เมื่อพายุมาทุกคนวิ่งหนี แต่พวกเขาพุ่งเข้าใส่เพื่อการวิจัย - National Geographic Thailand

เมื่อพายุมาทุกคนวิ่งหนี แต่พวกเขาพุ่งเข้าใส่เพื่อการวิจัย

หากต้องการตรวจสอบการทำงานของพายุ อย่างเฮอริเคนเออร์มาหรือเฮอริเคนฮาร์วีย์ บรรดานักล่าพายุเหล่านี้จำเป็นต้องพุ่งเข้าใส่ยังตาพายุ พวกเขาขับเครื่องบินฝ่าลมฝนอันเกรี้ยวกราด ซึ่งในบางครั้งมาพร้อมกับสายฟ้ารุนแรงและลูกเห็บ

คลิปวิดีโอที่จะได้ชมนี้เป็นการทำงานของทีมนักล่าพายุโดย National Oceanic และ Atmospheric Administration ที่ทำการเก็บข้อมูลของพายุเฮอริเคนเออมาร์ พายุระดับ 5 หรือระดับที่มีความรุนแรงที่สุด ด้วยเกณฑ์ในการจำแนกกำลังลมที่มากกว่า 252 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งความรุนแรงของพายุเออร์มานั้นมีกำลังลมสูงถึง 297 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว

กัปตันผู้ขับเครื่องบินตัดสินใจมุ่งหน้าสู่ใจกลางพายุ เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา พวกเขาเสี่ยงชีวิตเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลของความกดอากาศ, อุณหภูมิ, ความเร็วลม และทิศทาง ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้ถูกเก็บโดยอุปกรณ์ที่เรียกว่า “Dropsondes” ตัวอุปกรณ์จะถูกปล่อยลงมาจากเครื่องบิน ซึ่งในการสำรวจเฮอริเคนเออร์มาล่าสุด พวกเขาปล่อย Dropsondes ไปจำนวนรวม 30 อัน

ทั้งนี้เฮอริเคนเออร์มาจะมุ่งหน้าต่อไปยังทะเลแคริบเบียน โดยพายุเฮอริเคนลูกนี้นับได้ว่าเป็นเฮอริเคนลูกใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในมหาสมุทรแอตแลนติก

 

อ่านเพิ่มเติม :  ระบบสุริยะจักรวาลกว้างใหญ่แค่ไหน? ชายคนนี้จะมาจำลองให้ดูชมแผ่นน้ำแข็งทรงกลมค่อยๆ หมุนอยู่บนผิวน้ำ

เรื่องแนะนำ

อินเดีย : หวนคืนสู่สะพานมีชีวิตแห่งเมฆาลัย

ในรัฐเมฆาลัยของอินเดีย สถานที่ที่เปียกชื้นที่สุดแห่งหนึ่งในโลก คนในหมู่บ้านช่วยกันถักทอรากของต้นยางที่ยังมีชีวิตให้เป็นสะพานคนเดินที่แข็งแกร่ง ในการเดินทางสำรวจเพื่อบันทึกสารคดีเกี่ยวกับประเพณีนี้ ประเสนชิต ยาทวะ ถ่ายภาพสะพานรากไม้ราว 30 แห่งตลอดช่วงเวลาหนึ่งปี

คนกว่า 300 ล้านคนทั่วโลก และไทย กำลังเผชิญภัยจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น

