สุดยอดสถาปัตยกรรม ในอาบูดาบี - National Geographic Thailand

สุดยอดสถาปัตยกรรมในอาบูดาบี

สุดยอดสถาปัตยกรรม ในอาบูดาบี

หากใครชื่นชอบสถาปัตยกรรมล้ำสมัย คุณต้องไม่พลาดไปเยี่ยมชมกรุงอาบูดาบี มหานครแห่งนี้เป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอดกันมานานหลายร้อยปีกับแนวความคิดที่มุ่งไปยังอนาคต ทั้งยังเป็นเมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่มีการออกแบบอย่างน่าทึ่ง ลองชมชุดภาพถ่ายของอาคารตึกระฟ้าเหล่านี้ดู แล้วคุณจะทึ่งกับสุดยอดวิศวกรรมเหล่านี้ที่ตั้งอยู่บนผืนทราย

เรื่อง Caity Garvey

ภาพถ่าย Matthieu Paley

สุดยอดสถาปัตยกรรม
กลุ่มอาคาร Etihad ประกอบด้วยอาคารทั้งหมด 5 หลังรวมกัน โดยอาคารที่สูงที่สุดมีความสูงถึง 1,002 ฟุต
สุดยอดสถาปัตยกรรม
มุมมองของกรุงอาบูดาบีจากเอมิเรตส์พาเลส โรงแรมสุดหรูที่ออกแบบโดย Wimberly Allison Tong and Goo ออกแบบในธีมสถาปัตยกรรมแบบอาหรับ เช่น ซุ้มประตูโค้งขนาดใหญ่
สุดยอดสถาปัตยกรรม
รูปทรงกลมของตัวอาคารสื่อถึงความสมดุล, ความเป็นหนึ่งเดียวและความชอบธรรม
สุดยอดสถาปัตยกรรม
สำนักงานใหญ่ของ Aldar ออกแบบให้มีรูปทรงกลมตัดด้วยเหล็กที่ประกอบกันเป็นรูปข้าวหลามตัด
สุดยอดสถาปัตยกรรม
อาคาร Etihad 2 เป็นอาคารที่สูงที่สุดลำดับสามของกรุงอาบูดาบี
สุดยอดสถาปัตยกรรม
ออกแบบโดย DBI กลุ่มอาคาร Etihad เริ่มก่อสร้างในปี 2006 และเสร็จสิ้นในปี 2011
สุดยอดสถาปัตยกรรม
การออกแบบอาคารในอาบูดาบีสะท้อนให้เห็นถึงสถานะปัจจุบันและอนาคตของมหานครนี้ นั่นคือความทันสมัย, ความหรูหราและความซับซ้อน
สุดยอดสถาปัตยกรรม
อาคาร Capital Gate ในกรุงอาบูดาบีได้ชื่อว่าเป็นอาคารที่เอียงที่สุดของเมือง
สุดยอดสถาปัตยกรรม
อาคาร Capital Gate หนึ่งในอาคารที่สูงที่สุดของเมือง ทั้งยังลาดเอียงไปทางทิศตะวันตกถึง 18 องศา
สุดยอดสถาปัตยกรรม
ตัวอาคารออกแบบโดย Jean Nouvel สถาปัตย์ชาวฝรั่งเศส มีพื้นที่ใช้สอยรวม 260,000 ตารางฟุต และเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรอาหรับ
สุดยอดสถาปัตยกรรม
สะพานเชคซายิด สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่อดีตประธานาธิบดี ออกแบบให้มีรูปร่างคล้ายกับเนินทรายในทะเลทราย
สุดยอดสถาปัตยกรรม
ทัศนียภาพของกรุงอาบูดาบีจากมุมมองของโรงแรม Four Seasons มหานครแห่งนี้เป็นที่รู้จักในฐานะเมืองแห่งสถาปัตกรรม การผสมผสานเทคโนโลยีและการออกแบบสำหรับอนาคตเข้ากับวัฒนธรรมดั้งเดิมดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้เดินทางมาเยี่ยมชมทุกปี
สุดยอดสถาปัตยกรรม
อาคารแรกในอาบูดาบีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สร้างขึ้นเพื่อบรรลุเป้าหมายในฐานะผู้นำด้านพลังงานและการออกแบบที่ยั่งยืน ลักษณะเด่นของอาคารคือมีผิวนอกที่คล้ายกับรังผึ้ง ซึ่งจะทำหน้าที่เปิดปิดรับแสงอาทิตย์เพื่อควบคุมอุณหภูมิภายในอาคาร
สุดยอดสถาปัตยกรรม
โรงแรม Yas Island Viceroy ตัวโรงแรมประกอบด้วยสองส่วนที่เชื่อมต่อกันด้วยสะพานแก้ว

