นักวิทยาศาสตร์พบแบบแผนสมองของผู้คิดฆ่าตัวตาย - National Geographic Thailand

นักวิทยาศาสตร์พบแบบแผนสมองของผู้คิดฆ่าตัวตาย

ทีมนักวิทยาศาสตร์สแกนสมองพบแบบแผนความคิดฆ่าตัวตาย

เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2560 เว็บไซต์ technologynetworks.com รายงานการค้นพบเรื่องสำคัญของมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน สหรัฐอเมริกา เมื่อทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยดังกล่าวนำโดยมาร์เซล จัสต์ และเดวิด เบรนต์ จากมหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์ก ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมใหม่และวิธีการที่ช่วยระบุบุคคลที่คิดฆ่าตัวตาย โดยวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงในสมองที่แสดงต่อความคิดต่างๆ เช่น ความตาย ความโหดร้าย และปัญหา

ความเสี่ยงของการฆ่าตัวตายเป็นเรื่องยากจะประเมินและทำนาย  ในสหรัฐอเมริกา การฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุลำดับที่สองที่ทำให้เด็กวัยรุ่นเสียชีวิต  งานวิจัยดังกล่าวซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature Human Behaviour  เสนอวิธีการใหม่ที่จะประเมินอาการผิดปรกติทางจิตเวช

“งานชิ้นล่าสุดของเราระบุการเปลี่ยนแปลงความคิดซึ่งสัมพันธ์กับกระบวนการก่อเกิดและเชื่อมโยงความคิดกับพฤติกรรมด้วยอัลกอริทึมการเรียนรู้จักรกล (machine-learning algorithm) เพื่อประเมินภาพแสดงของประสาทที่เกี่ยวกับแนวคิดเฉพาะซึ่งสัมพันธ์กับความตาย  มันเปิดหน้าต่างสู่สมองและความคิดให้เรา ทำให้เห็นว่าบุคคลที่คิดฆ่าตัวตายกับความคิดอื่นๆ และอารมณ์สัมพันธ์กันอย่างไร  สิ่งสำคัญของการศึกษาชิ้นนี้คือเราสามารถบอกได้ว่าใครจะคิดถึงการฆ่าตัวตาย โดยวิธีที่เขาคิดเกี่ยวกับหัวข้อที่เกี่ยวกับความตาย” จัสต์ ศาสตราจารย์สาขาจิตวิทยา วิทยาลัยมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ดีทริค มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน กล่าว

(เมื่อความตายเกิดขึ้นอย่างปริศนา กระบวนการชันสูตรจะถูกนำมาใช้เพื่อหาคำตอบ)

จัสต์และเบรนต์ ผู้เป็นประธานงานวิจัยเรื่องการฆ่าตัวตายและเป็นศาสตราจารย์ด้านจิตเวช,  กุมารเวชศาสตร์, ระบาดวิทยา, วิทยาศาตร์ทางคลินิกและการนำไปใช้ประโยชน์ ที่มหาวิทยาลัยพิตตส์เบิร์ก เสนอรายการคำ 10 คำที่เกี่ยวเนื่องกับความคิดเชิงบวก เช่น “อิสระเสรี” และอีก 10 คำที่เป็นเชิงลบ เช่น “ปัญหา” กับกลุ่มคน 17 คนซึ่งทราบมาก่อนว่ามีแนวโน้มจะฆ่าตัวตาย และอีก 17 คนที่เป็นบุคคลปกติ

ทีมวิจัยใช้อัลกอริทึมการเรียนรู้จักรกลกับความคิดหกคำ ซึ่งจำแนกความแตกต่างระหว่างสองกลุ่มได้ดีที่สุด เมื่อผู้เข้าร่วมวิจัยคิดถึงคำเหล่านั้นทีละคำขณะที่ถูกสแกนสมอง  คำเหล่านั้นได้แก่ ความตาย, ความโหดร้าย, ปัญหา, อิสระเสรี, ความดีและการสรรเสริญ  จากการแสดงภาพสมองเกี่ยวกับแนวคิดทั้งหก โปรแกรมของคณะวิจัยระบุได้ถูกต้องมากถึงร้อยละ 91 ว่าผู้เข้าร่วมวิจัยคนใดมาจากกลุ่มที่เคยฆ่าตัวตายหรืออยู่ในกลุ่มปกติ

