Travel Archives - Page 2 of 10 - National Geographic Thailand

วิธีที่ เบธ ร็อดเดน นักไต่เขาชั้นยอดสามารถท้าทายจุดสูงสุดใหม่ๆ ได้เสมอ

หลังจากพิชิตเส้นทางใหม่หลายครั้ง การถูกลักพาตัวในคีร์กีซสถาน และการเขียนบล็อกชีวิตแม่ยอดนิยม เบธ ร็อดเดน (Beth Rodden) ยังคงสร้างมาตรฐานใหม่ๆ ในการไต่เขาต่อไป

อุปกรณ์เดินป่า สำหรับผู้เริ่มต้นกิจกรรมเดินป่า

กระแสการท่องเที่ยวแนวผจญภัยในปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั้งจากชาวไทยและ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ กิจกรรมเดินป่า (trekking or hiking) เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวหันมาให้ความสนใจ

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการรับมือกับเจ็ตแล็ก

เจ็ตแล็ก เป็นผลจากการที่เราไม่สามารถปรับร่างกายตามเขตเวลาซึ่งแตกต่างจากเดิมเกินกว่า 3 ชั่วโมงได้ เครื่องบินในภาพนี้ ถูกถ่ายด้วยเลนส์ทิลต์ชิฟต์ (Tilt-Shift) ที่สนามบินเทเทอร์โบโร (Teterboro) ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ภาพถ่ายโดย VINCENT LAFORET, THE NEW YORK TIMES/REDUX PICTURES) ปรับตัวเข้ากับเขตเวลาใหม่โดยไม่ต้องเสียเวลากับ เจ็ตแล็ก หากคุณต้องโดยสารเครื่องบินข้ามเขตเวลาไปต่างประเทศ คุณอาจประสบกับอาการที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า circadian dysrhythmia หรือที่รู้จักกันในชื่อ เจ็ตแล็ก (Jet Lag) แต่อย่าได้กังวล “คุณสามารถปรับตัวเข้ากับเขตเวลา ณ ที่หมายของคุณได้ หากคุณมีการเตรียมตัวล่วงหน้า” ดับเบิลยู. คริส วินเทอร์ (W. Chris Winter) นักประสาทวิทยาจากเวอร์จิเนียผู้แต่งหนังสือ The Sleep Solution: Why Your Sleep Is Broken and How to Fix It กล่าว “ร่างกายของมนุษย์มีจังหวะนาฬิกาชีวภาพซึ่งถูกปรับมาเป็นอย่างดี” […]

ชมภาพอันน่าขนลุกภายในเมืองร้างกลางทะเลทรายที่นามีเบีย

ทะเลทรายนามิบในสภาพที่แห้งแล้งยังคงรักษาการตกแต่งของเมืองในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เอาไว้ได้ แต่กองทรายที่ถาโถมเข้ามาในเมืองได้กลืนกินสิ่งต่างๆ ที่หลงเหลืออยู่ ที่ประเทศ นามีเบีย ในเมืองโคลมานสค็อพ (Kolmanskop) ทรายที่ปกคลุมตึกรามบ้านช่องที่เคยเป็นเหมืองเพชรเก่าดึงดูดนักท่องเที่ยวนับพัน วอลเปปอร์สีสันสดใสหลุดร่อนออกจากผนัง กองทรายไหลท่วมบรรดาซากบ้านเรือนที่ปรักหักพัง นี่คือภาพของเมืองโคลมานสค็อพ เมืองร้างกลางทะเลทรายนามิบในบริเวณแอฟริกาตอนใต้ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม “เขตต้องห้าม” ในประเทศ นามีเบีย โดยสาเหตุที่ทำให้โคลมานสค็อพมีสภาพเช่นนี้ก็เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดเช่นเดียวกับสภาพของเมืองในปัจจุบัน เรื่องราวของเมืองที่แสนเจ็บปวดและน่าประหลาด เย็นวันหนึ่งในปี 1908 ในขณะที่คนงานการรถไฟชาว นามีเบีย นาม Zacherias Lewala กำลังขุดดินเพื่อปรับเส้นทางรางรถไฟและเกลี่ยเนินทราย เขาได้พบก้อนหินจำนวนหนึ่งเปล่งประกายในยามที่แสงธรรมชาติรอบตัวของเขามืดสลัว นายจ้างชาวเยอรมันของ Lewala บอกว่านี่คือเพชร อัญมณีที่มีมูลค่า แต่ Lewala ก็ไม่ได้รับรางวัลใดๆ จากการบอกข่าวดีนี้ให้กับเจ้านายของเขา เวลาต่อมา บรรดาผู้สำรวจแร่ได้แห่กันเข้ามาที่เมืองนี้ ในปี 1912 เมืองนี้ก็เจริญขึ้น และสามารถผลิตเพชรได้นับล้านกะรัตต่อปี ซึ่งเป็นอัตราส่วนร้อยละ 11.7 ของการผลิตเพชรทั้งหมดบนโลกในเวลานั้น โคลมานสค็อพกลายเป็นเมืองหรูหรากลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง ภายในเมืองมีทั้งร้านขายเนื้อ ร้านขายขนมอบ ที่ทำการไปรษณีย์ และโรงน้ำแข็งที่ผลิตจากน้ำสะอาดที่ขนส่งมาทางรถไฟ คนยุโรปมากมายย้ายเข้ามาทำงานในเมืองนี้และบริโภคพลังงานไฟฟ้าอย่างบ้าคลั่ง นอกจากนี้มีเรื่องเล่าว่า ครอบครัวหนึ่งได้เลี้ยงนกกระจอกเทศเพื่อข่มขวัญชาวเมือง และใช้มันลากรถลากเลื่อนบนหิมะในคืนวันคริสต์มาส แต่ความเจริญของเมืองนั้นไม่ยั่งยืน […]

