Travel Archives - Page 3 of 17 - National Geographic Thailand

การเดินทาง และท่องเที่ยว เป็นสิ่งจำเป็น

ทำไม การเดินทาง ท่องเที่ยวจึงควรพิจารณาให้เป็นกิจกรรมสำคัญในชีวิตมนุษย์ การเดินทาง ไม่ใช่เรื่องของเหตุและผล แต่มันอยู่ในพันธุกรรมของเรา นี่คือเหตุผลที่คุณควรเริ่มวางแผนการเดินทางตั้งแต่ตอนนี้ เรื่อง ERIC WEINER เมื่อเร็วๆ นี้ ผมเพิ่งนำหนังสือเดินทางไปใช้งานจริง ผมใช้มันเป็นที่รองแก้ว และปรับระดับขาโต๊ะที่โคลงเคลง และยังเป็นของเล่นชิ้นเยี่ยมของแมว ยินดีต้อนรับสู่การระบาดของความผิดหวัง แผนการเดินทางทั้งหมดถูกยกเลิก หรือที่ยังไม่ได้วางแผนก็ถูกยกเลิก การรวมตัวของครอบครัว การศึกษาในต่างประเทศ การพักผ่อนที่ชายหาด ทั้งหมดอันตรธาน มันไม่ใช่เรื่องธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องอยู่ในภาวะเช่นนี้ การเดินทางอยู่ในยีนของเรา เกือบตลอดเวลาที่สายพันธุ์ของเราดำรงอยู่ “เราอาศัยอยู่ในฐานะนักล่าสัตว์เร่ร่อนที่ เคลื่อนย้ายที่อยู่อาศัยไปเป็นกลุ่มเล็กๆ ประมาณ 150 คนหรือน้อยกว่านั้น” คริสโตเฟอร์ ไรอัน เขียนไว้ในหนังสือ Civilized to Death ว่า เพราะมันมีประโยชน์ “การย้ายถิ่นไปยังดินแดนใกล้เคียงเป็นทางเลือกหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง หรือการเปลี่ยนแปลงในสังคม” ไรอันกล่าว โรเบิร์ต หลุยส์ สตีเฟนสัน กล่าวอย่างกระชับว่า: “เรื่องสำคัญคือการย้ายถิ่น” จะเป็นอย่างไรหากเราไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไม่สามารถล่าหรือรวบรวมทรัพยากรได้  นักท่องเที่ยวต้องทำอะไร มีหลายวิธีที่จะตอบคำถามนั้น แต่ “ความสิ้นหวัง” ไม่ใช่หนึ่งในนั้น […]

อุทยานแห่งชาติคลองลาน…กับพื้นที่อนุรักษ์

หากคุณเคยไปท่องเที่ยวตามอุทยานแห่งชาติในที่ต่างๆ เรามักเห็นเส้นทาง เดินป่าศึกษาธรรมชาติอยู่ควบคู่ด้วยเสมอเกือบทุกอุทยานฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเส้นทางสั้นๆ ที่มีการพัฒนาเส้นทางแล้วและมีความปลอดภัยซึ่งภาษาราชการเรียกว่า “พื้นที่ให้บริการ” ในขณะที่บางอุทยานฯก็ประกาศเป็น “พื้นที่อนุรักษ์” และไม่เปิดให้เป็นพื้นที่ที่ให้กับประชาชนทั่วไปได้เข้าถึง ด้วยความสงสัยปนหลงใหล ทีมงาน NATIONAL GEOGRAPHIC ฉบับภาษาไทย ได้ขออนุญาตติดตาม การทำงานของหน่วยลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) ที่มีชื่อเรียกขานว่า “พญาเสือ 51” เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าคลองลาน แห่งอุทยานแห่งชาติคลองลาน เข้าไปยังพื้นที่อนุรักษ์ เพื่อเรียนรู้และทำความเข้าใจว่าผืนป่าแห่งนี้มีความสำคัญอย่างไรและเกี่ยวข้องอย่างไรกับผืนป่าตะวันตก กับเส้นทางที่ไม่มีทางในป่าลึก เพราะตลอดสองข้างทางเป็นป่ารกชัฏ มองไม่เห็นเส้นทางเดินชัดเจนและเสี่ยงต่อการหลงป่าหากไม่มีเจ้าหน้าที่มาด้วย พื้นที่อนุรักษ์หมายถึงอะไร พื้นที่อนุรักษ์ หมายถึง พื้นที่ป่าสมบูรณ์ที่ถูกยกสถานะขึ้น เพื่อที่จะนำกฎหมายเข้าไปบริหารจัดการ และดูแลรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในผืนป่านั้น ๆ ได้ ทั้งทางบกและทางทะเล อนุรักษ์อะไร อนุรักษ์ระบบนิเวศที่มีความสัมพันธ์กันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น สัตว์ป่า พันธุ์พืช ทุ่งหญ้า แหล่งน้ำ แหล่งดิน ฯลฯ ทำไมต้องอนุรักษ์ – เพื่อรักษาและคงไว้ซึ่งพื้นที่ป่าขนาดใหญ่อันเป็นตัวแทนของชีวมณฑลที่สำคัญของประเทศ – เพื่อรักษาพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต ป้องกันการสูญพันธุ์ให้ได้มากที่สุด – เพื่อส่งเสริมให้มีการศึกษาวิจัย – […]

