ระดมสมองและไอเดีย Greener Bangkok Hackathon Public Presentation - National Geographic Thailand

ระดมสมองและไอเดีย Greener Bangkok Hackathon Public Presentation

Greener Bangkok Hackathon 2022 เดินทางมากว่าครึ่งทางของโครงการแล้ว ทั้งหมดเป็นเสมือนการรวบรวมความคิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างกรุงเทพฯ ที่เขียวกว่า

ผ่านเวลามาร่วมเดือน กับการชักชวนคนเมืองเข้ามาร่วมคิด และค้นหาข้อเสนอใหม่ๆ ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในย่านละแวกให้กับกรุงเทพมหานคร เพื่อสานฝันของสวน 15 นาทีให้เป็นพื้นที่จริงสำหรับทุกคน ผ่านกิจกรรมที่เกิดขึ้นตลอดเดือนกันยายนและตุลาคมนี้

จากงานเปิดตัวแรกสุดที่ UddC ร่วมกับ กทม. และภาคีพัฒนาเมือง ได้ชักชวนทุกคนมาเปิดข้อมูลความเป็นไปได้ร่วมกันในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพมหานคร พร้อมกับประกาศรายละเอียดโครงการ กิจกรรมที่ตามมายังเกิดขึ้นเพื่อให้การประกอบสร้างไอเดียเป็นไปได้จริง ผ่านการพูดคุยกับที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขาในงานเวิร์คช็อป ก่อนจะนำมาสู่การนำเสนอผลงานเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา

เราชวนคุณมาชมความเคลื่อนไหวโครงการครั้งนี้  แล้วมาลุ้นไปพร้อมกันว่า โครงการใดจากผู้เข้าประกวดที่จะได้รับรางวัล แล้วจะผสานความร่วมมือจากแนวคิดของผู้เข้าประกวด สู่มือนักพัฒนา และต่อยอดทำจริงได้อย่างไร

Greener Incubation Workshop & Hackathon

เพื่อสานต่อไอเดียให้เป็นไปได้ในสนามจริง ทางโครงการจึงได้จัดให้มีกิจกรรมเวิร์คช็อปพิเศษสำหรับทีมที่ผ่านการคัดเลือกรอบแรก ผ่านการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญทุกศาสตร์ครอบคลุมประเด็นการพัฒนาพื้นที่สีเขียว 15 นาทีในทุกมิติ เป็นการช่วยดึงศักยภาพของแต่ละโครงการออกมาให้ได้มากที่สุด และเป็นไปได้จริงในทางปฏิบัติมากที่สุด

เนื้อหาสาระในการบรรยายมาจากทุกมิติของการปฏิบัติงานจริงในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในละแวกย่าน ตั้งแต่เนื้อหาด้านยุทธศาสตร์ ผังเมือง เศรษฐศาสตร์ การออกแบบ การบริหารจัดการ กลไกทางกฎหมาย การเงิน การออกแบบแรงจูงใจทางภาษี จนถึงการดูแลรักษาต้นไม้ เปิดมุมมองภาพรวมด้านการพัฒนาที่เป็นไปมากกว่าการระดมเรื่องราวความสนใจ แต่จะต้องสร้างอรรถประโยชน์ให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม

วิทยากรทั้ง 8 ท่านที่ร่วมบรรยาย และเปิดมุมมองครั้งนี้ มาจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายศาสตร์ ได้แก่

– ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

– อาจารย์ธนิชา นิยมวัน อาจารย์พิเศษภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

– คุณอาสา ทองธรรมชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาและฟื้นฟูเมือง สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร

– คุณกรกช อรรถสกุลชัย Senior Executive Direct, Chief of Non-Capital Market Solution, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย

– คุณมนตรี ถนัดค้า กรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนโดมิเตอร์ จำกัด

