โรงแรมแห่งนี้รักษาผืนป่าไว้ - National Geographic Thailand

โรงแรมแห่งนี้รักษาผืนป่าไว้

โรงแรมแห่งนี้รักษาผืนป่าไว้

นับตั้งแต่การค้นพบมาชูปิกชู โบราณสถานของชาวอินคา ที่มีคุณค่าในฐานะมรดกโลก แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมความงดงามและความยิ่งใหญ่ของมันนับล้านคน ท่ามกลางโรงแรมมากมายที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว โรงแรมอินคาเทรา มาชูปิกชู พเว็บโล คือหนึ่งในโรงแรมที่ดีที่สุด เก่าแก่ที่สุด และเป็นจุดหมายยอดนิยมของการท่องเที่ยวในเปรู

“คำถามก็คือทำไมชาวอินคาต้องเดินทางไปยังมาชูปิกชู?” José Koechlin กล่าว “นั่นเป็นเพราะทัศนียภาพ เพราะธรรมชาติ”

Koechlin ผู้ก่อตั้งโรงแรมอินคาเทรา ในปี 1975 ด้วยสัมปทานแรกของประเทศ ในการเปิดธุรกิจท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ภายในป่าดิบชื้อ “หากคุณดำเนินธุรกิจ คุณจำเป็นต้องรู้จักสินค้าของตัวเอง” เขากล่าว ซึ่งที่โรงแรมแห่งนี้มีการสำรวจระบบนิเวศโดยเจ้าหน้าที่ของโรงแรมและนักวิทยาศาสตร์

ผลงานของพวกเขาครอบคลุมตั้งแต่ผีเสื้อไปจนถึงสับปะรดสี บนที่ดินของโรงแรมมีสิ่งมีชีวิตมากกว่า 1,500 สายพันธุ์ ในจำนวนนี้รวมถึง 28 สายพันธุ์ที่ Koechlin ส่งไปตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์เอง ซึ่งแค่ในปีนี้ปีเดียวมีรายงานพบกล้วยไม้สายพันธุ์ใหม่ในบริเวณมาชูปิกชูถึง 3 ชนิด

นักท่องเที่ยวจากโรงแรมอินคาเทรา ในมาชูปิกชูกำลังชมนก

อย่างไรก็ตามงานอนุรักษ์ที่โรงแรมทำไม่ใช่แค่การสำรวจพืชและสัตว์เท่านั้น ด้วยความร่วมมือกับสถาบันอนุรักษ์ชีววิทยา Smithsonian เมื่อเร็วๆ นี้ตัวเขาเพิ่งจะก่อตั้งเส้นทางฟื้นฟูและปกป้องระบบนิเวศขึ้นมา 2 แห่ง หนึ่งคือในภูมิภาค Madre de Dios ทางตะวันออกเฉียงใต้ และสองในแหล่งทำประมงอันอุดมสมบูรณ์ของอ่าว Cabo Blanco ทางตอนเหนือ

นอกจากนั้น Koechlin ยังไปไกลถึงขั้นทดสอบการทำเหมืองด้วยเทคโนโลยีแบบใหม่บนที่ดินของเขาเองแล้ว ด้วยความหวังที่ว่าชาวบ้านจะละทิ้งวิธีการทำเหมืองแบบเดิมๆ เพื่อความยั่งยืน

สำหรับ Koechlin การพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นเรื่องสำคัญมากที่สุดสำหรับสิ่งแวดล้อม “คุณจำเป็นต้องพัฒนาเพื่อให้คนท้องถิ่นมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อะไรบ้างที่คุณทำได้? เราต้องการสิ่งนี้เพื่ออนาคตที่ดีธรรมชาติและมนุษยชาติ”

และสำหรับคำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว…

“ผู้คนส่วนใหญ่เดินทางมาที่มาชูปิกชูเพื่อชมการก่อสร้างของมนุษย์” เขากล่าว “แต่ในขณะที่มาชูปิกชูตั้งอยู่ตรงนั้นลองมองไปรอบๆ มองที่ภูเขาสีเขียว คุณเห็นหรือไม่ว่าอะไรสร้างสีเขียวขึ้นมา?”

โดย เรเชล บราวน์

 

อ่านเพิ่มเติม

โรงแรมอวกาศพร้อมเปิดให้บริการในปี 2022 นี้

เรื่องแนะนำ

อุรังอุตัง 150,000 ตัวตายเพราะกิจกรรมของมนุษย์

อุรังอุตัง 150,000 ตัวตายเพราะกิจกรรมของมนุษย์ ผลการวิจัยใหม่ชี้ว่า ตั้งแต่ปี 1999 -2015 จำนวนของอุรังอุตังมากกว่าครึ่งบนเกาะบอร์เนียวต้องล้มหายตายจากลงจากการคุกคามถิ่นที่อยู่อาศัยของพวกมันเพื่อทำสวนปาล์มไปจนถึงการตัดไม้ทำลายป่า บรรดาพวกลักลอบค้าสัตว์ป่าและหาของป่ารวมไปถึงกิจกรรมอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตมนุษย์คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชากรของอุรังอุตังลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว หากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ในอีก 35 ปี ทีมนักวิจัยชี้ว่าเกาะบอร์เนียวจะสูญเสียประชากรอุรังอุตังไปเพิ่มอีกราว 45,000 ตัว อย่างไรก็ตามยังคงมีความหวัง จากผลการวิจัยพบว่าอุรังอุตังเป็นสัตว์ที่ปรับตัวเก่งมาก เชื่อกันว่าหากกระบวนการล่าและทำลายป่าสิ้นสุดลงในวันนี้ อุรังอุตังซึ่งปัจจุบันเป็นถูกจัดให้เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์จะมีโอกาสเพิ่มจำนวนขึ้น รวมไปถึงสัตว์อื่นๆ ด้วยเช่นกัน   อ่านเพิ่มเติม คืนชีพเสือทัสมาเนียหลังสูญพันธุ์ไปแล้ว 38 ปี

