โครงการ THEOS - 2 : บทสัมภาษณ์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวันนี้

บทสัมภาษณ์เกี่ยวกับโครงการ THEOS-2

โครงการ THEOS – 2 เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขนาดใหญ่

เพื่อให้ประเทศไทยได้มีระบบวางแผน ระบบการตัดสินใจ ระบบการติดตาม ระบบการวิเคราะห์ และระบบการรายงานข้อมูลสถานการณ์เชิงพื้นที่ของประเทศอย่างละเอียด ทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งจะทำให้การบริหารจัดการในทุกพื้นที่ของประเทศมีประสิทธิภาพและเท่าเทียมกัน โครงการ THEOS – 2

THEOS-2 จะสานต่อภารกิจจากดาวเทียมไทยโชตที่กำลังจะหมดอายุการใช้งานในเร็วๆ นี้ รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการพัฒนา และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่องในทุกด้าน หรือกล่าวได้ว่าข้อมูลจากดาวเทียมและภูมิสารสนเทศของระบบ THEOS-2 จะช่วยให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถวางนโยบายในการพัฒนาประเทศได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

โครงการ THEOS - 2

นอกจากนี้ THEOS-2 ยังมีองค์ประกอบที่สำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ได้แก่

1. ระบบผลิต บริการภาพถ่าย และภูมิสารสนเทศจากภาพถ่ายดาวเทียมกว่า 30 ดวง
2. ระบบประยุกต์ใช้งานแผนที่และภูมิสารสนเทศจากภาพถ่ายดาวเทียมตามภารกิจของหน่วยปฏิบัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
3. โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการใช้งานภูมิสารสนเทศจากดาวเทียม
4. การพัฒนาขีดความสามารถในการสร้างดาวเทียมและอุตสาหกรรมอวกาศของประเทศ รวมถึงการพัฒนาดาวเทียมเล็กที่วิศวกรดาวเทียมไทยร่วมพัฒนา และถือเป็นนวัตกรรมอวกาศสัญชาติไทย เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถและพื้นฐานของอุตสาหกรรมอวกาศของประเทศให้เป็นที่ประจักษ์ในอาเซียน

โครงการ THEOS - 2

Q : ความเป็นมาของโครงการ

A : ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA กล่าวว่า ประเทศไทยต้องการผลักดันเทคโนโลยีที่ทันสมัยสำหรับการพัฒนาประเทศ GISTDA ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องเทคโนโลยีดาวเทียม จึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการพัฒนาประเทศด้วย และปัจจุบัน ดาวเทียมไทยโชตได้ปฏิบัติงานเกินอายุการใช้งานที่ประเมินไว้แล้ว จึงจำเป็นต้องมีดาวเทียมดวงใหม่ทดแทน

เป้าหมายหลักสำคัญของโคงการ THEOS -2 เพื่อพัฒนาและต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานของหน่วยงานต่างๆ และปฏิรูประบบตัดสินใจและบริหารเชิงพื้นที่ของประเทศ ทั้งในเรื่องของการพัฒนาและนำส่งดาวเทียม การพัฒนาระบบผลิตภาพถ่ายและบริการภูมิสารสนเทศ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การพัฒนาขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมและบริการด้านเทคโนโลยีอวกาศ รวมถึงระบบประยุกต์การใช้งาน 6 ด้านได้แก่ ด้านน้ำ ด้านการเกษตร ด้านภัยพิบัติ ด้านความมั่นคง ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และด้านการจัดการเมือง ซึ่งจะทำให้เกิดความต่อเนื่องจากการประยุกต์ใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ

Q : การศึกษาผลกระทบก่อนเริ่มโครงการ THEOS-2

A : ก่อนเริ่มโครงการ GISTDA ได้ศึกษาผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบมาแล้ว โดยการใช้ประโยชน์จากโครงการ THEOS-2 สามารถนำมาประยุกต์ได้โดยตรง ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการไปจนถึงระดับนโยบายของประเทศ

โครงการ THEOS-2 เป็นการพัฒนาแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำคือ ตัวดาวเทียมและการนำส่ง กลางน้ำคือ ระบบคลังข้อมูลและบริการภาพถ่าย และผลิตภัณฑ์เพิ่มค่าที่ได้จากการแปลภาพถ่ายดาวเทียม และปลายน้ำคือ ระบบประยุกต์ใช้งานของหน่วยงานตามภารกิจต่าง ๆ ของประเทศ

