ท่องเที่ยวไปในย่านอันเป็นเอกลักษณ์ของ นครเยรูซาเลม

ท่องเที่ยวไปในย่านอันเป็นเอกลักษณ์ของนครเยรูซาเลม

ท่องเที่ยวไปในย่านอันเป็นเอกลักษณ์ของ นครเยรูซาเลม

ในฐานะของเมืองที่โด่งดังและมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศอิสราเอล นครเยรูซาเลม ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสถานที่นี้เป็นตัวแทนของความหลากหลายทางเชื้อชาติและศาสนา แม้ว่ามีไม่กี่จุดของเมืองที่ใช้เป็นสถานที่แสดงถึงสีสันและวัฒนธรรม มาร่วมเดินเท้าไปตามทางรถไฟด้านในด้านหนึ่ง เพื่อค้นหาและเติมเต็มเรื่องราวของเมือง

รถไฟเป็นระบบขนส่งมวลชนหลักที่ช่วยพาบรรดานักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยจากย่านอื่นๆ และเขตชานเมืองให้เดินทางไปมาหาสู่กันได้ โดยหลีกเลี่ยงการจราจรอันคับคั่งบนถนนสายหลักของเมืองที่มีชื่อว่าถนนหมายเลย 1 เขตชานเมืองที่ว่านี้ยกตัวอย่างเช่นศูนย์ Yad Veshem ที่ตั้งอยู่ใกล้กับสุสาน Mount Herzl สุดสายของทางรถไฟที่ประตูเมืองเก่า ทางไปสู่ค่าย Shu’afat ค่ายผู้อพยพของชาวปาเลสไตน์ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของนครเยรูซาเลม

ภาพของผู้คนที่เดินทางเข้ามาในเมืองเต็มไปด้วยความหลากหลาย ผู้คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว, ชาวอาหรับและยิว, คนเคร่งศาสนาและคนทั่วไป เดินเท้าเข้าสู่ขบวนรถไฟในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ผู้โดยสารข้างในพยายามที่จะออกมา Balagan คำแสลงในภาษาฮีบรูมีความหมายถึงสถานการณ์อันวุ่นวาย ซึ่งเป็นคำที่สำคัญมากที่คุณต้องรู้เมื่ออยู่ในประเทศนี้ และในบางครั้งคำๆ นี้ก็มีความหมายว่าการพูดน้อยเกินไป

นครเยรูซาเลม
รถไฟสิ้นสุดที่ด้านนอกของประตูดามัสกัส นักท่องเที่ยวต้องเดินเท้าไปยังตะวันออกเพื่อเข้าไปยังย่านอาหรับเอง หรือเดินเท้าไปทางตะวันตกเพื่อเยี่ยมชมย่านของยิวออร์โธดอกซ์

หักเลี้ยวเส้นทางของคุณไปสู่ประตู เมื่อขบวนรถไฟเข้าใกล้สถานีประตูดามัสกัส ปี 2017 คือปีครบรอบ 50 ปี นับตั้งแต่สงครามระหว่างอิสราเอลและจอร์แดนเกิดขึ้นในปี 1967 ผลของสงครามส่งให้อิสราเอลได้ดินแดนเวสต์แบงก์และเยรูซาเลมตะวันออกที่ซึ่งชายแดนดังกล่าวอยู่ในบริเวณนี้นี่เอง

