โครงกระดูกหนูกับการพลิกประวัติ มนุษย์ฮอบบิท - National Geographic Thailand

โครงกระดูกหนูนับพันชิ้น พลิกประวัติเรื่องราวมนุษย์ฮอบบิท

กลุ่มนักโบราณคดีขณะกำลังขุดค้นถ้ำเลียงบัว ซึ่งเป็นถ้ำหินปูนบนเกาะฟลอเรส ประเทศอินโดนีเซีย และเป็นแหล่งค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของมนุษย์โฮโม ฟลอเรเซียนซิส หรือที่รู้จักกันในชื่อ มนุษย์ฮอบบิท อันลึกลับ

โครงกระดูกหนูนับพันชิ้น พลิกประวัติเรื่องราว มนุษย์ฮอบบิท

ชิ้นส่วนกระดูกหนูจำนวนมากช่วยเผยเบาะแสใหม่ๆ เกี่ยวกับชะตากรรมของมนุษย์ขนาดเล็ก อย่างโฮโม ฟลอเรเซียนซิส บนเกาะฟลอเรส ประเทศอินโดนีเซียได้

ถ้ำเลียงบัว บนเกาะฟลอเรส ประเทศอินโดนีเซีย เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในชื่อ ถ้ำแห่งฮอบบิท เพราะเป็นแหล่งค้นพบโครงกระดูกของมนุษย์โฮโม ฟลอเรเซียนซิส (Homo floresiensis) หรือที่รู้จักกันในนาม “มนุษย์ฮอบบิท” ซึ่งเป็นญาติที่สูญพันธุ์ไปแล้วของเรา แต่สำหรับนักวิทยาศาสตร์ที่ขุดค้นที่นี่ แหล่งโบราณคดีแห่งนี้น่าจะได้ชื่อที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงว่า ถ้ำหนู

“ครั้งแรกที่ผมเข้าไปขุดค้นถ้ำเลียงบัว ผมจำได้เลยว่ากระดูกที่โผล่ขึ้นมาจากดินสร้างความตกตะลึงแก่ผมเป็นอย่างมาก เพราะกระดูกเหล่านั้นเป็นกระดูกหนูแทบทั้งสิ้น” – Matthew Tocheri, หัวหน้านักวิจัยด้านกำเนิดมนุษย์ แห่งมหาวิทยาลัย Lakehead ประเทศแคนาดา เท้าความหลัง

ล่าสุดนี้ ทาง Tocheri และทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติได้ตรวจสอบกระดูกหนู พร้อมกับค้นพบหลักฐานการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญๆ ของเหล่าประชากรหนูในอดีต รวมถึงครั้งหนึ่งเมื่อราว 60,000 ปีก่อน โดยเป็นช่วงที่ซากกระดูกของมนุษย์ฮอบบิทเริ่มสูญหายไปจากถ้ำ

นั่นหมายความว่าการค้นพบดังกล่าว ให้ภาพที่เราไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับลักษณะทางนิเวศวิทยาบรรพกาลรอบๆ ถ้ำเลียงบัว แต่ยังอาจสามารถช่วยตอบคำถามที่คาราคาซังมาเนิ่นนานว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับมนุษย์ฮอบบิทกันแน่

มนุษย์ฮอบบิท
การขุดค้น ณ ถ้ำเลียงบัว เผยให้เห็นกระดูกส่วนต้นขาของหนูตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง

การวัดขนาดหนูหลากหลายสายพันธุ์

ตอนที่ข่าวการค้นพบมนุษย์ฮอบบิทเป็นที่โด่งดังเมื่อปี 2003 ด้วยขนาดสมองที่เล็กและลักษณะโบราณอื่นๆ ได้จุดประเด็นถกเถียงว่า เราควรจัดมนุษย์ชนิดนี้อยู่ตรงไหนของสาแหรกตระกูลมนุษย์กันแน่ ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ค้นหาเบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับปริศนานี้ ภาพสิ่งแวดล้อมในยุคนั้นก็เริ่มปรากฏออกมาจากการค้นพบหลักฐานที่แปลกประหลาดอื่นๆ ตั้งแต่นกขนาดใหญ่ ไปจนถึงญาติอันใกล้ชิดของช้างซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับแม่วัว และมังกรโคโมโดโบราณ

กระนั้น หนู จึงเป็นสัตว์ที่มีอยู่มากที่สุดซึ่งถูกค้นพบใต้พื้นผิวถ้ำลึกลงไป โดยคิดเป็นร้อยละ 80 จากกระดูกอื่นๆ ที่ขุดค้นได้ในบริเวณถ้ำแห่งนี้

หนูบนเกาะฟลอเรสนั้นไม่ได้มีขนาดปกติเหมือนหนูทั่วไป โดยในปัจจุบันมีหนูชนิดหนึ่งซึ่งมีขนาดใหญ่เทียบเท่ากับสุนัข และเจ้าหนูยักษ์ตัวนี้มักได้รับความสนใจมากที่สุด เพราะมันเป็นสายพันธุ์เดียวที่ยังคงอาศัยอยู่บริเวณถ้ำเลียงบัว แต่พวกมันก็มีขนาด พฤติกรรม และการเลือกกินอาหารที่แตกต่างกันไป

