กัญชาใช้รักษา โควิด-19 อย่างไร - National Geographic Thailand

กัญชาใช้รักษา โควิด-19 อย่างไร

กัญชาใช้รักษา โควิด-19 อย่างไร

จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้มีการคิดค้นวิธีการป้องกันและบรรเทาอาการจากโรคติดเชื้อโควิด-19 มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทดลองและคิดค้นวัคซีนหลายชนิด การใช้สมุนไพรพื้นบ้านหรือยาต่างๆ เพื่อบรรเทาอาการ เช่นฟ้าทะลายโจรซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีการกล่าวถึงอย่างแพร่หลายในช่วงนี้ เนื่องจากมีงานวิจัยที่รับรองแล้วว่า ฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรมีสรรพคุณมากมาย คือ มีกลไกในการต้านไวรัสเข้าสู่เซลล์ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสที่ปอด ช่วยขับเหงื่อและบรรเทาอาการ ไข้ ไอ เจ็บคอ เป็นต้น แต่ควรใช้ในปริมาณที่พอเหมาะและอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

และอีกหนึ่งสมุนไพรที่มีอยู่มาอย่างยาวนาน ซึ่งแม้จะได้ชื่อว่าเป็นยาเสพติดแต่ในทางกลับกัน สรรพคุณของสมุนไพรชนิดนี้มีประโยชน์เป็นอย่างมากหากมีการนำไปใช้อย่างถูกวิธี นั่นคือ “กัญชา”

กัญชา, โควิด
ที่บริษัท LivWell ณ เมืองเดนเวอร์ มีการปลูกกัญชาในร่มขนาดใหญ่ คนงานกำลังคัดสรรเอาใบกัญชาออกเพื่อตกแต่งและคัดแยกระหว่างนำไปใช้เพื่อการแพทย์และเพื่อสันทนาการ ภาพถ่ายโดย LYNN JOHNSON

หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่ากัญชาคืออะไร แต่กัญชาก็เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่สามารถช่วยรักษา บรรเทาและป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 ได้เช่นกันหากใช้อย่างถูกวิธี กัญชาสามารถช่วยลดอาการปอดอักเสบได้อย่างชัดเจน มีรายงานทางวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจนว่ากัญชาสามารถช่วยลดความทรมาน และช่วยให้สบายตัวขึ้น โดยมีทั้งผลวิจัยทั้งในประเทศไทยและนอกประเทศว่า “กัญชาและกันชงรวมถึงสารออกฤทธิ์ในกัญชาที่เรียกว่า “เธอปีน (Terpenes)” มีผลในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้

ข้อมูลดังกล่าวมาจากคณะผู้วิจัยหลายแห่งที่ตั้งเป้าลดการอักเสบอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นในโควิด-19 ภาวะปอดเสียหายอย่างรุนแรงและการเกิดเยื่อพังผืดซึ่งทำให้ปอดเสียหายถาวรแม้ว่าจะกำจัดไวรัสตายหมดแล้ว ซึ่งการศึกษาในหนูที่ติดเชื้อโควิด-19 ได้ทำการรักษาโดยการให้สารที่กระตุ้นการสร้าง Interferon (เป็นสารประเภทโปรตีนชนิดหนึ่งที่สร้างขึ้นเมื่อพบการเจริญของไวรัส และ INFs ที่ถูกขับออกจากเซลล์หนึ่งจะสามารถไปชักนำให้เซลล์อื่นๆ ที่ใกล้เคียงให้มีการสร้างสารโปรตีนกลุ่มหนึ่งที่มีคุณสมบัติในการยับยั้งการเจริญของไวรัสในเซลล์นั้นๆได้) หรือให้สาร CBD (CBD ย่อมาจาก Cannabidiol เป็นสารสกัดจากกัญชงซึ่งไม่มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท เพราะฉะนั้นการบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีสารดังกล่าวจึงไม่ทำให้เกิดอาการเคลิบเคลิ้มและจิตใจเลื่อนลอย

