กัญชาใช้รักษา โควิด-19 อย่างไร

กัญชาใช้รักษา โควิด-19 อย่างไร

จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้มีการคิดค้นวิธีการป้องกันและบรรเทาอาการจากโรคติดเชื้อโควิด-19 มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทดลองและคิดค้นวัคซีนหลายชนิด การใช้สมุนไพรพื้นบ้านหรือยาต่างๆ เพื่อบรรเทาอาการ เช่นฟ้าทะลายโจรซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีการกล่าวถึงอย่างแพร่หลายในช่วงนี้ เนื่องจากมีงานวิจัยที่รับรองแล้วว่า ฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรมีสรรพคุณมากมาย คือ มีกลไกในการต้านไวรัสเข้าสู่เซลล์ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสที่ปอด ช่วยขับเหงื่อและบรรเทาอาการ ไข้ ไอ เจ็บคอ เป็นต้น แต่ควรใช้ในปริมาณที่พอเหมาะและอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

และอีกหนึ่งสมุนไพรที่มีอยู่มาอย่างยาวนาน ซึ่งแม้จะได้ชื่อว่าเป็นยาเสพติดแต่ในทางกลับกัน สรรพคุณของสมุนไพรชนิดนี้มีประโยชน์เป็นอย่างมากหากมีการนำไปใช้อย่างถูกวิธี นั่นคือ “กัญชา”

กัญชา, โควิด
ที่บริษัท LivWell ณ เมืองเดนเวอร์ มีการปลูกกัญชาในร่มขนาดใหญ่ คนงานกำลังคัดสรรเอาใบกัญชาออกเพื่อตกแต่งและคัดแยกระหว่างนำไปใช้เพื่อการแพทย์และเพื่อสันทนาการ ภาพถ่ายโดย LYNN JOHNSON

หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่ากัญชาคืออะไร แต่กัญชาก็เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่สามารถช่วยรักษา บรรเทาและป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 ได้เช่นกันหากใช้อย่างถูกวิธี กัญชาสามารถช่วยลดอาการปอดอักเสบได้อย่างชัดเจน มีรายงานทางวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจนว่ากัญชาสามารถช่วยลดความทรมาน และช่วยให้สบายตัวขึ้น โดยมีทั้งผลวิจัยทั้งในประเทศไทยและนอกประเทศว่า “กัญชาและกันชงรวมถึงสารออกฤทธิ์ในกัญชาที่เรียกว่า “เธอปีน (Terpenes)” มีผลในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้

ข้อมูลดังกล่าวมาจากคณะผู้วิจัยหลายแห่งที่ตั้งเป้าลดการอักเสบอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นในโควิด-19 ภาวะปอดเสียหายอย่างรุนแรงและการเกิดเยื่อพังผืดซึ่งทำให้ปอดเสียหายถาวรแม้ว่าจะกำจัดไวรัสตายหมดแล้ว ซึ่งการศึกษาในหนูที่ติดเชื้อโควิด-19 ได้ทำการรักษาโดยการให้สารที่กระตุ้นการสร้าง Interferon (เป็นสารประเภทโปรตีนชนิดหนึ่งที่สร้างขึ้นเมื่อพบการเจริญของไวรัส และ INFs ที่ถูกขับออกจากเซลล์หนึ่งจะสามารถไปชักนำให้เซลล์อื่นๆ ที่ใกล้เคียงให้มีการสร้างสารโปรตีนกลุ่มหนึ่งที่มีคุณสมบัติในการยับยั้งการเจริญของไวรัสในเซลล์นั้นๆได้) หรือให้สาร CBD (CBD ย่อมาจาก Cannabidiol เป็นสารสกัดจากกัญชงซึ่งไม่มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท เพราะฉะนั้นการบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีสารดังกล่าวจึงไม่ทำให้เกิดอาการเคลิบเคลิ้มและจิตใจเลื่อนลอย

ฟิลลิป เฮก หัวหน้านักพืชสวนของบริษัทไมนด์ฟูล (Mindful) ผู้ผลิตกัญชาในเดนเวอร์ดมกลิ่นรากกัญชาต้นหนึ่งเพื่อตรวจสอบสุขภาพ เขาปลูกกัญชามาเกือบทั้งชีวิตและเดินทางไปทั่วโลกเพื่อศึกษาสายพันธุ์กัญชาต่างๆ เฮกสนใจการพัฒนาสายพันธุ์กัญชาใหม่ๆ ซึ่งจะเพิ่มความเข้มข้นของสารประกอบที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ “กัญชาพูดกับผมครับ” เขาบอก