มุ่งหน้าไปต่อทางทิศตะวันตก สู่ย่านอันเก่าแก่และเคร่งศาสนามากที่สุด ย่าน Mea She’arim (ในพระคัมภีร์มีความหมายว่า “ร้อยส่วน”) ก่อตั้งขึ้นในปี 1874 ย่าน Mea She’arim ถือเป็นชุมชนแรกที่ก่อตั้งขึ้นนอกกำแพง เมืองเก่า ภายในย่านนี้ บรรดาชาวยิวนิกายออร์โธดอกซ์ ที่เคร่งศาสนาจะแต่งกายด้วยเสื้อโค้ตสีดำ ผู้หญิงแต่งกายด้วยชุดยาวสีเข้มและคลุมศีรษะแบบสมัยใหม่ เดินต่อไปผ่านตรอกซอกซอยที่จะพาคุณย้อนเวลาไปชมบ้านเรือนของชาวยิวจากโปแลนด์ ภาษาหลักของย่านนี้คือภาษายิดดิช เสื้อผ้าของผู้คนในย่านนี้ดูเหมาะกับภูมิอากาศหนาวเย็น มากกว่าอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน อย่างไรก็ตามอินเตอร์เน็ต, โทรทัศน์ หรือสมาร์ทโฟนไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของผู้คนที่อาศัยอยู่ยังที่นี่ ป้ายสัญลักษณ์ถูกปรากฏในภาษาฮีบรูและอังกฤษหรือภาษาอื่นๆ นักท่องเที่ยวที่มายังที่นี่ควรให้ความเคารพชุมชนและแต่งกายสุภาพ หากใครที่ไม่ทำตามคุณอาจโดนใครสักคนตะโกนใส่ได้

นครเยรูซาเลม
ชาวมุสลิมจำนวนมากเดินผ่านประตูดามัสกัส หลังสิ้นสุดการละหมาดประจำวันศุกร์ ในช่วงเดือนรอมฎอน

ชำเลืองเมียงมองเข้าไปในหนึ่งในจำนวนที่ไม่มีสิ้นสุดของโรงเรียนศาสนาที่นี่ แวบเข้าร้านอาหารเยอรมันลองชิม Sweet Kugel สักชิ้น (อาหารดั้งเดิมของชาวยิวอัชเคนาซิที่ทำจากมันฝรั่งหรือเส้น) หรือลองชิม Cholent สักชาม (สตูแบบชาวยิว) จากนั้นอย่าลืมแวะชิมเบเกอร์รี่สักร้าน จากจำนวนหลายร้านในย่านดังกล่าว ห้ามพลาดคุกกี้แบบชาวยิวที่มีชื่อว่า Rugelach จากนั้นถามทางไปยังตลาดเล็กๆ ที่อยู่กลางย่าน เพราะระหว่างทางเดินแคบๆ นั้น เต็มไปด้วยร้านค้า, หนังสือสวดมนต์ และเครืองประดับอีกมากมายให้เลือกซื้อ

นครเยรูซาเลม
ตำรวจอิสราเอลควบคุมความสงบเรียบร้อยระหว่างที่ชาวมุสลิมเดินทางไปละหมาดยังมัสยิด

ข้ามทางรถไฟที่ทอดยาวตามถนนหมายเลขหนึ่ง มุ่งหน้าไปทางตะวันออกแล้วคุณจะพบกับบรรยากาศที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงประตูดามัสกัส หนึ่งในจุดเชื่อมต่อเข้าสู่เมืองเก่า เดินข้ามสะพานที่อยู่เหนือตลาดอันจอแจและเต็มไปด้วยสีสัน ปกติแล้วนักท่องเที่ยวจะผ่านประตูไปอย่างรวดเร็วเพื่อมุ่งหน้าไปสู่เขตเมืองเก่า แต่ลองหยุดที่นอกประตูและมองออกไปจะช่วยให้คุณเข้าใจมากขึ้นว่าชาวอาหรับและชาวยิวนั้นอาศัยอยู่กันอย่างไร อย่าลืมแวะไปชิมฮัมมัสที่รสชาติดีที่สุดในโลกที่ร้านอาหาร Ikermawi (ร้านนี้จะปิดเมื่อฮัมมัสถูกขายหมดในช่วงบ่าย) เดินตามกลิ่นและควันไปคุณจะพบกับชายฉกรรจ์ยืนขายเคบับอยู่รอบๆ พวกเขาขายขนมปังพิตาในราคา 10 เชเขล (หรือน้อยกว่า 3 ดอลล่าร์สหรัฐ) สำหรับของหวานมาเพิ่มแคลอรี่ของคุณด้วยบาคลาวาพิตาชิโอ ของหวานสไตล์อาหรับที่ราดด้วยน้ำเชื่อมเหนียว

