ฟอสซิลอสุรกายแห่งท้องทะเลถูกพบในอินเดีย - National Geographic Thailand

ฟอสซิลอสุรกายแห่งท้องทะเลถูกพบในอินเดีย

เรื่อง มิคาเอล เกรสโค

กระดูกที่ปกคลุมไปด้วยฝุ่นฝังอยู่ในผืนดินของภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ในอินเดียนี้ เป็นของ “อสุรกายแห่งท้องทะเล” มันมีขนาดประมาณเรือลำเล็กลำหนึ่ง ออกว่ายน้ำหาอาหารไปทั่วผืนมหาสมุทรเมื่อราว 150 ล้านปีก่อน

ฟอสซิลดึกดำบรรพ์ที่ถูกค้นพบนี้เป็นของอิกทิโอซอรัส (Ichthyosaur) สัตว์เลื้อยคลานที่อาศัยอยู่ในน้ำในยุคสมัยที่ไดโนเสาร์ครองโลก มันมีลักษณะคล้ายกับโลมาและวาฬ กินสัตว์น้ำชนิดอื่นเป็นอาหาร และล่าเหยื่อด้วยดวงตาขนาดใหญ่ ขากรรไกรแคบทว่าเต็มไปด้วยฟันแหลมคม

สำหรับอิกทิโอซอรัสตัวนี้ที่พบในอินเดียน่าจะมีชีวิตอยู่ราว 152 – 157 ล้านปีก่อน และเป็นไดโนเสาร์ใต้น้ำตัวแรกที่ถูกค้นพบยังภูมิภาคนี้ ซึ่งการค้นพบของมันจะช่วยให้บรรดานักบรรพชีวินวิทยาทำความเข้าใจได้ว่าอิกทิโอซอรัสแพร่กระจายสายพันธุ์ไปทั่วผืนมหาสมุทรในโลกยุคโบราณได้อย่างไร

“มันเป็นการค้นพบที่มหัศจรรย์มาก และเป็นโครงกระดูกของอิกทิโอซอรัสที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้” Steve Brusatte นักบรรพชีวินวิทยา จากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ ผู้ไม่เกี่ยวข้องกับการค้นพบครั้งนี้กล่าว

“ฟอสซิลของอิกทิโอซอรัสเป็นที่รู้กันดีว่ามักพบในทวีปทางตอนเหนือ แต่กลับทวีปทางตอนต้มันเป็นเรื่องที่หายากมาก” Brusatte กล่าวเสริม ซึ่งฟอสซิลอื่นๆ ของพี่น้องร่วมสายพันธุ์มันถูกพบในทวีปอเมริกาเหนือและในยุโรป “ดังนั้นแล้วฟอสซิลใหม่นี้จะช่วยเปิดเผยความลับที่เรายังไม่รู้เกี่ยวกับลักษณะทางชีวภาพและวิวัฒนาการของมัน”

ครีบซ้ายของอิกทิโอซอรัส

 

ฟอสซิลสมบูรณ์

นักบรรพชีวินวิทยาโชคดีพบเข้ากับฟอสซิลนี้ที่ทางตอนใต้ของหมู่บ้าน Lodai ในรัฐคุชราตเมื่อปี 2016

ฟอสซิลของอิกทิโอซอรัสถูกฝังอยู่ในหินตะกอนที่แข็งมากๆ และการขุดค้นก็เป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากภูมิอากาศของภูมิภาคนี้แห้งแล้งอย่างรุนแรง รวมถึงอุณหภูมิในช่วงนั้นก็สูงถึง 95 องศาฟาเรนไฮต์

แรงงานทั้งหมดใช้เวลาถึง 1,500 ชั่วโมง ในที่สุดพวกเขาก็สามารถเข้าถึงโครงกระดูกอันสมบูรณ์สวยงาม กระดูกสันหลังของมันยังเห็นเป็นเส้นต่อเนื่อง และกระดูกส่วนอื่นๆ ที่เหลือก็ยังคงมีรูปร่างเช่นเดียวกับตอนที่มันยังมีชีวิตอยู่

Guntupalli V.R. Prasad นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยเดลี ผู้ศึกษาเกี่ยวกับไดโนเสาร์กล่าวว่าการค้นพบนี้เป็นดังเซอร์ไพร์ “ผมไม่ได้ทำวิจัยเกี่ยวกับการค้นพาไดโนเสาร์ที่มีกระดูกสันหลังในภูมิภาคนี้นักเนื่องจากตามที่ผมพิจารณาพวกมันน่าจะมีอยู่น้อยมากๆ” เขากล่าว

Prasad ตระหนักถึงประโยชน์ของการค้นพบนี้ เพราะไม่เพียงแต่เป็นการค้นพบอิกทิโอซอรัสแบบสมบูรณ์แต่นี่ยังเป็นครั้งแรกที่มีการค้นพบฟอสซิลจากยุคจูแรสสิกในประเทศนี้ ฟอสซิลก่อนหน้าที่พบมักมีอายุน้อยกว่านี้ราว 50 ล้านปี และประกอบด้วยฟัน หรือบางส่วนของกระดูกสันหลังเท่านั้น