งานศึกษาใหม่ที่ได้ข้อมูลจากดาวเทียมระบุว่า ผืนแผ่นดินในหลายประเทศมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมภายในปี 2050 มากขึ้นกว่าการคาดการณ์เดิม และอาจเลวร้ายลงหากบรรดาประเทศต่างๆ ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดในความตกลงปารีสได้ รายงานใหม่ที่เผยแพร่ในวารสาร Nature Communication เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2019 ระบุว่า ผืนดินที่เป็นบ้านของผู้คนราว 300 ล้านคนจะถูกน้ำท่วมอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งภายในปี 2050 ถ้ายังไม่มีการลดการปล่อยคาร์บอนที่ชัดเจน และมาตรการป้องกันชายฝั่งที่มากพอ โดยจำนวนผู้ได้รับผลกระทบจาก ระดับน้ำทะเล ที่สูงขึ้น มีมากกว่าการคาดการณ์ขององค์การนาซาของสหรัฐอเมริกาที่ระบุว่าจะมีผู้ได้รับผลกระทบอยู่ที่ 80 ล้านคน จำนวนตัวเลขในผลการศึกษานี้ได้มาจากการกระบวนการประเมินอันซับซ้อนของลักษณะภูมิประเทศชายฝั่งรอบโลก โดยรูปแบบการประเมินก่อนหน้านี้ใช้ข้อมูลจากดาวเทียมที่ประเมินความสูงของพื้นที่เกินกว่าความเป็นจริง เนื่องจากได้มีการรวมความสูงของตึกและต้นไม้ในแต่ละพื้นที่ไปด้วย โดยวิธีการศึกษาแบบใหม่นี้ได้ใช้ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อชดเชยความผิดพลาดดังกล่าว การศึกษาใหม่ครั้งนี้ให้ผลที่ชวนตะลึงยิ่งกว่าครั้งเดิม และ “การประเมินแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะทำให้ทั้งเมือง เศรษฐกิจ ชายฝั่ง และทุกภูมิภาคของโลกเปลี่ยนแปลงไปในช่วงเวลาของเรา” สก็อต คัลป์ ผู้เขียนหลักของงานศึกษาชิ้นนี้และนักวิทยาศาสตร์อาวุโสแห่งองค์กร Climate Central ที่ทำงานด้านวิเคราะห์และรายงานเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สภาพภูมิอากาศ กล่าวไว้ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว The Guardian โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุด คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นที่ทวีปเอเชีย อันเป็นพื้นที่ที่ประชากรโลกอาศัยอยู่มากที่สุด ซึ่งจำนวนประชากรที่เสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในปี 2050 ได้เพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 8 เท่าในบังกลาเทศ, 7 เท่าในอินเดีย […]

Blue Lagoon โรงไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพที่สร้างเงินมหาศาลให้การท่องเที่ยวไอซ์แลนด์

Blue Lagoon แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของไอซ์แลนด์ สร้างจากน้ำพุร้อนใต้พิภพที่ผ่านการนำไปผลิตกระแสไฟฟ้า โดยไอซ์แลนด์ขับเคลื่อนประเทศด้วยพลังงานหมุนเวียนเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ แม้จะมีประชากรเพียง 332,000 คน แต่ไอซ์แลนด์ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 1.8 ล้านคนต่อปี มากกว่าจำนวนประชากรถึง 6 เท่า โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางมายังเกาะแห่งนี้ เพื่อชื่นชมภูมิประเทศที่ต่างจากพื้นที่อื่นในโลก ผสมผสานกันระหว่างความหนาวเย็นและความร้อนระอุ ไม่ว่าจะเป็นถ้ำน้ำแข็ง ธารน้ำแข็ง ทุ่งน้ำแข็ง ไปจนถึงทุ่งลาวาและน้ำพุร้อนไกเซอร์ หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ Blue Lagoon ที่มีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยียนมากกว่า 1 ล้านคนต่อปี และสิ่งที่คนส่วนใหญ่อาจไม่รู้คือทะเลสาบน้ำร้อนแห่งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติอย่างแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ของไอซ์แลนด์ แต่เป็นฝีมือการสร้างของมนุษย์ มองข้ามขอบน้ำสีฟ้าสดใสของทะเลสาบไป คุณสามารถมองเห็นอาคารและท่อโลหะที่มีไอน้ำพวยพุ่งอยู่แทบจะตลอดเวลา ไม่ต้องแปลกใจ เพราะนั่นคือโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ Svartsengi ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ ค.ศ. 1976 และน้ำอบอุ่นในทะเลสาบที่คนนับล้านข้ามน้ำข้ามทะเลมาแช่เพื่อผ่อนคลายดื่มด่ำนี้ คือน้ำอุณหภูมิร้อนจัดจากใต้ผิวโลกที่ถูกนำขึ้นมาผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่หล่อเลี้ยงผู้คนและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมของไอซ์แลนด์ทั้งประเทศ การผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานความร้อนใต้พิภพ เป็นหนึ่งในพลังงานหมุนเวียนที่มีขั้นตอนในการสร้างยุ่งยากที่สุด เพราะระหว่างกระบวนการสามารถปล่อยมลพิษออกมาได้ หากโรงไฟฟ้าไม่ได้รับการออกแบบระบบควบคุมแบบปิด ที่ป้องกันการเล็ดรอดของสารพิษอย่างเชี่ยวชาญ ด้วยวิสัยทัศน์ของภาครัฐตั้งแต่เมื่อ 80 ปีก่อน ทำให้ทุกวันนี้ ไอซ์แลนด์ขับเคลื่อนประเทศด้วยพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตภายในประเทศเกือบ […]

อุณหภูมิของคาบสมุทรแอนตาร์กติกทำลายสถิติ และจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วนับจากนี้

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าจะได้เห็นสภาพภูมิอากาศสุดขั้วในอนาคต ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญจากแผ่นดินเยือกแข็งขนาดใหญ่อย่าง แอนตาร์กติก ห่างจากทางตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้ไปราว 8,000 กิโลเมตร คือที่ตั้งของเคปฮอร์น (Cape Horn) แผ่นดินรูปร่างแคบในจุดเหนือสุดบริเวณคาบสมุทร แอนตาร์กติก อันเปรียบเหมือนอาณาจักรต้องห้ามซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะถิ่นอาศัยยอดนิยมของเหล่าเพนกวิน อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ พื้นที่ใต้สุดของแอนตาร์กติกกำลังอยู่ในช่วงฤดูร้อนซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 20 องศาเซลเซียส และอาจจะเป็นอุณหภูมิที่สูงที่สุดเท่าที่มีการบันทึกมา สาเหตุของอุณหภูมิดังกล่าวเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งกระแสลมภูเขาที่มีความอบอุ่นและมหาสมุทรที่มีขนาดใหญ่ขึ้น รวมไปถึงสภาพภูมิอากาศ และมีแนวโน้มว่าจะเป็นเช่นนี้ต่อไปในระยะยาว ปกติแล้วอุณหภูมิช่วงฤดูร้อนทั่วคาบสมุทรแอนตาร์กติกมักจะเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 2-3 องศาเซลเซียส แต่พื้นที่นี้ได้ประสบกับสภาพอากาศอบอุ่นอย่างรุนแรงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ความร้อนนี้จะทำให้แผ่นดินแตกตัวง่ายขึ้น ประกอบกับอุณหภูมิของโลกที่อุ่นขึ้นเนื่องจากคาร์บอนในบรรยากาศเพิ่มสูงขึ้น อุณหูภูมิที่สูงจนทำลายสถิติใหม่อาจจะเกิดขึ้นได้ในเร็ววัน “ผมคิดว่าไม่ได้เป็นเรื่องน่าประหลาดใจหรอกครับ” ปีเตอร์ เนฟฟ์ นักวิทยาธารน้ำแข็งแอนตาร์กติกจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน กล่าวและเสริมว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้ม (สภาพภูมิอากาศ) ที่กำลังเกิดขึ้น และเราจะพบเจอกับเหตุการณ์อากาศอุ่นขึ้นมากกว่าเหตุการณ์อากาศที่หนาวเย็นในอนาคต การโจมตีของอากาศร้อน สาเหตุของสภาพอากาศอบอุ่นของแอนตาร์กติกในช่วงนี้คือคลื่นความร้อนที่อยู่ขึ้นไปทางเหนือหลายร้อยกิโลเมตร ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แนวความกดอากาศสูงเคลื่อนตัวเหนือพื้นที่ทางใต้สุดของสหรัฐอเมริกาและโอบล้อมภูมิภาคแอนตาร์กติกไว้ ฆาเวียร์ เฟตต์ไวส์ นักภูมิอากาศวิทยาขั้วโลกจากมหาวิทยาลัยลีแยฌ (University of Liège) ในประเทศเบลเยียม กล่าวและเสริมว่า เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงฤดูร้อน ซึ่งผลกระทบไม่สามารถรับรู้ได้ในคาบสมุทรแอนตาร์กติก เนื่องจากได้รับการปกป้องโดยกระแสลมตะวันตกซีกโลกใต้ (Southern Hemisphere […]