เมื่อดูที่กลุ่มที่คิดฆ่าตัวตาย นักวิจัยใช้วิธีเดียวกันเพื่อดูว่าอัลกอริทึมสามารถระบุตัวผู้เข้าร่วมที่เคยพยายามฆ่าตัวตายจากกลุ่มที่คิดแต่เรื่องนี้ได้หรือไม่  โปรแกรมดังกล่าวก็สามารถจำแนกผู้เข้าร่วมวิจัยที่เคยฆ่าตัวตาย 9 คน ซึ่งถูกต้องถึงร้อยละ 94  “การทดสอบวิธีการนี้ขั้นต่อไปจะทำในกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่และกว้างขึ้น ซึ่งจะบ่งชี้ถึงความสามารถที่จะทำนายพฤติกรรมการฆ่าตัวตายในอนาคตได้ และสามารถให้แนวทางการระบุ เฝ้าระวัง และอาจแทรกแซงแก่แพทย์ ซึ่งจะเปลี่ยนความคิดซึ่งมักบอกลักษณะของบุคคลที่จะฆ่าตัวตายอย่างจริงจังได้ในอนาคต” เบรนต์กล่าว

(กลุ่มผู้สูงอายุในนิวซีแลนด์รวมกลุ่มกันเพื่อรับมือกับความตาย)

เพื่อจะเข้าใจต่อไปว่า สิ่งที่ทำให้ผู้เข้าร่วมที่มีแนวโน้มฆ่าตัวตายและไม่ฆ่าตัวตาย มีแบบแผนการทำงานของสมองที่แตกต่างกันเกี่ยวกับความคิดเฉพาะอย่างไร จัสต์และเบรนต์ใช้ข้อมูลจากคลังของเอกลักษณ์ทางประสาทของอารมณ์ โดยเฉพาะความเศร้า ความอับอาย ความโกรธ และความภาคภูมิใจ เพื่อวัดปริมาณของอารมณ์แต่ละประเภท ซึ่งถูกกระตุ้นในสมองของผู้ข้าร่วมวิจัยด้วยความคิดทั้งหกแบบ  โปรแกรมการเรียนรู้จักรกลสามารถทำนายกลุ่มของผู้เข้าร่วมได้อย่างถูกต้องร้อยละ 85 บนพื้นฐานของความแตกต่างกันของเอกลักษณ์ทางอารมณ์ที่เกิดจากความคิดชนิดต่างๆ

“คนที่มีความคิดฆ่าตัวตายมีประสบการณ์ทางอารมณ์ที่แตกต่างออกไปเมื่อเขามีความคิดต่างๆ ในการทดสอบ  ตัวอย่างเช่น ความคิดเกี่ยวกับความตายกระตุ้นความน่าอับอายและความเศร้ามากกว่าในกลุ่มที่คิดเรื่องการฆ่าตัวตาย  ความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นอีกนิดนี้อาจช่วยแนะหนทางสู่การรักษาซึ่งเปลี่ยนการตอบสนองทางอารมณ์ของความคิดต่างๆ”  นักวิจัยทั้งสองหวังว่างานวิจัยทางประสาทวิทยาการรับรู้จะช่วยรักษาชีวิตเอาไว้ได้

 

