เขาหลัก ตะกั่วป่า พังงา ในมุมมองที่ไม่เคยเห็น - National Geographic Thailand

เขาหลัก ตะกั่วป่า พังงา ในมุมมองที่ไม่เคยเห็น

หลังจากเป็นพื้นที่ยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมายาวนาน ในวันนี้ ทั้ง เขาหลัก และตะกั่วป่าพร้อมแล้วที่จะเป็นจุดหมายในใจของคนไทย

เมื่อนึกถึงจุดหมายปลายทางฝั่งอันดามันในเมืองไทย หลายคนอาจนึกถึงจังหวัดภูเก็ต

คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เป็นเช่นนั้น เพราะความมีเชื่อเสียงของบรรยากาศทะเลน้ำใส ชายหาดสวย เป็นตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวจากหลากหลายประเทศให้เข้ามาเยือน จนเป็นจุดหมายปลายทางแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงเมื่อเดินทางมาเยือนพื้นที่ทะเลอันดามันของไทย

แต่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว การแสวงหาจุดหมายปลายทางใหม่ย่อมเป็นเรื่องท้าทาย

จากพื้นที่จังหวัดของภูเก็ต หากข้ามสะพานสารสินซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อแผ่นดินใหญ่ก็จะเข้าสู่เขตจังหวัดพังงา ที่คนไทยหลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงจังหวัดทางผ่านของภูเก็ตเท่านั้น แต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ พังงามีพื้นที่ซึ่งเปรียบเหมือนอัญมณีสำหรับผู้ที่รักการท่องเที่ยวทะเลนั่นคือทะเลเขาหลัก ซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอตะกั่วป่า ทะเลในพื้นที่นี้ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามและหาดทรายที่ขาวสะอาด

อย่างไรก็ตาม นอกจากทะเลสวย พื้นที่ตะกั่วป่ายังมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่หลากหลาย รวมไปถึงแหล่งประวัติศาสตร์ที่มีความเกี่ยวข้องกับการทำเหมืองแร่ ชาวจีนอพยพ และอาหารเลิศรสให้ผู้ที่รักการเดินทางได้เข้ารับประสบการณ์ใหม่ในพื้นที่แห่งนี้

สถานที่ท่องเที่ยวในตัวอำเภอตะกั่วป่า

– เมืองเก่าตะกั่วป่า บริเวณถนนศรีตะกั่วป่า

ช่วงต้นยุครัตนโกสินทร์ เมืองตะกั่วป่า คือพื้นที่ที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ นั่นคือแร่ดีบุก ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) หลังมีการทำสนธิสัญญาเบอร์นีย์ สยามได้เริ่มเปิดการค้ากับต่างประเทศ และหวังให้แร่ดีบุกจากตะกั่วป่าเป็นสินค้าสำคัญ จึงได้มีการทำสัญญากับจักรพรรดิจีน เพื่อจ้างแรงงานจากมณฑลฝูเจี้ยน หรือมณฑลฮกเกี้ยน ให้มาเป็นแรงงานเหมืองแร่ดีบุก จนตะกั่วป่ากลายเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจอย่างมากในยุคนั้น

ปัจจุบัน แม้ไม่มีการทำเหมืองแร่เช่นนั้นแล้ว แต่ยังคงหลงเหลือมรดกทางประวัติศาสตร์เป็นพื้นที่เมืองเก่าตะกั่วป่า ในถนนศรีตะกั่วป่า ซึ่งเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมรูปแบบชิโน-ยูโรเปียน ซึ่งหลายส่วนยังคงมีการอนุรักษ์ไว้ ให้บรรยากาศราวกับได้ย้อนกาลเวลาไปในยามที่ตะกั่วป่ายังเป็นเมืองเหมืองแร่อันรุ่งโรจน์ โดยมีกิจกรรมสำคัญคือไปเยือนอาคารทำการชมรมชาวบาบ๋าฝั่งทะเลอันดามัน โดยชาวบาบ๋า หรือบาบ๋า-ยาหย๋า คือคำเรียกลูกของชายชาวจีนอพยพที่ได้แต่งงานกับหญิงท้องถิ่นจนเกิดเป็นวัฒนธรรมผสมผสาน โดยชมรมชาวบาบ๋าฯ แห่งนี้ได้มีตกแต่งและจัดแสดงวัฒนธรรมผ่านสิ่งของและนิทรรศการขนาดย่อม