มนุษย์ฮอบบิท
ภาพประกอบที่แสดงให้เห็นถึงมนุษย์โฮโม ฟลอเรเซียนซิส เพศชายกำลังแบกหนูขนาดใหญ่ไว้บนไหล่

หนู มีประโยชน์อย่างมากสำหรับการร่างฉากชีวิตก่อนประวัติศาสตร์ ณ ถ้ำเลียงบัว เพราะกระดูกของพวกมันนั้นปรากฏขึ้นตามช่วงลำดับเวลาของถ้ำ ในขณะที่ฮอบบิท สเตโกดอน และสัตว์ชนิดอื่นๆ กลับไม่มีหลักฐานชัดเจนพอ ซึ่งตรงกันข้ามกับเหล่ากระดูกหนูที่ถูกเก็บรักษาไว้ใต้ผืนถ้ำมาเป็นระยะเวลาประมาณ 190,000 ปีแล้ว

Tocheri และทีมงานทำการวัดขนาดกระดูกหนูจำนวนกว่า 12,000 ชิ้น พร้อมกับจำแนกประเภทของพวกมันตามขนาด และตามลำดับความสัมพันธ์ สัญญาณที่เด่นชัดอย่างหนึ่งจึงปรากฏออกมา นั่นก็คือ หนูขนาดกลางซึ่งชอบถิ่นอาศัยที่เปิดโล่งมากกว่าก็ครอบครองถ้ำจนถึงเมื่อราวๆ 60,000 หมื่นปีก่อน หลังจากนั้นทีมวิจัยกลับพบหนูอีกประเภทหนึ่งซึ่งมีขนาดเล็กกว่าที่สามารถปรับตัวและใช้ชีวิตกับผืนป่าได้ดีกว่า

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้นักวิจัยตั้งสมมติฐานถึงการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมโดยรอบถ้ำ กล่าวคือ “ถิ่นอาศัยที่เปิดโล่งค่อยๆ กลายเป็นสิ่งแวดล้อมที่มีลักษณะปิดมากขึ้น” – Jatmiko, ผู้ร่วมเขียนงานวิจัยและนักวิจัยจาก the Indonesian National Research Centre for Archaeology

มนุษย์ฮอบบิท
Matthew Tocheri (ซ้ายมือ) และ Bonefasius Sagut ขณะกำลังวัดขนาดตัวหนูยักษ์ที่พบในปัจจุบัน ณ ถ้ำเลียงบัว

การอพยพของมนุษย์ฮอบบิท?

“การเปลี่ยนแปลงทางนิเวศวิทยานี้ไม่ได้มีผลเฉพาะกับมนุษย์ฮอบบิทเท่านั้น เพราะยังมีซากโครงกระดูกของสัตว์สายพันธุ์ขนาดใหญ่อื่นๆ ที่สาบสูญเช่นกัน อย่างเมื่อราวๆ 50,000 ปีก่อน ร่องรอยของมนุษย์ฮอบบิท สเตโกดอน แร้ง นกกระสา และมังกรโคโมโดก็หายไปจากถ้ำเสียเฉยๆ ” – Saptomo กล่าว

ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์ตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับสัตว์ขนาดใหญ่ที่สูญพันธุ์บนเกาะฟลอเรส “เบาะแสจากเหล่าหนูบ่งชี้ว่า เหตุผลที่มนุษย์โฮโม ฟลอเรเซียนซิส และสัตว์อื่นๆ ตัดสินใจออกไปจากถ้ำเลียงบัวนั้น เป็นเพราะพวกมันต้องการออกไปค้นหาสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ที่เปิดโล่งมากกว่า” – Veatch กล่าว

มนุษย์ฮอบบิท
กระดูกจำนวนมากจากถ้ำเลียงบัวเผยให้เห็นว่า มนุษย์ฮอบบิทนั้นอาศัยอยู่ในถ้ำร่วมกับหนูหลากหลายขนาด ดังเห็นได้จากในภาพนี้โดยเทียบเคียงกับขนาดขากรรไกร

กล่าวโดยสรุป มนุษย์ฮอบบิทและสัตว์ขนาดใหญ่บริเวณใกล้เคียงนั้นไม่ได้หมายความว่าสูญพันธุ์เสมอไป แต่พวกมันอาจย้ายถิ่นฐานไปยังพื้นที่อื่นของเกาะซึ่งมีความเอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิตมากกว่า – Thomas Sutikna ผู้ร่วมเขียนงานวิจัย จากมหาวิทยาลัย Wollongong กล่าว

