นักสำรวจถ้ำค้นพบ ฟอสซิลมนุษย์ ไขปริศนาญาติมนุษย์

นักสำรวจถ้ำค้นพบฟอสซิล ไขปริศนาญาติมนุษย์

นักสำรวจถ้ำค้นพบ ฟอสซิลมนุษย์ ไขปริศนาญาติมนุษย์

ฟอสซิลมนุษย์ โบราณที่ถูกค้นพบในถ้ำของแอฟริกาใต้ ช่วยเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับญาติของเราที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน รายงานล่าสุดจากนักวิทยาศาสตร์

ในการพูดคุยทางไกลจากถ้ำ Rising Star ในแอฟริกาใต้ ลี เบอเกอร์ นักบรรพมานุษยวิทยา เปิดเผยว่าพวกเขาค้นพบโครงกระดูกใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง หลังค้นพบขุมฟอสซิล Dinaledi แห่งนี้ ภายในถ้ำ เมื่อสี่ปีก่อน

ฟอสซิลแรกที่พวกเขาค้นพบถูกประกาศในปี 2015 โดยเป็นฟอสซิลของสายพันธุ์มนุษย์ที่ไม่เป็นที่รู้จักมาก่อน ซึ่งได้รับการตั้งชื่อว่า โฮโม นาเลดี สายพันธุ์มนุษย์ที่คาบเกี่ยวระหว่างมนุษย์ยุคเก่าและยุคใหม่ พวกเขามีลักษณะเท้าที่เหมือนกับเราจนแทบแยกไม่ออก ในขณะที่ส่วนไหล่และลำตัวนั้นมีขนาดเล็กและคล้ายกับเอปมากกว่ามนุษย์

นอกจากนั้นพวกเขายังค้นพบช่องที่มีลักษณะคล้ายกับรางน้ำ ความกว้างราว 75 นิ้ว ความยาว 40 ฟุต ที่ใช้นำทางไปทางเข้าของขุมฟอสซิลดังกล่าว ซึ่งทีมนักสำรวจเองก็ใช้เส้นทางนี้ในการเดินทางเช่นกัน

“หนึ่งในคำถามใหญ่ของการค้นพบครั้งนี้ก็คือ บรรดาโฮโม นาเลดี เดินทางลงมายังที่นี่หรือไม่?” เบอเกอร์ หนึ่งในนักสำรวจจากเนช่ั่นแนล จีโอกราฟฟิกกล่าว “แทบไม่มีใครเชื่อว่ามันจะเป็นไปได้ อันที่จริงแล้วเรายังมีข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับการค้นพบครั้งนี้”

โครงกระดูกของมนุษย์โฮโม นาเลดี ถูกวางโดยมีชื้นส่วนกระดูกอื่นๆ ที่พบในถ้ำเช่นกันล้อมรอบ

 

ดำดิ่งลงสู่ขุมฟอสซิล

มันดูเหมือนว่าจะเป็นรายละเอียดเล็กๆ แต่สถานที่ค้นพบฟอสซิลนั้นเป็นเรื่องสำคัญ และนำไปสู่คำถามที่ว่าทำไมญาติผู้มัมันสมองขนาดเล็กกว่าเราจึงลงมาจบชีวิตภายในถ้ำลึกอันสลับซับซ้อนนี้

เบอเกอร์สันนิษฐานว่า แม้พวกเขาจะมีสมองที่เล็กกว่า แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีสติปัญญา สมองของพวกเขาน่าจะมีโครงสร้างคล้ายกับมนุษย์ รวมถึงมือของพวกเขาก็มีประสิทธิภาพพอที่จะประดิษฐ์อุปกรณ์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะไม่พบอุปกรณ์ที่ทำจากหินอยู่ใกล้กับจุดพบฟอสซิลของโฮโม นาเลดีก็ตาม

ประเด็นที่ถกเถียงกันมากที่สุดของการค้นพบขุมฟอสซิลแห่งนี้ ทีมของเบอเกอร์เชื่อว่ามนุษย์โบราณเดินผ่านช่องทางนี้ ในขณะที่บางคนสันนิษฐานว่า บรรดาโฮโม นาเลดี อาจเดินทางมายังที่นี่โดยที่ไม่มีชีวิตแล้ว

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า เหตุใดจึงพบโครงกระดูกในขุมฟอสซิลแห่งนี้ ก็เพราะมนุษย์โบราณโยนร่างของผู้ที่เสียชีวิตแล้วให้มากองรวมกันนั่นเอง พฤติกรรมการทำศพแก่ผู้เสียชีวิตไปแล้วเช่นนี้คล้ายคลึงกับมนุษย์สมัยใหม่และในมนุษย์โบราณสายพันธุ์โฮโม นีแอนเดอร์ทัลเองก็มีการทำศพเช่นเดียวกัน

นักวิจัยบางคนเสนอว่า ในอดีต มนุษย์โฮโม นาเลดีอาจเดินเท้าเข้ามาสู่ขุมฟอสซิลแห่งนี้ ก่อนที่ทางดังกล่าวจะยุบตัวลงในภายหลังอย่างไรก็ตามหากเป็นไปตามข้อสันนิษฐานจริง โครงกระดูกควรจะกองรวมกันที่ปากทางเข้าขุมฟอสซิล แต่ว่าในการค้นพบบริเวณท้ายสุด ยังมีการพบชิ้นส่วนกระดูกฝังอยู่ในตะกอน ซึ่งเบอเกอร์ยืนยันว่าเป็นกระดูกของโฮโม นาเลดี