– หาดทรายดำ และประภาคารเขาหลัก

ประภาคาร เขาหลัก แห่งนี้สร้างขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิพัดถล่มทะเลอันดามันเมื่อปี 2547 เพื่อเป็นจุดสังเกตการณ์และเตือนภัย และบริเวณใกล้กันจะเป็นหาดทรายดำ ซึ่งเกิดจากแร่ดีบุกที่สะสมมาตั้งอดีต อย่างไรก็ตาม การจะได้เห็นหาดทรายดำต้องอาศัยทั้งวันเวลาและโชค เพราะต้องอาศัยลมมรสุมพัดขี้แร่ขึ้นมา และจังหวะน้ำขึ้นน้ำลง

– ล่องแพตามลำธารวังเคียงคู่

ลำธารวังเคียงคู่สายน้ำที่ทอดต่อมาจากน้ำตกวังเคียงคู่ ภายในลำธารแห่งนี้มีบริการล่องแพสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสการผจญภัยโดยการล่องแพบนผืนน้ำใสพร้อมกับได้ทอดสายตาชมธรรมชาติที่อยู่รอบคลอง เป็นเวลาราว 30 นาที เส้นทางมีความสมบุกสมบันพอประมาณ ไม่ได้ลำบากจนเกินไป และบางจุดเราสามารถแวะเล่นน้ำได้ นอกจากนี้ เราอาจมีโอกาสได้พบกับงูปล้องทอง งูไม่มีพิษ สัตว์ประจำถิ่นที่เลื้อยเลาะเกาะกิ่งตามต้นไม้ริมทางระหว่างล่องแพได้อีกด้วย

– สปาโคลนร้อนธรรมชาติ/ ชมป่าโกงกาง/ อาหารทะเลสด วิสาหกิจชุมชนบ้านโคกไคร

นอกจากอำเภอตะกั่วป่า ห่างออกไป ที่คลองมะลุ่ย อำเภอทับปุด มีสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อการสัมผัสประสบการณ์ธรรมชาติแปลกใหม่ คือการลงสปาโคลนร้อนธรรมชาติ ซึ่งต้องลงเรือจากที่ทำการวิสาหกิจชุมชน ล่องไปตามคลองมะรุ่ยเพื่อไปยังบริเวณสปาโคลนร้อน ซึ่งเกิดจากรอยแยกของชั้นผิวโลกที่ปล่อยความร้อนออกมา ทำให้ดินและทรายมีความร้อน และมีไอร้อนลอยขึ้นจากผืนดินจนเราสังเกตได้ด้วยตาเปล่า

ชาวบ้านจะแนะนำผู้มาเยือนลงไปลุยโคลนร้อนด้วยเท้าเปล่า อันเป็นความร้อนในระดับที่ทำให้ร่างกายเกือบทุกส่วนตื่นตัวเป็นเวลาราว 15 นาที จากนั้นจะเป็นการล้างเท้าในคลอง ก่อนที่เราจะได้รับการนวดสปาโคลนตามส่วนต่างๆ ของร่างกายตามที่เราต้องการ และนอนพักสักระยะ จากนั้นจึงล้างโคลนออกด้วยน้ำในลำคลองอีกครั้ง โดยชาวบ้านกล่าวว่าจุดที่มีการพอกโคลนนั้นรู้สึกชุ่มชื่นผิวและนิ่มเนียน

 

นอกจากการทำสปาโคลน วิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชนบ้านโคกไครยังมีบริการล่องเรือคายักชมท่องเที่ยวเชิงนิเวศพายเรือคายัคชมป่าโกงกางในพื้นที่คลองมะรุ่ย ใกล้บริเวณอ่าวพังงา ชมธนาคารปูและหอยนางรม พร้อมรับประทานอาหารทะเลสดๆ ในสูตรพื้นถิ่นของพวกเขาเอง

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ

– สะพานเหล็กบุญสูง สะพานข้ามแม่น้ำตะกั่วป่าในรูปแบบคลาสสิก สร้างขึ้นในปี 2508 จากชิ้นส่วนเหล็กจากเรือขุดแร่ เพื่ออำนวยความสะดวกกับพนักงานในบริษัทขุดแร่ ซึ่งยังคงมีความแข็งแรงและยังใช้ได้ที่มาจนถึงปัจจุบัน