ชีวิตสมัยใหม่เปลี่ยนโลกธรรมชาติอย่างไร

เรื่อง แดเนียล สโตน ภาพ เอ็ดเวิร์ด เบิร์นไทนสกี้ เมื่อ  4 – 5 พันปีก่อน ในยุคสำริด มนุษย์เริ่มที่จะรู้จักนำทรัพยากรที่มีค่าจากโลกมาใช้ ขณะที่การทำงานด้วยสำริด ทอง หรือ ทองแดง หมายถึงการทำงานด้วยมือ และเป็นแรงงานที่แรงของคน ๆ หนึ่งจะสามารถทำได้ แต่ในศตวรรษที่ 20 จนถึง 21 สิ่งที่เรียกว่า การปะทะของอุตสาหกรรมนำเราไปสู่เส้นทางใหม่ที่จะตักตวงธรรมชาติโลกได้ ซึ่งมันเปลี่ยนภูมิทัศน์ไปอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งของชีวิตสมัยใหม่สัมผัสกับเทคโนโลยี และทุกส่วนของเทคโนโลยี ต้องการบางสิ่งที่มาจากพื้นดิน ซิลิคอนไดออกไซด์(silicon dioxide) ในมือถือ ฟอสฟอรัสที่ช่วยให้ธัญญาหารเติบโต ทองแดงในสายไฟซึ่งนำบทความนี้มาสู่สายตาของผู้อ่าน และตัวอย่างอีกหลายพันอย่าง นี่คือรอยประทับซึ่งช่างภาพ เอ็ดเวิร์ด เบิร์นไทนสกี้ อดใจไม่ได้ที่จะจับภาพเหล่านี้ไว้ในหนังสือเล่มล่าสุดของเขาที่ชื่อว่า Essential Elements เบิร์นไทนสกี้ อายุ 61 ปี ใช้อาชีพช่างภาพของเขาเปลี่ยนโลก และอย่างไรก็ตาม เขายังคงจับภาพของการเปลี่ยนแปลงของโลกจากเราด้วยเช่นกัน เขาไม่ได้พยายามที่จะแสดงความโหยหาของการทำลายล้างที่น่าสิ้นหวัง แต่เพื่อบันทึกร่องรอยของการเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจลบเลือนได้ แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะเป็นไปในทางที่ไม่ดีก็ตาม การสำรวจนำเขาไปสู่ทั่วมุมโลก เขาบันทึกภาพเหมืองหิน  […]

หมีขาว กับช่างภาพ และช็อตเด็ดที่เกือบหลุดมือไป

หมีขาว กับช่างภาพ และช็อตเด็ดที่เกือบหลุดมือไป : เอาดุน ริคาร์ดเซน คิดว่าเขาคงสูญเสียกล้องถ่ายภาพคู่ใจไปตลอดกาล เมื่อหมีขาวตัวหนึ่งกัดและทึ้งกล้องที่เขาติดตั้งไว้บนช่องเปิดในน้ำแข็งเพื่อหวังถ่ายภาพระยะใกล้ของแมวน้ำที่โผล่ขึ้นมาหายใจ ทว่าเขาไม่ยอมแพ้ และกลับไปกู้กล้องถ่ายภาพนั้นอีกหนึ่งปีให้หลัง เขาจะทำสำเร็จหรือไม่

เทคโนโลยีอินฟาเรดช่วยปกป้องสัตว์

เทคโนโลยีอินฟาเรดช่วยปกป้องสัตว์ นักวิทยาศาสตร์และนักอนุรักษ์คิดค้นวิธีการใหม่ในการปกป้องบรรดาสัตว์ป่าเสี่ยงสูญพันธุ์ด้วยเทคโนโลยีรังสีอินฟาเรด ด้วยกล้องที่ออกแบบเฉพาะเมื่อติดตั้งบนโดรนจะช่วยให้นักอนุรักษ์และเจ้าหน้าที่ป่าไม้สามารถจับตาดูสัตว์ป่าในช่วงเวลากลางคืนได้ ปกติแล้วเวลากลางคืนนั้นยากที่จะคอยตรวจตรา ทำให้พวกลักลอบค้าสัตว์ป่าฉกฉวยช่วงเวลานี้เข้ามาล่าสัตว์ แต่รังสีอินฟาเรดที่จับความร้อนจากร่างกายสัตว์ออกมานั้นจะช่วยให้พวกเขาไม่พลาดท่าให้กับขบวนการผิดกฎหมายอีก และในอนาคตพวกเขามีเป้าหมายที่จะพัฒนาซอฟแวร์ให้สามารถแยกแยะประเภทของสัตว์ได้อีกด้วย   อ่านเพิ่มเติม ภูมิประเทศอันน่ามหัศจรรย์จากเทคโนโลยี Laser Scanner