– คุณยศพล บุญสม ผู้ก่อตั้งกลุ่ม WE! PARK และผู้บริหาร บริษัท ฉมา จำกัด

– คุณสฤณี อาชวานันทกุล กรรมการผู้จัดการด้านการพัฒนาความรู้ บริษัท ป่าสาละ จำกัด

– คุณสายธาร บัวทอง รุกขกรอาชีพ สมาคมรุกขกรรมไทย

“โจทย์ของสวน 15 นาทีเป็นมากกว่าแค่เรื่องสวน แต่ยังเป็นพื้นที่วัฒนธรรมสาธารณะที่ทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน” ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวไว้ในพิธีเปิดงานในช่วงเวิร์คช็อป ซึ่งอีกหัวเรื่องสำคัญนอกจากการเป็นเจ้าของพื้นที่ร่วมกัน ยังเป็นเรื่องความยั่งยืนของการพัฒนา ที่นับเป็นประเด็นท้าทายสำหรับหน่วยงานภาคบริหารที่จะต้องขับเคลื่อนทุกมิติทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ และธรรมาภิบาล เพื่อผลักดันให้เดินทางไปสู่เป้าหมายการเป็นมหานครสีเขียว (Green Bangkok 2030) ร่วมกัน

Greener Bangkok Hackathon Public Presentation

จากภาคบรรยายที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมประกวดต่างก็ผนวกแนวความคิดและหัวเรื่องที่ตนสนใจ กับเนื้อหาสาระที่ได้จากการเข้าร่วมเวิร์คช็อป จนออกมาเป็นผลงานแนวทางการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับกรุงเทพมหานคร เพื่อนำเสนอสู่กรรมการผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วน พร้อมกับการแลกเปลี่ยนความเห็นและแนวทางในการพัฒนางานต่อไป

จากกติกาของโครงการที่แบ่งออกเป็นประเภท A เน้นผลลัพธ์ด้านการออกแบบ และประเภท B เน้นผลลัพธ์ด้านกลไกและการบริหารจัดการ มาสู่การนำเสนอผลงานโดย 19 ทีมที่ผ่านคัดเลือกต่อหน้าคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทั้ง 9 ท่าน ได้แก่

– คุณพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

– คุณปิติภัทร บุรี กรรมการบริหาร กลุ่ม บริษัท ภิรัชบุรี จำกัด

– อาจารย์ธนิชา นิยมวัน สถาปนิกอาวุโส บริษัท สถาปนิกหนึ่งร้อยสิบ จำกัด และอาจารย์พิเศษภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

– ผศ.สุภาพิมพ์ คชเสนี อาจารย์ประจำภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

– ดร. พงษ์พิศิษฐ์ หุยากรณ์ กรรมการฝ่ายบริการสังคม สมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย ผู้อำนวยการหลักสูตรการออกแบบพัฒนาชุมชนเมืองบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยชุมชนเมือง

– คุณมังกร ชัยเจริญไมตรี อุปนายกคนที่ 1 ฝ่ายวิชาชีพ (2565) และนายกสมาคม (2566) สมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย

– คุณปาจริยา มหากาญจนะ ผู้อำนวยการส่วน สวนสาธารณะ1 สำนักสิ่งแวดล้อม

– คุณนทีทิพย์ จึงสมประสงค์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล

– คุณสุรเชษฐ์ เมืองแมน รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนผังเมืองรวม สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง

จากการนำเสนอผลงานของทั้ง 19 ทีม ทำให้ได้เห็นมุมมองของการสร้างสรรค์เป้าหมายของสวน 15 นาทีให้เป็นจริงได้ในหลากหลายมิติ ทั้งในแง่ของงานออกแบบกายภาพให้พื้นที่ให้สอดรับกับความต้องการสาธารณะ การบริหารจัดการพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน ไปจนถึงโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ที่ต้องการสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับกรุงเทพฯ พร้อมกับการมีส่วนร่วมของชุมชน​

การนำเสนอครั้งนี้นอกจากจะเป็นการบอกเล่าแนวทางการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในขอบข่ายที่แต่ละทีมสนใจแล้ว ยังเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอแนะจากกรรมการผู้เชี่ยวชาญ อันจะนำไปสู่การพัฒนาโครงการให้แข็งแรงขึ้น และพร้อมที่จะสานต่อเป็นโครงการจริงในภาคปฏิบัติเพื่อชาวกรุงเทพมหานคร

งานประกาศผลรางวัล Green Bangkok Hackathon 2022 รอบสุดท้าย จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 เวลา 12.30 – 16.00 น. ณ ห้องประชุม Amber 1 – 3 BHIRAJ CONVENTION CENTRE AT BITEC พร้อมกับการรับฟังงานเสวนาสาธารณะ Green Matching ในหัวเรื่องประเด็นการขับเคลื่อนข้อเสนอเหล่านี้ไปสู่การปฏิบัติจริงต่อไป