– สนามกอล์ฟคีรีนารา สนามกอล์ฟขนาด 9 หลุม (กำลังปรับปรุงให้เป็น 18 หลุมในอนาคต) ที่มีบรรยากาศติดเชิงเขา ที่มีคอกม้าสำหรับบริการทดลองขี่ม้าไปตามเส้นทางบนสันเขาพร้อมผู้นำทางบนหลังม้า ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง รวมไปถึงการฝึกสอนขี่ม้าแบบพื้นฐาน

– จุดชมวิวเสม็ดนางชี ชมทิวทัศน์ภูเขาหินปูนหลายขนาดเรียงรายบนอ่าวพังงา อันเป็นจุดชมดวงอาทิตย์ขึ้น/ตก ยอดนิยม

ร้านอาหารแนะนำ: ครัวหลวงเทน

ครัวหลวงเทนเป็นร้านอาหารใต้ที่ได้รับรางวัล Michelin Star ในปี 2019 และ 2020 มีรสชาติจัดจ้าน อร่อย ในราคาที่คุ้มค่า เมนูอาหารที่บริการจะมีการผลัดเปลี่ยนไปในแต่ละวัน ในวันที่เราได้รับประทาน รายการอาหารที่เราได้ลิ้มลองมีทั้ง โวยวายผัดสับปะรด ผัดเผ็ดสะตอปลากะพง ต้มหมูชะมวง ปลาซิวทอดขมิ้น หมูคั่วเกลือ พร้อมกับน้ำพริกแกงไตปลา ที่เสิร์ฟพร้อมกับผักพื้นบ้านชนิดต่างๆ

ครัวหลวงเทน
หลวงเทน ผู้อยู่เบื้องหลังความอร่อย

แม้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา พื้นที่เขาหลักจะเป็นที่รู้จักในบรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการแสวงหาจุดหมายปลายทางใหม่ที่ใกล้จากภูเก็ต แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ชาวต่างชาติที่เคยมาเยือนเริ่มหดหาย จึงเป็นโอกาสที่ดีชาวตะกั่วป่าและเขาหลักจะพร้อมเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวชาวไทยให้มาเยือนและสัมผัสประสบการณ์จากทะเลอันดามันในรูปแบบที่ต่างออกไป และตั้งใจจะเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวทะเลอันดามันใสหาดทรายสวยในใจคนไทยอีกแห่งหนึ่ง

ติดต่อสถานที่แนะนำทั้งหมดได้ที่

  • ล่องแพไม้ไผ่วังเคียงคู่ Komol’s Corner Bamboo Rafting โทรศัพท์ 09 – 5410 – 1988
  • ครัวหลวงเทน โทรศัพท์ 09- 0716- 4182 (ต้องโทรศัพท์สำรองโต๊ะล่วงหน้า) หยุดทุกวันที่ 10, 20, 30 ของทุกเดือน
  • ชมรมบาบ๋าฝั่งทะเลอันดามัน (ตะกั่วป่า) โทรศัพท์ 08- 1891- 6742
  • สปาโคลนร้อนบ้านโคกไคร และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โทรศัพท์ 08- 7886 -0465 (คุณสมพร)
  • สนามกอล์ฟคีรีนารา โทร 093 614 4759 / https://www.kirinara.com/

เรื่อง เกียรติศักดิ์ หมื่นเอ

ภาพ สิทธิศักดิ์ น้ำคำ

  • ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพังงา 

สนับสนุนที่พักโดย Bangsak Village อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ Bangsak Village สัมผัสความโรแมนติกในรีสอร์ตที่ต้นไม้กอดกับผืนทราย 

เรื่องแนะนำ

เยลโลว์สโตน: ผืนป่าแห่งการพิทักษ์

เยลโลว์สโตน สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ทั้งสัตว์ดุร้าย หุบผาชันลึก น้ำตกที่ส่งเสียงครืนครั่น และน้ำร้อนจัด ซึ่งล้วนแล้วแต่สวยงามเมื่อเที่ยวชม แต่ก็ชวนให้หวาดหวั่นเมื่อเข้าไปสัมผัส