โครงการ THEOS - 2

นอกจากนี้ยังต้องมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ๆ การพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการพัฒนาขีดความสามารถของหน่วยงานวิจัย และสร้างนวัตกรรมรวมถึงผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมอวกาศและดาวเทียมของประเทศ และจะนำไปสู่ผลกระทบทางอ้อมที่ทำให้เกิดการจ้างงานในระบบเศรษฐกิจอวกาศมากขึ้น

GISTDA ได้ความต้องการของผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้องโดยแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ

1. กลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูงเพื่อวางแผนบริหารจัดการด้านต่างๆ ซึ่งดาวเทียมหลักของ THEOS-2 สามารถถ่ายภาพวัตถุที่มีขนาดใหญ่กว่า 50 เซนติเมตรที่อยู่บนพื้นโลกได้

2. กลุ่มผู้ใช้ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างขั้นพื้นฐาน เช่น บริษัทผลิตชิ้นส่วนอุตาสกรรมการบินและอวกาศ และมหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตรเทคโนโลยีดาวเทียมและอวกาศ เป็นต้น

3. ผู้ใช้ที่ต้องการข้อมูลจากแอปพิลเคชันอันเกิดจากการบูรณาการข้อมูลจากดาวเทียม THEOS-2

โครงการ THEOS - 2

ในโครงการ THEOS-2 ประกอบด้วยดาวเทียมหลัก 1 ดวง และดาวเทียมเล็ก 1 ดวง สถานีควบคุมภาคพื้นดิน โรงงานประกอบดาวเทียม AIT อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี แอปพลิเคชัน และระบบ Actionable Intellegence Policies หรือ AIP รวมถึงซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และทรัพยากรบุคคลที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อการทำงานด้านเทคโนโลยีดาวเทียม

Q : ความคิดเห็นจากระดับนโยบาย

A : นางสาวระวีวรรณ นุชประมูล ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์ กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มต้นมีความเห็นจากมิตินโยบายคือ โครงการ THEOS-2 เป็นโครงการที่มีมูลค่าสูง คณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติในช่วงนั้น จึงมีข้อคิดเห็นว่าควรเป็นโครงการของประเทศ เพื่อสานต่อภารกิจจากดาวเทียมไทยโชตที่หมดอายุการใช้งาน รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการพัฒนา และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเพื่อการพัฒนาประเทศ อย่างต่อเนื่องในทุกด้าน

โครงการ THEOS - 2
นางสาวระวีวรรณ นุชประมูล ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์

หน่วยงานระดับนโยบายอีกหนึ่งหน่วยงานที่มีความสำคัญมากคือ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งโครงการ THEOS-2 ได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาความเหมาะสม ความคุ้มค่า และประโยชน์ที่ครอบคลุมในเชิงพัฒนา โดยคณะกรรมบริหารสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ให้คำแนะนำต่างๆ และพิจารณากันอย่างหนัก และเสนอข้อคิดเห็นสำคัญๆ ดังนี้

1. การใช้ประโยชน์ให้ต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุม สังคม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง

2. พัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรด้านการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ

3. สร้างการวิจัยและพัฒนาเพื่อขยายขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีไปยังหน่วยงานอื่นๆ เช่น มหาวิทยาลัย และบริษัทเอกชน ให้ประเทศไทยสามารถลดการนำเข้าชิ้นส่วนเทคโนโลยีดาวเทียมและอวกาศ และพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น

หลังจากนั้น เมื่อโครงการได้ผ่านเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแล้ว ทางคณะรัฐมนตรีก็เห็นชอบกับความคิดเห็นของหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องการข้อมูลจากดาวเทียม THEOS-2 ไปใช้ประโยชน์

โครงการ THEOS - 2

กระบวนทั้งหมดเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2558 ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีเมื่อปีเดือนมีนาคมปี 2560 จากนั้น GISTDA จึงได้ดำเนินกระบวนการจัดจ้างผู้ผลิต โดยมีผู้ประกอบเสนอพิจารณาเข้ามา 5 บริษัท และคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างได้เห็นชอบพิจารณาเลือกบริษัท AIRBUS เพื่อผลิตดาวเทียม THEOS-2 รวมทั้งเป็นบริษัทที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบุคลากรไทย คณะกรรมการฯ ได้คัดเลือกด้วยเหตุผลด้านความเหมาะสม คุ้มราคา และความเป็นมืออาชีพในธุรกิจการบินอากาศ และการบินอวกาศ รวมถึงเป็นบริษัทที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