นอกจากนี้ CBD ยังถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคและบรรเทาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจ) เมื่อเทียบกับไม่ให้สารอะไรเลย พบว่ากลุ่มที่ให้ CBD มีอาการดีกว่าและปอดถูกทำลายน้อยกว่า รวมทั้งการอักเสบจะลดลง และดูว่าจะสัมพันธ์กับระดับของ Apelin (เป็นเปปไทด์ที่สร้างจากเซลล์ในหัวใจปอดสมองเนื้อเยื่อไขมันและเลือดและเป็นตัวควบคุมที่สำคัญในการลดความดันโลหิตและการอักเสบ พวกเขากล่าวว่าระดับของเปปไทด์ในเลือดใกล้เคียงกับศูนย์ในรูปแบบของกลุ่มอาการหายใจลำบาก (ARDS) แต่เพิ่มขึ้น 20 เท่าเมื่อใช้ CBD) ที่เพิ่มขึ้น”

หนึ่งในเหตุการณ์ทางชีววิทยาเบื้องต้นที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยโควิด-19 ส่วนใหญ่ คืออาการหายใจลำบากเฉียบพลันรุนแรง คือสิ่งที่เรียกว่า “Cytokine storm” cytokine ก็คือการอักเสบอย่างรุนแรง ผู้ป่วยโควิด-19 มักประสบกับภาวะปอดพังผืด ซึ่งเป็นภาวะที่ร้ายแรงและไม่สามารถรักษาได้ ซึ่งทำให้เนื้อเยื่อปอดมีแผลเป็นและทำให้คุณหายใจลำบากขึ้น หากมีสารใดสามารถหยุดสาร Cytokineได้ สารนั้นก็จะสามารถระงับการอักเสบและป้องกันการเกิดพังผืดในปอด และสามารถบรรเทาอาการของผู้ป่วยโควิด-19 ลงได้

C.Sativa ซึ่งเป็นกัญชาชนิดหนึ่งมีการค้นพบในการศึกษาอาการ cytokine storm พบว่าสารในกัญชาชนิดนี้มีส่วนที่สามารถช่วยบรรเทาอาการอักเสบอย่างรุนแรงและอาการหายใจลำบากแบบเฉียบพลันได้ แต่การศึกษานี้ก็ยังคงอยู่ในขั้นตอนการค้นคว้าและทดลองอยู่ เพื่อที่จะนำผลลัพธ์ที่ดีที่สุดมาใช้ในอนาคต

กัญชา
ผู้สนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับกัญชาเชื่อว่าพืชที่มีลักษณะอันตรายสามารถส่งเสริมชีวิตและช่วยให้ผู้คนพ้นจากความเจ็บป่วยและความเจ็บปวดได้ ภาพถ่ายโดย LYNN JOHNSON

ส่วนสาร CBD หรือ Cannabidiol (CBD) มีประวัติการใช้งานในหลายรูปแบบซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการทำเป็นยา ที่รู้จักกันก็คือน้ำมันกัญชา มีคุณสมบัติหลายอย่างที่อาจเป็นประโยชน์ในการรักษาอาการทางการแพทย์บางอย่างอีกด้วย โดยสาร CBD นั้นมีคุณสมบัติต้านการอักเสบสามารถทำหน้าที่เป็น Vasorelaxant (ตัวลดความตึงเครียดของหลอดเลือด) และมีความสามารถในการลดความเจ็บปวดและความวิตกกังวล เมื่อใช้ร่วมกับสารCannabinoids และ Terpenes (ในกัญชาเกิดขึ้นตามขบวนการวิวัฒนาการเพื่อป้องกันศัตรูพืช) อื่น ๆ

สารเทอร์พีนได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการรักษาการติดเชื้อไวรัสที่หลากหลายจากการศึกษาในหลอดทดลอง และงานวิจัยที่เผยแพร่โดยเอบนา (Eybna) ของอิสราเอลซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีเกี่ยวกับกัญชาเมื่อปีที่แล้วพบว่า การใช้ NT-VRL (NT-VRL เป็นสูตรที่ได้รับการพัฒนามาจากกัญชาโดยเป็นการรวมสารเทอร์พีน 30 ชนิดเข้าด้วยกัน) ร่วมกับสารซีบีดี ซึ่งพบในกัญชาด้วยนั้น มีประสิทธิภาพในการรักษาอาการอักเสบที่รุนแรงที่พบในผู้ป่วยโรคโควิด-19 จำนวนมาก และสาร CBD นั้นมีศักยภาพมากในการรักษาอาการของไวรัสเช่น COVID-19 สารสกัดจากกัญชายังช่วยลดการแข็งตัวของเลือดซึ่งได้แนวคิดนี้มาจากการทดลองกับสัตว์ เป็นที่ทราบกันดีว่าผลกระทบด้านลบต่อระบบร่างกายหลายอย่างของ COVID-19 ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือดที่เปลี่ยนแปลงไป

ผลการวิจัยเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าทั้ง NT-VRL และ CBD อาจเป็นประโยชน์อย่างมากในเรื่องของการป้องกัน Coronaviruses (ไวรัสโคโรนา) นักวิจัยได้เขียนสรุปว่า “เนื่องจากปอดเป็นอวัยวะที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มากที่สุด การรักษาเชิงป้องกันโดยตรงที่ปอดเช่นผ่านการสูดดม น่าจะเป็นแนวทางการบริหารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับวิธีการรักษาที่เป็นไปได้นี้”

ที่สถานจ่ายกัญชาโนโฮส์ฟายเนสต์ใน ลอสแอนเจลิส ดามาริส ดิแอซ ตรวจสอบกลิ่นและความเหนียวของผลิตภัณฑ์ การผสมข้ามพันธุ์ทำให้เกิดสายพันธุ์ลูกผสมทรงพลังซึ่งมีสารทีเอชซีที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทปริมาณสูงกว่าเมื่อหลายสิบปีก่อนมาก เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขพากันวิตกกังวลเพราะมีหลักฐานที่แสดงว่า การสูบกัญชาสายพันธุ์ที่มีทีเอชซีสูงเป็นเวลานานจะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของสมอง

อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดการตั้งคำถามก็จะมีการค้นหาคำตอบ คำถามได้เกิดขึ้นในการสัมภาษณ์ว่าการใช้ NT-VRL ในการป้องกันการติดเชื้อ Coronavirus นั้นมีความเป็นไปได้จริงหรือไม่? แค่สูบกัญชาก็จะสามารถป้องกันได้จริงหรอ? Nadav Eyal ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งของ Eybna( เป็นบริษัทเทคโนโลยีและผู้ผลิตเทอร์พีนชั้นนำ) ได้ตั้งข้อสังเกตว่า “การป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ควรรีบด่วนสรุปเรื่องผลของสารในกัญชา”

แต่ถ้าการทดลองทางสารประกอบเพื่อป้องกันการติดเชื้อ Coronavirus ประสบความสำเร็จได้จริง“เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่า NT-VRL terpenes ก็ถูกพบในสายพันธุ์กัญชา เพราะฉะนั้นก็สามารถตั้งสมมุติฐานได้ว่าการระเหยของกัญชาจะมีประสิทธิภาพในการเยียวยาด้วยเช่นกัน” Eyal กล่าว หลังจากทบทวนการศึกษาแล้ว Jahan Marcu, Ph.D. หุ้นส่วนผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์กัญชา Marcu & Arora และหัวหน้าบรรณาธิการของวารสาร American Journal of Endocannabinoid Medicine กล่าวในการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า สาร CBD และ Terpenes นั้นจะมีส่วนช่วยในการรักษาการติดเชื้อ Coronavirus หรือเปล่าเป็นแนวคิดที่น่าสนใจที่จะติดตาม แต่ก็มีการตกลงกับผู้คนด้วยว่า “ยังไม่ควรใช้กัญชาเป็นปัจจัยหลักในการป้องกันการติดเชื้อ เพราะการทดลองยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี”

จากที่กล่าวมาข้างต้น สามารถสมมุติฐานในตอนนี้ได้ว่าสารในกัญชานั้นอาจจะยังไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีมากนักในเรื่องของการป้องกันการติดเชื้อ แต่แน่นอนแล้วว่าสารในกัญชาช่วยลดบรรเทาการเจ็บปวดจากปอดอักเสบ อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการป้องกันอาการที่สามารถเกิดได้จากอาการปอดอักเสบ สามารถลดความเครียดความวิตกกังวลที่มีอยู่ได้จริง ทั้งนี้การทดลองเพื่อนำสารกัญชามาใช้ในการป้องกัน Coronavirus นั้นยังอยู่ในช่วงของการทดลองโดยทีมผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและเร็วที่สุดอยู่ เราอาจจะได้เห็นข่าวดีในอนาคตอันใกล้นี้ว่า พืชที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสิ่งเสพติดในประเทศไทยนั้นอาจกลายมาเป็นส่วนประกอบหลักในการช่วยเหลือการระบาดก็เป็นได้