ฟิลลิป เฮก หัวหน้านักพืชสวนของบริษัทไมนด์ฟูล (Mindful) ผู้ผลิตกัญชาในเดนเวอร์ดมกลิ่นรากกัญชาต้นหนึ่งเพื่อตรวจสอบสุขภาพ เขาปลูกกัญชามาเกือบทั้งชีวิตและเดินทางไปทั่วโลกเพื่อศึกษาสายพันธุ์กัญชาต่างๆ เฮกสนใจการพัฒนาสายพันธุ์กัญชาใหม่ๆ ซึ่งจะเพิ่มความเข้มข้นของสารประกอบที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ “กัญชาพูดกับผมครับ” เขาบอก

นอกจากนี้ CBD ยังถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคและบรรเทาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจ) เมื่อเทียบกับไม่ให้สารอะไรเลย พบว่ากลุ่มที่ให้ CBD มีอาการดีกว่าและปอดถูกทำลายน้อยกว่า รวมทั้งการอักเสบจะลดลง และดูว่าจะสัมพันธ์กับระดับของ Apelin (เป็นเปปไทด์ที่สร้างจากเซลล์ในหัวใจปอดสมองเนื้อเยื่อไขมันและเลือดและเป็นตัวควบคุมที่สำคัญในการลดความดันโลหิตและการอักเสบ พวกเขากล่าวว่าระดับของเปปไทด์ในเลือดใกล้เคียงกับศูนย์ในรูปแบบของกลุ่มอาการหายใจลำบาก (ARDS) แต่เพิ่มขึ้น 20 เท่าเมื่อใช้ CBD) ที่เพิ่มขึ้น”

หนึ่งในเหตุการณ์ทางชีววิทยาเบื้องต้นที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยโควิด-19 ส่วนใหญ่ คืออาการหายใจลำบากเฉียบพลันรุนแรง คือสิ่งที่เรียกว่า “Cytokine storm” cytokine ก็คือการอักเสบอย่างรุนแรง ผู้ป่วยโควิด-19 มักประสบกับภาวะปอดพังผืด ซึ่งเป็นภาวะที่ร้ายแรงและไม่สามารถรักษาได้ ซึ่งทำให้เนื้อเยื่อปอดมีแผลเป็นและทำให้คุณหายใจลำบากขึ้น หากมีสารใดสามารถหยุดสาร Cytokineได้ สารนั้นก็จะสามารถระงับการอักเสบและป้องกันการเกิดพังผืดในปอด และสามารถบรรเทาอาการของผู้ป่วยโควิด-19 ลงได้

C.Sativa ซึ่งเป็นกัญชาชนิดหนึ่งมีการค้นพบในการศึกษาอาการ cytokine storm พบว่าสารในกัญชาชนิดนี้มีส่วนที่สามารถช่วยบรรเทาอาการอักเสบอย่างรุนแรงและอาการหายใจลำบากแบบเฉียบพลันได้ แต่การศึกษานี้ก็ยังคงอยู่ในขั้นตอนการค้นคว้าและทดลองอยู่ เพื่อที่จะนำผลลัพธ์ที่ดีที่สุดมาใช้ในอนาคต

กัญชา
ผู้สนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับกัญชาเชื่อว่าพืชที่มีลักษณะอันตรายสามารถส่งเสริมชีวิตและช่วยให้ผู้คนพ้นจากความเจ็บป่วยและความเจ็บปวดได้ ภาพถ่ายโดย LYNN JOHNSON

ส่วนสาร CBD หรือ Cannabidiol (CBD) มีประวัติการใช้งานในหลายรูปแบบซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการทำเป็นยา ที่รู้จักกันก็คือน้ำมันกัญชา มีคุณสมบัติหลายอย่างที่อาจเป็นประโยชน์ในการรักษาอาการทางการแพทย์บางอย่างอีกด้วย โดยสาร CBD นั้นมีคุณสมบัติต้านการอักเสบสามารถทำหน้าที่เป็น Vasorelaxant (ตัวลดความตึงเครียดของหลอดเลือด) และมีความสามารถในการลดความเจ็บปวดและความวิตกกังวล เมื่อใช้ร่วมกับสารCannabinoids และ Terpenes (ในกัญชาเกิดขึ้นตามขบวนการวิวัฒนาการเพื่อป้องกันศัตรูพืช) อื่น ๆ

