วัคซีนใครว่าไม่สำคัญ - National Geographic Thailand

วัคซีนใครว่าไม่สำคัญ

เรื่อง ซินเทีย กอร์นีย์

ภาพถ่าย วิลเลียม ดาเนียลส์

ซามีร์ ซาฮาเป็นนักจุลชีววิทยาผู้มีชื่อเสียงในระดับโลกจากผลงานวิจัยแบคทีเรียที่มีชื่อว่า นิวโมคอกคัส ห้องปฏิบัติการที่เขาก่อตั้งขึ้นอยู่ตรงมุมหนึ่งของโรงพยาบาลธากาชิชู โรงพยาบาลเด็กที่ใหญ่ที่สุดในบังกลาเทศ ภายในห้องปฏิบัติการ ชายหญิงในชุดกาวน์สีขาวกำลังง่วนกับการศึกษาเซลล์นิวโมคอกคัส

แบคทีเรียนิวโมคอกคัสมีอยู่ทุกแห่งหนในโลก และแพร่กระจายได้อย่างง่ายดายผ่านการจามหรือการสัมผัส พวกมันสามารถอาศัยอยู่ในช่องจมูกของคนที่มีระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงโดยไม่ก่อให้เกิดอาการป่วยใดๆ แต่ทันทีที่ระบบป้องกันของเราอ่อนแอลง นิวโมคอกคัสจะเคลื่อนย้าย แบ่งตัว และทำให้เกิดโรคติดเชื้อที่เป็นอันตรายต่อชีวิต เช่น ปอดบวม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือการติดเชื้อในกระแสเลือด เด็กเล็กยิ่งมีความเสี่ยง โดยเฉพาะเด็กเล็กในถิ่นที่เข้าถึงยาปฏิชีวนะและการรักษาที่มีประสิทธิภาพได้ยากจะมีความเสี่ยงสูงที่สุด ในช่วงต้นศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด โรคที่เกิดจากเชื้อนิวโมคอกคัสคร่าชีวิตเด็กทั่วโลกไปกว่า 800,000 คนต่อปี การเสียชีวิตนี้ซึ่งส่วนใหญ่กำลังเกิดขึ้นในประเทศยากจนอย่างบังกลาเทศ

ในปี 2015 เมื่อวัคซีนนิวโมคอกคัสแบบคอนจูเกตหรือพีวีซี (pneumococcal conjugate vaccine: PCV) ซึ่งเป็นวัคซีนที่ใช้สำหรับเด็กมาถึงบังกลาเทศ ทีมวิจัยของซาฮาก็ติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด หากพีวีซีแสดงให้เห็นว่ามีประสิทธิภาพ ทั่วโลกอย่างที่ผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีนคาดหวัง มันจะช่วยทั้งลดอัตราการตายลงได้อย่างมาก  ซึ่งหมายถึงเด็กเล็ก ๆหลายพันคน จะรอดชีวิตแทนที่จะเสียชีวิตก่อนถึงวัยเรียน และลดความเจ็บป่วยที่ไม่ถึงแก่ชีวิตได้อีกมาก

ทว่าสิ่งที่เร่งด่วนยิ่งกว่า ทะเยอทะยานมากกว่า สลับซับซ้อนมากกว่า ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายรัฐบาลและเงินบริจาคหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ก็คือความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อให้ได้มาซึ่งวัคซีนใหม่ๆสำหรับเด็กในประเทศกำลังพัฒนา ความทุกข์ทรมานของคนในประเทศเหล่านี้อันเกิดจากโรคที่วัคซีนป้องกันได้เป็นเรื่องจริงและชัดเจนมาตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบัน

เบลเยียม ถังเหล็กกล้าในอาคารใหม่ของบริษัทจีเอสเคใกล้กรุงบรัสเซล เริ่มสายการผลิตส่วนประกอบหลักๆสำหรับทำวัคซีนโปลิโอในปี 2017 เพื่อคงความปราศจากเชื้อ คนงานต้องเข้าและออกผ่านทางห้องแอร์ล็อก

 

วัคซีนเกือบทั้งหมดในโลกผลิตโดยบริษัทเอกชนในธุรกิจที่หวังผลกำไร  กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ การผลิตวัคซีนอยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทยายักษ์ใหญ่ไม่กี่แห่งในสหรัฐฯและยุโรป เมื่อองค์กรรณรงค์เคลื่อนไหว เช่น แพทย์ไร้พรมแดน (Doctors Without Borders) กดดันให้ลดราคาวัคซีนลง บริษัทเหล่านี้มักอ้างว่า การพัฒนาวัคซีนชนิดใหม่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก และกระบวนการทั้งหมดกินเวลานานหลายปี