เทคนิคพาลูกหลานเที่ยวให้สนุกในช่วงวันหยุด

เมื่อเราเริ่มมีครอบครัวและสมาชิกตัวน้อยเพิ่มเข้ามาในบ้าน การเดินทางท่องเที่ยวกันทั้งครอบครัวเป็นเรื่องที่เราต้องวางแผนมากขึ้น การผจญภัยของคุณจะไม่หยุดเพียงแค่คุณมีลูก หลายคนอาจคิดว่าการเดินทางท่องเที่ยวของตัวเองจบลงเมื่อมีลูก นั่นไม่ถูกต้องนัก คุณรู้ไหมว่า การเดินทางกับเด็กนอกจากจะเพิ่มประสบการณ์การเรียนรู้ให้พวกเขาแล้ว เรายังได้เรียนรู้ชีวิตและความสุขจากพวกเขาแบบไม่รู้ตัวด้วย ลองสละตารางงานอันยุ่งเหยิงมาทำให้ครอบครัวมีช่วงเวลาแห่งความสุขด้วยกันเถอะ ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนของเด็ก ๆ ลองมาดูเทคนิคการวางแผนท่องเที่ยวแบบที่ทั้งคุณและลูกหลานต่างก็รู้สึกสนุกไปด้วยกันครับ หาสถานที่ที่เหมาะสมกับครอบครัวเรา อย่าเอาตัวเองเป็นตัวตั้งในการหาสถานที่ และไม่ต้องจำกัดจุดหมายปลายทางที่มีไว้เฉพาะเด็กเท่านั้น ไม่ว่าจะไปที่ไหนขอให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสถานที่นั้นมีกิจกรรมให้เด็กทำมากพอ และอยู่ในความสนใจของพวกเขา เริ่มจากความสนใจสูงสุดในครอบครัวว่าต้องการเดินทางไปเที่ยวในที่แบบไหน เช่น ทะเล ป่าเขา แคมปิ้ง แล้วใช้ตรงนั้นเป็นจุดศูนย์กลางในการวางแผนการเดินทางและงบประมาณ อีกประการหนึ่งที่สำคัญคือสภาพดินฟ้าอากาศ เพราะเกี่ยวข้องกับการเตรียมตัวรับมือ หากนี่เป็นทริปแรกของคุณและครอบครัว อาจเริ่มจากสถานที่ใกล้บ้านคุณก่อนก็ได้ หาข้อมูลจากเด็กๆ หากบุตรหลานของคุณอยู่ในช่วงวัยประถมปลาย นั่นหมายความว่าพวกเขาเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง ลองถามดูว่าเขาต้องการทำกิจกรรมอะไรเป็นพิเศษ ถามความชอบและไม่ชอบ ให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมในการวางแผน โดยอาจสมมติให้การท่องเที่ยวครั้งนี้คือภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จ เด็กๆ จะตื่นเต้นมากเหมือนได้ทำภารกิจร่วมกับคุณ เชื่อว่าพวกเขาจะมีความสุขและคุณเองก็สนุกกับการเดินทางมากขึ้น หาขนมขบเคี้ยวและความสะดวกสบายระหว่างเดินทาง บางครั้งการที่เด็กๆ นั่งรถนานๆ อาจสร้างความหงุดหงิดและปวดหัวให้คุณได้ เพราะพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมจะเกิดขึ้นเมื่อเด็กเบื่อและเริ่มรู้สึกหิว ควรเตรียมขนมขบเคี้ยวไว้ให้เด็กๆ รองท้อง หากิจกรรมระหว่างเดินทางให้ทำแก้เบื่อ อาจเป็นการเล่นเกมทายคำใบ้ หรือหาเกมที่เด็กๆ ชื่นชอบ ก็จะทำให้การเดินทางราบรื่นขึ้น หลีกเลี่ยงการเดินทางไกลๆ สำหรับกิจกรรมสั้นๆ การเดินทางไกลทำให้คุณเหนื่อยล้าและเด็กๆ ก็เบื่อ พลอยทำให้แผนที่วางมารวนและหมดสนุก […]