สารเทอร์พีนได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการรักษาการติดเชื้อไวรัสที่หลากหลายจากการศึกษาในหลอดทดลอง และงานวิจัยที่เผยแพร่โดยเอบนา (Eybna) ของอิสราเอลซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีเกี่ยวกับกัญชาเมื่อปีที่แล้วพบว่า การใช้ NT-VRL (NT-VRL เป็นสูตรที่ได้รับการพัฒนามาจากกัญชาโดยเป็นการรวมสารเทอร์พีน 30 ชนิดเข้าด้วยกัน) ร่วมกับสารซีบีดี ซึ่งพบในกัญชาด้วยนั้น มีประสิทธิภาพในการรักษาอาการอักเสบที่รุนแรงที่พบในผู้ป่วยโรคโควิด-19 จำนวนมาก และสาร CBD นั้นมีศักยภาพมากในการรักษาอาการของไวรัสเช่น COVID-19 สารสกัดจากกัญชายังช่วยลดการแข็งตัวของเลือดซึ่งได้แนวคิดนี้มาจากการทดลองกับสัตว์ เป็นที่ทราบกันดีว่าผลกระทบด้านลบต่อระบบร่างกายหลายอย่างของ COVID-19 ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือดที่เปลี่ยนแปลงไป

ผลการวิจัยเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าทั้ง NT-VRL และ CBD อาจเป็นประโยชน์อย่างมากในเรื่องของการป้องกัน Coronaviruses (ไวรัสโคโรนา) นักวิจัยได้เขียนสรุปว่า “เนื่องจากปอดเป็นอวัยวะที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มากที่สุด การรักษาเชิงป้องกันโดยตรงที่ปอดเช่นผ่านการสูดดม น่าจะเป็นแนวทางการบริหารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับวิธีการรักษาที่เป็นไปได้นี้”

ที่สถานจ่ายกัญชาโนโฮส์ฟายเนสต์ใน ลอสแอนเจลิส ดามาริส ดิแอซ ตรวจสอบกลิ่นและความเหนียวของผลิตภัณฑ์ การผสมข้ามพันธุ์ทำให้เกิดสายพันธุ์ลูกผสมทรงพลังซึ่งมีสารทีเอชซีที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทปริมาณสูงกว่าเมื่อหลายสิบปีก่อนมาก เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขพากันวิตกกังวลเพราะมีหลักฐานที่แสดงว่า การสูบกัญชาสายพันธุ์ที่มีทีเอชซีสูงเป็นเวลานานจะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของสมอง

อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดการตั้งคำถามก็จะมีการค้นหาคำตอบ คำถามได้เกิดขึ้นในการสัมภาษณ์ว่าการใช้ NT-VRL ในการป้องกันการติดเชื้อ Coronavirus นั้นมีความเป็นไปได้จริงหรือไม่? แค่สูบกัญชาก็จะสามารถป้องกันได้จริงหรอ? Nadav Eyal ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งของ Eybna( เป็นบริษัทเทคโนโลยีและผู้ผลิตเทอร์พีนชั้นนำ) ได้ตั้งข้อสังเกตว่า “การป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ควรรีบด่วนสรุปเรื่องผลของสารในกัญชา”

แต่ถ้าการทดลองทางสารประกอบเพื่อป้องกันการติดเชื้อ Coronavirus ประสบความสำเร็จได้จริง“เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่า NT-VRL terpenes ก็ถูกพบในสายพันธุ์กัญชา เพราะฉะนั้นก็สามารถตั้งสมมุติฐานได้ว่าการระเหยของกัญชาจะมีประสิทธิภาพในการเยียวยาด้วยเช่นกัน” Eyal กล่าว หลังจากทบทวนการศึกษาแล้ว Jahan Marcu, Ph.D. หุ้นส่วนผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์กัญชา Marcu & Arora และหัวหน้าบรรณาธิการของวารสาร American Journal of Endocannabinoid Medicine กล่าวในการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า สาร CBD และ Terpenes นั้นจะมีส่วนช่วยในการรักษาการติดเชื้อ Coronavirus หรือเปล่าเป็นแนวคิดที่น่าสนใจที่จะติดตาม แต่ก็มีการตกลงกับผู้คนด้วยว่า “ยังไม่ควรใช้กัญชาเป็นปัจจัยหลักในการป้องกันการติดเชื้อ เพราะการทดลองยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี”