ชาวสเปนหลงใหลการเต้นระบำเป็นชีวิตจิตใจ

ระบำฟลาเมงโก จังหวะการเต้นอันพริ้วไหวควบคู่กับดนตรีพื้นเมือง คือเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ ประเทศสเปน หากนึกถึง ประเทศสเปน คุณอาจนึกถึงภาพของวัวกระทิงพันธุ์ดุและมาธาดอร์ถือผ้าสีแดง ประเทศสเปนยังมีสัญลักษณ์อีกมากมายกระจายอยู่ทั่วเมือง หรือคุณอาจนึกถึงหญิงสาวเต้นระบำโชว์ลีลาสะบัดกระโปรงอันพริ้วไหว การก้าวเท้าเข้าจังหวะ และสวมใส่กระโปรงบานสีดำแดงพองเป็นชั้นๆ มีดอกไม้ขนาดใหญ่สีแดงประดับบนศีรษะ สิ่งนี้คือระบำสเปน ถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง เพราะชาวสเปนชื่นชอบการเต้นรำเป็นชีวิตจิตใจ ระบำฟลาเมงโก (Flamenco) มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่สิบแปด การเต้นที่แสนโดดเด่นและมีชื่อเสียงของ ประเทศสเปน แต่เดิมได้รับอิทธิพลมาจากชาวยิปซี  นอกจากนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นหนึ่งในมรดกโลกด้านวัฒนธรรมอีกด้วย ระบำฟลาเมงโก ไม่ใช่เพียงการเต้นเท่านั้น แต่ยังผสมผสานระหว่างการร้องเพลง การเล่นกีตาร์ เต้นรำ การจับนิ้วมือและการปรบมือไปพร้อมกับจังหวะ ทั้งยังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ ด้วยจังหวะการเต้นที่เร้าใจและสนุกสนาน รวมไปถึงเครื่องแต่งกายสีสันจัดจ้านสวยงามของเหล่านักเต้นทำให้เกิดเป็นเสน่ห์ของระบำฟลาเมงโกที่ชวนหลงใหล ชาวสเปนที่หลงใหลในเสียงเพลงและการเต้นระบำ ประเทศสเปน มีชื่อเสียงเรื่องการเฉลิมฉลอง งานรื่นเริง และความสนุกสนานของผู้คน ชาวสเปนมีอุปนิสัยชื่นชอบการเข้าสังคมและการสังสรรค์เป็นอย่างมาก มักจะรวมตัวกับเพื่อนและครอบครัว โดยการออกไปนั่งในบาร์ที่มีอาหารเช้าอย่าง ‘ทาปาส’ และเพลิดเพลินไปกับการดื่ม ‘กันโญส’ สิ่งที่ทำให้คุณประหลาดใจ คือวัยรุ่นชาวสเปน ที่ต่างชื่นชอบการสังสรรค์เป็นชีวิตจิตใจ แน่นอนว่าพวกเขาสามารถเข้าออกแหล่งท่องราตรีเป็นสิบๆ แห่งภายในคืนเดียว เพราะเหตุนี้จึงส่งผลทำให้ชาวสเปนมีนิสัยชอบพูดจาเสียงดังฟังชัด ชาวสเปนไม่เพียงแค่หลงใหลในการเต้นรำเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเล่นดนตรีพื้นเมืองเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมไว้ พวกเขาจะรวมตัวกันในช่วงเทศกาลพิเศษต่างๆ และบรรเลงดนตรีพื้นเมือง รวมถึงการเปิดหมวกตามท้องถนน ซึ่งชิ้นงานดนตรีอันโดดเด่นของสเปน มีตั้งแต่ดนตรีคลาสสิกตะวันตกและดนตรีคลาสสิกอันดาลูเซีย […]