เมื่อ สนามกีฬาโอลิมปิก ถูกทอดทิ้ง

เมื่อสนามกีฬาโอลิมปิกถูกทอดทิ้ง ในขณะที่กีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2018 ณ พยองชาง ประเทศเกาหลีใต้กำลังดำเนินไป สนามกีฬาโอลิมปิก ที่ถูกใช้งานมาก่อนหน้าในประเทศอื่นๆ กลับถูกทิ้งร้างเมื่อการแข่งขันกีฬาจบลง ทุกสองปี เมืองต่างๆ ทั่วโลกแข่งขันกันเสนอชื่อตนกับคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Commission-IOC) สำหรับโอกาสในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันโอลิมปิก ผู้ชนะจะถูกเลือกด้วยกระบวนการที่เข้มงวด ซึ่งส่วนหนึ่งประกอบด้วยการทำให้ชาวเมืองเชื่อว่าผลประโยชน์จากการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกจะมีมากกว่าภาษีที่จะเพิ่มสูงขึ้น เมืองที่สมัครอาจมองเห็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับความเสี่ยง ด้วยความหวังว่าจะช่วยเพิ่มยอดนักท่องเที่ยว การเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ และการใช้งานสนามกีฬาต่อไปในอนาคต แต่ในขณะที่การถูกเลือกเป็นเจ้าภาพถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูง เมืองหลายแห่งก็กำลังตั้งคำถามว่ามันคุ้มค่าหรือไม่กับความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะยาว มีผู้ประเมินต้นทุนการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2014 ที่เมืองโซชี ประเทศรัสเซียไว้ราว 1.2 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 370 ล้านล้านบาท) แต่กลับบานปลายถึง 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,500 ล้านล้านบาท) ซึ่งรัสเซียจ่ายได้เพียง 53 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,600 ล้านบาท) เท่านั้น สนามกีฬาหลายแห่งที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่ รวมทั้งลู่สกีกระโดดไกลและบ็อบสเลตถูกทอดทิ้งไว้โดยไม่มีการใช้งานอีกในอดีตเมืองเจ้าภาพหลายแห่ง โครงสร้างที่ถูกทอดทิ้งเหล่านี้ยังคงตั้งอยู่และค่อยๆ ผุกร่อนไป หลายแห่งถูกพ่นภาพกราฟฟิตีเต็มไปหมด กรุงซาราเยโว เมืองหลวงของบอสเนีย ซึ่งเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 1984 […]

เนปาลมิพรากจาก กุมารี

เทพธิดา กุมารี – เทวนารีผู้ยังมีลมหายใจ กุมารี ของชาวเนปาล ในห้องกว้างสัก 2 ตารางเมตร มีแสงสว่างจากหลอดไฟพอประมาณ ผสานกับแสงจากลำเทียนที่ตั้งปะปนกับจานชามที่ใส่เครื่องเซ่น ประเภทขนม ผลไม้ ระเกะระกะอยู่บนพื้นอันเกลื่อนกล่นด้วยเมล็ดข้าว กลีบดอกไม้ ผงสีแดง ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเครื่องเซ่นสังเวยบูชาเทพเจ้า เหมือนอย่างที่เราเห็นจนชินตาตามเทวสถานมากมายในประเทศนี้ – เนปาล ซึ่งตามธรรมเนียมจะมิได้ประดิษฐานเทวรูปไว้บนหิ้งสูง แต่จะประทับวางเทวรูปไว้กับพื้น ประหนึ่งให้ท่านได้สัมผัสพื้นโลก ต่างกันก็ตรงที่เทวรูปเบื้องหน้าผมขณะนี้ มิได้สร้างจากศิลาจำหลัก หรือเครื่องสำริดขัดเป็นมันวาวแบบที่เคยเห็น แต่เป็นเด็กหญิงวัยราว 11-12 ปี ในชุดสีแดงเพลิง ใบหน้ามีจุดเด่นที่การเขียนขอบตาดำ และลากเส้นที่หางตาตวัดยาวไปจนถึงไรผม นั่งสงบนิ่งบนบัลลังก์ไม้แกะสลักรูปพญานาคเกี่ยวกระหวัด เหนือสิ่งอื่นใด เธอยังมีชีวิต มีเลือดเนื้อและมีลมหายใจ เป็นที่เคารพสักการะ ในฐานะร่างประทับทรงของเทพนารีผู้คุ้มครองเมือง นามว่า “ตะเลจูภวานี” เธอจึงถูกเรียกขานว่าเป็น “เทพธิดากุมารี” หรือเทวนารีผู้ยังมีลมหายใจ (Living Goddess)   ผมก้มลงกราบเธอด้วยอาการประหม่า ขณะที่เธอทอดสายตานิ่งและเฉย ก่อนจะใช้นิ้วหยิบผงสีและเมล็ดข้าวมาเจิมที่กลางหน้าผากของผมอย่างรวดเร็ว แทนความหมายว่าเทพนารีองค์นี้ได้ประทานพรให้ โดยไม่ต้องเปล่งเสียงกล่าวมนตราใดๆ ออกมาแม้แต่คำเดียว นี่เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ได้เข้าใกล้ชิดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเนปาลแห่งเมืองลลิตาปูร์คารพนับถือสูงสุด แม้เธอจะมีความสำคัญเป็นอันดับสอง […]