ซึ่งเป็นยุคที่สหรัฐฯ ยินดีทุ่มเงินกว่าร้อยละสี่ของงบประมาณประเทศเพื่อเอาชนะมหาอำนาจคู่แข่งในการเดินทางสู่ดวงจันทร์ คำถาม คือ เราสามารถทำเงินจากการไปอวกาศได้จริงๆหรือ  สำหรับคนหลากประเภท ทั้งผู้ประกอบการ นักวิทยาศาสตร์ นักมองอนาคต นักเผยแพร่แนวคิด เหล่านักฝัน คนเพี้ยน และอาจรวมถึงคนสติเฟื่องที่มีส่วนในอุตสาหกรรมอวกาศที่กำลังขยายตัว คำตอบอย่างกระตือรือร้นคือ ได้

เมื่อปี 1962 ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี กล่าวถ้อยคำอันโด่งดังเพื่อผลักดันอเมริกาให้ “เลือกไปดวงจันทร์ในทศวรรษนี้และทำเรื่องอื่นๆ ไม่ใช่เพราะเป็นเรื่องง่าย แต่เพราะทำได้ยาก” ปัจจุบัน บ๊อบ ริชาร์ดส์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของทีมมูนเอกซ์เพรสของสหรัฐฯให้เหตุผลอีกแบบว่า “เราเลือกไปดวงจันทร์ เพราะมันทำเงินได้ครับ”

ทีมอินดัส/อินเดีย : รถสำรวจรหัสอีซีเอ (ECA) ของทีมอินเดียซึ่งหนักเพียง 7.5 กิโลกรัม แต่ต้องแบกความภาคภูมิและความหวังของทั้งชาติ บนโครงผอมสูง กำลังอยู่ระหว่างการทดสอบที่เมืองบังคาลอร์ ลูกโป่งบรรจุฮีเลียมที่ผูกติดไว้ใช้จำลองความโน้มถ่วงของ ดวงจันทร์ ซึ่งเท่ากับหนึ่งในหกของโลก

แล้วริชาร์ดส์พูดถูกไหม นั่นไม่แน่ชัด อุปสรรคเป็นเรื่องปกติในธุรกิจอวกาศ และในความเป็นจริง หลายบริษัทจะทำเงินในช่วงแรกได้จากการทำสัญญากับรัฐเป็นหลัก แต่ริชาร์ดส์ทำนายว่า มหาเศรษฐีระดับล้านล้านคนแรกของโลกจะเป็นผู้ประกอบการอวกาศ  อาจเป็นคนที่ทำเหมืองฮีเลียม-3 บนดวงจันทร์ ก๊าซชนิดนี้หายากบนโลก แต่มีมากบนดวงจันทร์และมีศักยภาพสูงในฐานะแหล่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ฟิวชัน อันเป็นสุดยอดเทคโนโลยีพลังงานที่นักวิทยาศาสตร์พยายามสร้างมาหลายสิบปี หรือโชคมหาศาลอาจได้จากดาวเคราะห์น้อยหรือวัตถุใกล้โลกชนิดอื่น ซึ่งเทคโนโลยีหุ่นยนต์อาจช่วยขุดทอง เงิน ทองคำขาว ไทเทเนียม และธาตุมีค่าอื่นๆ กลับมาอย่างเหลือคณานับ

“บนนั้นมีเช็ค 20 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐรอขึ้นเงินอยู่นะครับ!” ปีเตอร์ เดียแมนดิส แพทย์และวิศวกรผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทแพลเนแทรีรีซอร์เซสซึ่งสนับสนุนโดยเจมส์ แคเมรอน ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง อวตาร (Avatar) และมหาเศรษฐีในวงการเทคโนโลยีอีกหลายคน แพลเนแทรีรีซอร์เซสซื้อบริษัทแอสเทอแรงก์ (Asterank) ในปี 2013 เว็บไซต์ของแอสเทอแรงก์เผยแพร่ข้อมูลวิทยาศาสตร์และประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจของการทำเหมืองบนดาวเคราะห์น้อยกว่า 600,000 ดวง

ซีเนอร์จีมูน : เอริก รีดี ช่างเทคนิค พินิจแบบจรวดอยู่ที่บริษัทอินเตอร์ออร์บิทัลซิสเทมส์ หรือไอโอเอส (Interorbital Systems: IOS) ผู้สนับสนุนทีมนานาชาติทีมนี้ เป้าหมายของไอโอเอสคือการเป็นผู้ให้บริการส่งขึ้นต้นทุนต่ำที่สุดในอุตสาหกรรมอวกาศเอกชน