เรื่อง สิรภัทร จิตต์ชื่น

โครงการสหกิจศึกษากองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย

แหล่งข้อมูล

“กัญชา”รักษาโควิด “หมอธีระวัฒน์” ชี้ช่วยลดปอดอักเสบชัดเจน

A.J. Herrington., Compounds In Cannabis Show Promise As A Treatment For Coronavirus Infections., 2021

Cannabis as a treatment for COVID-19

Medicinal cannabis may play a significant role during COVID-19

Science seeks to unlock marijuana’s secrets


อ่านเพิ่มเติม การค้นพบทางโบราณคดีล่าสุดเผยว่ามนุษย์สูบกัญชามากว่า 2,500 ปี แล้ว

กัญชา

เรื่องแนะนำ

ชุดตรวจโรคโควิด-19 ผลงานโดยนักวิจัยชาวไทย

สวทช. ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนาวิธีสกัดอาร์เอ็นเอของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จากตัวอย่างแบบง่าย และ ชุดตรวจโรคโควิด-19 ด้วยเทคนิคแลมป์เปลี่ยนสีในขั้นตอนเดียว ลดการนำเข้าหากมีการระบาดของโควิด -19 ระยะ 2 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนาวิธีสกัดอาร์เอ็นเอ (RNA) ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) จากตัวอย่างแบบง่าย และ ชุดตรวจโรคโควิด-19 ด้วยเทคนิคแลมป์เปลี่ยนสีในขั้นตอนเดียว เพื่อประหยัดงบประมาณและลดการนำเข้าชุดสกัดอาร์เอ็นเอ และชุดตรวจจากต่างประเทศ สวทช. เป็นหน่วยงานวิจัยและพัฒนาที่ให้ความสำคัญในการนำผลงานวิจัยและเทคโนโลยีไปใช้ในการช่วยเหลือประเทศชาติ ซึ่งตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ทีมนักวิจัย สวทช. ได้คิดค้นและวิจัยนวัตกรรมเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้น โดยนำองค์ความรู้ในเทคโนโลยีสาขาต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ และทำงานแข่งกับเวลา ที่ผ่านมา สวทช, สนับสนุนการทำงานของแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งเรื่องการตรวจยืนยัน ตรวจติดตาม และประเมินความเสี่ยง เช่น แอปพลิเคชัน DDC-Care เพื่อติดตามและประเมินผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งกรมควบคุมโรคได้นำไปใช้ในพื้นที่จริง และช่วยแบ่งเบาภาระให้กับบุคลากรทางการแพทย์ได้เป็นอย่างดี นอกนากนี้ สวทช. ยังพัฒนาแอปพลิเคชัน […]

แพขยะ ในมหาสมุทรแปซิฟิก

แพขยะ ใหญ่แปซิฟิก (Great Pacific Garbage Patch) หรือแพขยะตะวันออก (Eastern Garbage Patch) คือ หนึ่งในห้าแพขยะในมหาสมุทรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นแหล่งสะสมของขยะทางทะเล (Marine Litter) จากการเคลื่อนที่ของกระแสลมและกระแสน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือที่ได้พัดพาเอาเศษขยะและชิ้นส่วนพลาสติกมากมายจากในแผ่นดินมากักรวมกันไว้ จนกลายเป็นวงวนของขยะขนาดใหญ่บริเวณใจกลางมหาสมุทรแปซิฟิก (Pacific Trash Vortex) ที่ครอบคลุมพื้นที่ราว 1.6 ล้านตารางกิโลเมตร หรือมีขนาดราว 3 เท่าของประเทศฝรั่งเศส ภายในแพขยะใหญ่แปซิฟิก จากการประเมินของนักวิทยาศาสตร์ ภายในแพขยะใหญ่แปซิฟิกมีมวลของชิ้นส่วนและเศษพลาสติกประมาณ 80,000 ตัน หรือมีน้ำหนักเทียบเท่าเครื่องบินเจ็ท 500 ลำ โดยใจกลางของแพขยะมีปริมาณและความหนาแน่นของขยะสูงสุด ซึ่งหากนำการกระจายตัวของขยะรอบนอกมาคำนวณร่วมด้วยแพขยะใหญ่แปซิฟิกอาจมีน้ำหนักมากถึง 100,000 ตัน หรือมีชิ้นส่วนพลาสติกมากกว่า 1.8 ล้านล้านชิ้นลอยอยู่เหนือน้ำ อ่านเพิมเติม: แพลงก์ตอนในโลกที่ท่วมท้นไปด้วยไมโครพลาสติก โดยกว่าร้อยละ 80 ของขยะทั้งหมดมาจากกิจกรรมของมนุษย์ในแผ่นดินใหญ่ ขณะที่อีกร้อยละ 20 เป็นขยะจากเรือประมงและกิจกรรมทางทะเล ส่งผลให้แพขยะสะสมขยะมากมายหลายชนิด ทั้งอวนตกปลาเก่า เส้นเชือกขาด ตาข่ายดักปลา ขวดน้ำพลาสติก รวมถึงลังพลาสติก ตะกร้า และรองเท้าแตะ […]