เลาขวัญ เมืองรองในเมืองกาญจน์

ขับรถไปนอนเต็นท์ ปีนเขา และเดินป่า ผ่านเส้นทางเลาขวัญ Scenic Route Trip การเดินทางมาเที่ยวเมืองกาญจน์ของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ จุดหมายสำคัญมักอยู่ที่อุทยานแห่งชาติ ภูเขา และแม่น้ำ บางครั้งอาจทำให้เราหลงลืมบางสถานที่ไปบ้าง แต่ขึ้นชื่อว่าเมืองแห่งภูเขาและอุทยานฯ แล้ว ไม่ว่าเราจะเดินทางไปเที่ยวในส่วนไหนก็มักพบเจอวิวสวยงามแปลกตาไม่แพ้จุดท่องเที่ยวยอดนิยมที่อื่นๆ และบางครั้ง การเดินทางออกนอกเส้นก็อาจทำให้เราได้ประสบการณ์การเดินทางใหม่ๆ ที่น่าสนใจ การเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรี มีจุดสนใจอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในกระแสโลกออนไลน์มากนัก อย่างเส้นทาง “เลาขวัญ” ซึ่งไม่ใช่เส้นทางที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่อาจมองว่าเป็นเส้นทางอ้อม ทำให้เสียเวลาการเดินทาง ดังนั้น เส้นทางนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบขับรถชมทัศนียภาพสองข้างทางแบบเนิบช้าและไม่เร่งรีบ ตลอดสองข้างทาง บางช่วงให้ความารู้สึกเหมือนภูมิประเทศในภาคอิสานของไทย บางช่วงเหมือนเรากำลังเดินทางอยู่ในภาคเหนือ ช่วงของเส้นทางระหว่างหนองปรือมุ่งสู่อำเภอศรีสวัสดิ์ นักท่องเที่ยวสามารถจอดแวะพักที่จุดชมวิว เพื่อเก็บภาพและบรรยากาศของอ่างเก็บน้ำศรีสวัสดิ์ที่อยู่เบื้องล่าง ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือช่วงปลายฤดูฝน (กันยายน – ตุลาคม) ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพอากาศช่วยสร้างความโรแมนติกได้ดีทีเดียว อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทั้งปี หากคุณอยากลองเปลี่ยนบรรกาศการเดินทางแบบเดิมๆ ลองเปลี่ยนมาขับรถผ่านเส้นทางเลาขวัญก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ระหว่างทาง เลาขวัญถือเป็นพื้นที่รองทางการท่องเที่ยว และเป็นอำเภอเล็กๆ ที่แยกตัวมาจากอำเภอพนมทวน สภาพภูมิอากาศอยู่ในเขตเงาฝนของเทือกเขาตะนาวศรี จึงมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีน้อย “เลาขวัญมันแล้ง ทำการเกษตรไม่ค่อยได้ ไม่เหมือนอำเภออื่น” คำบอกเล่าของชาวบ้านที่สะท้อนภาพของพื้นที่ เราถามถึงที่น่าสนใจในอำเภอเลาขวัญ ได้คำตอบว่า […]

จาโรคา : ระเบียงเสน่ห์ราชสถาน

เอกลักษณ์ของอาคารบ้านเรือน เป็นเหมือนสิ่งสะท้อนวัฒนธรรมและภูมิศาสตร์ของประชากร ไจยซัลเมียร์ แคว้นราชสถาน เป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวมีมีเอกลัษณ์ของสถาปัตยกรรมอันโดดเด่น บ่ายวันหนึ่ง ขณะเดินไปตามตรอกซอกซอยย่านการค้าใจกลางเมือง ไจยซัลเมียร์ แคว้นราชสถาน ในภาคพายัพของอินเดีย ผมต้องค่อยๆ ชะลอความเร็วของสองเท้าที่ก้าวย่างให้ช้าลง จนที่สุดก็หยุดนิ่ง เมื่อเผชิญหน้ากับบางสิ่ง ที่ทำให้ผมยืนตาค้าง จดจ้องความงามที่ปรากฏ ราวกับได้พานพบหญิงสาวชาวราชสถาน ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นรัฐที่มีอัตราเฉลี่ยของสาวงามมากกว่ารัฐใด เหตุเพราะเธอมีเชื้อสายราชปุต ชาติพันธุ์หลักของแคว้นนี้ ผสมผสานกับเชื้อสายมุสลิมโมกุล ทำให้พวกเธอมีรูปร่างสูงสง่า นัยน์ตาคมกริบ ผิวสีน้ำผึ้ง นวลเนียนแตกต่างจากชาวอินเดียแท้ ที่เป็นชาวฑราวิท หรือดราวิเดี้ยน เปล่า ไม่ได้เจอสาวงามชวนตะลึง แต่ที่ตรึงสองตาผมให้จ้องมองอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนยกกล้องขึ้นบันทึกภาพนานนับชั่วโมง โดยไม่รู้สึกรู้สาว่ากล้ามเนื้อทั้งสองแขนอ่อนล้า ตาที่เล็งเพื่อปรับความคมชัดของภาพเริ่มอ่อนแรง จนต้องตัดสินใจพักการถ่ายภาพแล้วนั่งมองสุนทรียะภาพเบื้องหน้าด้วยตาเปล่า นี่คือสิ่งที่ชาวราชสถานเรียก “ฮาเวลี” (Haveri) แปลว่าแมนชั่น หรือคฤหาสน์ของคหบดีชาวราชสถาน ที่สร้างด้วยหินสีน้ำผึ้ง แกะสลักลวดลายวิจิตรตา โดยมีจุดเด่นอยู่ที่  “จาโรคา” (Jharokha) หรือระเบียงที่ยื่นออกมาจากตัวคฤหาสน์ นับเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสถาปัตยกรรมราชสถานที่เปี่ยมเสน่ห์ ชวนให้หลงใหล จน “บัลโคนี” (Balcony) หรือระเบียงของชาวยุโรป ดูเล็กกระจุ๋มกระจิ๋มไปถนัดตา โดยเฉพาะ Patwon ki […]