อ่านเพิ่มเติม

ฤาความตายหาใช่การลาจาก

เรื่องแนะนำ

เลเซอร์ : เทคโนโลยีเพื่อภาพคมชัดจากเบื้องบน

เลเซอร์ : เทคโนโลยีเพื่อภาพคมชัดจากเบื้องบน ภาพถ่ายดาวเทียมช่วยให้เราเห็นโลกจากเบื้องบน แต่เทคโนโลยีที่อยู่ใกล้โลกอย่าง เลเซอร์ กลับช่วยให้เรามองเห็นรายละเอียดได้มากกว่า และนี่คือที่มาของนวัตกรรมเพื่อเมืองที่อาศัยเลเซอร์ในการสร้างภาพ เทคโนโลยีสำรวจทางอากาศที่เรียกว่าไลดาร์ (LIDAR ย่อมาจาก Light Detection and Ranging) ทำงานโดยการยิงแสงเลเซอร์จากเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ หรือโดรน จากนั้นเครื่องมือจะรับข้อมูลที่สะท้อนกลับจากพื้นผิวเบื้องล่าง ในอดีต ความละเอียดสูงสุดที่ได้จากไลดาร์อยู่ที่ราว 50 จุดต่อตารางเมตร แต่ทีมนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์กสามารถเพิ่มความละเอียดได้ถึง 335 จุดต่อตารางเมตร ส่งผลให้ได้ภาพจากเบื้องบนโดยเฉพาะพื้นที่ในเขตเมืองที่มีรายละเอียดมากกว่าที่ผ่านมา  ถึงขนาดเห็นรอยแตก ขอบถนน และรายละเอียดด้านหน้าของตึกรามบ้านช่อง ไลดาร์ไม่เพียงให้ภาพมุมสูง แต่ยังเผยภาพรูปทรงเรขาคณิตความละเอียดสูงของเมืองที่ดูราวกับเคลื่อนไหว ความลาดชันน้อยๆ บนทางเท้าสามารถบอกได้ว่า น้ำที่ท่วมขังจะไหลไปทางใด และอนุภาคที่รวมตัวกันเป็นกระจุกอาจหมายถึงมลพิษทางอากาศ ภาพจากไลดาร์ที่เห็นนี้มาจากย่านใจกลางเมืองดับลิน เมืองหลวงของไอร์แลนด์ “สมมุติว่าคุณทำงานด้านสาธารณสุขและรู้ว่า ย่านใดย่านหนึ่งของเมืองมีคนป่วยด้วยโรคหอบหืดมาก” เดบรา เลเฟอร์ อาจารย์ด้านสารสนเทศเขตเมืองที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก บอกและเสริมว่า คุณสามารถมองหาบริเวณที่รถบรรทุกจอดติดเครื่องยนต์อยู่ มลพิษเหล่านั้นไปไหน เราจะสามารถเปลี่ยนพืชพรรณบนหลังคาอาคารต่างๆ  ปรับเปลี่ยนเส้นทางการไหลของน้ำ ไปจนถึงถนนที่รถบรรทุกใช้งาน แม้การรวบรวมข้อมูลจากทางอากาศจะมีค่าใช้จ่ายสูง แต่เครื่องสแกนไลดาร์ที่ใช้การยิงเลเซอร์สามารถติดตั้งกับอากาศยานที่ใช้งานในภารกิจอื่นๆ ได้ เช่น เฮลิคอปเตอร์ตำรวจหรือหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน เป็นต้น […]

แสง และสมบัติของแสง

แสง ในธรรมชาติมีแหล่งกำเนิดจากหลายแหล่ง ช่วยให้เรามองเห็นวัตถุต่างๆ ที่อยู่ตรงหน้าได้ แสง (Light) คือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Wave) ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีความยาวคลื่น (Wavelength) อยู่ในช่วงที่มนุษย์สามารถรับรู้ได้ผ่านดวงตาหรือที่เรียกว่า “แสงที่ตามองเห็น” (Visible Light) โดยนับเป็นส่วนหนึ่งของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่อยู่ในช่วงความยาวคลื่น 400 – 700 นาโนเมตร แสงมีคุณสมบัติที่ค่อนข้างสลับซับซ้อน เนื่องจากมีลักษณะเป็นเหมือนทั้งคลื่นและอนุภาค ซึ่งในทางฟิสิกส์ แสง หมายถึง รังสีแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Radiation) ในทุกช่วงความยาวคลื่น แม้จะอยู่ในช่วงที่สายตาของมนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ แสงมีอนุภาคที่เรียกว่า “โฟตอน” (Photon) เป็นอนุภาคที่สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยอัตราเร็วคงที่ ซึ่งอยู่ที่ราว 300,000,000 เมตรต่อวินาที โดยไม่จำเป็นต้องมีสื่อหรืออาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่ใด ๆ (Medium) อย่างเช่นแสงจากดวงอาทิตย์ที่เดินทางผ่านอวกาศหรือภาวะสุญญากาศเป็นระยะทาง 150 ล้านกิโลเมตร โดยใช้เวลาราว 499 วินาที หรือราว 8.3 นาทีในการเดินทางมายังโลก แหล่งกำเนิดของแสงบนโลก แหล่งกำเนิดตามธรรมชาติ คือ ดวงอาทิตย์ […]

เหยื่อจ๋าระวังให้ดี!! ปลาแลมป์เพรย์ แวมไพร์กระหายเลือดแห่งโลกใต้น้ำ

คำเตือน!! โปรดระวังปลาแลมป์เพรย์ให้ดี ในขณะที่คุณไปเที่ยวลำธาร หรือแหล่งน้ำต่างๆ ถ้าคุณไม่อยากเป็นเหยื่อผู้โชคร้ายของแวมไพร์กระหายเลือดแห่งโลกใต้น้ำชนิดนี้