จากที่กล่าวมาข้างต้น สามารถสมมุติฐานในตอนนี้ได้ว่าสารในกัญชานั้นอาจจะยังไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีมากนักในเรื่องของการป้องกันการติดเชื้อ แต่แน่นอนแล้วว่าสารในกัญชาช่วยลดบรรเทาการเจ็บปวดจากปอดอักเสบ อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการป้องกันอาการที่สามารถเกิดได้จากอาการปอดอักเสบ สามารถลดความเครียดความวิตกกังวลที่มีอยู่ได้จริง ทั้งนี้การทดลองเพื่อนำสารกัญชามาใช้ในการป้องกัน Coronavirus นั้นยังอยู่ในช่วงของการทดลองโดยทีมผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและเร็วที่สุดอยู่ เราอาจจะได้เห็นข่าวดีในอนาคตอันใกล้นี้ว่า พืชที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสิ่งเสพติดในประเทศไทยนั้นอาจกลายมาเป็นส่วนประกอบหลักในการช่วยเหลือการระบาดก็เป็นได้

เรื่อง สิรภัทร จิตต์ชื่น

โครงการสหกิจศึกษากองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย

แหล่งข้อมูล

“กัญชา”รักษาโควิด “หมอธีระวัฒน์” ชี้ช่วยลดปอดอักเสบชัดเจน

A.J. Herrington., Compounds In Cannabis Show Promise As A Treatment For Coronavirus Infections., 2021

Cannabis as a treatment for COVID-19

Medicinal cannabis may play a significant role during COVID-19

Science seeks to unlock marijuana’s secrets


อ่านเพิ่มเติม การค้นพบทางโบราณคดีล่าสุดเผยว่ามนุษย์สูบกัญชามากว่า 2,500 ปี แล้ว

กัญชา

เรื่องแนะนำ

ยลโฉมฟอสซิลลูกงูที่พบในอำพัน

ยลโฉมฟอสซิลลูกงูที่พบในอำพัน เหมืองบริเวณหุบเขาโอคานากัน ในรัฐคะฉิ่น ทางตอนเหนือของเมียนมา นอกจากจะเป็นแหล่งผลิตแร่สำคัญแล้ว ช่วงหลายปีมานี้สถานที่ดังกล่าวยังมีความสำคัญในฐานะแหล่งข้อมูลใหม่ทางบรรพชีวินวิทยาอีกด้วย มีฟอสซิลสัตว์โบราณมากมายที่ถูกค้นพบและเก็บรักษาไว้อย่างดีในก้อนอำพัน ไม่ว่าจะเป็นหมัด, แมลง, กบ ไปจนถึงหางไดโนเสาร์ และฟอสซิลของลูกงูโบราณตัวนี้คือหนึ่งในฟอสซิลชิ้นล่าสุด นับเป็นครั้งแรกที่มีการค้นพบฟอสซิลลูกงูในก้อนอำพัน จากการตรวจสอบลูกงูตัวนี้มีชีวิตอยู่เมื่อ 99 ล้านปีก่อน มันมีความยาวเพียงแค่ 2 นิ้วเท่านั้น มีกระดูกสันหลังรวม 97 ข้อ นักบรรพชีวินวิทยาสันนิษฐานว่ามันเป็นลูกงูที่เพิ่งฟักไม่นาน และในบริเวณไม่ไกลกันนัก ทีมนักวิทยาศาสตร์ยังพบเกล็ดและผิวหนังของงูที่ถูกฝังอยู่ในอำพัน ซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะเป็นของงูสายพันธุ์นี้ที่โตเต็มวัยแล้ว ต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีการค้นพบอะไรใหม่ๆ จากเหมืองมหัศจรรย์นี้อีก…   อ่านเพิ่มเติม ฟอสซิลทวดกบโบราณในอำพัน

