สนับสนุนพื้นที่ทางสังคม ตอบทุกคำถามการใช้บริการ‘ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ’ ภารกิจความร่วมมือเพื่อประชาชน - National Geographic Thailand

สนับสนุนพื้นที่ทางสังคม ตอบทุกคำถามการใช้บริการ‘ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ’ ภารกิจความร่วมมือเพื่อประชาชน

01 ใครมาใช้บริการได้บ้าง?

กลุ่มที่ต้องลงทะเบียน

  • กลุ่มองค์กรที่ประสานมายังกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 5,000 คนต่อวันจุดให้บริการอยู่ที่ทางเข้าประตู 1เวลา 9.00-17.00
  • กลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนนัดหมายผ่านผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือ4 ค่าย คือ AISจุดให้บริการอยู่ที่ทางเข้าประตู 2,Dtacจุดให้บริการจะอยู่ที่ทางเข้าประตู 3,TrueและNT จุดให้บริการอยู่ที่ทางเข้าประตู 4เวลา 9.00-17.00

กลุ่มที่สามารถ Walk-in เข้ามาโดยไม่ต้องลงทะเบียน

  • ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปสามารถเข้ารับบริการได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่31 กรกฎาคม 2564 จุดรับลงทะเบียนที่ประตู 2,3 และ 4 เวลา 9.00-17.00
  • ผู้ที่มีน้ำหนัก 100 กิโลกรัมขึ้นไป และผู้ตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป(ต้องแสดงเอกสารการตั้งครรภ์ที่ได้รับการรับรองทางแพทย์) สามารถเข้ารับบริการได้จุดรับลงทะเบียนที่ประตู 2,3 และ 4 เวลา 13.00-17.00

02 การเดินทางมาศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ

  • Shuttle Bus รับ-ส่ง 3 เส้นทาง ให้บริการตั้งแต่เวลา 8.00เป็นต้นไป จนกว่าประชาชนจะเดินทางออกจากพื้นที่จนหมด
    • เส้นทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-สถานีกลางบางซื่อเริ่มต้นจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ฝั่งเกาะพหลโยธิน) สุดเส้นทางที่สถานีกลางบางซื่อ (ไม่จอดรับ-ส่งระหว่างทาง)
    • เส้นทางท่าเรือบางโพ-สถานีกลางบางซื่อเริ่มต้นจากท่าเรือบางโพจอดรับผู้ใช้บริการที่สถานี MRT เตาปูน และสุดเส้นทางที่สถานีกลางบางซื่อ
    • เส้นทางเซ็นทรัลลาดพร้าว-สถานีกลางบางซื่อ (เดินรถวงกลม) เริ่มต้นจากเซ็นทรัลลาดพร้าวจอดรับ-ส่งผู้ใช้บริการที่สถานี BTS หมอชิตสถานีกลางบางซื่อสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) และกลับไปสุดเส้นทางที่เซ็นทรัลลาดพร้าว
  • Shuttle Busรับ-ส่งบริเวณประตูทางเข้าศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ (จุดติดตั้งนาฬิกาประจำสถานี) และบริเวณประตูทางออก (ฝั่งสถานีรถไฟบางซื่อ) ให้บริการตั้งแต่เวลา 8.00 เป็นต้นไป
  • รถไฟฟ้าใต้ดิน MRTเชื่อมต่อ Shuttle bus ให้บริการตั้งแต่เวลา 8.00 เป็นต้นไป จนกว่าประชาชนจะเดินทางออกจากพื้นที่จนหมด
    • สถานีบางโพ ทางออก 1Cเชื่อมต่อ รถ Shuttle bus
    • สถานีเตาปูน ทางออก 1 เชื่อมต่อ รถ Shuttle bus
    • สถานีบางซื่อ ทางออก 2 เดินต่อ 200 ม. และเชื่อมต่อ รถ Shuttle bus ขสมก.
    • สถานีกำแพงเพชร ทางออก 3 เชื่อมต่อ รถ Shuttle bus ขสมก.
    • สถานีสวนจตุจักร ทางออก 3 เชื่อมต่อ รถ Shuttle bus ขสมก.
  • รถไฟชานเมืองสายสีแดง2 เส้นทางเปิดทดลองให้ใช้บริการฟรีตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2564 เป็นเวลา 3 เดือน ก่อนจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564
    • รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อน ระหว่างสถานีกลางบางซื่อ-สถานีตลิ่งชัน
    • รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเข้ม ระหว่างสถานีกลางบางซื่อ-สถานีรังสิต
  • รถยนต์ส่วนตัว สามารถจอดรถได้ที่ลานจอดรถด้านข้างอาคาร และลานจอดรถใต้ดินชั่วคราว ซึ่งรองรับได้กว่า 1,600 คัน