ลิเทียม : ทองคำสีขาวที่ขับเคลื่อนโลกอนาคต

ลิเทียมคือพลังงานแห่งโลกในอนาคต เมื่อความต้องการแบตเตอรี่ที่ขับเคลื่อนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือในมือเราไปจนถึงรถไฟฟ้า นับวันมีแต่พุ่งสูงขึ้น โบลิเวียกำลังฝันถึงการสร้างความมั่งคั่งโดยการสกัดลิเทียม หรือ "ทองคำสีขาว" จากชั้นเกลือราบอันกว้างใหญ่ไพศาลของประเทศ

กรุงเวียนนา “นครแห่งศิลปะและดนตรี” ครองแชมป์เมืองน่าอยู่ถึง 10 ปีซ้อน

กรุงเวียนนา ครองแชมป์เมืองน่าอยู่ถึง 10 ปีซ้อน โค่นแชมป์เก่าอย่างเมืองเมลเบิร์น ที่มีสถิติครองแชมป์นานถึง 7 ปี กรุงเวียนนา ได้รับสมญานามว่า “เมืองแห่งศิลปะและดนตรี” และขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแสนโรแมนติกแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งนักแต่งเพลงคลาสสิกอย่าง บีโธเฟ่น, โมสาร์ท, ชูเบอร์ก, บราห์ม หรือ โยฮัน สเตราส์ ศิลปินอมตะแห่งดนตรีคลาสสิกล้วนมาจากเมืองนี้ นอกจากนี้กรุงเวียนนายังถูกยกให้เป็นเมืองที่มีความเข้มแข็งและมั่นคงทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ วัฒนธรรม รวมถึงการเมือง ในปี 2018 กรุงเวียนนา เมืองหลวงของออสเตรียยังคงครองแชมป์เมืองน่าอยู่ถึง 10 ปีซ้อน ซึ่งผลการสำรวจและจัดอันดับ “The Global Liveability Report 2018” ของนิตยสาร The Economist Intelligence Unit กรุงเวียนนาได้คะแนนรวมถึงร้อยละ 99.1 ความโดดเด่นและคุณภาพชีวิตที่ดีในกรุงเวียนนา นอกจากดนตรีคลาสสิกและสถาปัตยกรรมอันสวยงามของเมือง กรุงเวียนนายังถือว่าเป็นเมืองเงียบสงบ เพราะชาวออสเตรียนเป็นคนอนุรักษ์นิยม ไม่ชอบความรุนแรงและความขัดแย้ง ทำให้เป็นเมืองที่มีปัญหาอาชญากรรมต่ำเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ในแถบยุโรป ทำให้กลายเป็นเมืองที่โดดเด่นในเรื่องความปลอดภัยของประชากร และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ออสเตรียเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ซึ่งเห็นได้จากวัฒนธรรมและความมั่งคั่งของประเทศ […]

