สุดยอดสถาปัตยกรรม ในอาบูดาบี - National Geographic Thailand

สุดยอดสถาปัตยกรรมในอาบูดาบี

สุดยอดสถาปัตยกรรม ในอาบูดาบี

หากใครชื่นชอบสถาปัตยกรรมล้ำสมัย คุณต้องไม่พลาดไปเยี่ยมชมกรุงอาบูดาบี มหานครแห่งนี้เป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอดกันมานานหลายร้อยปีกับแนวความคิดที่มุ่งไปยังอนาคต ทั้งยังเป็นเมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่มีการออกแบบอย่างน่าทึ่ง ลองชมชุดภาพถ่ายของอาคารตึกระฟ้าเหล่านี้ดู แล้วคุณจะทึ่งกับสุดยอดวิศวกรรมเหล่านี้ที่ตั้งอยู่บนผืนทราย

เรื่อง Caity Garvey

ภาพถ่าย Matthieu Paley

สุดยอดสถาปัตยกรรม
กลุ่มอาคาร Etihad ประกอบด้วยอาคารทั้งหมด 5 หลังรวมกัน โดยอาคารที่สูงที่สุดมีความสูงถึง 1,002 ฟุต
สุดยอดสถาปัตยกรรม
มุมมองของกรุงอาบูดาบีจากเอมิเรตส์พาเลส โรงแรมสุดหรูที่ออกแบบโดย Wimberly Allison Tong and Goo ออกแบบในธีมสถาปัตยกรรมแบบอาหรับ เช่น ซุ้มประตูโค้งขนาดใหญ่
สุดยอดสถาปัตยกรรม
รูปทรงกลมของตัวอาคารสื่อถึงความสมดุล, ความเป็นหนึ่งเดียวและความชอบธรรม
สุดยอดสถาปัตยกรรม
สำนักงานใหญ่ของ Aldar ออกแบบให้มีรูปทรงกลมตัดด้วยเหล็กที่ประกอบกันเป็นรูปข้าวหลามตัด
สุดยอดสถาปัตยกรรม
อาคาร Etihad 2 เป็นอาคารที่สูงที่สุดลำดับสามของกรุงอาบูดาบี
สุดยอดสถาปัตยกรรม
ออกแบบโดย DBI กลุ่มอาคาร Etihad เริ่มก่อสร้างในปี 2006 และเสร็จสิ้นในปี 2011
สุดยอดสถาปัตยกรรม
การออกแบบอาคารในอาบูดาบีสะท้อนให้เห็นถึงสถานะปัจจุบันและอนาคตของมหานครนี้ นั่นคือความทันสมัย, ความหรูหราและความซับซ้อน

 

เรื่องแนะนำ

กองขยะอายุ 1,500 ปี เผยข้อมูลน่าทึ่งเกี่ยวกับการล่มสลายของเมือง

นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า เมืองเอลูซา อันเป็นศูนย์กลางการค้าไวน์อันโด่งดังยุคโรมันล่มสลายลงเนื่องจากอิทธิพลของอิสลาม แต่กองขยะจำนวนมหาศาลที่พบกลับเผยเหตุผลที่แตกต่างออกไป

ฟาโรห์แฮตเชปซุต จอมกษัตรีแห่งอียิปต์

การค้นพบทางโบราณคดีและวิทยาศาสตร์ช่วยกันปะติดปะต่อหลักฐานจนนำไปสู่การค้นพบมัมมี่ ฟาโรห์แฮตเชปซุต (Hatshepsut) หญิงเหล็กจอมกษัตรีแห่งอียิปต์โบราณ

การล่าสัตว์จะช่วยปกป้องสัตว์ป่าได้จริงหรือ

การล่าสัตว์จะช่วยปกป้องสัตว์ป่าได้จริงหรือ ช้างทยอยปรากฏตัวเป็นโขลงเล็กๆ  พวกมันเดินอ้อยอิ่งหาแหล่งน้ำอยู่ใกล้แอ่งที่คลุ้งไปด้วยฝุ่น ด้วยอุณหภูมิในเดือนกันยายนที่สูงถึง 40 องศาในช่วงกลางวัน ช้างจึงเดินหากินอยู่ตรงชายขอบทะเลทรายคาลาฮารี ประเทศนามิเบีย ในเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าที่มีชุมชนเป็นผู้ดำเนินการชื่อ ไนไน (Nyae Nyae) ซึ่งปัจจุบันมีชนพื้นเมืองเผ่าซานราว 2,800 คนอาศัยอยู่อย่างแร้นแค้น ช้างทิ้งกิ่งไม้หักและมูลอุ่นๆไว้ตามทางที่เดินผ่านไป เมื่อได้กลิ่นเหงื่อของเราผสมกับกลิ่นหญ้าที่ถูกแดดแผดเผา พวกมันก็พากันออกวิ่งพลางส่งเสียงร้องแปร๋นๆ หนีหายไปทันที ในเวลาต่อมา ตรงขอบฟ้า ช้างอำพรางตัวอยู่ในร่มเงาของต้นอะเคเชีย  สำหรับสัตว์ตัวใหญ่ขนาดนั้น ถ้าตาไม่แหลมคมจริง คงแทบมองไม่เห็นพวกมัน และตอนนี้ดวงตาที่ว่านั้นเป็นของชายชื่อดาม นักแกะรอยชาวซานในท้องถิ่น เจ้าของรูปร่างเตี้ยล่ำ ผู้ยืนอยู่บนหลังรถแลนด์ครูสเซอร์ ดามโน้มตัวออกไปจนเกือบสุดทางด้านขวาของรถ พลางสอดส่ายสายตามองหารอยเดินบนพื้นทราย เขาตบประตูรถ  แล้วรถก็เบรกดังเอี๊ยด ดามกระโดดลงจากรถไปตรวจสอบรอยเท้า ขอบรอยมีลักษณะเป็นลอนหยักลาดเข้าด้านใน และมีวงกลมเล็กๆอยู่ตรงกลาง เขาชี้มือชี้ไม้ แล้วฟีลิกซ์ มาร์นเวกเคอเคอ พรานอาชีพและมัคคุเทศก์ในการเดินทางครั้งนี้  ก็โดดผลุงออกจากประตูด้านคนขับ  มาร์นเวกเคอในวัย 40 ปี มีร่างกายกำยำ ผิวแดงก่ำ และผมสีทอง สวมหมวกผ้าและกางเกงขาสั้น บุคลิกท่าทางแนบเนียนดูราวกับส่งตรงมาจากบริษัทคัดเลือกนักแสดง เขายืนมองรอยเท้าสักครู่ สีหน้าแสดงความกังขาแต่แล้วก็พยักหน้าเห็นพ้องด้วย ถ้าป่าทะเลทรายในไนไนเป็นบ้านของครอบครัวชาวซาน มันก็ยังเป็นบ้านของช้างป่าขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่เหลืออยู่เช่นกัน รอยเท้านี้เป็นเครื่องพิสูจน์ พวกเราที่เหลือลงจากรถ  […]