 

อ่านเพิ่มเติม

อลังการงานสร้าง ความงามของสถานีรถไฟใต้ดินในมอสโก

เรื่องแนะนำ

ประวัติย่อของเซ็กส์ทอย

เซ็กส์คือความรื่นรมย์ของชีวิต และอุปกรณ์เสริมเหล่านี้อยู่คู่กับเรามานานกว่าที่คิด มาร่วมสำรวจโลกแห่งเซ็กส์ทอยผ่านยุคสมัยของอดีต ปัจจุบัน และอนาคตกัน

แผนที่แห่งความสุข

อะไรทำให้คุณมีความสุข แล้วผู้คนจากชาติไหนที่มีความสุขที่สุด ลองชมข้อมูลแผนที่ความสุขที่จัดทำขึ้นโดย มานูเอล กานาเลส และทีโอดอร์ เอ. ซิกลีย์ เชลลีย์ สเปอร์รี แผนที่ดังกล่าวถูกตีพิมพ์ลงในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ภาษาไทย ฉบับเดือนพฤศจิกายน ที่ว่าด้วยการสำรวจความสุขของผู้คนจากประเทศต่างๆ ใบหน้ายิ้มเหล่านี้แสดงออกซึ่งปริมาณของความสุขในชีวิตประจำวันของผู้คนที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศตั้งแต่ 1 – 100 โดยแบ่งเป็น 4 ระดับ ผู้คนที่เข้ารับการสำรวจจะได้รับคำถามห้าข้อเพื่อระบุว่าพวกเขามีความสุขหรือไม่ในขณะนั้น เช่น วันนี้ได้หัวเราะไหม ส่วนเฉดสีเหลืองที่แสดงออกมานั้นหมายถึงอัตราร้อยละที่ถือว่ามีความสุข หรือสุขภาวะทางกาย ผู้คนจะถูกถามถึงสุขภาพ และข้อมูลเหล่านี้จะถูกแปลงเป็นระดับคะแนนไล่จาก “ทุกข์” ไปถึง “สุข” ตามเฉดสี ทั้งนี้ในแผนที่ดังกล่าวไม่มีข้อมูลของทุกประเทศ มีเพียงแค่ข้อมูลจากประเทศที่ได้รับการสำรวจเท่านั้น สามารถชมแบบขยายขนาดใหญ่ได้ ที่นี่     อ่านเพิ่มเติม : ความลับของดินแดนแห่งความสุข, 9 วิธีที่ช่วยให้คุณมีความสุขในทุกวันของชีวิต

เทศกาลปามะเขือเทศเป็นการสิ้นเปลืองอาหารหรือไม่?

เทศกาลปามะเขือเทศ เป็นการสิ้นเปลืองอาหารหรือไม่? ทุกวันพุธสุดท้ายของเดือนสิงหาคม ในแต่ละปี ที่เมืองบูโยล ในสเปน บรรดานักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลจะแห่กันมาที่นี่เพื่อเข้าร่วมการต่อสู้ด้วยอาหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุด นั่นคือ เทศกาลปามะเขือเทศ  หรือ La Tomatina เทศกาลที่เปียกชุ่มและวุ่นวาย ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมามีการออกตั๋วให้สำหรับผู้สนใจเข้าร่วม ด้วยนโยบายใหม่ที่มุ่งหวังสร้างความเป็นระเบียบขึ้น สำหรับใครที่สนใจเข้าร่วม มีกฏเพียงไม่กี่ข้อที่ให้ปฏิบัติตาม หนึ่งในนั้นคือ ผู้เข้าร่วมต้องบีบมะเขือเทศให้เแหลกก่อนที่จะขว้างปา (เพราะการขว้างมะเขือเทศทั้งลูกก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บได้) นอกจากนั้นผู้เข้าร่วมควรสวมใส่เสื้อผ้าเก่า ที่มั่นใจได้ว่าไม่จำเป็นต้องใช้มันอีกแล้วหลังผ่านสงครามมะเขือเทศมาเป็นร้อยๆ ลูก และสุดท้ายห้ามเริ่มต้นขว้างปาก่อนพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ นั่นคือสัญญาณเสียงจากปืนใหญ่ จุดเริ่มต้นของเทศกาลปามะเขือเทศเกิดขึ้นในช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยตำนานและเรื่องเล่าขานมากมายที่ใช้อธิบายถึงมูลเหตุของการขว้างปามะเขือเทศใส่กัน อย่างไรก็ตามเหตุผลหลักที่ยังคงทำให้มีผู้คนจากทั่วโลกเดินทางมาเข้าร่วมในทุกปีนั่นก็คือ ความสนุก (รู้จักเทศกาลปามะเขือเทศแล้ว อย่าพลาดชมเทศกาลขว้างปาแป้งและไข่ในสเปนเช่นกัน) แต่หลังจากที่มะเขือเทศลูกสุดท้ายตกลงยังพื้นของจัตุรัสที่ย้อมสีของถนนให้เป็นสีแดงฉาน เกิดคำถามใหญ่ตามมาว่าเทศกาลนี้กำลังเป็นเทศกาลสร้างขยะอาหารครั้งใหญ่หรือไม่? เทศกาลถูกประณามว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ในขณะที่ผู้คนจำนวนหลายล้านคนทั่วโลกยังคงเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหาร ในปี 2016 กระแสดังกล่าวเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ หลังไนจีเรียประสบกับการขาดแคลนมะเขือเทศ อันเนื่องมาจากการสูญเสียผลผลิตรายปีไปถึง 80% แม้ว่าเหตุการณ์ทั้งสองจะไม่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันก็ตาม มะเขือเทศที่ถูกนำมาใช้ในเทศกาลไม่ใช่มะเขือเทศที่จะไปอยู่ในจานสลัดของคุณ พวกมันเป็นผลผลิตส่วนเกินและส่วนใหญ่กำลังจะเน่าเสีย แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ตาม ยังคงเป็นที่ถกเถียงว่าเป็นเรื่องเหมาะสมหรือไม่ที่อาหารถูกนำมาขว้างปาเล่น? โดย ฟีโอนา แทป   อ่านเพิ่มเติม วัตถุดิบน่าเกลียดเหล่านี้เป็นอาหารของคน 5,000 […]

