สำรวจโลก: ยุคน้ำแข็ง ของแอฟริกา - National Geographic Thailand

สำรวจโลก: ยุคน้ำแข็งของแอฟริกา

ยุคน้ำแข็งของแอฟริกา

ทุ่งนํ้าแข็งทางตอนเหนือของคิลิมันจาโรนั้นปกปักรักษาความลับของมันเองเป็นอย่างดี หลักฐานบางชิ้นเสนอว่านํ้าแข็งเก่าแก่ที่สุดมีอายุย้อนกลับไปคร่าว ๆ ราว 11,700 ปี ในยุคน้ำแข็ง ถึงอย่างนั้นข้อมูลในช่วงหลังนี้ก็แสดงว่าธารนํ้าแข็งที่ว่าอาจมีอายุน้อยกว่านั้น

นักวิทยาศาสตร์หลายคนเสนอว่ามันก่อตัวและละลายครั้งแล้วครั้งเล่า ปาสคาล โบห์เลเบอร์ นักวิทยาธารนํ้าแข็งชาวเยอรมัน กับทีมของเขาลองสืบสวนปริศนานี้ โดยเริ่มต้นจากลักษณะอันโดดเด่นของธารนํ้าแข็ง นั่นคือตรงขอบกำแพงสูง 40 เมตรผิดธรรมดา ที่มองเห็นชั้นนํ้าแข็งและการทับถมของชั้นตะกอนที่น่าจะเกิดขึ้นในยุคน้ำแข็ง

ทีมใช้เลื่อยตัดชิ้นนํ้าแข็งตรงฐานตรงชั้นนํ้าแข็งที่บางเฉียบจนแทบสังเกตไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งคาดว่าจะเก่าแก่ที่สุด ตัวอย่างเหล่านี้จะถูกส่งไปยังห้องแล็บเพื่อการวิเคราะห์แยกส่วนประกอบอย่างละเอียด ส่วนงานที่ใหญ่กว่านั้น โบห์เลเบอร์ใช้เรดาร์เจาะทะลุพื้น (GPR: ground-penetrating radar) เพื่อสแกนชั้นนํ้าแข็งที่หนากว่าซึ่งซ่อนอยู่ภายในธารนํ้าแข็งการสแกนเปิดเผยให้เห็นการลำดับชั้นหินตรงขอบของธารนํ้าแข็งขยายเข้าไปภายในอย่างต่อเนื่อง

“ถ้าเราศึกษาบางอย่างเกี่ยวกับอายุของชั้นต่าง ๆ ที่เห็นจากกำแพงธารนํ้าแข็ง เราก็ย้อนดูร่องรอยจากด้านในได้” โบห์เลเบอร์อธิบายหลังจากอยู่ที่ยอดเขานานสามวัน ทีมก็ลำเลียงถังเก็บชิ้นนํ้าแข็งลงจากภูเขา ผ่านป่าและข้ามนํ้าข้ามทะเลเพื่อการวิเคราะห์ในห้องแล็บ ชิ้นนํ้าแข็งจะเปิดเผยเรื่องราวของมันเองในยุคนํ้าแข็ง ซึ่งก็หมายถึงอดีตของคิลิมันจาโรด้วย

เรื่อง บีตา โคแวกส์ นาส

 