สำหรับวัคซีนนิวโมคอกคัสที่ใช้ได้ผลในเด็กใช้เวลาพัฒนาหลายสิบปี วัคซีนที่ใช้ได้ดีในผู้ใหญ่ออกสู่ตลาดในช่วงต้นทศวรรษ 1980 แต่ไม่สามารถทำให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันในเด็กเล็กได้เลย ต้องรอจนถึงปลายทศวรรษ 1990 นักวิจัยจึงค้นพบหนทางในการ “ปรับปรุง” (conjugate) ส่วนประกอบทางชีวภาพของวัคซีนในผู้ใหญ่  เพื่อทำให้ภูมิคุ้มกันที่ยังไม่พัฒนาเต็มที่ (ในเด็ก) จดจำวัคซีนได้

วัคซีนนิวโมคอกคัสสำหรับเด็กชนิดแรกเป็นวัคซีนที่มีราคาแพงที่สุดตัวหนึ่งในประวัติศาสตร์ วัคซีนที่มีชื่อว่า เพรฟนาร์ (Prevnar) ออกสู่ท้องตลาดในช่วงต้นปี 2000 ผลิตโดยบริษัทยาไวเอตของสหรัฐฯ ซึ่งต่อมาถูกไฟเซอร์ซื้อกิจการไป เพรฟนาร์พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้ทำงานต่อต้านเชื้อ 7 สายพันธุ์ที่เป็นสาเหตุของความเจ็บป่วยจากนิวโมคอกคัสส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ ซึ่งสามารถจ่ายค่าวัคซีนสำหรับเด็กที่มีสนนราคา 232 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อการฉีดตามกำหนด 4 ครั้งได้

“ตอนที่ผมเริ่มจับเรื่องนี้  สิ่งที่ทำให้ผมหลับไม่ลงคือความไม่เสมอภาคครับ” โอริน เลวายน์ ผู้อำนวยการฝ่ายขนส่งวัคซีนของมูลนิธิบิลแอนด์เมลินดาเกตส์  บอกเมื่อหลายปีก่อน เพื่อนร่วมงานของเขาเห็นแม่คนหนึ่งที่โรงพยาบาลในประเทศมาลีสูญเสียลูกสาวไปเพราะภาวะปอดบวมจากเชื้อนิวโมคอกคัส ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ เธอเสียลูกสาวอีกคนไปด้วยสาเหตุเดียวกัน เลวายน์ยังจำชื่อแม่ของเด็กได้เป็นอย่างดี ลูกสาวของเขามีอายุไล่เลี่ยกัน

“โอกาสที่เด็กจะเสียชีวิตจากการติดเชื้อนิวโมคอกคัสในประเทศที่ร่ำรวยนั้นต่ำกว่าเป็นร้อยเท่า” เขาบอก “ทำไมลูกผมจึงได้รับวัคซีน แต่เด็กชาวมาลี ลูกของไดอาร์รา ไทมานี ที่ต้องการวัคซีนมากกว่า กลับไม่ได้รับละครับ”

แน่นอน เขารู้คำตอบ นั่นเป็นเพราะผลกำไรเห็นๆ ที่กลับคืนสู่ผู้ผลิตวัคซีน ไม่ได้มาจากการตอบสนองความต้องการขั้นวิกฤตินั่นเอง

สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ในช่วงที่โรคหัดระบาด คนงานจากองค์กรแพทย์ไร้พรมแดนข้ามแม่น้ำใกล้กับเมืองมองกา พร้อมกล่องเก็บความเย็นที่เต็มไปด้วยวัคซีน ในการเดินทางตระเวนไปตามหมู่บ้านต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบซึ่งอาจใช้เวลาถึง 10 ชั่วโมง พวกเขาต้องแน่ใจได้ว่า วัคซีนได้รับการแช่เย็นไว้ตลอดเวลา

 