“อาจเป็นไปได้ว่า บางส่วนของมนุษย์ฮอบบิท หรือสัตว์ชนิดอื่นๆ นั้นยังคงดำรงชีวิตอยู่สักที่ใดที่หนึ่งบนเกาะฟลอเรส” – Thomas Sutikna กล่าวเพิ่มเติม

เรื่อง PAIGE MADISON

***แปลและเรียบเรียงโดย กุลธิดา ปัญญาเชษฐานนท์
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม

มนุษย์ฮอบบิท

ภารกิจตามหาญาติของมนุษย์ฮอบบิท

เรื่องแนะนำ

ประวัติศาสตร์กล้วยกล้วย

ประวัติศาสตร์กล้วย กล้วยผลไม้บ้านๆ ที่พบเห็นได้ในหลายประเทศทั่วโลก กล้วยผลไม้ราคาแพงที่ต้องนำเข้าสำหรับหลายประเทศอีกเช่นกันที่ไม่สามารถปลูกได้ ไม่ว่าสถานะของกล้วยจะเป็นอย่างไรปฏิเสธไม่ได้ว่ากล้วยคือผลไม้อันดับต้นๆ ที่ผู้คนนิยมทาน แต่กว่าจะมาถึงสถานะผลไม้ยอดนิยมเช่นทุกวันนี้ กล้วยผ่านอะไรมาบ้างเราไปย้อนชมกัน ย้อนกลับไปเมื่อ 5,000 ปีก่อนคริสต์กาล มนุษย์เราเริ่มรู้จักการเพาะปลูกกล้วยบนเกาะปาปัวนิวกินี กล้วยเป็นผลไม้เมืองร้อนที่เพาะปลูกได้ในหลายพื้นที่ ต่อมาชาวยุโรปมีโอกาสได้ลิ้มลองกล้วยเป็นครั้งแรกเมื่อพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชนำกล้วยจากอินเดียเข้ามายังอาณาจักรกรีก ในช่วง 327 ปีก่อนคริสต์กาล คริสต์ศักราชที่ 650 ชาวตะวันออกกลางตั้งชื่อให้ผลไม้สีเหลืองเมื่อสุกแล้วนี้ว่า “Banan” ซึ่งแปลว่านิ้วในภาษาอารบิก จากรูปร่างเพรียวยาวอันเป็นเอกลักษณ์ของมัน จนกระทั่งในปีคริสต์ศักราชที่ 1516 มิชชันนารีชาวสเปนนำกล้วยเดินทางไปเพาะพันธุ์ยังหมู่เกาะในแคริบเบียน ก่อนที่จะพยายามปลูกพวกมันในฟลอริดา ในปี 1600 แต่น่าเสียดายที่ไม่ประสบผลสำเร็จเนื่องจากฟลอริดามีสภาพอากาศที่หนาวเย็นเกินไปในหน้าหนาว ชาวอเมริกันมีโอกาสได้พบกับกล้วยเป็นครั้งแรก ในงานเวิล์ดแฟร์ที่จัดขึ้นเมื่อปี 1876 ในฟิลาเดเฟีย อีก 9 ปีต่อมาบริษัท Boston Fruit ก็ผงาดขึ้นด้วยการนำเข้ากล้วยเพื่อตอบสนองความต้องการของชาวอเมริกัน จนเกิดมาเป็นเครือข่ายผลไม้ที่บริษัทอเมริกันเข้าครอบครองพื้นที่ทำสวนกล้วยในหลายประเทศของอเมริกากลาง ปี 1951 Jacobo Arbenz ประธานาธิบดีคนใหม่ของกัวเตมาลาชูนโยบายต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยในประเทศ นโยบายของเขาเกิดขึ้นจริงและชนะในเวลาต่อมา ก่อนที่เขาจะถูกขับไล่ออกจากตำแหน่งในอีก 3 ปีต่อมา จากการปฏิวัติโดยมีซีไอเออยู่เบื้องหลัง และในปี 1985 โรคปานามาที่เคยทำลายผลผลิตกล้วยไปมากในอเมริกากลางเมื่อครั้งอดีต ก็เกิดขึ้นกับผลผลิตกล้วยในเอเชีย […]

สีผิวที่แตกต่าง

เชื้อชาติคืออะไรกันแน่? วิทยาศาสตร์บอกเราว่าแนวคิดนี้ไม่มีพื้นฐานทางพันธุกรรมหรือวิทยาศาสตร์รองรับเลย ถึงอย่างนั้นเชื้อชาติกลับเป็นเหมือนตราหรือฉลากที่เราสร้างขึ้นเป็นส่วนใหญ่ เพื่อนิยามและแบ่งแยกพวกเรากันเอง

มาดามทุสโซใช้ศีรษะนักการเมืองที่โดดบั่นคอเป็นแบบสร้างหุ่นขี้ผึ้งรุ่นแรก

ย้อนอดีตไปยังเบื้องหลังของผลงานชิ้นแรกๆ จาก มารี ทุสโซ ศิลปินหุ่นขี้ผึ้ง ที่ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ของเธอขยายสาขาไปทั่วโลก

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.