เที่ยวป่า หน้าฝน รถไฟ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการเดินทางในฤดูฝน และอยากสัมผัสบรรยากาศตามชื่อเรื่อง ผมมีอยู่หนึ่งสถานที่ในประเทศไทย ที่คุณจะได้เพลิดเพลินกับการนั่งรถไฟและเที่ยวป่าฝนอย่างสบายอารมณ์ นั่นคือที่ อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล พื้นที่ป่ารอยต่อระหว่างจังหวัดลำพูนกับลำปาง โดยการเดินทางครั้งนี้ทางทีมของเราได้รับการสนับสนุนจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ด้วยขบวนรถด่วนขบวนพิเศษ “อุตราวิถี” ซึ่งภายในตกแต่งอย่างทันสมัย พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เช่น จอ LED แบบสัมผัสเพื่อบอกพิกัดของรถไฟ ปลั๊กชาร์จไฟสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อ่างล้างมือ และห้องน้ำที่แยกส่วนระหว่างห้องอาบน้ำกับโถปัสสาวะ เมื่อได้มาสัมผัสบรรยากาศความทันสมัยเช่นนี้ ทำให้ผมลืมภาพจำที่เคยมีกับรถไฟไทยไปเลย เพราะการเดินทางของเราครั้งนี้สะดวกสบายมากขึ้นกว่าครั้งไหน ๆ เราเดินทางออกจากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) เวลา 18.10 น. ด้วยขบวนรถที่ 9 กรุงเทพ – เชียงใหม่ เหตุผลของการเลือกเดินทางในเวลากลางคืน เพราะว่าเราสามารถนอนหลับพักผ่อนไปบนตู้โดยสารของรถไฟได้ และเป็นการเก็บแรงไว้ท่องเที่ยวเมื่อเราไปถึงสถานีปลายทาง เนื่องจากสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 การรถไฟฯ จึงไม่มีบริการอาหารแบบเต็มรูปแบบ ดังนั้นผู้โดยสารจึงควรเตรียมอาหารมารับประทานระหว่างเดินทางด้วย เราเดินทางมาถึงสถานีปลายทางในเวลา 06.00 น. บรรยากาศยามเช้าบนสถานีขุนตาน สถานีรถไฟเล็ก ๆ ที่ให้ความรู้สึกคลาสสิกเมื่อเราก้าวเท้าลงถึงชานชาลา เป็นบรรยากาศยามเช้าที่สงบและสวยงาม พร้อมมีเรื่องราวของอุโมงค์ขุนตานภาพความทรงจำในใจ พวกเราจัดแจงร่างกายของตัวเองไปอาบน้ำล้างหน้าเพื่อเรียกความรู้สึกสดชื่น แวะรับประทานอาหารเช้ากับกาแฟอุ่น ๆ ก่อนเดินทางขึ้นไปยังอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล เสน่ห์อย่างหนึ่งของการเที่ยวป่าในฤดูฝนคือ ความเขียวชอุ่มของแมกไม้นานาพรรณ […]

เพราะภาพยนตร์… ทำให้ฉันต้องออกเดินทาง

บันทึกจากใจยาซุโกะ คานาซาวะ สาวญี่ปุ่นผู้ตกหลุมรักประเทศไทย ฉันชื่อ ยาซุโกะ คานาซาวะ เกิดที่เมืองโตเกียวแต่ไปเติบโตที่จังหวัดชิบะ ช่วงชีวิตที่อยู่ในญี่ปุ่น ฉันทำงานในวงการบันเทิง จนกระทั่งเมื่อถึงจุดอิ่มตัว ฉันตัดสินใจแต่งงานและมีลูกชาย 1 คนค่ะ ตอนนี้ฉันพำนักอยู่ที่ประเทศไทยในฐานะนักท่องเที่ยวและนักเรียนที่หลงใหลเสน่ห์ของเมืองไทยจนยากจะถอนตัว เพื่อนคนไทยตั้งชื่อให้ฉันว่า “บัว” เพราะหวังดีอยากให้มีชื่อไทยอย่างคนอื่นเขาและจะได้เรียกง่ายๆ ด้วย จุดเริ่มต้นการเดินทางของฉันเกิดจากการดูภาพยนตร์เมื่อ 7 ปีก่อน เรื่อง “The Beach” และ “Sayonara Itsuka” สองเรื่องนี้ถ่ายทำในประเทศไทย แม้ต่างกันโดยเนื้อหา แต่เหมือนกันในความสวยงามของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฉันหลงรักประเทศไทยแทบจะทันทีที่ดูจบ พอได้เห็นธรรมชาติในประเทศไทยแล้วมันเหมือนกระตุ้นการเดินทางขึ้นมาทันใด นอกจากนี้ยังมีวัดสวยๆเต็มไปหมด ที่ญี่ปุ่นไม่ค่อยมีให้เห็นมากนัก ทะเลที่ประเทศไทยก็สวยมาก อีกอย่างการเดินทางจากญี่ปุ่นมาประเทศไทยใช้เวลาเพียงแค่ 6 ชั่วโมงเท่านั้น รู้สึกว่าไม่ไกลกันเท่าไร นับถึงตอนนี้ฉันเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทย 18 ครั้งแล้ว ในแต่ละครั้งที่มาก็ชอบมาคนเดียว ฉันคิดว่ามันทำให้เราได้ประสบการณ์แปลกๆใหม่ๆ อีกอย่างหากเราต้องรอคนอื่น บางครั้งถ้าเวลาไม่ตรงกันก็ทำให้เสียโอกาสในการเดินทาง ฉันจึงเลือกทำอะไรคนเดียวมาโดยตลอด ทั้งเที่ยวคนเดียว กินบุพเฟ่ต์คนเดียวก็ทำมาแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยได้วางแผนด้วย พอเปิดดูสถานที่จากอินเทอร์เน็ต เห็นแล้วว่าสวยถูกใจก็พร้อมจะเดินทางได้เลย นี่คือข้อดีของการเดินทางท่องเที่ยวคนเดียว หลังจากได้ดูภาพยนตร์สองเรื่องนั้นแล้ว ฉันมีคำถามในใจว่า […]