เดียแมนดิสยังเป็นผู้ก่อตั้งและประธานบริหารของมูลนิธิเอกซ์ไพรซ์ (XPrize Foundation) ซึ่งสนับสนุนการแข่งขันชิงรางวัลรายการอื่นที่มุ่งผลักพรมแดนแห่งประดิษฐกรรมและเทคโนโลยีในสาขาวิชาหลากหลาย เช่น ปัญญาประดิษฐ์ คณิตศาสตร์ พลังงาน และสาธารณสุขโลก แชนดา กอนซาเลซ-เมาเรอร์ ผู้อำนวยการอาวุโสของมูลนิธิ บอกว่า การขับเคลื่อนทั้งหมดของรางวัลลูนาร์เอกซ์ไพรซ์คือการช่วยแผ้วถางเส้นทางไปสู่ “ยุคใหม่แห่งการเข้าถึงดวงจันทร์และเลยไปกว่านั้นในราคาที่รับได้”

เรื่อง แซม โฮวี เวอร์โฮเวก

ภาพถ่าย แวงซอง ฟูร์นีเย

 

อ่านเพิ่มเติม : งานวิจัยชิ้นใหม่เปิดเผยว่า ดวงจันทร์อาจมีน้ำมากกว่าที่เคยคิดกันมาก20 ภาพถ่ายน่าทึ่งในโอกาสครบ 20 ปี ของการส่งรถสำรวจขึ้นไปปฏิบัติภารกิจ บนดาวอังคาร

เรื่องแนะนำ

กลุ่มดาวหมีใหญ่ (Ursa Major)

กลุ่มดาวหมีใหญ่ เรื่องเล่า ตำนาน และความจริงเกี่ยวกับกลุ่มดาวที่พบเห็นได้ง่ายที่สุด กลุ่มดาวหมีใหญ่ (Ursa Major) หรือที่คนไทยรู้จักกันในนามของ “กลุ่มดาวจระเข้” เป็นกลุ่มของดาวฤกษ์ที่พบเห็นได้ง่ายที่สุดในบรรดากลุ่มดาวสากล (Constellations) ทั้ง 88 กลุ่มของโลก เนื่องจากมีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มดาวทางฝั่งซีกฟ้าเหนือและใหญ่เป็นลำดับที่ 3 ของกลุ่มดาวทั้งหมดในน่านฟ้าโลก กลุ่มดาวหมีใหญ่มีขนาดเป็นรองเพียงกลุ่มดาวงูไฮดรา (Hydra) และกลุ่มดาวหญิงพรหมจารี (Virgo) หรือกลุ่มดาวราศีกันย์ในฝั่งซีกฟ้าใต้ โดยครอบคลุมพื้นที่ราว 1,280 ตารางองศา หรือคิดเป็นร้อยละ 3.10 ของทรงกลมท้องฟ้า (Celestial sphere) ทั้งหมด นอกจากนี้ กลุ่มดาวหมีใหญ่ยังเป็นกลุ่มดาวที่สามารถพบเห็นได้ตลอดทั้งปี และจะปรากฏขึ้นชัดเจนที่สุดบนท้องฟ้าช่วงค่ำในฤดูใบไม้ผลิของทางฝั่งซีกโลกเหนือ ซึ่งผู้ที่อาศัยอยู่ทางฝั่งซีกโลกใต้มีโอกาสพบเห็นกลุ่มดาวหมีใหญ่ได้เช่นเดียวกัน แต่กลุ่มดาวที่ปรากฏอาจไม่ชัดเจน หรือโดดเด่นเท่ากับการมองจากฝั่งซีกโลกเหนือ อ่านเพิ่มเติม : การกำเนิดดาวสฤกษ์ในระบบสุริยะ  องค์ประกอบของกลุ่มดาวหมีใหญ่ กลุ่มดาวหมีใหญ่เป็นกลุ่มดาวที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักอย่างมาก เนื่องจากดาวฤกษ์ที่สว่างจ้า 7 ดวง เรียงตัวกันเป็นรูปกระบวย หรือที่เรียกกันว่า ดาวกระบวยใหญ่ (Big Dipper) เป็นส่วนหนึ่งในองค์ประกอบของกลุ่มดาว โดยที่ดาวฤกษ์ทั้ง 7 ดวงนี้ ไม่ได้เป็น […]