24 ภาพถ่ายน่าทึ่งของสายรุ้งจากทั่วทุกมุมโลก

เป็นช่วงเวลากว่าหลายพันปีที่สายรุ้งสร้างความประหลาดใจให้กับมนุษย์ ทาง เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก จึงรวบรวมภาพถ่าย รูปสายรุ้ง อันน่าทึ่งทั้งหมด 24 ภาพจากทั่วทุกมุมโลกมาให้ผู้อ่านรับชมกันภายในบทความนี้ จากเรื่องราวในเทพนิยายกรีก คนสมัยก่อนเชื่อว่าสายรุ้งเปรียบเสมือนเส้นแสงโค้งที่เป็นตัวกลางระหว่างเทพเจ้าเบื้องบนและเหล่ามนุษย์บนโลก ทว่าในความเป็นจริงแล้ว ปรากฏการณ์มหัศจรรย์นี้สามารถอธิบายได้โดยหลักวิทยาศาสตร์ กล่าวคือ การสะท้อน การหักเห และการกระจายตัว โดยแสงสีขาวที่เล็ดลอดออกมาจากดวงอาทิตย์ จะส่องผ่านหยดน้ำที่ลอยอยู่บนอากาศ ซึ่งสะท้อนและกระจายออกเหมือนปริซึมจำนวนนับไม่ถ้วน จากนั้นเมื่อแสงอาทิตย์กระทบกับพื้นผิวของหยดน้ำในมุมที่เหมาะสม ลำแสงจะหักเหและ “โค้ง” หรือเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายคือ “รุ้งกินน้ำ” รูปสายรุ้ง เหล่านี้คือ รูปสายรุ้ง จากสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก บางทีรูปเหล่านี้อาจเป็นแรงบันดาลใจให้คุณวางแผนการเดินทางด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่าตอนนี้จะรู้แล้วก็ตามว่าคุณไม่สามารถใช้สายรุ้งเพื่อเดินทางเหมือนตำนานเก่าแก่ที่เล่าขานต่อๆ กันมา น้ำตกวิกตอเรีย, ประเทศซิมบับเว  อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน, รัฐแอริโซน่า  แม่น้ำอีกวาซู, ประเทศบราซิล บาร์เซโลนา, ประเทศสเปน SØR-TRØNDELAG, ประเทศนอร์เวย์ PUDDLE VALLEY HIGHWAY, รัฐยูทาห์  อุทยานแห่งชาติ FOROLLHOGNA, ประเทศนอร์เวย์ โฮโนลูลู, รัฐฮาวาย MAASAI MARA NATIONAL RESERVE, ประเทศเคนยา  […]

สถานที่มีเสน่ห์จับใจผู้อ่านของเรา

จากเมืองที่มี เสน่ห์ ชวนหลงใหลในยุโรปไปจนถึงป่าฝนเขตร้อนในอเมริกาใต้ จุดหมายปลายทางเหล่านี้จะทำให้คุณรู้สึกถึงความรัก ประโยคจากเพลงคลาสสิกอย่าง “I left my heart in San Francisco” เพลงสิบสองบรรทัดยอดนิยมที่เปิดตัวในปี 1953 เดิมทีประพันธ์โดย George Cory กับ Douglass Cross ท่ามกลางเพลงรักมากมายที่ขับกล่อมเราทุกวัน เพลงนี้ก็ยังติดอยู่ในใจของใครหลายๆ คน นอกจากนี้ยังเป็นเพลงที่มีความโดดเด่นเพราะเนื้อเพลงไม่เกี่ยวกับผู้คน แต่หากเป็นการพูดถึงสถานที่ เมื่อวาเลนไทน์ที่ผ่านมาทางเพจ National Geographic Travel ได้เล่นเกมร่วมกับผู้อ่าน โดยโพสต์เนื้อเพลง I left my heart in San Francisco โดยจะเว้นช่องว่างหลัง “I left my heart in……………” เพื่อเปิดให้ผู้อ่านแสดงความคิดเห็นถึงสถานที่ตราตรึงใจของผู้อ่านไว้ที่ท้ายประโยค ซึ่งทางเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ได้รวมคำตอบไว้ด้านล่างและคุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเพื่อรับแรงบันดาลใจได้ที่นี่ คำตอบเหล่านี้นำเราไปสู่การเดินทางจากเมืองที่มีเสน่ห์ในยุโรปไปจนถึงป่าฝนเขตร้อนของอเมริกาใต้ที่ผ่านเรื่องราวความรักของครอบครัวและมิตรภาพระหว่างเพื่อน ทั้งนี้บางคนเผยว่าพวกเขายังไม่พบความรักในชีวิตของพวกเขา ซึ่งคนอื่น กล่าวว่าพวกเขา “ทิ้งหัวใจ” ไว้ในหลายๆ เมือง […]