03 ขั้นตอนรับวัคซีน

จุดที่ 1 เข้ารับบริการ (บริเวณประตูทางเข้า)

  • กระบวนการเริ่มต้นคัดกรอง วัดไข้ ล้างมือ ชั่งน้ำหนัก และวัดความดันผู้เข้ารับวัคซีน โดยมีพื้นที่รองรับประชาชนรวม 1,400 ที่นั่ง
  • ผู้เข้ารับบริการที่มีประวัติแพ้ยารุนแรง, รับประทานยาต้านเกล็ดเลือดและยาละลายลิ่มเลือด ที่อาจทำให้เลือดหยุดยาก จะถูกส่งต่อไปคัดกรองโดยแพทย์ที่จุดดูแลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง

จุดที่ 2 ลงทะเบียน

  • ผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนที่ลงทะเบียนมาล่วงหน้า ยืนยันตัวตนโดยแสดงQR Code พร้อมบัตรประชาชน และลงนามในใบยินยอมการรับวัคซีนซึ่งระบุ 5 หลักเกณฑ์
    • มีอายุมากกว่า 18 ปี
    • สำหรับสุภาพสตรีที่ตั้งครรภ์ต้องมีอายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์
    • ความดันโลหิตต้องไม่สูงกว่า 160 ส่วน 100 มิลลิเมตรปรอท
    • ถ้าได้รับการถ่ายเลือดหรือได้รับยาต้านไวรัส ต้องผ่านมามากกว่า 90 วัน
    • ถ้ามีโรคประจำตัว ต้องมีอาการของโรคคงที่ก่อน จึงจะสามารถรับวัคซีนได้
  • จากนั้นผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนจะได้รับใบนำทาง ซึ่งระบุวันนัดหมายในการฉีดวัคซีนครั้งต่อไป

จุดที่ 3 ฉีดวัคซีน

  • เข้ารับการฉีดวัคซีนโดยบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความชำนาญ จากกรมการแพทย์ วิทยาลัยพยาบาล และสถาบันโรคผิวหนัง เจ้าหน้าที่จะลงเวลาเริ่มฉีด และเวลาครบ 30 นาที
  • รองรับผู้ใช้บริการ 100 จุด ให้บริการโดยเจ้าหน้าที่จากกรมการแพทย์ วิทยาลัยพยาบาล และสถาบันโรคผิวหนัง

จุดที่ 4 พักเพื่อสังเกตอาการ 30 นาที

  • ระหว่างพักคอยสังเกตอาการ ผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนจะได้รับคำแนะนำการปฏิบัติตัวหลังฉีดวัคซีน และลงทะเบียนผ่านไลน์หมอพร้อม เพื่อแจ้งข้อมูลการรับวัคซีน ทำแบบประเมินอาการไม่พึงประสงค์หลังได้รับวัคซีน และออกใบรับรองการได้รับวัคซีน เมื่อผ่านพ้นขั้นตอนนี้ และอยู่ในภาวะปกติ สามารถเดินทางกลับบ้านได้
  • มีการจัดเตรียมห้องปฐมพยาบาลและอุปกรณ์ทางการแพทย์ดูแลทุกคน หากพักสังเกตอาการแล้ว ไม่มีอาการผิดปกติ จะเข้าสู่จุดตรวจสอบก่อนกลับ รับเอกสารการปฏิบัติตัวหลังฉีดวัคซีน และเดินทางกลับบ้าน

04 มาตรการต้านภัยโควิด-19 ของรถไฟไทย

เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19การรถไฟแห่งประเทศไทย จึงมีการกำหนดมาตรการดูแลผู้โดยสารในการให้บริการผู้ใช้บริการรถไฟ