แกะสามารถจดจำใบหน้าคนได้

คุณจำหน้าคนเก่งแค่ไหน? หากใช่ คุณอาจจะต้องแปลกใจที่พบว่าสัตว์เองก็มีความสามารถในลักษณะนี้เช่นกัน ที่มหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ นักสรีรศาสตร์ได้ทำการทดลองกับแกะ ผลการทดลองทำให้พวกเขาประหลาดใจเพราะแกะที่ดูเอื่อยเฉื่อยเหล่านี้มีความสามารถในการจดจำใบหน้าเช่นเดียวกับมนุษย์และไพรเมตอื่นๆ พวกเขาทำการทดลองโดยฉายภาพใบหน้าของมนุษย์ 2 ใบหน้าเปรียบเทียบกัน และใช้รางวัลเป็นตัวล่อให้แกะเลือก 80% ของแกะที่เข้าร่วมการทดลองเลือกใบหน้าได้ถูกต้อง และเมื่อทีมวิจัยลองเปลี่ยนภาพเป็นภาพใหม่ของใบหน้าคนดังคนเดิมพวกเขาพบว่าแกะเลือกได้ถูกต้องแม่นยำน้อยลง แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่จดจำความต่างของใบหน้าได้ใกล้เคียงกับมนุษย์ สุดท้ายนี้ทีมนักวิจัยฉายภาพของผู้ฝึกพวกมันขึ้นเคียงกับใบหน้าแปลกหน้า และพบว่าแกะเลือกใบหน้าคุ้นเคยกว่าคือหน้าของผู้ฝึก ข้อมูลที่ได้นี้จะถูกนำไปพัฒนา ซึ่งนักวิจัยคาดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาและป้องกันภาวะความจำเสื่อมในมนุษย์ เช่น โรคฮันติงตัน โรคที่เกิดจากการเสื่อมของระบบประสาทส่วนกลาง/สมอง จนทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมเป็นต้น   อ่านเพิ่มเติม : วิทยาศาสตร์ว่าด้วยการจูบ, วิทยาศาสตร์ว่าด้วยการร้องไห้

ระบบต่างๆ ในร่างกาย: ระบบขับถ่ายของเสีย

เมื่อร่างกายเกิดกระบวนการเผาผลาญพลังงาน ร่างกายมีเกิดของเสียส่วนเกินขึ้น กลไลของร่างกายจะขับของเสียเหล่านั้น ผ่านระบบ การขับถ่ายของเสีย ในรูปต่างๆ ระบบขับถ่ายของเสีย เป็นระบบที่ร่างกายขับถ่ายของเสียออกจากระบบต่างๆ ในร่างกาย โดยขับของเสียออกในหลายรูปแบบ ได้แก่ ของเสียในรูปแก๊ส คือ ลมหายใจออก ของเหลว คือ เหงื่อและปัสสาวะ ของเสียในรูปของแข็ง คือ อุจจาระ การขับถ่ายของเสียทางลำไส้ใหญ่ การย่อยอาหารจะสิ้นสุดลงบริเวณรอยต่อระหว่างลำไส้เล็กกับลำไส้ใหญ่ เนื่องจากอาหารที่ลำไส้เล็กย่อยแล้วจะเป็นของเหลว หน้าที่ของลำไส้ใหญ่ส่วนต้น (Cecum) คือดูดซึมของเหลว น้ำ เกลือแร่ และน้ำตาลกลูโคส ที่ตกค้างอยู่ในกากอาหาร ส่วนลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย (Colon) จะเป็นที่พักกากอาหารซึ่งมีลักษณะกึ่งของแข็ง ลำไส้ใหญ่จะขับเมือกออกมาหล่อลื่นเพื่อให้อุจจาระเคลื่อนไปตามลำไส้ใหญ่ได้ง่ายขึ้น ถ้าลำไส้ใหญ่ดูดน้ำมากเกินไป เนื่องจากกากอาหารตกค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่หลายวัน จะทำให้กากอาหารแข็งจนนำไปสู่อาการท้องผูก (อ่านเพิ่มเติม: ระบบทางเดินอาหาร) การขับถ่ายของเสียทางปอด ปอดคืออวัยวะที่ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนก๊าซ น้ำ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นของเสียจากการเผาผลาญพลังงานระดับเซลล์ โดยอาศัยหลักการแพร่เข้าสู่ในเส้นเลือดฝอย แล้วลำเลียงด้วยระบบหมุนเวียนโลหิตไปยังปอด เกิดการแพร่ของน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่ถุงลมปอด แล้วเคลื่อนผ่านหลอดลมออกจากร่างกายทางจมูก อ่านเพิ่มเติม: ระบบทางเดินหายใจ  การขับถ่ายของเสียทางผิวหนัง เหงื่อเป็นของเสียที่ถูกขับออกทางผิวหนังของมนุษย์ผ่านทางรูขุมขน เหงื่อที่ถูกขับออกมาทางต่อมเหงื่อประกอบด้วยน้ำประมาณร้อยละ 99 สารประกอบอื่นๆ […]

NGT x SaySci Ep.11 “ไขมันทรานส์ วายร้ายที่แฝงอยู่ในอาหาร”

งานวิจัยหลายชิ้นรายงานว่า หากเราลดการบริโภคไขมันทรานส์ในอาหาร จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจ แต่มันช่วยได้อย่างไรและทำไม? มาไขข้อกระจ่างเกี่ยวกับไขมันทรานส์กัน...