สถานที่ยอดเยี่ยมสำหรับเยี่ยมชม ซากุระ ในสหรัฐอเมริกา

นี่คือเวลาและสถานที่สำหรับชมดอก ซากุระ สีชมพูและขาวอันแสนละเอียดอ่อนในสหรัฐฯ ตั้งแต่เริ่มมีการปลูกซากุระในช่วงต้นศตวรรษที่ยี่สิบ ทำให้เห็นว่าต้นซากุระปรับตัวตามฤดูกาลในสหรัฐอเมริกา เช่น Yoshino Kwanzan และ Akebono ถือเป็นปรากฏการณ์อันน่าทึ่งของซากุระสีชมพูและสีขาว ซึ่งจะมีให้เห็นเพียงสองสัปดาห์ในแต่ละปี เมื่อซากุระที่ร่วงโรยลงคลุมพื้นล่างจนดูคล้ายหิมะปกคลุมตามพิ้นที่อุทยานฯ สวนสาธารณะ และเมืองต่างๆ เมื่อช่วงเทศกาลชมซากุระผ่านไป ความหนาวเย็นในฤดูหนาวจะค่อยๆ จางลง เพื่อต้อนรับเข้าสู่ฤดูร้อนอันแสนยาวนาน เทศกาลซากุระนานาชาติในสหรัฐอเมริกา เริ่มต้นอย่างจริงจังในปี 1935 เพื่อแสดงถึงการให้เกียรติแก่ญี่ปุ่นที่ส่งต้นซากุระมาเป็นของขวัญเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีถึง 3,000 ต้น ในปี 1912 นอกจากนี้ การเฉลิมฉลองในประเพณีชมซากุระของสหรัฐอเมริกายังเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงสันติภาพและมิตรภาพระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงต้นกำเนิดของการชมดอกซากุระ หรือที่เรียกว่าฮานามิ คือการเฉลิมฉลองภายใต้ต้นซากุระ เพื่อชมดอกซากุระบานสะพรั่ง โดยญี่ปุ่นได้จัดเทศกาลนี้ขึ้นตั้งแต่ปลายศตวรรษที่แปด ซึ่งซากุระจะบานในระยะเวลาอันแสนสั้น การชมดอกซากุระยังสื่อให้เห็นถึงการอุปมาอุปไมยทางจิตวิญญาณเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันอย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ค่า การทำนายช่วงเวลาการผลิบานของดอกซากุระ ภายในหนึ่งสัปดาห์ ซากุระ จะบานสะพรั่งอย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกัน ช่วงระยะเวลาสองวันสุดท้ายของสัปดาห์ซากุระจะค่อยๆ โรยรา การทำความเข้าใจกับการคาดการณ์ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะคุณสามารถเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับเข้าร่วมงานเทศกาลชมความงามของธรรมชาติในวันหยุดสุดสัปดาห์ได้ เมืองหลวงอย่างวอชิงตัน ดี.ซี. ซากุระจะผลิบานในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคมและสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน ในนิวอิงแลนด์ ต้นซากุระจะบานสะพรั่งอีกครั้งใน 20 วันต่อมา ในส่วนของรัฐทางตอนใต้ เช่น จอร์เจีย […]