  • มาตรการด้านสถานี
    • เจ้าหน้าที่สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อป้องกันการแพร่กระจาย
    • เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดพื้นที่ให้บริการ พร้อมใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคทุกครั้ง เน้นบริเวณที่เป็นจุดสัมผัสในการให้บริการเป็นพิเศษ
    • ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทั่วบริเวณพื้นที่ให้บริการ ในช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
    • จัดให้มีเจลล้างมือวางไว้ให้บริการสำหรับผู้ใช้บริการ บริเวณหน้าช่องจำหน่ายตั๋วและบริเวณภายในสถานี
  • มาตรการด้านขบวนรถ
    • เจ้าหน้าที่สวมหน้ากากอนามัยป้องกันตลอดเวลาในการปฏิบัติหน้าที่บนขบวนรถ
    • ทำความสะอาดภายในรถโดยสาร เน้นรถปรับอากาศบริเวณที่เป็นจุดสัมผัสในการให้บริการเป็นพิเศษ โดยเพิ่มความถี่ในการดำเนินการมากขึ้น พร้อมใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคทุกครั้ง
    • ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทั่วบริเวณที่ให้บริการ ในช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
    • จัดให้มีเจลล้างมือวางไว้ให้บริการสำหรับผู้ใช้บริการในตู้โดยสารปรับอากาศทุกคัน
  • มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันเป็นกรณีพิเศษ
    • สถานีรถไฟที่มีประชาชนผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก และสถานีที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น สถานีเชียงใหม่ สถานีอุบลราชธานี และสถานีกลางบางซื่อ ดำเนินการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาด โดยให้ความร่วมมือกับผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ เช่น สาธารณสุขจังหวัด กรมอนามัย ในการจัดส่งเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจคัดกรองผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวอย่างเข้มข้น โดยมีแผนปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
    • สถานีรถไฟที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศ ได้แก่ สถานีหนองคาย สถานีด่านพรมแดนบ้านคลองลึก สถานีอรัญประเทศ และสถานีปาดังเบซาร์ 1-2 ดำเนินการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาด โดยให้ความร่วมมือกับผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ เช่น สาธารณสุขจังหวัด ในการจัดส่งเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจคัดกรองผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวอย่างเข้มข้น

เรื่องแนะนำ

ส่อง ไฟป่า บนพื้นโลก…จากนอกโลก

สถานการณ์ ไฟป่า ของประเทศไทยในช่วงฤดูแล้งได้สร้างความเสียหายแก่ระบบนิเวศในป่าเป็นวงกว้าง โดยเหตุการณ์ไฟป่าเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี รัฐบาลและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และชาวบ้าน ได้พยายามลดความเสียหายและจำนวนการเกิดไฟป่าให้ลดน้อยลง โดยออกข้อบังคับ แนวทางการป้องกันไฟ รวมถึงขอความร่วมมือจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่โดยรอบพื้นที่ ตั้งแต่ทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยได้นำเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมมาประยุกต์ใช้ในการติดตามสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า (GISTDA) ที่สนับสนุนข้อมูลด้านภูมิสารสนเทศเพื่อให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องใช้ประกอบการตัดสินใจ การติดตามสถานการณ์ไฟป่าจากเทคโนโลยีดาวเทียมเป็นการประเมินสถานการณ์จาก “จุดความร้อน” (Hotspot) ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ดาวเทียมจะส่งภาพถ่ายที่มีคลื่นสีแตกต่างกันตามอุณหภูมิบนพื้นโลก และมีระบบประมวลผลที่สามารถชี้ชัดได้ว่าจุดใดมีความร้อนสูง และจะใช้ข้อมูลส่วนนั้นสำหรับการรายงานการเกิดไฟป่า ที่ผ่านมา การปฏิบัติการในพื้นที่ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้นำในระดับจังหวัดและระดับชุมชน ส่งผลให้จำนวนจุดความร้อนลดลงอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งปี 2562 แนวโน้มการเกิดจุดความร้อนกลับเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งเรื่องของสภาพภูมิอากาศ หรือเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอต่อจำนวนจุดความร้อนที่เพิ่มขึ้น อนุสรณ์ รังสิพานิช รักษาการนักภูมิสารสนเทศเชี่ยวชาญพิเศษ จากจิสด้า กล่าวและเสริมว่า ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา จิสด้าได้สนับสนุนข้อมูลการเกิดจุดความร้อนในพื้นที่ประสบเหตุไฟป่า โดยชุดข้อมูลประกอบไปด้วย ข้อมูลพื้นที่ถูกเผาไหม้จริง ข้อมูลพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า และแผนที่หมอกควัน นอกจากนี้ จิสด้ายังได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปร่วมกับทางจังหวัดโดยไปประจำที่ WarRoom ไฟป่าทั้ง 9 จังหวัด เพื่อช่วยจัดทำแผนที่ รายงาน และติดต่อประสานงานเกี่ยวกับไฟป่า หมอกควัน โดยประยุกต์ข้อมูลให้เหมาะสมตรงความต้องการของแต่ละจังหวัด ข้อมูลจากกรมอุทยานแห่งชาติ […]