สระแก้ว มหัศจรรย์สุดแดนดินถิ่นบูรพา

สเน่ห์เมืองชายแดนด้านบูรพาอย่าง สระแก้ว มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมายที่รอการมาเยือนของนักเดินทาง ณ สระแก้ว : สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าผมคือ สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติแห่งธรณีวิทยา อันน่าตื่นตะลึงอย่างหนึ่งของโลกใบนี้ มันดูคล้ายภูเขาดินขนาดย่อมๆ มากมายตั้งตัวเรียงรายอย่างไม่รู้จบ ด้วยรูปพรรณสัณฐานที่แตกต่างกันออกไป เหมือนมีใครมาจัดวาง เสกสรรปั้นแต่งมันไว้ ด้วยศิลปะชั้นเลอเลิศ เราเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า “ละลุ” ซึ่งมาจากภาษากัมพูชา แปลว่า “ทะลุ”  เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ  อันเกิดจากน้ำฝนกัดเซาะกับพื้นผิวของภูเขา มาเนิ่นนานหลายร้อยหลายพันปี จนเกิดการพังทลายยุบตัวของพื้นผิวดิน อย่างต่อเนื่อง  ดินที่มีคุณสมบัติที่อ่อนตัวกว่า ซึ่งอยู่ด้านบน จะยุบตัวมากกว่า ดินที่แข็งกว่า ที่อยู่ด้านล่าง   รูปลักษณ์ที่ปรากฏจะมีลักษณะเป็นรูปต่าง ๆ มองคล้ายกำแพงขนาดใหญ่บ้าง หรือ หน้าผา หรือเสา จึงทำให้ละลุมีความสวยงาม และแปลกตาแตกต่างกันตามจินตนาการของแต่ละคน ละลุจะเปลี่ยนรูปร่างของมันไปเรื่อย ๆ ตามแต่ แดดลมและฝนที่โหมกระหน่ำ บางคนขนานนามให้มันว่าเป็นแกรนด์แคนยอนของเมืองไทยเลยทีเดียว นี่คือประติมากรรมแห่งธรรมชาติที่มนุษย์มิอาจสร้างสรรได้ ปรากฎการณ์นี้ มีปรากฏที่บ้านคลองยาง ตำบลทัพราช อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว มีพื้นที่ขนาดใหญ่ ครอบคลุม 6 หมู่บ้าน  เหมือนกันกับ […]

ปานถ่อง – ปานซอย มนต์เสน่ห์ของไทใหญ่

มนต์เสน่ห์ ปานถ่อง – ปานซอย เพชรน้ำเอกพุทธศิลป์เมืองสามหมอก สัญจรสู่เมืองสามหมอกคราใด ถ้ามีเวลาว่าง ผมจะซอกแซกไปตามวัดวาอาราม เพราะเสน่ห์หนึ่งที่ตรึงใจผมยิ่งนัก คืออัตลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของชาวไทใหญ่ที่ไม่ซ้ำแบบใครเลย โดยเฉพาะการตอกลายบนโลหะ ทั้งสังกะสี อลูมิเนียม แผ่นเงิน นำไปประดับชายคาวัดวาวิจิตรตระการตายิ่งนัก เรียกในภาษาไทใหญ่ว่า “ปานซอย – ปานถ่อง” หรือที่ชาวล้านนาในจังหวัดอื่นนิยมเรียก “แป้นน้ำย้อย” นั่นเอง “ปานซอย” คือโลหะตอกลายที่ห้อยลงตรงชายคาโบสถ์วิหาร ส่วนโลหะตอกลายที่ปลายชี้ขึ้นด้านบน เรียก “ปานถ่อง” ลวดลายที่รังสรรค์เป็นลายดอกไม้ ลายพรรณพฤกษา ลายเครือเถา ที่น่าทึ่งคือแม้จะใช้วัสดุที่แข็ง แต่ “สล่า” หรือช่างตอกชาวไทใหญ่ มีกลวิธีตอกให้ลวดลายนูนมีมิติ ไม่แบนราบ ทว่าราวกับจะพลิ้วไหวยามเมื่อต้องแรงลม เฉกเช่นเดียวกับศิลปะเขมรแบบ “บันทายสรี” ที่แกะสลักหินแบบนูนสูงจนแลคล้ายลวดลายลอยเด่นขึ้นมาโลดเต้นได้ วัดที่ทำให้ผมตะลึงในความงามของปานซอย – ปานถ่อง เป็นวัดแรก คือวัดหัวเวียง ซึ่งตั้งอยู่อยู่บนถนนสิงหนาทบำรุง ใจกลางเมืองแม่ฮ่องสอน อารามสำคัญที่สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเมื่อ 157 ปีก่อน สร้างด้วยพุทธศิลป์ไทใหญ่อย่างอลังการ โดยเฉพาะหลังคาโบสถ์ วิหารที่โดดเด่นเป็นพิเศษ นอกจากประดับปานซอย – […]

เส้นทางกองทัพบนหลังม้าแห่ง ไซบีเรีย

เส้นทางกองทัพบนหลังม้าแห่ง ไซบีเรีย: ไบคาล (Baikal) เกินจุดเยือกแข็ง หนังสือเล่มหนึ่งชื่อเรื่องสะดุดตา ชื่อว่า “The Blue Wolf” a novel of the life of Chinggis Khan.” ที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยโดยใช้ชื่อว่า “ตำนานจอมทัพมองโกล” เนื้อหาบอกเล่าประวัติศาสตร์เส้นทางสู่ความยิ่งใหญ่ของเตมูจิน หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อเจงกิสข่าน ผู้รวบรวมชนเผ่าเร่ร่อนของทุ่งหญ้าแห่ง ไซบีเรีย (Siberia) ให้เป็นหนึ่ง และแม่ทัพที่สามารถรวบรวมอาณานิคมกว้างใหญ่ที่สุดในช่วงศตวรรษที่สิบเจ็ด หลายคนอาจไม่รู้จักเตมูจิน หรืออาจเคยฟังเรื่องเล่า หรือเคยอ่านประวัติเตมูจินแต่ลืมเลือนไปแล้ว ผู้เขียนก็เช่นกัน แต่กลับต้องแปลกใจเมื่อกำลังท่องเที่ยวอยู่ในแคว้นไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย หลายสถานที่ผู้นำเที่ยวท้องถิ่นพูดถึงชื่อเตมูจิน (Temujin) หลายครั้ง จนต้องกลับไปทบทวนเกี่ยวกับประวัติของเตมูจิน แม่ทัพใหญ่แห่งเผ่ามองโกเลีย ผู้กลายมาเป็นเจงกิสข่าน ว่ามีความสำคัญอย่างไรกับแคว้นไซบีเรีย ทั้งๆ ที่เตมูจินเป็นนักรบจากมองโกลและแน่นอนว่าหนึ่งในเส้นทางเดินทัพของเตมูจินคือเส้นทางสายดวงตาสีฟ้าแห่งไซบีเรีย (The blue eyes Siberia) นั่นคือทะเลสาบไบคาลที่กว้างใหญ่หลายร้อยกิโลเมตร กองทัพบนหลังม้าของเจงกิสข่านได้ชื่อว่าเป็นนักรบที่แข็งแกร่งและน่าหวาดกลัวในยุคที่มองโกลเลียล่าอาณานิคม สำหรับตัวผู้เขียนซึ่งเป็นชาวไทย นึกภาพไม่ออกเลยถึงความน่าเกรงขามของกองทัพมองโกลในยุคนั้น จนกระทั่ง เมื่อทะเลสาบไบคาล (Baikal) ในเมืองอีร์คุตสค์ (Irkutsk) […]