ลองนึกถึงความคับข้องใจของเลวายน์ที่สะท้อนออกมาโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีนระดับโลก และคุณจะเข้าใจแรงผลักดันที่อยู่เบื้องหลังองค์กรพันธมิตรทั่วโลกด้านวัคซีนและการสร้างภูมิคุ้มกันโรค หรือเกวี (Global Alliance for Vaccines and Immunisation: Gavi) ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างในปี 2000 อันเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่วัคซีนนิวโมคอกคัสชนิดคอนจูเกตหรือพีซีวีออกสู่ตลาดสหรัฐฯ มูลนิธิเกตส์ ของมหาเศรษฐีบิล เกตส์  ประเดิมด้วยเงินบริจาค 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  เกวีดึงแหล่งเงินทุนของประเทศที่ร่ำรวย อีกทั้งองค์กรการกุศลและการช่วยเหลือจากรัฐบาลของประเทศอย่างสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และนอร์เวย์ ไปสนับสนุนงานด้านวัคซีนในประเทศที่ยากจนกว่า ซึ่งแจ้งความจำนงขอรับการช่วยเหลือ เกวียังช่วยต่อรองกับบริษัทวัคซีนให้ลดราคาลงมาโดยเฉพาะกรณีการจำหน่ายเป็นจำนวนมาก การอุดหนุนจากกองทุนผู้บริจาคทำให้ราคาวัคซีนในประเทศกำลังพัฒนาลดลงไปอีก ทำให้พวกเขาจ่ายเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งจากราคาเต็มในท้องตลาด

“สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าจริงๆค่ะ ทั้งความแข็งแกร่งทางการเงิน และความมุ่งมั่นทุ่มเทที่ผู้มีชื่อเสียงระดับโลก ตลอดจนผู้ผลิตวัคซีน และประเทศต่างๆ เห็นพ้องต้องกัน” แคเทอรีน โอไบรอัน กุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านนิวโมคอกคัสที่กำกับดูแลศูนย์การเข้าถึงวัคซีนสากลที่มหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์บอก

 

อ่านเพิ่มเติม : เบาะแสใหม่ชี้ ยีนจากนีแอนเดอร์ทัลส่งผลถึงสุขภาพเราจูจุ๊บสุนัขและแมวของคุณอาจนำไปสู่ความตายได้

เรื่องแนะนำ

เลเซอร์ : เทคโนโลยีเพื่อภาพคมชัดจากเบื้องบน

เลเซอร์ : เทคโนโลยีเพื่อภาพคมชัดจากเบื้องบน ภาพถ่ายดาวเทียมช่วยให้เราเห็นโลกจากเบื้องบน แต่เทคโนโลยีที่อยู่ใกล้โลกอย่าง เลเซอร์ กลับช่วยให้เรามองเห็นรายละเอียดได้มากกว่า และนี่คือที่มาของนวัตกรรมเพื่อเมืองที่อาศัยเลเซอร์ในการสร้างภาพ เทคโนโลยีสำรวจทางอากาศที่เรียกว่าไลดาร์ (LIDAR ย่อมาจาก Light Detection and Ranging) ทำงานโดยการยิงแสงเลเซอร์จากเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ หรือโดรน จากนั้นเครื่องมือจะรับข้อมูลที่สะท้อนกลับจากพื้นผิวเบื้องล่าง ในอดีต ความละเอียดสูงสุดที่ได้จากไลดาร์อยู่ที่ราว 50 จุดต่อตารางเมตร แต่ทีมนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์กสามารถเพิ่มความละเอียดได้ถึง 335 จุดต่อตารางเมตร ส่งผลให้ได้ภาพจากเบื้องบนโดยเฉพาะพื้นที่ในเขตเมืองที่มีรายละเอียดมากกว่าที่ผ่านมา  ถึงขนาดเห็นรอยแตก ขอบถนน และรายละเอียดด้านหน้าของตึกรามบ้านช่อง ไลดาร์ไม่เพียงให้ภาพมุมสูง แต่ยังเผยภาพรูปทรงเรขาคณิตความละเอียดสูงของเมืองที่ดูราวกับเคลื่อนไหว ความลาดชันน้อยๆ บนทางเท้าสามารถบอกได้ว่า น้ำที่ท่วมขังจะไหลไปทางใด และอนุภาคที่รวมตัวกันเป็นกระจุกอาจหมายถึงมลพิษทางอากาศ ภาพจากไลดาร์ที่เห็นนี้มาจากย่านใจกลางเมืองดับลิน เมืองหลวงของไอร์แลนด์ “สมมุติว่าคุณทำงานด้านสาธารณสุขและรู้ว่า ย่านใดย่านหนึ่งของเมืองมีคนป่วยด้วยโรคหอบหืดมาก” เดบรา เลเฟอร์ อาจารย์ด้านสารสนเทศเขตเมืองที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก บอกและเสริมว่า คุณสามารถมองหาบริเวณที่รถบรรทุกจอดติดเครื่องยนต์อยู่ มลพิษเหล่านั้นไปไหน เราจะสามารถเปลี่ยนพืชพรรณบนหลังคาอาคารต่างๆ  ปรับเปลี่ยนเส้นทางการไหลของน้ำ ไปจนถึงถนนที่รถบรรทุกใช้งาน แม้การรวบรวมข้อมูลจากทางอากาศจะมีค่าใช้จ่ายสูง แต่เครื่องสแกนไลดาร์ที่ใช้การยิงเลเซอร์สามารถติดตั้งกับอากาศยานที่ใช้งานในภารกิจอื่นๆ ได้ เช่น เฮลิคอปเตอร์ตำรวจหรือหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน เป็นต้น […]