กระบวนการขุดค้นเป็นไปอย่างยากลำบากเพราะหินในบริเวณนี้แข็งมาก รวมถึงอุณหภูมิระหว่างวันก็สูงถึง 95 องศาฟาเรนไฮต์

 

เหยื่อในเปลือกแข็ง

ในช่วงเวลาที่อิกทิโอซอรัสยังมีชีวิตอยู่ อินเดียปกคลุมไปด้วยท้องทะเล เมื่อเจ้าสัตว์เลื้อยคลานขนาด 16 ฟุตออกล่าอาหาร บางครั้งมันเจอเข้ากับเหยื่อที่อาสัยอยู่ในเปลือกอย่างปลาเปลือกแข็งหรือแอมโมไนต์ ส่งผลให้ฟันของมันมีรอยแตก

นอกจากนั้นทีมนักวิจัยยังพบว่า อิกทิโอซอรัสที่พบในอินเดียตัวนี้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิกทิโอซอรัสที่พบในทวีปทางตอนเหนือ จึงเกิดสมมุติฐานตามมาว่าพวกมันอาจมีเครือข่ายที่เชื่อมโยงถึงกัน เนื่องจากทวีปในยุคนั้นแตกต่างกับปัจจุบัน ในเวลานั้นผืนแผ่นดินกอนด์วานายังไม่ได้แยกตัวออกจากกกัน ส่งผลให้พวกมันสามารถเดินทางจากตะวันตกของอินเดียไปยังมาดากัสการ์และอเมริกาใต้ได้

หากเป็นเช่นนั้นจริง การค้นพบนี้จะช่วยให้นักบรรพชีวินวิทยามองเห็นภาพมากขึ้นว่าสัตว์ทะเลเหล่านี้แพร่กระจายสายพันธุ์ไปทั่วมหาสมุทรของยุคจูแรสสิกได้อย่างไร

“การค้นพบนี้แสดงให้เห็นว่าอิกทิโอซอรัสกระจายไปทั่วโลกในยุคไดโนเสาร์” Brusatte กล่าว “ดูเหมือนว่าพวกมันจะอยู่ทุกที่ในมหาสมุทร ในเวลาเดียวกันกับที่ไดโนเสาร์เองก็เปล่งเสียงกัมปนาทไปทั่วแผ่นดินเช่นกัน”

 

อ่านเพิ่มเติม : ไดโนเสาร์วางไข่เป็นสีฟ้า!ไดโนเสาร์มีขนพันธุ์ใหม่ มีสี่ปีกแต่บินไม่ได้

เรื่องแนะนำ

ฟอสซิลปลาโบราณที่ถูกค้นพบโดยเด็กสิบขวบ

ฟอสซิลปลา โบราณที่ถูกค้นพบโดยเด็กสิบขวบ ราวๆ 3 ปีก่อน เด็กน้อยขี้สงสัยวัยสิบขวบที่กำลังอยู่ระหว่างการท่องเที่ยวยังวิหารเก่าแก่ของโคลอมเบีย สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ปลายเท้า เขาสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ดูคล้ายปลาอยู่ในหินก้อนแบนที่พื้น ดังนั้นเด็กน้อยจึงถ่ายภาพไว้ และไม่กี่วันต่อมาตัวเขาก็นำภาพถ่ายมายังสถาบันวิจัยบรรพชีวินวิทยาที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ที่ซึ่งนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันกล่าวว่า เด็กน้อยได้พบเข้ากับฟอสซิลเข้าเสียแล้ว ข่าวดังกล่าวถูกแจ้งไปยังทีมวิจัย มหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตา และจากการรวบรวมข้อมูล พวกเขาคิดว่าฟอสซิลที่หนูน้อยคนนี้พบน่าจะเป็นสัตว์ในกลุ่มปลาโบราณที่ไม่เคยถูกพบในอเมริกามาก่อน “เราพบว่าเขตร้อนชื้นเป็นภูมิภาคที่พวกมันอาศัยอยู่” Oksana Vernygora นักศึกษาปริญญาเอกผู้นำการวิจัยกล่าว “สิ่งที่เราต้องทำก็คือออกไปสำรวจ” ผลการค้นพบครั้งนี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Journal of Systematic Palaeontology เมื่อวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา   หนทางสู่การค้นพบ วิหาร La Candelaria ตั้งอยู่นอกเมือง  Ráquira ของโคลอมเบีย ด้วยระยะเวลาการขับรถไม่กี่ชั่วโมง วิหารที่ก่อสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 นี้ปนะกอบด้วยตัวอาคารซับซ้อน, พิพิธภัณฑ์, ลานอเนกประสงค์ และถ้ำที่เหล่านักบวชออกัสตินอาศัยอยู่ (และทุกวันนี้วิหารบางส่วนยังเปิดเป็นโรงแรมให้นักท่องเที่ยวเข้ามาพักอีกด้วย) ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน การก่อสร้างทางเดินมายังวิหารเริ่มต้นขึ้นด้วยการนำก้อนหินมาจากเหมือง Andean ในจังหวัดโบยากา ซึ่งห่างออกไปราวหนึ่งชั่วโมงครึ่ง เหมืองแห่งนี้ถูกเปิดขึ้นสำหรับการนำหินมาก่อสร้างยังวิหารโดยเฉพาะ และถูกปิดเมื่อหินถูกขนส่งไปหมดแล้ว ซึ่งทีมนักวิจัยสามารถติตตามที่มาของหินได้จากที่นี่ […]