Q : การสร้างความเข้าใจต่อสาธารณะ

A : ดร.เชาวลิต ศิลปทอง ที่ปรึกษาของ GISTDA กล่าวว่า โครงการ THEOS-2 ได้เริ่มดำเนินการมาก่อนที่ พรบ. การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารงานพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 จะบังคับใช้ ดังนั้น การกำหนดวิธีการและขั้นตอนในการจัดซื้อจัดจ้างจึงเป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหาร GISTDA ซึ่งคณะกรรมการบริหารก็ได้ให้ความเห็นชอบต่อ Instructions To Bidders หรือ ITB ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับวิธีการและขั้นตอนในการจัดซื้อจัดจ้าง โดยได้มีการประกาศและจัดประชุมเพื่อชี้แจงและตอบข้อซักถามแก่ผู้ซื้อซองทุกรายไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2560

เนื่องจาก โครงการ THEOS-2 เป็นโครงการพัฒนาที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในหลายด้าน และไม่ได้มีเป็นแบบสำเร็จรูปในท้องตลาด แต่ต้องพัฒนาและบูรณาการเพื่อตอบโจทย์ที่มีความเฉพาะสำหรับประเทศไทย GISTDA จึงได้ใช้แนวทางการจัดหาโดยวิธีประกวดราคาแบบนานาชาติ (International Competitive Bidding: ICB) ซึ่งเปิดโอกาสให้หน่วยงานทั้งของรัฐและเอกชนจากทุกประเทศที่มีศักยภาพสามารถเข้าแข่งขันได้อย่างเท่าเทียม

อย่างไรก็ตาม GISTDA มีเจตนารมณ์ในการทำงานตามหลักความโปร่งใส จึงได้เลือกสมัครเข้าโครงการจัดทำข้อตกลงคุณธรรมของกรมบัญชีกลาง ซึ่งเป็นนโยบายภาคสมัครใจของรัฐบาล เพื่อความโปร่งใสในการดำเนินการ ซึ่งคณะผู้สังเกตการณ์ภายใต้ข้อตกลงคุณธรรมได้สอบถามและขอข้อมูลของโครงการฯ ในแง่มุมต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง GISTDA ไม่เคยเพิกเฉย และได้ทำการชี้แจงข้อเท็จจริงในทุกประเด็น รวมทั้งให้ความร่วมมือทุกครั้งในการมอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแก่คณะผู้สังเกตการณ์ ซึ่งรวมถึงข้อมูลที่ห้ามเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก เนื่องจากอาจจะส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

นับตั้งแต่การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 GISTDA ก็เริ่มเป็นที่กล่าวถึงเกี่ยวกับการใช้งบประมาณโครงการฯ ซึ่ง GISTDA ขอชี้แจงว่า โครงการฯ ได้รับการอนมุติตั้งแต่ปี 2018 ก่อนเหตุการณ์ระบาดใหญ่ และได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปีนี้ ซึ่งงบประมาณในโครงการฯ ได้ถูกจัดสรรโดยเป็นไปตามแผนที่วางไว้ตั้งแต่เริ่มโครงการ

Q : ความคืบหน้าของโครงการ THEOS-2

A : ดร.พรเทพ นวกิจกนก ผู้อำนวยการสำนักโครงการ THEOS-2 กล่าวว่า ปัจจุบัน การดำเนินโครงการ THEOS-2 มีความคืบหน้าไปมาก ตอนนี้สำเร็จไปกว่าร้อยละ 80 ของแผนงานที่วางไว้แล้ว

ดร.พรเทพ นวกิจกนก

โดยการดำเนินงานของระบบ THEOS-2 นั้นแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ การพัฒนาแอปพลิเคชันภูมิสารสนเทศจากภาพถ่ายดาวเทียม และส่วนที่สองคือการสร้างดาวเทียม ซึ่งประกอบด้วยดาวเทียมหลัก 1 ดวง ผลิตโดยบริษัท AIRBUS และดาวเทียมเล็กอีก 1 ดวง โดยขณะนี้ ดาวเทียมหลักอยู่ระหว่างการประกอบและทดสอบดาวเทียมให้เรียบร้อย และในเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ได้เริ่มตรวจสอบความพร้อมของดาวเทียมเพื่อการนำส่งไปปฏิบัติการบนอวกาศ

สำหรับดาวเทียมเล็ก ขณะนี้อยู่ในขั้นของการตรวจสอบระบบก่อนนำไปทดสอบด้านสภาวะแวดล้อมในการทำงานจริง (Environment Test) ซึ่งเมื่อทดสอบเสร็จสิ้นแล้ว ดาวเทียมเล็กจะถูกส่งมาทดสอบเพิ่มเติมที่อาคารประกอบทดสอบดาวเทียม หรืออาคาร AIT อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