อ่านเพิ่มเติม

แอนตาร์กติกา ที่คุณไม่เคยเห็น: ภาพเก่าอายุร้อยปีของทวีปน้ำแข็ง

เรื่องแนะนำ

ชีวิตสมัยใหม่เปลี่ยนโลกธรรมชาติอย่างไร

เรื่อง แดเนียล สโตน ภาพ เอ็ดเวิร์ด เบิร์นไทนสกี้ เมื่อ  4 – 5 พันปีก่อน ในยุคสำริด มนุษย์เริ่มที่จะรู้จักนำทรัพยากรที่มีค่าจากโลกมาใช้ ขณะที่การทำงานด้วยสำริด ทอง หรือ ทองแดง หมายถึงการทำงานด้วยมือ และเป็นแรงงานที่แรงของคน ๆ หนึ่งจะสามารถทำได้ แต่ในศตวรรษที่ 20 จนถึง 21 สิ่งที่เรียกว่า การปะทะของอุตสาหกรรมนำเราไปสู่เส้นทางใหม่ที่จะตักตวงธรรมชาติโลกได้ ซึ่งมันเปลี่ยนภูมิทัศน์ไปอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งของชีวิตสมัยใหม่สัมผัสกับเทคโนโลยี และทุกส่วนของเทคโนโลยี ต้องการบางสิ่งที่มาจากพื้นดิน ซิลิคอนไดออกไซด์(silicon dioxide) ในมือถือ ฟอสฟอรัสที่ช่วยให้ธัญญาหารเติบโต ทองแดงในสายไฟซึ่งนำบทความนี้มาสู่สายตาของผู้อ่าน และตัวอย่างอีกหลายพันอย่าง นี่คือรอยประทับซึ่งช่างภาพ เอ็ดเวิร์ด เบิร์นไทนสกี้ อดใจไม่ได้ที่จะจับภาพเหล่านี้ไว้ในหนังสือเล่มล่าสุดของเขาที่ชื่อว่า Essential Elements เบิร์นไทนสกี้ อายุ 61 ปี ใช้อาชีพช่างภาพของเขาเปลี่ยนโลก และอย่างไรก็ตาม เขายังคงจับภาพของการเปลี่ยนแปลงของโลกจากเราด้วยเช่นกัน เขาไม่ได้พยายามที่จะแสดงความโหยหาของการทำลายล้างที่น่าสิ้นหวัง แต่เพื่อบันทึกร่องรอยของการเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจลบเลือนได้ แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะเป็นไปในทางที่ไม่ดีก็ตาม การสำรวจนำเขาไปสู่ทั่วมุมโลก เขาบันทึกภาพเหมืองหิน  […]

แอนตาร์กติกา โลกที่อาจไม่มีวันหวนคืน

เมื่อภูมิภาคแอนตาร์กติกร้อนขึ้น กฎเกณฑ์ของชีวิตก็ถูกทำลายลง นักวิทยาศาสตร์ไม่แน่ใจว่าความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้จะส่งผลอย่างไรต่ออนาคต

ชีวิตในเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดของโลก

  ชีวิตในเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดของโลก จากท้องฟ้าจนถึงพื้นดินกรุงนิวเดลีเต็มไปด้วยมลพิษ เมืองหลวงของประเทศอินเดียนี้มีขนาดเทียบเท่ากับครึ่งหนึ่งของรัฐโรดไอแลนด์ และเป็นบ้านของประชากรที่มีจำนวนมากกว่าผู้คนในมหานครนิวยอร์กถึง 2 เท่า ปกติแล้วเมื่อพูดถึงมลพิษทางอากาศ กรุงปักกิ่ง ของจีนจะถูกนึกถึงขึ้นมาเป็นอันดับแรก แต่ผลการศึกษาเกี่ยวกับมลพิษทางอากาศระดับโลก เมื่อปี 2014 โดยองค์การอนามัยโลกพบว่า กรุงนิวเดลีมีปริมาณฝุ่นละอองมากกว่ากรุงปักกิ่งหลายเท่า และด้วยปริมาณของมันทำให้มหานครแห่นี้กลายเป็นเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก เพื่อจะเข้าใจว่าชาวอินเดียมีชีวิตความเป็นอยู่กันอย่างไร กับมลพิษเหล่านี้ Matthieu Paley ช่างภาพ ใช้เวลา 5 วันในการเดินตะลอนไปในนิวเลี ด้วยภาพถ่ายของเขาช่วยให้เรามองเห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปริมาณรถยนต์อันหนาแน่นและการเผาขยะ หมอกควันสีเหลืองหนาทึบลอยปกคลุมตัวเมือง แม้แต่แม่น้ำยมุนา แม่น้ำอันศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่รอดพ้นจากปัญหานี้ แม่น้ำที่มีความสำคัญเป็นลำดับที่สองรองจากแม่น้ำคงคานี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู ตัวแม่น้ำมีความยาว 1,376 กิโลเมตร ไหลผ่านหลายรัฐในอินเดียและเป็นสายธารหล่อเลี้ยงผู้คนกว่า 57 ล้านคน 80% ของมลพิษในน้ำไหลผ่านนิวเดลีเป็นระยะทาง 22.5 กิโลเมตร การพังทลายของหน้าดิน, กระบวนการกำจัดของเสียและสารเคมีที่ถูกปล่อยลงน้ำส่งผลให้น้ำในแม่น้ำกลายเป็นสีดำ และเกิดแผ่นฟิล์มสีขาวลอยปกคลุมผิวน้ำ สุนิตา นาเรน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม (CSE) ซึ่งตั้งอยู่นกรุงนิวเดลี และเธอยังติดอันดับ 1 ใน 100 คนที่มีอิทธิพลต่อโลกจากการดำเนินงานนโยบายเพื่อสิ่งแวดล้อม ในปี 2010 ระบุว่า […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.