นครเยรูซาเลม
คนอบขนมปังอวดขนมปังชาลลา (Challah) ขนมปังพิเศษสำหรับวันสะบาโต

ในวันศุกร์ย่านนี้จะเนืองแน่นไปด้วยชาวมุสลิมที่มุ่งหน้าไปยังมัสยิด Al Aqsa เพื่อละหมาด คุณจะเห็นตำรวจจำนวนมากออกมาคุม วันเสาร์เป็นวันที่มีตลาดนัด แม้กระทั่งชาวยิวเองก็มาจับจ่ายซื้อของยังที่นี่ เนื่องจากในเมืองร้านค้าส่วนใหญ่จะปิดกันหมดเพราะวันเสาร์ถือเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ของชาวยิว ในฐานะวันสะบาโต

เป็นเวลา 50 ปีแล้ว นับตั้งแต่นักการเมืองอิสราเอลกำหนดวัน “Reunification” ให้แก่นครเยรูซาเลม การเดินทางมาเยี่ยมชมยังสถานที่จริงเป็นอะไรที่ซับซ้อนและน่าสนใจ แม้ว่าพรมแดนจริงๆ ของตะวันออกและตะวันตกจะหายไปนานแล้ว แต่การแบ่งแยกยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน มีประสบการณ์แปลกใหม่ที่คุณหาไม่ได้จากในเมืองที่ย่าน Mea She’arim และแถวประตูดามัสกัส แต่น่าเศร้าที่ผู้คนท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ที่นั่นไม่นิยมข้ามทางรถไฟเพื่อไปมาหาสู่กันเท่าไหร่นัก

นครเยรูซาเลม
ผู้คนนับพันรอเข้าประตูดามัสกัสเพื่อไปละหมาดยังมัสยิด Al-Aqsa สถานที่ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่สำคัญลำดับที่ 3 ในศาสนาอิสลาม
นครเยรูซาเลม
ตำรวจอิสราเอลเล่นกับเด็กน้อยชาวปาเลสไตน์ ที่ประตูดามัสกัส
นครเยรูซาเลม
โปสเตอร์สร้างความแตกแยกถูกติดอยู่บนกำแพงในย่าน Mea She’arim ของนครเยรูซาเลม
นครเยรูซาเลม
ในโบสถ์ของชาวยิวนิกายออร์โธดอกซ์ บรรดาชายชาวยิวแต่งกายพร้อมสำหรับการสวดมนต์
นครเยรูซาเลม
ห้องสมุดและที่สวดมนต์กลางแจ้ง ในย่าน Mea She’arim
นครเยรูซาเลม
ชาวปาเลสไตน์บรรจุถั่วพิต้าสำหรับการทำฟาราเฟลและสลัด ใกล้ประตูดามัสกัส
นครเยรูซาเลม
สี่แยกอันพลุกพล่านของเขต Mea She’arim
นครเยรูซาเลม
ผู้อยู่อาศัยในย่าน Mea She’arim มีกฏระเบียบการแต่งกายที่เข้มงวด บางครั้งพวกเขาจะตะโกนใส่นักท่องเที่ยวที่แต่งกายไม่สุภาพ
นครเยรูซาเลม
ภาพถ่ายของแรบไบในศาสนายิววางขายอยู่ตามท้องถนนในย่าน Mea She’arim
นครเยรูซาเลม
หญิงชาวคริสต์สัมผัสกำแพงของถนน Via Dolorosa ถนนที่พระเยซูแบกกางเขนไปยังแดนประหาร ในเขตเมืองเก่า ของนครเยรูซาเลม

โดย ยูริ เบราว์

ภาพถ่ายโดย ยอเรย์ ลิเบอมัน

อ่านเพิ่มเติม : สวนสวรรค์เหนือแมนแฮตตันไปเที่ยวเกาหลีเหนือกัน! พักในโรงแรมสุดหรูพร้อมเล่นสกีหิมะ