“นั่นหมายความว่า อย่างน้อยใครคนหนึ่งต้องลงมายังข้างล่างนี่ พวกเขาผ่านช่องทางแคบๆ ลงมา” เขากล่าว “มันเป็นการค้นพบที่สำคัญ และสำหรับผมมันน่าตื่นเต้นมากสำหรับมานุษยวิทยา”

อย่างไรก็ดีการศึกษาซากฟอสซิลทั้งหมดนี้ อาจใช้เวลานานรวมหลายเดือนหรือหลายปี ทั้งนี้ทีมนักวิจัยยังไม่สามารถระบุอายุของฟอสซิลที่พวกเขาค้นพบได้ อันเนื่องมาจากชั้นของตะกอนที่เกิดขึ้นในถ้ำ ซึ่งหากกระดูกเหล่านี้เป็นของมนุษย์โฮโม นาเลดีจริง ฟอสซิลควรจะมีอายุราว 236,000 – 335,000 ปีก่อน

การศึกษาโครงกระดูกที่ค้นพบใหม่เหล่านี้ยังคงดำเนินต่อไปอย่างสุขุมและรอบคอบ “เราได้ตัวอย่างของฟอสซิลหลายชิ้นที่ใกล้กับรางตรงปากทาง ฟอสซิลเหล่านี้มีตั้งแต่ใต้ตะกอนจนถึงพื้นผิว” จอห์น ฮอว์ค นักบรรพมานุษยวิทยา จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน แมดิสัน หนึ่งในทีมสำรวจกล่าว “ขณะนี้อาจพูดได้ว่า ความจริงของขุมฟอสซิล Dinaledi ใกล้จะถูกเปิดเผยแล้ว”

โดย มิเชล เกรชโค

อ่านเพิ่มเติม : เราจะสื่อสารให้มนุษย์ต่างดาว รู้จักโลกและมนุษย์ได้อย่างไรไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ เป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีมาบนโลก

เรื่องแนะนำ

ไดโนเสาร์ กลายเป็นสมบัติในห้องนั่งเล่น

ทุกวันนี้ นักสะสมฟอสซิลมีอยู่ทั่วไป หลายคนไม่เพียงสะสมอย่างจริงจังจนแทบจะเป็นนักบรรพชีวินวิทยามืออาชีพ ขณะที่นักสะสมรายอื่นๆ ดูเหมือนจะแค่สนองรสนิยมชมชอบอสุรกายตัวใหญ่ยักษ์ น่ากลัวและแสนแพง แบบเด็กผู้ชายทั่วไป ความหลงใหลในบรรพชีวินวิทยาในหมู่นักสะสมนั้นหมายความว่า ไดโนเสาร์ และสัตว์ร่างยักษ์อื่นๆ ในรูปฟอสซิลอาจไปโผล่ในบ้านหรือสำนักงานต่างๆ ได้เกือบทุกแห่งหนทั่วโลก

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดาวเทียมในประเทศไทย

ช่วงเวลาแห่งวันหยุดพักผ่อน อาจเป็นช่วงเวลาที่ดีที่หลายคนรอคอย เพื่อได้พักผ่อนสมองที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน และใช้เวลากับตัวเอง และคนใกล้ชิดรอบข้าง ผู้เขียนเองก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้นที่ปรารถนาที่จะได้ใช้วันหยุดเพื่อเดินทางท่องเที่ยวไปดื่มด่ำบรรยากาศตามแหล่งท่องเที่ยว สวยๆ ต่างๆ ทั่วประเทศ ในบรรดาการเดินทางท่องเที่ยวทั้งหมด การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวมักได้รับความนิยมเสมอ ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดยาว หรือหยุดเสาร์อาทิตย์ เพราะเป็นอะไรที่สะดวก และสบายใจ เสน่ห์ของการเดินทางโดยรถยนต์คือ การมองเห็นความสวยงามของทัศนียภาพระหว่างทาง ทั้งวิถีชีวิตผู้คน บ้านเรือน ไร่นา ชุมชน และทิวทัศน์ธรรมชาติ เหล่านี้ล้วนทำให้การเดินทางในแต่ละครั้งพิเศษขึ้นกว่าเดิม เมื่อลองมาพิจารณาดูว่า ทำไมการเดินทางโดยรถยนต์ในปัจจุบันเป็นอะไรที่ง่ายขึ้น ปลอดภัย และมีสีสันมากกว่าสมัยก่อน จึงพบว่าปัจจัยที่ส่งผลให้การเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น คือระบบนำทางที่มีความแม่นยำ ประกอบกับสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุม ทำให้เราสามารถวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ตรวจสอบสภาพอากาศ ค่าฝุ่นละอองในอากาศ เลือกเส้นทาง รวมไปถึงร้านอาหารในละแวกใกล้เคียง ระบบนำทางและการสื่อสารนั้นเกิดขึ้นจากการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนในปัจจุบันมีความแม่นยำสูงขึ้น โดยอาศัยการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของระบบเทคโนโลยีดาวเทียม  สำหรับประเทศไทย หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน ต่างก็เล็งเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีดาวเทียม จึงได้ลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีดาวเทียมร่วมกับต่างประเทศ เพื่อใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ มาโดยตลอด  ดาวเทียมไทยโชติ หรือ THEOS I สํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า (GISTDA) เป็นหนึ่งในหน่วยงานด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของประเทศไทย […]