เมื่อพายุมาทุกคนวิ่งหนี แต่พวกเขาพุ่งเข้าใส่เพื่อการวิจัย - National Geographic Thailand

เมื่อพายุมาทุกคนวิ่งหนี แต่พวกเขาพุ่งเข้าใส่เพื่อการวิจัย

หากต้องการตรวจสอบการทำงานของพายุ อย่างเฮอริเคนเออร์มาหรือเฮอริเคนฮาร์วีย์ บรรดานักล่าพายุเหล่านี้จำเป็นต้องพุ่งเข้าใส่ยังตาพายุ พวกเขาขับเครื่องบินฝ่าลมฝนอันเกรี้ยวกราด ซึ่งในบางครั้งมาพร้อมกับสายฟ้ารุนแรงและลูกเห็บ

คลิปวิดีโอที่จะได้ชมนี้เป็นการทำงานของทีมนักล่าพายุโดย National Oceanic และ Atmospheric Administration ที่ทำการเก็บข้อมูลของพายุเฮอริเคนเออมาร์ พายุระดับ 5 หรือระดับที่มีความรุนแรงที่สุด ด้วยเกณฑ์ในการจำแนกกำลังลมที่มากกว่า 252 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งความรุนแรงของพายุเออร์มานั้นมีกำลังลมสูงถึง 297 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว

กัปตันผู้ขับเครื่องบินตัดสินใจมุ่งหน้าสู่ใจกลางพายุ เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา พวกเขาเสี่ยงชีวิตเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลของความกดอากาศ, อุณหภูมิ, ความเร็วลม และทิศทาง ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้ถูกเก็บโดยอุปกรณ์ที่เรียกว่า “Dropsondes” ตัวอุปกรณ์จะถูกปล่อยลงมาจากเครื่องบิน ซึ่งในการสำรวจเฮอริเคนเออร์มาล่าสุด พวกเขาปล่อย Dropsondes ไปจำนวนรวม 30 อัน

ทั้งนี้เฮอริเคนเออร์มาจะมุ่งหน้าต่อไปยังทะเลแคริบเบียน โดยพายุเฮอริเคนลูกนี้นับได้ว่าเป็นเฮอริเคนลูกใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในมหาสมุทรแอตแลนติก

 

อ่านเพิ่มเติม :  ระบบสุริยะจักรวาลกว้างใหญ่แค่ไหน? ชายคนนี้จะมาจำลองให้ดูชมแผ่นน้ำแข็งทรงกลมค่อยๆ หมุนอยู่บนผิวน้ำ

เรื่องแนะนำ

เปิดบัญชีแดง สิ่งมีชีวิต 31 สายพันธุ์ล่าสุดที่ สูญพันธุ์ จากโลกไปแล้วตลอดกาล

บัญชีแดง: สิ่งมีชีวิต 100,000 ชนิด อยู่ในภาวะเสี่ยง สูญพันธุ์ และ 31 สายพันธุ์ ล่าสุด! ที่ สูญพันธุ์ อันตรธานจากโลกไปแล้วตลอดกาล องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือ IUCN (International Union for Conservation of Nature) เปิดเผยข้อมูลส่งท้ายปี 2020 ด้วยรายชื่อสิ่งมีชีวิต 31 สายพันธุ์ ล่าสุด ใน Red List ที่สูญพันธุ์จากโลกไปแล้วอย่างถาวร ประกอบไปด้วย 1 สายพันธุ์ฉลาม แห่งทะเลจีนใต้ 15 สายพันธุ์ปลาน้ำจืดถิ่นเดียว แห่งประเทศฟิลิปปินส์ 3 สายพันธุ์กบ แห่งทวีปอเมริกากลาง 1 สายพันธุ์ค้างคาว แห่งประเทศออสเตรเลีย 11 สายพันธุ์พืชจากทั่วโลก Red List หรือบัญชีแดง ตั้งขึ้นในปี 1964 เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่ครอบคลุมที่สุด เกี่ยวกับสถานะความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก […]