สวนสวรรค์เหนือ แมนแฮตตัน

ทางฝั่งตะวันตกตอนล่างของเกาะ แมนแฮตตัน ภาพที่คุณเห็นเป็นอันดับแรกกลับเป็นสิ่งที่สวนสาธารณะในเมืองพยายามหลีกเลี่ยงมาตั้งแต่ต้น นั่นคือโครงสร้างเหล็กกล้าสีดำหนัก และแข็งทื่อที่รองรับทางรถไฟลอยฟ้า สวนสาธารณะตามเมืองใหญ่ๆ มักถูกมองว่าเป็นแหล่งพักพิง เป็นดั่งเกาะเขียวชอุ่ม ท่ามกลางทะเลคอนกรีตและเหล็กกล้า ทว่าเมืองเมื่อเข้าใกล้สวนสาธารณะไฮไลน์ (High Line) ในย่านเชลชี ทางฝั่งตะวันตกตอนล่างของเกาะ แมนแฮตตัน ภาพที่คุณเห็นเป็นอันดับแรกกลับเป็นสิ่งที่สวนสาธารณะในเมืองพยายามหลีกเลี่ยงมาตั้งแต่ต้น นั่นคือโครงสร้างเหล็กกล้าสีดำหนัก และแข็งทื่อที่รองรับทางรถไฟลอยฟ้า ซึ่งครั้งหนึ่งเคยใช้ในการขนส่งขบวนตู้สินค้าไปยังโรงงานและโกดังต่างๆ และอย่างน้อยที่สุด เมื่อมองจากระยะไกล สิ่งนี้ก็ดูคล้ายเศษซากที่ถูกทิ้งร้างมากกว่าจะเป็นโอเอซิสกลางใจเมือง กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ไฮไลน์ยังเป็นเพียงเศษซากกลางเมืองที่กำลังผุพังไปตามกาลเวลา ผู้คนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียง รวมถึงรูดอล์ฟ จูลีอานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กระหว่างปี 1994-2001 ต่างรอวันที่จะรื้อทางรถไฟสายนี้แทบไม่ไหว คณะบริหารของจูลีอานีซึ่งตระหนักดีว่า สำหรับย่านเชลซีที่กำลังได้รับการแปลงโฉมเป็นหอศิลป์ ร้านอาหาร และเขตที่พักอาศัยหรูหราแล้วเศษซากที่หลงเหลืออยู่ของไฮไลน์ซึ่งทอดตัวคดเคี้ยวเป็นระยะทางราว 2.4 กิโลเมตรจากถนนแกนส์โวร์ตจนถึงถนนสายที่ 34 คือภาระอัปลักษณ์อันหนักอึ้ง พวกเขามั่นใจว่าเศษซากอันแปลกแยกของเมืองต้องถูกขจัดออกไปเพื่อให้ย่านโดยรอบได้พัฒนาอย่างเต็มที่ เจ้าหน้าที่ทางการไม่เคยทำพลาดขนาดนี้มาก่อน เพราะเป็นเวลาเกือบสิบปีหลังจากคณะบริหารของจูลีอานีพยายามรื้อถอนไฮไลน์ แต่มันกลับกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่สาธารณะที่สร้างสรรค์และดึงดูดผู้คนได้ดีที่สุดในมหานครนิวยอร์กและอาจดีที่สุดในประเทศด้วยซ้ำ เสาเหล็กกล้าสีดำที่ครั้งหนึ่งเคยรองรับทางรถไฟร้าง ปัจจุบันกำลังโอบอุ้มสวนสาธารณะลอยฟ้า ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นทางเดิน ส่วนหนึ่งเป็นจัตุรัสกลางเมือง และอีกส่วนเป็นสวนพฤกษศาสตร์ เส้นทางหนึ่งในสามซึ่งอยู่ทางด้านใต้เริ่มตั้งแต่ถนนแกนส์โวร์ตยาวไปจนถึงถนนสายที่ 20 ตะวันตกตัดผ่านถนนเทนท์อเวนิว เปิดใช้งานเมื่อฤดูร้อนปี 2009 เส้นทางช่วงที่สองจะเปิดในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ โดยขยายสวนสาธารณะออกไปอีกสิบช่วงตึก หรือเป็นระยะทางราว 0.8 กิโลเมตรไปจนถึงถนนสายที่ 30  ผู้สนับสนุนต่างหวังว่า ในที่สุด สวนสาธารณะจะครอบคลุมส่วนที่เหลือทั้งหมดของไฮไลน์ อ่านต่อหน้า 2 

วันที่สมบูรณ์แบบบน เกาะฮิลตันเฮด

หากคุณอยากพักผ่อน ทางเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ขอแนะนำเกาะฮิลตันเฮด เกาะที่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม และร้านอาหารมากมายให้คุณไปลิ้มลองทั้งอาหารชั้นเลิศหรืออาหารแบบพื้นเมือง และการสัมผัสกับโลมาอย่างใกล้ชิด พร้อมกิจกรรมการผจญภัยมากมาย

สิ่งที่ควรทำเมื่อมา อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน

ฉลองครบรอบ 100 ปี ของอุทยานอันเป็นที่รักด้วยกิจกรรมที่ไม่สิ้นสุด อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ปี 1919 ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ ที่มีมาอย่างยาวนาน และยังถือเป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติ อันเป็นที่รักของสหรัฐอเมริกา ลองอ่านเคล็ดลับจากผู้มีประสบการณ์ทั้งเจ็ดที่นี่ เพื่อให้การเดินทางของคุณไม่น่าเบื่ออีกต่อไป Do the classics ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย วิธีดั้งเดิมในการหาเส้นทางลาดชันของหุบเขาคือ การขี่ล่อ การเดินทางหนึ่งวันในฝั่งทางใต้ควรเริ่มเดินทางออกจาก Stone Corral เพื่อมุ่งไปทาง Bright Angel Trail ที่แฟนทอมแรนช์ คุณจะพบที่พักเพียงแห่งเดียวในอุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน ที่ไม่ใช่การตั้งแคมป์ (วิธีที่ดีที่สุดคือการจองทัวร์และที่พักของคุณล่วงหน้าหกเดือน) การล่องแพในแม่น้ำโคโลราโด การผจญภัยนี้จะทำให้คุณมองเห็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ของอุทยานฯ เส้นทางของแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวและคดเคี้ยวที่สุดในโลก มากกว่า 160 เส้นทาง และใช้ระยะเวลาในการเดินทางสามารถอยู่ได้เป็นเวลาหนึ่งถึง 25 วัน เพลิดเพลินกับการขับรถชมวิวทิวทัศน์ สำหรับการเยี่ยมชมภายในหนึ่งวัน บนถนน เฮอร์มีส ตามแนวชายฝั่งทางใต้เป็นเส้นทางยาว 11 กิโลเมตร ที่ล้อมรอบหุบเขาแกรนด์แคนยอนและทัศนียภาพอันยอดเยี่ยมของแม่น้ำโคโลราโดที่คดเคี้ยวสลับกับเขาวงกตของหุบเขา นอกจากนี้ยังมีบริการรถบัสรับส่งไปตามเส้นทาง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เมื่อคราวที่มีการยุติห้ามใช้รถยนต์ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ถนนเคปรอยัล ริมฝั่งทางเหนือ […]