เรื่องแนะนำ

ท่องเที่ยวเพื่อ “อาบป่า” – ธรรมชาติบำบัดเพื่อการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจในกาญจนบุรี

ท่องเที่ยวเพื่อ การอาบป่า – ธรรมชาติบำบัดเพื่อการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจในกาญจนบุรี มนุษย์ล้วนกำเนิดมาจากธรรมชาติ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะรู้สึกดีทุกครั้งเมื่อได้ไปท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสธรรมชาติ การได้ฟังเสียงธรรมชาติ ได้สูดกลิ่นป่า หายใจเอาอุ่นไอของอากาศบริสุทธิ์จากต้นไม้ที่ล้อมรอบนั้นล้วนส่งผลดีต่อร่างกายและจิตใจ ราวกับว่าร่างกายได้ฟื้นคืนพลังขึ้นมาใหม่ ซึ่งชาวญี่ปุ่นรับรู้ถึงข้อดีของการอยู่ท่ามกลางธรรมชาติมานานจนเกิดเป็นวิถีการบำบัดที่เรียกว่าชินรินโยคุ การอาบป่า คำว่าชินรินโยคุ (Shinrin-yoku / 森林浴) แยกออกเป็นคำว่า Shinrin (森林) แปลว่า ป่า และ yoku (浴) แปลว่า อาบ จึงแปลรวมกันว่า การอาบป่า หรือการรับรู้บรรยากาศป่าผ่านประสาทสัมผัสของเรา มีการศึกษาแนวคิดชินรินโยคุผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และมีการวิจัยอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการยอมรับให้เป็นวิธีการรักษาเชิงป้องกัน (preventative healthcare) ที่ใช้ในประเทศญี่ปุ่น ผลการศึกษาระบุว่า การอาบป่าส่งผลให้อารมณ์ คุณภาพในการนอนหลับ และการทำสมาธิดีขึ้น รวมทั้งสามารถลดฮอร์โมนความเครียด อารมณ์ซึมเศร้า และความดันเลือดได้ นอกจากนี้ สารเคมีที่ปล่อยมาจากต้นไม้ในป่าซึ่งมีชื่อว่าไฟทอนไซด์ (Phytoncide) ซึ่งเป็นน้ำมันหอมระเหยที่ต้นไม้ปล่อยออกมา เพื่อป้องกันตัวเองจากแมลง แบคทีเรีย และเชื้อราต่าง ๆ ยังมีกลิ่นเฉพาะที่ช่วยบรรเทาความตึงเครียด เพิ่มความผ่อนคลายให้แก่มนุษย์ มีอารมณ์ที่ดีขึ้น นอนหลับสนิท และสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายไปพร้อมกัน นั่นหมายความว่า […]