ภาพหาชมยากเมื่อเสือดาวกินกันเอง

ภาพหาชมยากเมื่อเสือดาวกินกันเอง นักวิทยาศาสตร์สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ที่หาชมได้ยากเอาไว้ได้ เมื่อเสือดาวตัวผู้ตัวหนึ่งลากพวกเดียวกันเองขึ้นไปกินบนต้นไม้ ดูเหมือนว่าเสือดาวหนุ่มที่โชคร้ายตัวนี้จะหลงเข้ามายังอาณาเขตของเสือดาวที่โตกว่า โดยหารู้ไหมว่าการกระทำดังกล่าวได้นำมันไปสู่ความตาย ปกติแล้วกรณีที่เสือดาวจะหันมาล่ากันเองนี้เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น ทีมนักวิทยาศาสตร์เล่าว่าเจ้าเสือดาวตัวนี้ใช้เวลาในการจัดการกับเหยื่อสายพันธุ์เดียวกับมันอยู่นาน 90 นาที ก่อนที่จะกลับเข้าถ้ำของมันไป ทั้งนี้แม้กรณีเสือกินพวกเดียวกันเองจะหาได้ยาก แต่ในอดีตเคยมีบันทึกไว้เช่นกัน ย้อนกลับไปในปี 1960 มีบันทึกเสือดาวกินลูกของมันเอง และในปี 2013 ช่างภาพสัตว์ป่าในบอตสวานารายงานพบเสือดาววัยหนุ่มกำลังกินลูกเสือดาวเช่นกัน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการที่มันทำเช่นนั้นก็เพราะต้องการสังหารลูกติดของเสือดาวตัวเมียที่เกิดขึ้นกับเสือดาวตัวผู้ตัวอื่นๆ   อ่านเพิ่มเติม เกร็ดความรู้ว่าด้วย “เสือดำ”

การท่องเที่ยวสัตว์ป่ากำลังทำร้ายสัตว์

ธุรกิจการท่องเที่ยวสัตว์ป่ากำลังเติบโตขึ้นในแอมะซอน พื้นที่แห่งนี้เปรียบเสมือนปอดของโลกและบ้านของสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ บรรดานักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังสถานที่แห่งนี้จะได้สัมผัสกับธรรมชาติ แต่ปัจจุบันไม่ใช่แค่นั้น พวกเขายังได้สัมผัสกับสัตว์ป่าแบบใกล้ชิดอีกด้วย หลังชาวบ้านท้องถิ่นอาศัยความหละหลวมของเจ้าหน้าที่เป็นช่องทางในการเข้าป่า เพื่อจับสัตว์มาจัดแสดงสำหรับการท่องเที่ยว ทุกวันนี้ถ้าคุณมาเที่ยว คุณจะได้อุ้มสลอธหรือตัวกินมด ตลอดจนสัมผัสกับจระเข้และงูอนาคอนดาตัวเป็นๆ แม้แต่การว่ายน้ำกับโลมาแม่น้ำแอมะซอนก็ทำได้ การท่องเที่ยวลักษณะนี้กำลังทำร้ายสัตว์ป่าอย่างช้าๆ การให้อาหารพวกมันกำลังกระตุ้นความก้าวร้าว และการสัมผัสพวกมันอาจส่งผลต่อสุขภาพกายและจิตใจของพวกมันได้ และสิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวมองไม่เห็น เบื้องหลังของการเยี่ยมชมสัตว์ป่าอันน่าตื่นเต้นนี้ บรรดาสัตว์ทุกตัวล้วนต้องทนทุกข์จากการถูกกักขังซึ่งธรรมชาติของพวกมันนั้นควรที่จะได้อยู่ในป่า ไม่ใช่ในกรงเพื่อรอให้ความบันเทิงแก่นักท่องเที่ยว   อ่านเพิ่มเติม : ศึกชิงบ่อน้ำระหว่างช้างและหมาป่าแอฟริกา, เจน กูดดอลล์ กับการค้นพบที่ปฏิวัติความเข้าใจของเราเกี่ยวกับชิมแปนซีไปตลอดกาล

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.