Q : การทำงานของวิศวกรดาวเทียมไทยในต่างประเทศ

A : ดาวเทียมเล็กจะเป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากรดวงแรกของประเทศไทยที่มีมาตรฐานในระดับ industrial grade ที่สร้างโดยทีมวิศวกรดาวเทียมของไทยกว่า 20 คน ซึ่งได้ร่วมออกแบบกับทางบริษัท Surrey Satellite Technology Ltd. สหราชอาณาจักร และสร้างตัวดาวเทียมที่มีขนาดประมาณ 100-110 กิโลกรัม โดยมีบริษัทเอกชนสัญชาติไทย ที่ผลิตอุปกรณ์การบิน ได้เข้ามามีบทบาทการผลิตชิ้นส่วนดาวเทียมด้วย โดยได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ

สิ่งสำคัญที่ทีมวิศวกรดาวเทียมของไทยได้รับในครั้งนี้ก็คือ เทคโนโลยีและองค์ความรู้ทางด้านอวกาศจากองค์กรต่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญ ความชำนาญ และมีชื่อเสียงระดับโลก เพื่อนำกลับมาถ่ายทอดในประเทศ ซึ่งเป็นการ training for the trainer ในเรื่องเทคโนโลยีอวกาศ เพื่อเสริมสร้างกำลังคนไว้รองรับการพัฒนาด้านอวกาศ ทำให้ประเทศไทยสามารถต่อยอดและพัฒนาโครงการต่างๆ ด้านอวกาศได้เอง โดยใช้บุคลากรไทยและองค์ความรู้ที่พัฒนาขึ้นเองโดยคนไทย

โครงการ THEOS - 2

นอกจากภารกิจของดาวเทียมเล็กในด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีอวกาศข้างต้นแล้ว ดาวเทียมเล็กดวงนี้ยังทำหน้าที่เสริมการบันทึกภาพบนพื้นผิวโลกให้กับดาวเทียมดวงต่างๆ ที่ GISTDA ให้บริการ เป็นการเพิ่มฐานข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมที่จะเป็นประโยชน์ต่อการประยุกต์ใช้งานด้านต่างๆ อีกมากมาย ทั้งนี้ ดาวเทียมดังกล่าวจะถูกส่งขึ้นสู่อวกาศภายในปี 2022 และจะมีอายุการใช้งานอย่างน้อย 3 ปี

Q : ประเทศจะได้อะไรจากโครงการ THEOS-2

A : ดร.พรเทพ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญของโครงการ THEOS-2 คือ

1. ประเทศไทยจะได้ใช้ข้อมูลจากเทคโนโลยีดาวเทียมอย่างต่อเนื่องที่จะเป็นแหล่งข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการวางแผนพัฒนาประเทศ

2. ระหว่างการพัฒนาและสร้างดาวเทียมฯ ประเทศไทยได้ส่งบุคลากรเข้าร่วมเรียนรู้และรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีดาวเทียม เราจึงได้บุคลากรที่มีขีดความสามารถสูงขึ้นในการทำงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีอวกาศ นอกจากนี้ยังมีบริษัทไทยที่เข้าร่วมการผลิตชิ้นส่วนดาวเทียมดวงเล็กในโครงการฯ

โครงการ THEOS - 2

3. หลังจากการปล่อยดาวเทียมไปประจำการบนอวกาศแล้ว ประเทศไทยจะมีข้อมูลภูมิสารสนเทศ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในเชิงนโยบายของประเทศ และการบริหารที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเชิงพื้นที่

4. ในปัจจุบัน เรื่องของเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบโดยตรงถึงประชาชนทุกคน ดังนั้น โครงการ THEOS-2 จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สนับสนุนคุณภาพชีวิตของประชาชนได้

และในวันนี้ ดาวเทียมไทยโชตเริ่มอ่อนแรง จึงทำให้ประเทศไทยเกิดการพัฒนาระบบดาวเทียมสำรวจขึ้นอีกครั้ง ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศของไทย โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและจำเป็นที่เอื้อต่อการนำไปใช้ประโยชน์จากทุกภาคส่วน การพัฒนาบุคลากรในประเทศ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในหลากหลายด้าน และสอดรับกับนโยบาย BCG economy เพื่อประโยชน์ทั้งหมด เป็นของชาติและประชาชน

สัมภาษณ์และเรียบเรียง ณภัทรดนัย
ภาพถ่าย GISTDA

ติดตามความคืบหน้าของโครงการ THEOS-2 ได้ที่ gista.or.th


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : การกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก (Geographic Coordinate System)

เรื่องแนะนำ

ซากดึกดำบรรพ์ หรือฟอสซิล (Fossil)

จากการค้นพบ ซากดึกดำบรรพ์ ล่าสุดในประเทศไทย กลายเป็นกระแสไปทั่วโลกออนไลน์ ปลุกกระแสวงการบรรพชีวินในประเทศไทยขึ้นอีกครั้ง ซากดึกดำบรรพ์ หรือ “ฟอสซิล” (Fossil) คือ หินที่เก็บรักษาซากสิ่งมีชีวิตโบราณหรือร่องรอยของการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์ แบคทีเรีย ส่วนของละอองเกสร หรือแม้แต่รอยเท้าต่าง ๆ ซึ่งถูกแปรสภาพและเก็บรักษาไว้ด้วยกระบวนการทางธรรมชาติในชั้นหินใต้เปลือกโลก ก่อนจะกลายมาเป็นหลักฐานทางธรณีวิทยาที่สำคัญให้เราได้ทำการศึกษาและทำความเข้าใจต่อโลกและสิ่งมีชีวิตในอดีต ซากสิ่งมีชีวิตจะกลายเป็นซากดึกดำบรรพ์ เมื่อมีอายุตั้งแต่ 1 หมื่นปีขึ้นไป ดังนั้น ซากดึกดำบรรพ์ที่ถูกขุดพบสามารถแสดงร่องรอยของสิ่งมีชีวิต ตั้งแต่บรมยุคอาร์เคียน (Archean Eon) เมื่อเกือบ 4 พันล้านปีก่อนเรื่อยมาจนถึงยุคสมัยโฮโลซีน (Holocene Epoch) ซึ่งเป็นยุคสมัยของเรา ซากดึกดำบรรพ์ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดที่เคยถูกขุดพบ คือ ซากของสาหร่ายโบราณที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรเมื่อราว 3 พันล้านปีก่อน สำหรับประเทศไทย กรมทรัพยากรธรณีเป็นหน่วยงานหลักที่ศึกษาและรับผิดชอบเรื่องซากดึกดำบรรพ์ ที่ผ่านมาค้นพบซากฟอสซิลที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ทางบรรพชีวินวิทยา ทั้งซากดึกดำบรรพ์ของพืชและสัตว์ จากข่าวล่าสุดในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา รายงานพบซากดึกดำบรรพ์ของ “ไครนอยด์” (Crinoid) หรือพลับพลึงทะเล สัตว์ทะเลโบราณในมหายุคพาลีโอโซอิก (Paleozoic […]

พอลิเมอร์ ในชีวิตประจำวัน

วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันของมนุษย์ยุคปัจจุบันล้วนเกี่ยวข้องกับ พอลิเมอร์ และมันได้แทรกเข้าไปอยู่ในทุกกิจกรรมของมนุษย์ตั้งแต่ถุงพลาสติก ไปจนถึงลิ้นหัวใจเทียมที่ช่วยให้ผู้ป่วยยังมีชีวิตต่อไปได้ พอลิเมอร์ (Polymer) คือ สารประกอบโมเลกุลใหญ่ที่ประกอบขึ้นจาก “มอนอเมอร์” (Monomer) หรือหน่วยเล็ก ๆ ของสารจำนวนหลายพันหลายหมื่นหน่วยที่มีลักษณะซ้ำ ๆ กันเชื่อมต่ออยู่ภายในโมเลกุลด้วยพันธะโคเวเลนต์ (Covalent Bond) โดยมอนอเมอร์แต่ละชนิดจะเชื่อมต่อกันเป็นสารขนาดใหญ่ได้ ต้องผ่านกระบวนการสร้างสารหรือปฏิกิริยาที่เรียกว่า Polymerization ภายใต้สภาวะแวดล้อมและปัจจัยต่าง ๆ เช่น ตัวเร่งการเกิดปฏิกิริยา อุณหภูมิ และความดัน เป็นต้น แหล่งกำเนิดพอลิเมอร์ 1. พอลิเมอร์จากธรรมชาติ (Natural Polymer) คือ สารประกอบที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ทั้งสารอินทรีย์ อย่างแป้ง ไกลโคเจน เซลลูโลส หรือสารอนินทรีย์ อย่างแร่ซิลิเกต หรือทรายซิลิกา 2. พอลิเมอร์จากกระบวนการสังเคราะห์ (Synthetic Polymer) คือ สารประกอบที่เกิดขึ้นจากการสังเคราะห์ของมนุษย์ผ่านปฏิกิริยาเคมีต่าง ๆ เช่น พลาสติก ยางสังเคราะห์ และเส้นใยสังเคราะห์ เป็นต้น พอลิเมอร์สามารถจำแนกออกเป็น […]