การท่องเที่ยวช่วยให้เราเข้าใจวัฒนธรรมและผู้อื่นได้มากขึ้นจริงหรือ

ในขณะที่นักวิจัยกล่าวว่าการท่องเที่ยวส่งผลต่อวิถีประสาท (neural pathways) ของสมอง แต่การเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอย่างแท้จริง (จากการท่องเที่ยว) ยังคงเป็นสิ่งที่ยากจะอธิบาย ความเห็นอกเห็นใจ (empathy) โดยปกติมักถูกนิยามว่าเป็น “การเอาใจเขามาใส่ใจเรา” หรือ “การรู้สึกถึงสภาวะอารมณ์ของผู้อื่น” มันเป็นเครื่องมือทางสังคมที่สำคัญที่สามรถสร้างสะพานทางสังคมโดยการส่งเสริมการแบ่งปันประสบการณ์จนก่อให้เกิดพฤติกรรมความเห็นอกเห็นใจได้ในที่สุด ทว่า คนเราสามารถเรียนรู้ความเห็นอกเห็นใจได้หรือไม่ และการท่องเที่ยวสามารถมีส่วนช่วยการเรียนรู้นี้ได้หรือไม่ คำตอบนั้นซับซ้อน “การวิจัยแสดงให้เห็นว่าความเห็นอกเห็นใจไม่ได้มีมาตั้งแต่กำเนิด แต่สามารถสอนกันได้” นักจิตบำบัด F. Diane Barth ได้เขียนไว้ในวารสาร Psychology Today หลายงานวิจัยในอดีตบ่งชี้ว่าความเห็นอกเห็นใจเป็นคุณลักษณะที่ไม่สามารถสอนกันได้ แต่งานวิจัยเมื่อปี 2017 ได้แนะว่า “ความสามารถทางประสาทวิทยา” ที่เกี่ยวกับความเห็นอกเห็นใจนั้นเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน แต่สามารถสอนกันได้ภายใต้สถานการณ์อันเหมาะสม ไม่ว่าการได้เห็นโลกจะสามารถเปิดใจนักท่องเที่ยว จนทำให้นักท่องเที่ยวมีความเห็นอกเห็นใจมากขึ้นได้จริงหรือไม่ สิ่งนี้ก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ในปี 2018 Harris Poll ได้ทำการสำรวจนักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ (business travelers) ราว 1,300 คน ร้อยละ 87 กล่าวว่า การท่องเที่ยวเชิงธุรกิจช่วยให้พวกเขามีความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่นมากขึ้น และในการศึกษาเมื่อปี 2010 Adam Galinsky […]

เมื่อวันหนึ่ง… ฉันออกไป เดินป่าที่ออสเตรเลีย

Time Flies… คำ ๆ นี้จริงเสียยิ่งกว่าจริง ตุลาคม 2563 แล้วนี่คือเรื่องจริงใช่มั้ยทำไมเร็วจัง ปีแห่งเทศกาลเก็บตัว ปีแห่งมหกรรมเก็บตุน บันทึกการ เดินป่าที่ออสเตรเลีย สถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ดึงเวลาของเราให้ผ่านไปไวเหมือนโกหก เร็วจนต้องหันกลับมาถามตัวเองว่า ปีนี้เราเติมความสุขให้ตัวเองแล้วหรือยัง? คำถามนี้ติดตรึงอยู่ในสมองของ “สตางค์” เด็กไทยในต่างแดนใต้ผืนฟ้านครซิดนีย์ (ออสเตรเลีย) เธอคืออีกหนึ่งคนที่เชื่อ ว่า “ความสุขหาได้ไม่ยาก หากเรากล้าที่จะก้าวเข้าไปหามัน” แม้มีเวลาเพียงเล็กน้อย เธอก็พร้อมที่จะกระโดดใส่อย่างไม่ เกรงกลัว มันจะยากอะไร วันนี้ว่างนี่คะ เธอจึงไม่รอช้า “One Day Trip” ก็ไป อะไรก็ได้ อย่าไปคิดเยอะ หันหน้าเข้าป่า เดินออกกำลังกาย สลายเซลลูไลท์ สูดอากาศบริสุทธิ์ท่าจะดี แนวร่วมนั้นมีไม่มาก เพราะสถานที่ที่เธอและเพื่อนได้เสิร์ชหา ชื่อเสียงอาจดูไม่หวือหวามากสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ออสเตรเลีย นั่นคือ “Blue Mountains” โดยมีจุดท่องเที่ยวสำคัญที่คนส่วนใหญ่รู้จักคือ Three Sisters แต่วันนี้การนัดหมายกับเพื่อน ๆ ของสตางค์และทางกลุ่ม พวกเขากลับขอมุ่งหน้าไปยังอีกจุดหมายหนึ่งที่น่าสนใจกว่า โดยมีชื่อเรียกว่า “Hanging Rock” จุดเริ่มต้นกิจรรม เดินป่าที่ออสเตรเลีย จึงเริ่มขึ้น ผู้ร่วมเดินครั้งนี้มีทั้งหมด 5 ชีวิต คือ สตางค์ (เธอขอเรียกตัวเองว่าตังค์) กับเพื่อน 2 คน และเพื่อนใหม่ผู้รักการกดชัตเตอร์ อีก […]