อ่านเพิ่มเติม ชวนระดมไอเดีย แฮคกรุงเทพฯ ให้เขียวไปด้วยกัน กับโครงการ Greener Bangkok Hackathon 2022

เรื่องแนะนำ

เหตุเกิด ณ อ่าวพร้าว – ย้อนรอยเหตุการณ์ น้ำมันรั่ว 50,000 ลิตร เกาะเสม็ด ปี 2556

ภารกิจขจัดคราบน้ำมัน จากเหตุการณ์ น้ำมันรั่ว ปี 2556 ผ่านไปอย่างรวดเร็วราวสายลมทะเล ทว่าเบื้องหลังน้ำใสๆ นั้นอาจเป็นเพียงภาพลวงตา “อย่างแรกที่ผมมองหาคือสิ่งมีชีวิตที่น่าจะได้รับผลกระทบจาก นํ้ามันรั่ว จนมาเจอปลาขนาดประมาณกระดาษ A4  สองตัวนอนตายอยู่บนหาด  มีคราบนํ้ามันบางๆ เกาะบนปากกับเหงือกเหมือนสำลักนํ้ามันมา”  นี่คือสิ่งที่เริงฤทธิ์  คงเมือง พบเห็นเป็นสิ่งแรกๆ หลังเดินทางถึงอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด  ในคํ่าคืนที่สังคมกำลังฮือฮากับสโมสรฟุตบอลจากอังกฤษ  ข่าวอดีตพระเครื่องบินเจ็ตผู้ยังหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ  และกรณีนํ้ามันดิบรั่วนอกชายฝั่งจังหวัดระยองยังเป็น เพียงข่าวเล็กๆในโลกออนไลน์ “ทะเลกับหาดทรายเป็นสีดำไปหมด  คลื่นทะเลเหนียวๆข้นๆ เหมือนช็อกโกแลต เสียงคลื่นแตกฟองดังบุ๋งๆ อย่างกับหินภูเขาไฟ  แต่ที่สุดคงเป็นกลิ่นนํ้ามันที่ฉุนแรงเกินทนครับ”  เขาเล่าถึงคํ่าคืนแรกๆ ที่คลื่นลมและสายนํ้าพัดพามวลนํ้ามันดิบมาเกยฝั่ง  ช่างภาพผู้เคยผ่านงานด้านสิ่งแวดล้อมมาแล้วหลายสนามรายนี้ค่อนข้างตกใจกับวิธีการขจัดคราบนํ้ามันปริมาณมหาศาลบนชายหาดอ่าวพร้าว ซึ่งชาวประมงท้องถิ่นทราบดีว่าเป็นภูมิศาสตร์อ่าวที่กระแสนํ้ามักพัดพาขยะทะเลมาเกยฝั่งมากที่สุด “คืนนั้นมีเจ้าหน้าที่ 7-8 คน  ผลัดเวรกันเฝ้าเครื่องสูบนํ้าที่มีแค่เครื่องเดียว” ตัวเลขที่เผยแพร่บอกว่า นํ้ามันรั่ว ไหลคราวนี้มีปริมาณราว 50,000 ลิตร  อยู่ห่างจากเกาะเสม็ดไปประมาณ 10 ไมล์ทะเล (ราว 18 กิโลเมตร)  ต้นเหตุ มาจากท่อขนถ่ายนํ้ามันกลางทะเลชำรุดระหว่างการขนถ่ายนํ้ามันดิบจากเรือบรรทุกขึ้นฝั่งไปยังโรงกลั่นนํ้ามันในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด  เจ้าหน้าที่พยายามล้อมกรอบนํ้ามันด้วยทุ่นดักคราบนํ้ามันแล้วในเบื้องต้นเพื่อสูบออกจากน่านนํ้า  ทว่าคลื่นลมแรงทำให้นํ้ามันหลุดรอดออกไปเช่นเดียวกับการฉีดพ่นสารสลายคราบนํ้ามันซึ่งไม่เพียงพอต่อการสลายคราบนํ้ามันปริมาณมหาศาลในเวลาอันสั้น ภาพถ่ายดาวเทียมจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เผยให้เห็น […]