คลื่นเสียง (Sound wave) และการได้ยินเสียง

คลื่นเสียง (Sound wave) คือ คลื่นกล (Mechanical wave) ตามยาวที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของวัตถุ หรือ “แหล่งกำเนิดเสียง” ซึ่งต้องอาศัยตัวกลาง (Medium) ในการเคลื่อนที่ คลื่นเสียง สามารถเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางได้ทุกสถานะ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ คลื่นเสียงนั้น มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับคลื่นอื่นๆ เช่น แอมพลิจูด (Amplitude) ความเร็ว (Velocity) หรือ ความถี่ (Frequency) เสียง (Sound) คือ การถ่ายทอดพลังงานจากการสั่นสะเทือนของแหล่งกำเนิดเสียงผ่านโมเลกุลของตัวกลางไปยังผู้รับ โดยที่หูของเรานั้น สามารถรับรู้ถึงการสั่นสะเทือนของโมเลกุลเหล่านี้ได้ และได้ทำการแปลผลลัพธ์ออกมาในรูปของเสียงต่างๆ การเคลื่อนที่ของคลื่นเสียง เมื่อวัตถุเกิดการเคลื่อนที่หรือถูกกระทำด้วยแรงจากภายนอก ก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนของโมเลกุลภายในวัตถุนั้น ซึ่งส่งผลไปยังอนุภาคของอากาศหรือตัวกลางที่อยู่บริเวณโดยรอบ  ก่อให้เกิดการรบกวนหรือการถ่ายโอนพลังงาน ผ่านการสั่นและการกระทบกันเป็นวงกว้างทำให้อนุภาคของอากาศเกิด “การบีบอัด” (Compression) เมื่อเคลื่อนที่กระทบกัน และ “การยืดขยาย” (Rarefaction) เมื่อเคลื่อนที่กลับตำแหน่งเดิม ดังนั้น คลื่นเสียง จึงเรียกว่า “คลื่นความดัน” (Pressure wave) เพราะอาศัยการผลักดันกันของโมเลกุลในตัวกลางในการเคลื่อนที่ […]

ไขมันทรานส์ วายร้ายที่แฝงอยู่ในอาหาร

เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงสาธารณสุขได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย อาหารที่มีส่วนผสมของไขมันทรานส์ มาทำความรู้จักกับกรดไขมันขนิดนี้กันว่ามันคืออะไร และส่งผลต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง

ธาตุกัมมันตรังสี (Radioactive Element)

ธาตุบางชนิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งธาตุที่มีมวลอะตอมสูง มีความสามารถในการแผ่รังสีออกมาได้เองอย่างต่อเนื่อง โดยปรากฏการณ์การแผ่รังสีที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่า กัมมันตภาพรังสี ขณะที่ธาตุดังกล่าวเรียกว่า ธาตุกัมมันตรังสี ธาตุกัมมันตรังสี (Radioactive Element) คือธาตุที่มีองค์ประกอบภายในนิวเคลียส (Nucleus) ไม่เสถียร ส่งผลให้เกิดการสลายตัว หรือการปล่อยรังสีของธาตุอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากปรากฏการณ์การแผ่รังสีของธาตุเป็นกระบวนการปรับสมดุล เพื่อสร้างความเสถียรภายในธาตุ ซึ่งในธรรมชาติ ธาตุกัมมันตรังสีมักเป็นธาตุที่มีมวลมากหรือมีเลขอะตอมสูงเกินกว่า 82 เช่น เรเดียม (Radium) ที่มีเลขมวลอยู่ที่ 226 และเลขอะตอม 88 หรือยูเรเนียม (Uranium) มีเลขมวลอยู่ที่ 238 และเลขอะตอม 92 การค้นพบธาตุกัมมันตรังสี ธาตุกัมมันตรังสีค้นพบครั้งแรกในปี 1896 โดยนักเคมีชาวฝรั่งเศส อองตวน อองรี แบ็กเกอเรล (Antoine Henri Becquerel) จากความบังเอิญที่เขานำฟิล์มถ่ายรูปวางไว้ใกล้เกลือโพแทสเซียมยูเรนิลซัลเฟต ซึ่งสร้างรอยดำบนแผ่นฟิล์มเสมือนการถูกแสงผ่านเข้าไป เขาจึงเชื่อว่ามีรังสีพลังงานสูงบางชนิดปลดปล่อยออกมาจากเกลือยูเรเนียมก้อนนั้น นอกจากนี้ เขาทำการทดลองกับสารประกอบของยูเรเนียมชนิดอื่น ต่างให้ผลลัพธ์ไปในทิศทางเดียวกัน โดยหลังจากการค้นพบดังกล่าวเพียง 2 ปี มารี คูรี (Marie Curie) […]