5 ชัยชนะด้านสิ่งแวดล้อมในปี 2021 ที่มอบความหวังให้มนุษยชาติ

ในปีที่ราวกับบรรดาข่าวร้ายถาโถมอย่างต่อเนื่อง หากแต่เรื่องราวสิ่งแวดล้อมยังคงมีความหวังให้กับผู้คน ไม่แปลกที่จะรู้สึกท้อแท้หมดหวังกับสภาพแวดล้อมโลกในปี 2021 มากกว่าหนึ่งล้านสปีชีส์เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศยังคงเพิ่มขึ้น และโลกก็กำลังสั่นสะเทือนด้วยสภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศแบบสุดขั้ว พร้อมกันกับโรคระบาดที่ยังคงไม่จบสิ้น แต่เมื่อสิ้นปีกำลังมาถึง ก็พอจะมองเห็นถึงหนทางสู่ชัยชนะของสิ่งแวดล้อมในปีนี้อยู่บ้าง สิ่งหนึ่งที่ควรจดจำไว้คือ การพัฒนาที่มีแนวโน้มดีขึ้นเช่นนี้ยังไม่ได้หมายถึงการประสบความสำเร็จอย่างเต็มรูปแบบ แต่ก็ยังคงเป็นสัญญาณของความสำเร็จบนถนนที่ยาวและยากเช่นนี้ และนี่คือเหตุผล 5 ข้อที่ทำให้เรายังควรมีความหวัง   1. แรงผลักกลับของการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล การประชุม COP26 เมื่อเดือนพฤศจิกายน ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองกลาสโกลว์ หลังจากล่าช้าจากกำหนดการจริงไปหนึ่งปีอันเนื่องมาจากโควิด-19 ได้ต้อนรับสหรัฐอเมริกา ประเทศผู้ปลดปล่อยเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นอันดับสองของโลกกลับมาสู่การเจรจาหลังห่างหายไปสี่ปี เมื่อการประชุมสุดยอดนี้สิ้นสุดลง สหรัฐอเมริกาและจีนสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการประกาศร่วมกันทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายข้อตกลงปารีส ในขณะที่การประชุมครั้งนี้ที่กลาสโกลว์ต้องเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์​มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของการปกป้องประเทศกำลังพัฒนาจากผลกระทบของสภาพอากาศ พร้อมกับสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้พลังงานสะอาด โดยเป้าหมายที่การรักษาอุณหภูมิอากาศที่เพิ่มขึ้นให้คงไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียส ซึ่งน่าจะเป็นไปได้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลายประเทศตกลงที่จะยุติการใช้ถ่านหิน และกว่าร้อยประเทศตกลงที่จะลดการปลดปล่อยก๊าซมีเทน 30% ภายในปี 2030 ในระดับโลก การใช้พลังงานหมุนเวียนในปี 2021 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 8% ซึ่งนับเป็นอัตราการเติบโตที่เร็วที่สุดเมื่อเทียบแบบปีต่อปีนับตั้งแต่ศตวรรษ 1970 ขณะที่ในสหรัฐฯ เอง รายงานฉบับใหม่พบว่ามีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา ในประเทศเนเธอร์แลนด์​ ศาลสั่งให้ […]

สืบสานงานอนุรักษ์ของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ สืบ นาคะเสถียร

สืบ นาคะเสถียร คือชื่อของชายคนหนึ่งผู้ยอมทำทุกอย่างแม้กระทั่งสละชีวิตเพื่อการอนุรักษ์ ผู้อยู่เบื้องหลังมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของไทย เสียงปืนในวันนั้นยังดังอยู่แม้เลือนจางไปกับกาลเวลาบ้าง

เมื่อ โลกร้อน เกินกว่าจะทน เราจะอยู่อย่างไร

ความร้อนที่พุ่งสูงขึ้น และภาวะ โลกร้อน ในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด มีแนวโน้มที่จะผลักดันผู้คนนับล้านและภูมิภาคทั้งภูมิภาคให้ออกจากพื้นที่อันปลอดภัย ฤดูร้อนปี 2003 คลื่นความร้อนปกคลุมเหนือยุโรปตอนกลางและตะวันตก ความร้อนแผ่ทั่วแถบทะเล เมดิเตอร์เรเนียน มวลอากาศขนาดใหญ่ยักษ์หมุนวนต้านทานมวลอากาศที่เย็นกว่าจากมหาสมุทรแอตแลนติกอยู่ หลายสัปดาห์ ในฝรั่งเศส ภาวะ โลกร้อน ส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นจนกระทั่งถึง 40 องศาเซลเซียสอยู่แปดวัน ระหว่างที่ความร้อนก่อตัวสะสม ผู้คนก็เริ่มล้มตาย ในไม่ช้า โรงพยาบาลต่างๆก็รับไม่ไหว ห้องเก็บศพเต็มจนต้องใช้รถบรรทุกห้องเย็นและตู้อาหารแช่แข็งแทน ตำรวจได้รับแจ้งให้พังประตู “เพียงเพื่อจะพบศพอยู่ข้างใน” ปาตริก เปลลู ประธานสมาคมแพทย์ห้องฉุกเฉิน แห่งฝรั่งเศส บอก “น่าสะพรึงอย่างที่สุดครับ” ฝรั่งเศสมีผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนครั้งนั้นกว่า 15,000 ราย น้อยกว่าอิตาลีซึ่งมีผู้เสียชีวิตเกือบ 20,000 ราย ทั่วทวีปยุโรปมีผู้เสียชีวิตกว่า 70,000 ราย นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า ฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดในรอบ 500 ปีของยุโรปนี้เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างชัดเจน ในบรรดาภัยคุกคามด้านสภาพภูมิอากาศต่างๆที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อมโยงกับภาวะโลกร้อน ทั้งเฮอร์ริเคน อานุภาพรุนแรงและทำลายล้างหนักขึ้น ภัยแล้ง ระดับทะเลสูงขึ้น และฤดูไฟป่าที่ยาวนานขึ้น คลื่นความร้อนที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็นปัญหาฉับพลันและรับรู้ได้มากที่สุด ในระดับโลก หกปีที่ผ่านมาคือช่วงเวลาร้อนที่สุดเท่าที่มีบันทึกไว้ ในยุโรป ฤดูร้อนอันน่าสะพรึงเมื่อปี […]