พิชิตขุนเขาด้วยมือเปล่า

เรื่อง มาร์ค เอ็ม ซินนอท เมื่อวันเสาร์ที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา อเล็กซ์ ฮอนโนลด์ นักปีนผาคนดังกลายเป็นบุคคลแรกที่สามารถพิชิตเอล คาพิทัน ภูเขาหินความสูง 3,000 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล ที่ตั้งตระหง่านคล้ายกำแพงขนาดยักษ์ได้สำเร็จ โดยปราศจากเชือก หรืออุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยใดๆทั้งสิ้น ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้ อาจเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นมาในวงการปีนผา ตัวเขาใช้เวลาในการปีนทั้งสิ้น 3 ชั่วโมง 56 นาที ภารกิจท้าทายขีดจำกัดของตัวเองนี้เสร็จสิ้นลงในเวลา 9.28 นาฬิกา ตามเวลาท้องถิ่น ภายใต้ท้องฟ้าสดใส ที่มีเมฆบางเบา ฮอนโนลด์ทิ้งร่างกายลงบนโขดหินของยอดเขาที่มีขนาดราวห้องนอนของเด็กเท่านั้น ฮอนโนลด์ หรือเป็นที่รู้จักในฐานะนักปีนผาด้วยมือเปล่า เริ่มภารกิจนี้ในตอนที่อรุณแตะขอบฟ้า เมื่อเวลา 5.32 นาฬิกา หลังใช้เวลาทั้งคืนในรถตู้ เขาแต่งกายด้วยเสื้อยืดตัวโปรดสีแดง และกางเกงไนลอน เติมเต็มท้องที่ว่างเปล่าด้วยมื้อเช้า ซึ่งประกอบไปด้วยข้าวโอ๊ต, เมล็ดเจีย, เมล็ดแฟลกซ์ และบลูเบอร์รี่ เมื่อเดินทางมาถึง ฮอนโนลด์จอดรถตู้และเดินขึ้นไปตามทางเดินกรวด มุ่งตรงสู่กำแพงหินขนาดยักษ์ เขาดึงรองเท้าปีนเขาคู่ใจออกมา คาดถุงเล็กๆบรรจุผงชอล์กไว้รอบเอว ซึ่งจะช่วยให้มือของเขานั้นแห้งอยู่เสมอ และเมื่อพบรอยแยกแรก ฮอนโนลด์ก็เริ่มต้นสร้างตำนานใหม่ ด้วยการปีนขึ้นไป เป็นเวลามากกว่าหนึ่งปี […]

เรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจ สนับสนุนโดย THE ALL-NEW BMW X3 #bmwx3 #x3onmission

คุณสุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ หรือ “คุณเช็ค” หนึ่งในผู้บริหารของทีวีบูรพา และยังเป็นพิธีกรรายการ “คนค้นฅน” ที่ถ่ายเรื่องราวกิจกรรมของกลุ่มบุคคลที่ออกมาทำประโยชน์ต่อสาธารณชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ผู้ที่สนใจ ได้ก้าวออกมามีส่วนร่วมในเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและเห็นคุณค่าของเพื่อนมนุษย์ วิดีโอนี้ได้รับการสนับสนุนจาก THE ALL-NEW BMW X3 ถ่ายทอดเรื่องราวแห่งโอกาสของบุคคล ผู้เปลี่ยนเมล็ดพันธุ์แห่งโอกาส สู่การกระจายจิตสำนึกแห่งหน้าที่เพื่อการเยียวยารักษาโลกจากผู้สร้างสารคดี โดยการถ่ายทอดเรื่องราวของสิ่งแวดล้อม สู่การก้าวเข้าสู่การร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ช่วยเหลือดูแลผืนป่า โดยคุณเช็คเชื่อว่า “คนที่เห็นโลก(ธรรม)มาพอประมาณมีหน้าที่ต้องแสดงโลกที่ชอบธรรม ให้คนรุ่นหลังได้เห็น การรักษาโลกที่สอดคล้องกับหลักธรรมคือหน้าที่ของชีวิต หน้าที่นั้นก็คือการซ่อมแซมโลกที่ชำรุดทรุดโทรมทั้งภายนอกและภายใน” จิตสำนึกที่ดีในการอยู่ร่วมกันในสังคม เป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องร่วมกันสร้างขึ้น หวังว่าวิดีโอเรื่องนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่อยู่ร่วมกันอย่างเห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อนมนุษย์ และสังคม รวมถึงนำความเชี่ยวชาญของตนเองมาร่วมสร้างสรรค์ให้โลกนี้น่าอยู่ต่อไป

Explorer Awards 2018: ปองพล อดิเรกสาร

ขอแนะนำให้รู้จักกับ Explorer Awards 2018 คนแรก "ปองพล อดิเรกสาร" นักสำรวจและพิธีกรรายการสารคดี อีกทั้งยังเป็นช่างภาพแนวธรรมชาติและสัตว์ป่าชั้นแนวหน้าคนหนึ่งของเมืองไทย ผู้ให้นิยามนักสำรวจที่ดีแก่เราว่า ก่อนจะเดินทางออกไปสำรวจนั้น กระบวนการค้นคว้าหาข้อมูลล่วงหน้าก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน และนี่คือสิ่งที่เขาทำมาตลอดในทุกการสำรวจ