เทคโนโลยีใหม่ “เต็นท์” ที่ช่วยให้การตั้งแคมป์ใต้น้ำเป็นไปได้

“เต็นท์” ใต้น้ำใหม่นี้ช่วยให้นักดำน้ำสามารถงีบหลับ กิน อีกทั้งยังช่วยลดความดันอากาศใต้คลื่น ตั้งแต่รุ่งอรุณแห่งยุค SCUBA สมัยใหม่ นำโดย Jacques Cousteau ในต้นปี 1940 นักสำรวจมหาสมุทรได้แสวงหาวิธีการใหม่ในการอยู่ใต้ทะเลได้นานขึ้น เพราะเดิมทีถังออกซิเจนสามารถบรรจุก๊าซได้ในปริมาณที่จำกัด อีกทั้งในเรื่องของสรีรวิทยาของมนุษย์ภายใต้แรงดันน้ำในทะเลลึก ทำให้นักประดาน้ำจำเป็นต้องว่ายน้ำขึ้นมาหายใจบนผืนน้ำอยู่เป็นระยะ นักสำรวจของทาง National Geographic อย่าง Michael Lombardi และศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก Winslow Burleson ได้ทำการออกแบบและจดสิทธิบัตร “Ocean Space Habitant” หรือเต็นท์ใต้น้ำไว้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเอาไว้สนับสนุนและช่วยให้นักดำน้ำสามารถอยู่ในทะเลได้นานกว่าปกติ เมื่อความลึกไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป การใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจใต้น้ำแบบธรรมดา (SCUBA) นั้นมีข้อจำกัดหลายประการ ประการแรกถือเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ที่จะสูดออกซิเจนเข้าไปในปริมาณที่มากกว่าปกติเวลาอยู่ใต้ทะเลลึก เพราะฉะนั้นการดำน้ำลึกแทบจะเป็นเรื่องที่มีความเป็นไปได้น้อยมาก ประการที่สองอาจเป็นกรณีที่ต้องพบกับปัญหา “โรคน้ำหนีบ” (The Bends) ซึ่งหากถึงตอนนั้นการรักษาอาจจะเป็นเรื่องยากและมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง “โรคน้ำหนีบ ถือเป็นอันตรายอย่างมากในความลึกของน้ำระดับนี้ นั่นหมายความว่าการเข้าถึงหน่วยฉุกเฉินใต้น้ำแทบจะกลายเป็นศูนย์เลย” เจนนิเฟอร์เฮย์ส ช่างภาพใต้น้ำกล่าว ในขณะที่สิ่งอำนวยความสะดวกใต้น้ำไม่เอื้ออำนวยเธอและคู่หูของเธอ ปลอดภัยไว้ก่อน จุดประสงค์ของ Ocean Space Habitat เพื่อแก้ปัญหาที่กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์การดำน้ำ […]

อเล็กซ์ ฮอนโนลด์ : ปีนมือเปล่าโลกตะลึง

นี่คือเรื่องราวเบื้องหลังภาพยนตร์สารคดีเรื่อง FREE SOLO ที่เพิ่งคว้ารางวัลภาพยนต์สารคดียอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ล่าสุด... อเล็กซ์ ฮอนโนลด์ ชายผู้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการปีนหน้าผาขนาดมหึมาด้วยสองมือเปล่า ปราศจากเชือก และยังคงมีชีวิตรอดมาเล่าถึงประสบการณ์ในครั้งนั้น