(น้ำตก) หัวใจ… ปิตุ๊โกล

ออกเดินทางตามหา (น้ำตก) หัวใจที่… ปิตุ๊โกล หลังการปลดล็อกสถานการณ์โควิด – 19 เราเห็นภาพผู้คนแสวงหาสถานที่ผ่อนคลายความเครียด ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่หลายสถานที่เที่ยวมีการคัดกรองอย่างเข้มงวด บางแห่งต้องจองผ่านแอพพลิเคชั่น ขาลุยแบบผมไม่ค่อยสันทัดสักเท่าไร พอนัดเพื่อนพ้องร่วมอุดมการณ์ได้ สถานที่แรกที่พวกเราขอไปเที่ยวปลดล็อกก็คือการไปตามหาหัวใจที่ “ปิตุ๊โกล” ปิตุ๊โกลตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่กลอง – ป่าอุ้มผาง และเป็นเขตป่าชุมชนบ้านกุยเลอตอ หมู่ที่ 5 ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความดูแลของชุมชน ผมและทีมเดินทางจากกรุงเทพฯดั้นด้นไปไกลกว่าเจ็ดร้อยกิโลเมตร โดยเฉพาะเมื่อใช้เส้นทางจากตากมาอุ้มผาง ระหว่างทางเราเห็นวิวสวยงามตลอดทาง แต่อาจเพราะเดินทางในช่วงฤดูฝนและไม่ชินเส้นทาง จึงต้องขับรถกันอย่างช้าๆและมีสติ เผลอนิดเดียวอาจประสบอุบัติเหตุกันได้เลย เส้นทางเดินมีทุกรูปแบบ อย่างที่บอกไปว่านี่เป็นการเดินทางตามหาหัวใจ ซึ่งหัวใจที่ว่าก็คือ น้ำตกรูปหัวใจที่มีชื่อว่า “ปิตุ๊โกล” นั่นเอง จุดเริ่มเดินของเราอยู่ที่หมู่บ้านกุยเลอตอ โดยเข้าไปติดต่อเจ้าหน้าที่ตรงจุดรวมพลเพื่อจ่ายค่าเข้าพื้นที่เสียไปคนละ 20 บาทเป็นค่าจัดการขยะ จากนั้นก็เดินกันยาวๆ 4.4 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2-3 ชั่วโมง ก็ถึงจุดพักกางเต็นท์ ซึ่งขอบอกว่าเป็นการกางเต็นท์ที่เปียกที่สุดในชีวิต เพราะมีฝนโปรยลงมาตลอดทาง แม้จะเปียกปอนไปตามๆกัน แต่มันก็ให้ความรู้สึกสดชื่นมากทีเดียว ขอเตือนอีกอย่างว่ามาเดินป่าดิบแบบนี้ ผมเจอบุ้งเยอะมากๆ ต้องเดินระวังกันหน่อย […]

ท่องเที่ยว รูปแบบใหม่กับแนวคิดรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

ท่องเที่ยว อย่างไรให้ปลอดภัยต่อธรรมชาติและเพื่อนร่วมทาง รวมถึงตัวคุณเอง การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ รวมไปถึงการอนุรักษ์พลังงาน เป็นเทรนด์การ ท่องเที่ยว อีกรูปแบบหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในระดับสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงที่ผ่านมา สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ฟื้นฟูขึ้นหลังงดเว้นจากกิจกรรมการท่องเที่ยว นอกจากนี้ หน่วยงานต่างๆ ก็เริ่มออกมารณรงค์และให้ความรู้ในเรื่องนี้มากขึ้น ที่ผ่านมา เราเห็นผลกระทบเชิงลบหลายอย่างเกิดขึ้นกับพื้นที่และทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ปัญหาขยะในอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนนในเขตอุทยานฯ หรือได้รับผลประทบเชิงพฤติกรรม บางพื้นที่ วิถีชีวิตท้องถิ่นต้องเปลี่ยนแปลงไปจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เกินขีดความสามารถการรองรับ หลังจากนี้ เป็นช่วงเวลาที่ดีที่เราจะมาเริ่มต้นออกเดินทางด้วยวัฒนธรรมการท่องเที่ยวแบบใส่ใจธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบใด เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ได้นำแนวคิดและคำแนะนำสำหรับวัฒนธรรมการท่องเที่ยวอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อมมาจากกิจกรรมการเดินป่าและการใช้ชีวิตกลางแจ้ง Fajllraven Thailand Trail มาให้ท่านผู้อ่านได้ลองพิจารณาและปรับใช้ให้เหมาะสมกันครับ วัฒนธรรมการท่องเที่ยวในสถานที่ธรรมชาติ 1. การพึ่งพาตนเอง เมื่อเรารู้ตัวว่าการท่องเที่ยวของเราเป็นไปในรูปแบบไหน การดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการแบกเป้หรือสัมภาระอื่นใด เราจะต้องคิดวิเคราะห์ว่าสิ่งใดจำเป็นและไม่จำเป็นในการใช้ชีวิตในธรรมชาติและชีวิตจริง และเมื่อเราดูแลตัวเองได้ เราจะรู้สึกและสัมผัสได้ถึงอิสรภาพในการใช้ชีวิตและเดินทาง 2. การรักษาธรรมชาติให้คงอยู่ แน่นอนเราต่างชื่นชอบธรรมชาติที่สวยงาม คนอื่นๆ ก็เช่นกัน และเมื่อหลายคนออกมาชื่นชมธรรมชาติ สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาธรรมชาติให้งดงาม เมื่อเราเดินจากไปเราจะต้องไม่ทิ้งขยะในเส้นทาง หรือที่พัก ของเสียจากร่างกายต้องขุดหลุมฝังกลบให้ถูกวิธี ขยะอื่นๆ ให้นำกลับมาทิ้งในที่ที่จัดไว้หรือไม่ก็นำมากำจัดในเมือง […]