เมื่อบรรดาคุณพ่อขอใช้สิทธิ์ “ลาคลอด”

ลูกๆของผมเชื่อมั่นในตัวผมพอๆกับที่เชื่อในภรรยาของผม” แอนเดรส  เบิร์กสตรอม เจ้าหน้าที่คุมความประพฤติ กล่าว ในภาพคือเวลาอาบนํ้าของแซม (ที่อยู่ในอ่าง) และอีเลียต ในสวีเดน สิทธิการขอ ลาคลอด นั้นใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง จึงมีคุณพ่อชาวสวีเดนจำนวนมากขอใช้สิทธิเพื่อดูแลลูกอย่างใกล้ชิดด้วยตัวเอง และออกมาเป็นภาพถ่ายชุดนี้ เมื่อลูกชายของโจฮัน บาฟแมน ชื่อ วิกโก ลืมตาดูโลก ผู้เป็นพ่อก็เริ่มโครงการถ่ายภาพที่เขารู้สึกผูกพันใกล้ชิด นั่นคือการถ่ายทอดเรื่องราวของบรรดาคุณพ่อที่ใช้สิทธิ์ลางานตามนโยบาย ลาคลอด ที่บังคับใช้อย่างครอบคลุมในประเทศสวีเดนเพื่อใช้เวลาอยู่กับลูกๆ การหยุดงานแบบได้ค่าตอบแทนระหว่าง ลาคลอด เป็นเรื่องปกติที่พบได้ทั่วโลก และถือเป็นนโยบายระดับชาติของ 34 จาก 35 ประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาหรือโออีซีดี (Organisation for Economic Co-operation and Development:OECD) ยกเว้นก็แต่เพียงสหรัฐฯ และราวสองในสามของประเทศสมาชิกให้เงินอุดหนุนสำหรับการลาเลี้ยงลูกเป็นเวลาสั้นๆ แก่ผู้ชาย การขยายสิทธิประโยชน์นี้นำมาใช้ครั้งแรกในสวีเดนเมื่อปี 1974 สวีเดนอนุญาตให้พ่อแม่แบ่งวันลางานสูงสุด 480 วัน เพื่อเลี้ยงดูลูกโดยได้ค่าตอบแทนและโบนัส  แม้จะมีสิ่งจูงใจเหล่านี้  แต่กลับมีคุณพ่อชาวสวีเดนเพียงร้อยละ 14 “ที่แบ่งวันลาเท่าๆ กับภรรยาเพื่อเลี้ยงดูลูก” บาฟแมนบอก เขาเป็นหนึ่งในคุณพ่อเหล่านั้นที่ใช้เวลาอยู่กับวิกโก ซึ่งคลอดในปี 2012 “ผมอยากใช้เวลาอยู่กับลูกที่บ้าน ผมอยากรู้ความต้องการของเขาครับ” และในปี 2016 […]