ช่วยเต่าทะเลติดอวน

ช่วยเต่าทะเลติดอวน ภาพเหล่านี้กำลังตอกย้ำเราว่าปัญหาขยะ และขยะพลาสติกในทะเลส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตอื่นมากแค่ไหน ฟุตเทจของเต่าทะเลตัวนี้ถูกบันทึกได้ที่นอกชายฝั่งของหมู่บ้าน Puerto López ในเอกวาดอร์ อวนเหล่านี้ถูกทิ้งโดยชาวประมงมักง่าย และปัจจุบันเป็นหนึ่งในปัญหาที่ร้ายแรงทางสิ่งแวดล้อม เนื่องจากสัตว์ทะเลจำนวนมากมักเข้าไปติดในอวน ดังเช่นเต่าตัวนี้ และหากไม่ได้ใครช่วย ในที่สุดแล้วมันจะตายลง โชคดีที่ชาวประมงกลุ่มหนึ่งพบเจ้าเต่าทะเลเข้า พวกเขาจึงตัดสินใจช่วยมัน ก่อนที่จะปล่อยมันกลับคืนสู่ทะเลอีกครั้ง แน่นอนว่าเหตุการณ์ทำนองนี้ไม่ใช่เหตุการณ์สุดท้าย และที่ข้างนอกชายฝั่งยังมีสัตว์ทะเลอีกมากที่เผชิญชะตากรรมเช่นเดียวกับเต่าทะเล เพียงแต่มันอาจไม่โชคดีเท่า… อ่านเพิ่มเติม ลูกแมวน้ำตายเพราะกินขยะพลาสติก

พายุเฮอร์ริเคน มีความรุนแรงและคงตัวนานขึ้นบนพื้นดิน

การศึกษาครั้งใหม่ทำให้ทราบว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจทำให้ พายุเฮอร์ริเคน มีพลังทำลายล้างมากขึ้นเมื่อเข้าสู่ผืนดิน การศึกษาใหม่ซึ่งเผยแพร่ในวารสาร Nature ได้วิเคราะห์ว่า พายุเฮอร์ริเคน ที่พัดถล่มอเมริกาเหนือตั้งแต่ปี 1967-2018 พบว่า พายุเฮอร์ริเคนที่ขึ้นฝั่งในปี 1960 จะสูญเสียความรุนแรงไปร้อยละ 75 ในวันแรก แต่ในปี 2018 พายุเฮอร์ริเคนที่ขึ้นฝั่งในวันแรกจะสูญเสียความรุนแรงไปเพียงร้อยละ 50 เท่านั้น ในปี 2020 ฤดูพายุเฮอร์ริเคนได้ทำลายสถิติที่ผ่านมา โดยปัจจุบันมีพายุทั้งหมด 29 ลูกที่ยังคงสร้างความเสียหายต่อไปอีกหลายสัปดาห์ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสิ้นสุดประมาณวันที่ 30 พฤศจิกายน ชายฝั่งตามแนวอ่าวของสหรัฐอเมริกาได้รับความเสียหายหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันพายุเฮอร์ริเคนอีทา ซึ่งเป็นพายุระดับ 1 กำลังเคลื่อนตัวไปทางชายฝั่งตะวันตกของฟลอริดา ในขณะที่ประชาชนตามชายฝั่งเรียนรู้ที่จะรับมือกับพายุที่ทวีความรุนแรงขึ้น งานวิจัยใหม่นี้ชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่อยู่ห่างจากชายฝั่งอาจได้รับผลกระทบมากขึ้นในอนาคต เนื่องจากพายุมีกำลังมากขึ้น และอ่อนกำลังช้าลงเมื่อขึ้นฝั่งแล้ว นักวิจัยกล่าวว่าอุณหภูมิของมหาสมุทรที่ร้อนขึ้นส่งผลให้พายุก่อตัวนานขึ้นเมื่ออยู่บนผืนดิน หากมนุษย์ยังคงเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ความรุนแรงของพายุเฮอร์ริเคนบางลูกที่ทั้งลมและฝน อาจเคลื่อนตัวด้วยความเร็วลมประมาณ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอาจเคลื่อนไปไกลจากชายฝั่งมากกว่าเดิม ซ้ำร้ายจะส่งผลกระทบต่อชุมชนที่ไม่มีความพร้อมสำหรับการรับมือกับภัยพิบัติมาก่อน   พวกเขารู้ได้อย่างไร “การค้นพบความเชื่อมโยงระหว่างพายุเฮอร์ริเคนที่มีการก่อตัวนานขึ้นบนบกและมหาสมุทรที่ร้อนขึ้นเป็นเรื่องบังเอิญ” นักวิจัยกล่าว Pinaki Chakraborty หัวหน้าภาควิชากลศาสตร์ของไหล […]