การอาบป่า : ฟื้นใจ ฟื้นกาย ด้วยสัมผัสจากธรรมชาติ

ผมได้ยินคำว่า การอาบป่า มาสักพัก และเกิดคำถามในใจมาตลอดว่า เราอาบป่าไปเพื่ออะไร เราเดินทางท่องเที่ยวป่าเขาอยู่เนืองๆ แล้วแตกต่างกับอาบป่าอย่างไร จนในที่สุดผมก็ได้คำตอบและได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง ผมรู้สึกโชคดีที่มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมอาบป่าที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยได้รับการเชิญชวนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานกาญจนบุรี) ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ กาาญจนบุรีเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ และระยะทางไม่ไกลจากรุงเทพฯ ด้วยเหตุนี้จึงกลายมาเป็นสถานที่ให้เราได้มารวมตัวทำกิจกรรม การอาบป่า โดยปรับรูปแบบการอาบป่าแบบญี่ปุ่นให้เหมาะกับบริบทของเมืองไทย บ้านกลางทุ่งโฮมสเตย์ คือจุดนัดหมายของเรา น้าแอ๊ด-ทิพวัน ถือคำ เจ้าของที่พักและผู้นำกิจกรรม เดินออกมาทักทายด้วยไมตรีเมื่อเราเดินทางไปถึง เธอคือผู้ประกอบการโฮมสเตย์ที่จัดกิจกรรมอาบป่าให้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ หลังจากนั้นจึงเกิดการรวมตัวกันของผู้ประกอบการโฮมสเตย์ในละแวกใกล้เคียง และนำเสนอโครงการไปยังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานกาญจนบุรี) ซึ่งมีความยินดีที่จะสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง “ในช่วงเริ่มต้น เราเริ่มจากกิจกรรมปลูกต้นไม้รอบๆ ที่พัก” น้าแอ๊ดเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นและเสริมว่า “แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากสภาพเนื้อดินไม่เอื้อต่อการเจริญของต้นไม้” เธอจึงเปลี่ยนกิจกรรมให้เหมาะสมกับพื้นที่ ด้วยการเชิญชวนนักเรียนในท้องถิ่นเข้ามาเรียนรู้ต้นไม้และลักษณะป่าที่มีอยู่เดิม เพื่อให้เยาวชนเกิดความเข้าใจและหวงแหนทรัพยากรในพื้นที่ของตนเอง ผ่านโครงการ “ปลูกต้นไม้ในใจเธอ” ซึ่งได้รับเงินทุนสนุนจากบริษัท เซนทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) น้าแอ๊ดเล่าถึงแนวคิดเรื่องการอาบป่าว่า ระหว่างที่ทำกิจกรรมกับเด็กๆ เพื่อนฝูงจากแดนไกลได้ส่งหนังสือเกี่ยวกับหลักการอาบป่ามาให้ หลังจากเธอได้อ่านและลองทำความเข้าใจกับวิธีการ เธอเกิดความรู้สึกประทับใจและอยากลองทำกิจกรรมนี้ เพราะอยากให้ผู้อื่นได้สัมผัสความงามของธรรมชาติที่แท้จริง และได้รับประโยชน์จากการใช้เวลาในธรรมชาติอย่างเป็นมิตร หลังจากนั้น เธอจึงสืบค้นข้อมูลเรื่องการอาบป่าอย่างจริงจังมากขึ้น และพบหนังสือเล่มหนึ่งที่เขียนโดย ดร.ชิง ลี […]

ปริศนาอันยืนยงของเอเวอเรสต์

เมื่อเกือบร้อยปีก่อน แอนดรูว์ “แซนดี” เออร์ไวน์ กับคู่หูปีนเขา จอร์จ มัลลอรี หายตัวไปขณะลงจากสันเขาด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเมานต์เอเวอเรสต์ นับตั้งแต่นั้น โลกก็กังขาว่าพวกเขาทั้งคู่หรือคนใดคนหนึ่งอาจพิชิตยอดเขาได้ในวันนั้น หรือ 29 ปีก่อนที่เอดมันด์ ฮิลลารี กับเทนซิง นอร์เกย์ จะได้ชื่อว่าเป็นสองคนแรกที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ เชื่อกันว่าเออร์ไวน์พกกล้องโกดัก รุ่นเวสต์พ็อกเก็ตไปด้วย ถ้าพบกล้องตัวนั้น และถ้ากล้องบันทึกภาพยอดเขาไว้ได้ นั่นจะเป็น การเขียนประวัติศาสตร์ของยอดเขาสูงที่สุดในโลกขึ้นใหม่  ผมได้ยินทฤษฎีที่ว่า มัลลอรีกับเออร์ไวน์อาจเป็นคนแรกที่พิชิตเอเวอเรสต์ได้มานานแล้ว แต่ผมเริ่มรู้สึกกระตือรือร้นอยากออกค้นหาเออร์ไวน์เมื่อสองปีที่แล้วนี่เอง หลังฟังบรรยายของทอม พอลลาร์ด เพื่อนผู้มีประสบการณ์ปีนเอเวอเรสต์มาแล้วอย่างโชกโชน พอลลาร์ดเป็นช่างภาพเคลื่อนไหวในโครงการวิจัยเชิงสำรวจมัลลอรีและเออร์ไวน์ (Mallory and Irvine Research Expedition) เมื่อปี 1999 ซึ่งในระหว่างนั้น นักปีนเทือกเขาชาวอเมริกัน คอนราด แองเคอร์ พบศพของจอร์จ มัลลอรี ในพื้นที่ส่วนนี้ของเอเวอเรสต์ฝั่งเหนือ ซึ่งนักปีนเขาเพียงไม่กี่คนเคยมาเยือน แผ่นหลังทั้งหมดของมัลลอรีเปิดโล่ง ผิวหนังที่อยู่ในสภาพดีดูสะอาดและขาวจนคล้ายรูปปั้นหินอ่อน เชือกที่ขาดมัดรอบเอวของเขาแน่นจนทิ้งรอยไว้กลางลำตัว ซึ่งให้เบาะแสว่า ณ จุดหนึ่ง มัลลอรีน่าจะร่วงตกลงมาอย่างแรง ขาซ้ายของเขาพาดทับขาขวาที่หักเหนือหน้าแข้ง ราวกับมัลลอรีกำลังปกป้องขาข้างที่บาดเจ็บของเขา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น […]