กว่าจะได้เป็นนักบินอวกาศ ต้องผ่านอะไรมาบ้าง

Anne Roemer ผู้จัดการด้านการคัดเลือก นักบินอวกาศ ของนาซาถ่ายภาพร่วมกับผู้ที่เข้าร่วมชั้นเรียนนักบินอวกาศซึ่งคัดเลือกจากผู้สมัครกว่า 18,000 คน เมื่อปี 2017 โดยนักเรียนในรุ่นปี 2017 จะจบการศึกษาในปีนี้ ภาพถ่ายโดย ROBERT MARKOWITZ, NASA มีการคัดเลือกบุคคลจากผู้สมัครหลายพันคนเข้าไปในชั้นเรียน นักบินอวกาศ ครั้งถัดไป บางคนอาจได้เดินบนดวงจันทร์ หรืออาจจะเป็นคนแรกที่ได้ประทับรอยเท้าบนดาวอังคาร มีผู้สมัครหลายพันคนกำลังแข่งขันกันเพื่อที่จะได้เป็นนักท่องอวกาศคนต่อไปของนาซา โดยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีผู้สมัครที่เปี่ยมไปด้วยความหวังถึง 12,040 ผู้หวังเป็นส่วนหนึ่งของชั้นเรียนนักบินอวกาศในครั้งต่อไป การคัดเลือกนักบินอวกาศของนาซาไม่ใช่เรื่องง่ายดาย นักบินอวกาศต้องมีทั้งระเบียบวินัยแต่ก็มีความยืดหยุ่น สามารถพร้อมเผชิญภัยแต่ก็ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย รวมถึงสามารถเป็นได้ทั้งผู้นำและผู้ตามได้ในเวลาเดียวกัน เพื่อที่จะหาผู้ที่สามารถผ่านคุณสมบัติ Anne Roemer ผู้จัดการด้านการคัดเลือกนักบินอวกาศ และเหล่านักบินอวกาศผู้ปฏิบัติงานต้องตรวจสอบผู้สมัครหลายพันคนเพื่อเลือกคนให้เหลือราว 12 คน ที่มีส่วนผสมของลักษณะนิสัยและประสบการณ์ที่หลากหลาย เพื่อที่จะเป็นกลุ่มคนที่พิเศษที่สุดบนโลก โดยหนึ่งในคนกลุ่มนี้อาจจะเป็นคนที่ได้เดินบนดาวอังคารเป็นคนแรก Roemer ได้ให้สัมภาษณ์กับทางเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เกี่ยวกับวิธีการคัดเลือกนักบินอวกาศของนาซา สิ่งที่เธอมองหาในตัวผู้สมัคร และความคิดของเธอเกี่ยวกับการขึ้นไปอยู่ในยานอวกาศรุ่นใหม่ๆ จำนวนคนที่คุณจะเลือกเข้ามาในชั้นเรียนนักบินอวกาศครั้งต่อไปมีกี่คน เราให้ตัวเองอยู่ในสถานะที่สามารถต่อรองประนีประนอมกันได้ เพื่อที่จะทดแทนการลดจำนวนลงของนักบินอวกาศ ทั้งคนที่ออกจากสำนักงานของเรา, คนที่เกษียณไป, คนที่บอกกับเราว่าไม่อยากบินอีกแล้ว และเหตุผลอื่นๆ เราเลยประมาณจำนวนรับคร่าวๆ อยู่ที่ […]