กำจัดเชื้อไวรัสด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ

หนึ่งในทางเลือกสำหรับการ กำจัดเชื้อไวรัส ในช่วงที่เชื้อกำลังแพร่ระบาด สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ขณะนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังและหามาตรการป้องกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสถานที่และบริเวณต่างๆ ที่เป็นจุดเสี่ยงและมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 สาเหตุของการก่อโรค ซึ่งหนึ่งในมาตรการป้องกันโรคคือการทำความสะอาด ฉีดพ่น กำจัดเชื้อไวรัส และเชื้อโรค เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส ทั้งภายในอาคารผู้โดยสารสนามบิน โรงแรมที่พัก รถขนส่งสาธารณะ และสถานที่จัดประชุมต่างๆ ที่มีประชาชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้กับประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ผลิตภัณฑ์ คีนน์ เจิม คิลเลอร์ บลัด สเกล แอนด์ ออยล์ รีมูฟเวอร์ (KEEEN Germ Killer Blood, Scale & amp; Oil Remover) หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ ผสมสารสกัดจากธรรมชาติ (Natural Disinfectant) จากบริษัท คีนน์ (KEEEN) จำกัด คือผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่มีความสามารถในการฆ่าเชื้อโรค ทั้งแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อไวรัส โดยผ่านการรับรองมาตรฐานในระดับสากล และเป็นหนึ่งใน ‘ผลิตภัณฑ์ในบัญชีนวัตกรรมไทย’ ซึ่งมี […]

มารู้จักกับมนุษย์นีแอนเดอร์ทัล มนุษย์ที่สามารถปรับตัวเข้ากับอากาศ

มารู้จักกับมนุษย์นีแอนเดอร์ทัล มนุษย์ที่สามารถปรับตัวเข้ากับอากาศ มนุษย์นีแอนเดอร์ทัล มักจะถูกเข้าใจว่าเป็น มนุษถ้ำที่ป่าเถื่อนไร้อารยธรรม แต่นักวิทยาศาสตร์กลับบอกว่า มนุษย์นีแอนเดอร์ทัล เป็นมนุษย์ที่มีความฉลาดและมีขนาดของสมองใกล้เคียงกับมนุษย์ในยุคปัจจุบัน มนุษย์นีแอนเดอร์ทัล มีชีวิตอยู่ในช่วงประมาณสี่แสน ถึงสี่หมื่นปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ในพื้นที่แถบชายฝั่งตะวันตกของยุโรปแอตแลนติก และบริเวณเอเชียกลาง ทั้งยังพบว่าเป็นมนุษย์ยุคแรกที่สามารถอาศัยอยู่ในสภาพอากาศหนาวที่เป็นน้ำแข็งได้ พวกเขามีหน้าอกกว้าง และมีกล้ามเป็นมัดๆ บริเวณแขน ซึ่งร่างกายแบบนี้จะช่วยกักเก็บความร้อนในร่างกายได้ดี ทั้งยังมีความสามารถในการปรับตัวเป็นเลิศซึ่งช่วยให้มนุษย์นีแอนเดอร์ทัลสามารถทนต่ออากาศที่หนาวเหน็บได้ ความสามารถของพวกเขายังรวมถึงการสร้างที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และเครื่องมือ นอกจากนั้น มนุษย์นีแอนเดอร์ทัล ยังถูกเชื่อว่าเป็นมนุษย์สายพันธุ์แรกที่สร้างศิลปะถ้ำที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่สเปนอีกด้วย   อ่านเพิ่มเติม เด็กของมนุษย์นีแอนเดอร์ทัลเติบโตไม่ต่างจากเรา