ลับแล … ปิดตำนานเมืองเร้นลับ

ลับแล … ปิดตำนานเมืองเร้นลับ เปิดประตูเมืองท่องเที่ยวเลิศล้ำ สายหมอกบางเบา…ขาวขุ่น ค่อยๆโปรยตัวเองลงจากแผ่นนภา คลี่ห่มคลุมครอบไปทั่วทั้งหุบเขาตั้งแต่เมื่อดื่นดึก…เมืองทั้งเมือง อยู่ในความสลัวลาง แลเหน็บหนาว ราวกับภาพวาดอันวิจิตรจากปลายพู่กันของจิตรกร มากฝีมือ ถึงเวลาตีนฟ้าเปิด ดวงตะวันสาดแสงทอง สายหมอกก็ยังมิเจือจาง  เสมือนอยากจะโอบกอดเมืองนี้ไว้อย่างทะนุถนอม ด้วยความรักอันเลอค่าดุจนิรันดร์ สายหมอกยัง โลมไล้อยู่บนยอดรวงข้าวสีทองอย่างอ้อยอิ่ง ชีวิตเรียบง่ายในอ้อมกอดของหุบเขาอันพิสุทธิ์ เริ่มต้นวันใหม่ ตามครรลองของสารบาญแห่งชีวิตและจิตวิญญาณ จนละอองหมอกค่อยๆ เลือนสลาย เมื่อสายแดดใสสกาว ซุ้มประตูเมืองค่อยๆปรากฏ ตัวอักษรเริ่มกระจ่างชัด ในสายตา ทำให้ทุกคนได้รู้ว่าที่นี่คือ  “เมืองลับแล” ……………………. ดินแดนแห่งนี้คือแผ่นดินอันสงบเงียบ ที่ถูกโอบกอดด้วยธรรมชาติบริสุทธิ์ หมดจดงดงาม วิถีชีวิตชาวบ้านเรียบง่าย  ชุมชนที่มีประเพณี วัฒนธรรมมั่นคงยืนยงยาวนาน วัดวาอารามเก่ากาลตระการตามากมี พรั่งพร้อมด้วยตำรับอาหารโอชารส ผลหมากรากไม้อุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี  ผู้เฒ่าผู้แก่ใจอารี ยิ้มแย้มแจ่มใส ลูกหลานรักถิ่นฐานบ้านเกิด ในหัวใจเปี่ยมล้นพุทธศรัทธา ตระหนักในคุณค่าแห่งภูมิปัญญาที่บรรพชนถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ลับแล เป็นที่รู้จักมาเนิ่นนานหลายร้อยปี แต่น้อยคน จะได้มาสัมผัสถึงแก่นแท้แห่งจิตวิญญาณของแผ่นดิน ตำนานเล่าขานเกี่ยวกับเมืองลับแล ปรากฏมากมายหลากหลายเรื่องราว…ทั้งลี้ลับ ลึกเร้น อัศจรรย์ ถ่ายทอดกันมาแบบปากต่อปาก  แต่วันนี้ “ลับแล”หาเป็นเช่นนั้นอีกต่อไปแล้ว […]

ปลัดขิก : โลกิยธรรมในวิถีพุทธของชาวภูฎาน

 ใครที่เคยสัญจรรอนแรมไปในเขตชนบทของภูฏาน ล้วนต้องตั้งคำถาม ว่าไย ชาวภูฏานจึงนิยมประดับภาพ ปลัดขิก หรืออวัยวะเพศชายขนาดใหญ่ชนิดโจ๋งครึ่ม บางบ้านแต่งเติมให้ท่านปลัดพ่นไฟได้ บางบ้านแกะสลักไม้เป็นรูปท่านปลัดแล้วทาสีแดงแป๊ด ติดไว้เหนือประตูบ้าน แขวนไว้ตามยุ้งฉางอีกต่างหาก ร้านอาหารบางแห่งตั้งท่านปลัดขนาดสูงเท่าตัวคนไว้กลางร้านเลยทีเดียว จะหาคำตอบของเรื่อง ปลัดขิก นี้ ก่อนอื่นต้องเข้าใจเสียก่อนว่า ศาสนาพุทธที่ชาวภูฏานนับถือศรัทธา มิใช่นิกายเถรวาทแบบไทย หรือนิกายมหายานแบบจีน เกาหลี ญี่ปุ่น แต่เป็นนิกายวัชรยานแบบทิเบต สาระสำคัญของนิกายนี้ใกล้เคียงกับมหายาน คือนอกจากนับถือพระพุทธเจ้าเป็นศาสดาแล้ว ยังมี “พระโพธิสัตว์” อีกหลายองค์ที่คอยช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก อาทิ พระโพธิสัตว์กวนอิม ที่รู้จักกันดี แต่พิเศษกว่านั้น คือวัชรยานกำหนดให้มีเครื่องมือพิเศษ เช่น ธงมนตรา กงล้อมนตรา ระฆังมนตรา ฯลฯ ไว้ช่วยชาวพุทธให้บรรลุธรรมได้รวดเร็วปานสายฟ้าแลบแปลบ และมีอำนาจตัดกิเลสได้แข็งแกร่งดั่งเพชร ตามความหมายของคำว่า “วัชระ” ที่แปลว่าเพชร หรือสายฟ้า ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีต นิกายวัชรยานเคยพัฒนาไปไกลถึงขั้นที่เชื่อว่า หากนักบวชฝึกฝนอย่างดีแล้ว สามารถละเมิดศีลธรรม เช่น ดื่มสุรา เสพเมถุน เพื่อจะบรรลุธรรมได้เร็วขึ้น เรียกว่าใช้ “กิเลส” เป็น “อุบาย” […]