สำรวจป่าชายเลนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ออกเดินทางเพื่อเอาชนะเส้นทางใน ป่าชายเลน ซุนดาบันส์ บังกลาเทศ จากทางเหนือของ ป่าชายเลน ซุนดาบันส์ มีลักษณะคล้ายเขาวงกตที่มีสีของเนื้อดินละเอียดสวยงาม ท้องฟ้าใสของอ่าวเบงกอลกำลังคืบคลานเข้าไปในน่านน้ำมืดสลัวของแม่น้ำที่ไหลสลับไปมาเรียงรายไปด้วยใบไม้สีเขียวมรกต “การล่องไปตามแม่น้ำสักสองสามวันก็เปรียบเสมือนการหนีไปในโลกที่แตกต่าง” ซาบีน โรเออร์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ท่องเที่ยว ชิลลี่ ไรเซน กล่าว พื้นที่กว้างใหญ่อันเขียวชอุ่มในอินเดียและบังกลาเทศนั้นเต็มไปด้วยความเชื่อปรัมปรา ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาชาวบ้านได้สักการะเทพนารีบอนบิบิ หรือ “อิสตรีแห่งป่า” จากเรื่องราวหนึ่งเล่าว่า บอนบิบิ เป็นลูกสาวของ ซุลฟี ฟาร์เคีย นำพาเธอมาจากซาอุดิอาระเบียสู่ป่าแห่งเอเชียใต้ เธอได้รับการคัดเลือกจากพระเจ้าให้ต่อสู้กับสัตว์ประหลาด ด็องคิง ไร เป็นเสือที่จ้องจะทำร้ายชาวบ้าน เธอเลือกที่จะไม่ฆ่า ด็องคิง ไร แต่บอนบิบิ กลับต่อรองกลับไปว่า ด็องคิง ไร ไม่สามารถทำร้ายใครที่บูชาเธอได้ ทุกวันนี้ชาวบ้านบางคนยังคงสวดอ้อนวอน ขอให้เทพนารี บอนบิบิ คุ้มครองก่อนเข้าไปในป่า ซ้ำยังมีเสือเบงกอล – ชนิดเดียวเท่านั้นที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของป่าชายเลน – ป่าแห่งนี้มีสัตว์ป่าหลากหลายรวมถึงสายพันธุ์หายาก เช่น งูเหลือมอินเดียและโลมาอิรวดี เนื่องจากสัตว์ป่าและระบบนิเวศที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของซุนดาบันส์ ทางองค์การยูเนสโกจึงประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี 2530 อย่างไรก็ตามที่อยู่อาศัยของสัตว์ยังคงอยู่ภายใต้การคุกคามทางธรรมชาติ ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นกำลังกลืนกินพื้นที่ในป่าและความเค็มของน้ำที่เพิ่มขึ้นยังเป็นอันตรายต่อพืชและสิ่งมีชีวิตในทะเล […]

5 สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร

ในวันที่อากาศดี และรู้สึกว่าร่างกายต้องการความสดชื่นจากไอทะเล อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร อีกหนึ่งสถานที่น่าสนใจและกิจกรรมให้เลือกสรร หากอยากพักผ่อนแบบใกล้ชิดธรรมชาติ หนีความวุ่นวายจากเมืองกรุง ทางเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก มีสถานที่ท่องเที่ยวมาแนะนำ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร  แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่โดดเด่นมากอีกแห่งหนึ่ง เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหากิจกรรมน่าสนใจในหลายๆ รูปแบบ โดยคุณสามารถเลือกทำได้ตามใจ โดยใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 6 – 7 ชั่วโมง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ในปี พ.ศ.2542 มีพื้นที่ครอบคลุม 5 อำเภอ ที่นี่ไม่เพียงแต่เหมาะแก่การดำน้ำตื้นชมปะการังเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยคุณสามารถเลือกทำกิจกรรมได้หลากหลาย ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับท่องเที่ยวคือ ช่วงต้นปีและสิ้นปี อุทยานฯ หมู่เกาะชุมพรจะได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ แต่ช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม-กลางเดือนตุลาคม ทำให้มีฝนตกหนักและคลื่นพายุรุนแรง จึงไม่ควรมาในช่วงนี้ กิจกรรมที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ดำน้ำชมปะการัง สำหรับคนรักการดำน้ำ คงต้องหาโอกาสมาอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรสักครั้ง เพราะมีเกาะแก่งมากถึง 40 เกาะ ซึ่งมีทั้งแหล่งดำน้ำตื้นและน้ำลึก ปลาหลากหลายชนิดแหวกว่ายตามแนวปะการัง นอกจากนี้ยังพบหอยเบี้ยเสือดาว โลมา ฉลามวาฬ กระเบนราหู อาจพูดได้ว่าถ้าอยากดูฉลามวาฬต้องมาดำน้ำที่ชุมพร สำหรับนักดำน้ำที่ชอบความท้าทาย เกาะง่ามน้อย เกาะง่ามใหญ่ มีโพรงถ้ำใต้ทะเล ความยาวมากกว่า […]