อุทยานแห่งชาติที่จะเปิดให้บริการอีกครั้ง

รายชื่ออุทยานแห่งชาติในประเทศไทย ที่พร้อมเปิดให้บริการ วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงมาตรการการจำกัดการเดินทาง ส่งผลให้ช่วงสองถึงสามเดือนที่ผ่านมา อุทยานแห่งชาติต้องประกาศปิดให้บริการตามนโยบายการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ในขณะเดียวกัน ภาพสัตว์ป่าชนิดต่างๆ ก็ปรากฏขึ้นอย่างที่สื่อหลายสำนักนำเสนอผ่านภาพข่าว จึงเกิดกระแสการแลกเปลี่ยนในสังคมเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อุทยานห่งชาติ เพื่อให้ธรรมชาติคงอยู่ในสภาพที่ดีต่อไป นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้รับผิดชอบโดยตรงในพื้นที่อุทยานฯ จึงเสนอแนวทางการเปิดอุทยานฯ รับนักท่องเที่ยวหลังจากการแพร่ระบาดเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยแบ่งอุทยานฯ ทั้งหมดเป็น 3 หมวด คือ อุทยานแห่งชาติที่เปิดทุกพื้นที่ อุทยานแห่งชาติที่เปิดพื้นที่บางส่วน และอุทยานแห่งชาติที่ปิดทุกพื้นที่ โดยมอบหมายให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พิจารณาตามความเหมาะสม และความสามารถต่อการรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวในพื้นที่ หรือ CC (Carrying Capacity) เพื่อควบคุมปริมาณนักท่องเที่ยวไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากนี้ ทางกรมอุทยานฯ ยังปรับเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางเข้าพื้นที่อุทยานฯ โดยนักท่องเที่ยวจำเป็นต้องจองการเข้าพื้นที่ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน Que Q รวมถึงต้องลงทะเบียนเข้าออกผ่านแอปพลิเคชัน ไทยชนะ ทุกครั้ง ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าชมได้ที่สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช https://www.facebook.com/pg/NationalPark.Interpretation/posts/ […]

นั่ง รถไฟเกาหลีเหนือ สู่พื้นที่ชนบท

นั่งบนเส้นทาง รถไฟเกาหลีเหนือ ในชนบท ที่น้อยคนสามารถเข้าถึง ช่วงทศวรรษที่ 1960 เมื่อครั้งมาร์ก โดแรนยังเป็นเด็กชายชาวอังกฤษ เขารู้สึกตื่นตากับหัวรถจักรไอน้ำ ในปี 1978 เขาเดินทางไปยังเยอรมนีตะวันออก เพื่อไล่ตามรถจักรไอน้ำใน ‘ดินแดนต้องห้าม’ ของยุคสมัยนั้น กว่า 40 ปีให้หลัง แรงบันดาลใจนี้ได้พาเขามาที่เกาหลีเหนือ เพื่อนั่ง รถไฟเกาหลีเหนือ โดยในปี 2016 เขานั่งรถไฟสายมอสโก-อูลานบาตอร์-ปักกิ่ง ข้ามจากไซบีเรียและมองโกเลียสู่กรุงเปียงยาง และในเดือนกันยายน 2018 เขากับกลุ่มทัวร์ได้เดินทางจากกรุงเปียงยางไปยังเมืองราซ็อน ที่ตั้งอยู่ใกล้ชายแดนจีนและรัสเซียที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ชนบทมากมาย โดยปกติแล้ว ชาวต่างชาติไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกกรุงเปียงยาง แต่ด้วยบริการจากบริษัททัวร์ที่ได้รับอนุญาตจากทางการเกาหลีเหนือ ทริปการท่องเที่ยวชนบทด้วยรถไฟเกาหลีเหนือจึงเกิดขึ้นได้ ที่สถานีราซ็อนนี้ ผู้โดยสารสามารถเดินทางต่อไปยังรัสเซียหรือข้ามไปที่ประเทศจีนได้ เรื่อง SOO YOUN ภาพถ่าย DAVIDE MONTELEONE อ่านเพิ่มเติม ภาพชีวิตที่แทบไม่ต่างในเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

ตั้งแคมป์บนมหาสมุทร อาร์กติก

“นํ้าแข็งหนาประมาณหนึ่งเมตร เรานอนกันบนมหาสมุทรที่ อาร์กติก โดยมีกระแสนํ้าม้วนตัวอยู่ด้านล่าง” — จอน  โกลเดน ขี่จักรยานเสือภูเขาในอุทยานแห่งชาติอายูอิตทุก ใน อาร์กติก ที่ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าการเดินทางในฤดูหนาว “มักเป็นไปไม่ได้” นับถอยหลังหกเดือน เตรียมพร้อมผมตั้งใจจะถ่ายภาพทีมนักผจญภัยสุดขั้วขี่จักรยานเสือภูเขาข้ามมหาสมุทรอาร์กติกในแคนาดาที่เย็นจนเป็นนํ้าแข็ง ผมจะ นั่งรถหิมะ ซึ่งก็ยังเป็นงานหนักอยู่ดี ผมจึงต้องดูแลสภาพร่างกายให้ดี ก่อนหน้านั้นไม่กี่เดือนผมเริ่มซ้อมวิ่งและฝึกฝนร่างกายช่วงกลางลำตัวในอาร์กติก ถ้าเหนื่อยคุณจะนั่งลงไม่ได้ ต้องเคลื่อนที่ต่อไปหรือไม่ก็เข้าไปอยู่ในถุงนอนเลย ผมยังขออุปกรณ์บางอย่างจากผู้สนับสนุนด้วย นั่นคือแผ่นรองนอนบุขนเป็ดและถุงมือที่ผมใส่ตอนถ่ายภาพได้ นับถอยหลังสองสัปดาห์ รายการสัมภาระที่จำเป็น: แคมป์ของเราในอายูอิตทุกอยู่ห่างจากความเจริญราว 80 กิโลเมตรในทุกทิศทางดังนั้นผมจึงนำทุกอย่างที่ต้องการไปด้วสำหรับการเดินทางสองวันครึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ • ไฟสัญญาณฉุกเฉิน • โทรศัพท์มือถือผ่านดาวเทียม (ซึ่งจะใช้ได้เพียงวันละสองชั่วโมง ผมจึงทบทวนข้อตกลงด้านความปลอดภัยกับครอบครัวของผมไว้ล่วงหน้า) • ถั่วแมกคาเดเมีย (ซึ่งมีปริมาณไขมันสูงที่สุด) • แปรงสีฟันที่มาพร้อมยาสีฟันแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง • แบตเตอรี่กล้องหนึ่งโหลความเย็นทำให้พลังงานหมดเร็ว ผมจึงเก็บมันไว้ในเสื้อกั๊กหรือถุงนอน • ชุดชั้นในแบบยาวสองชุด นับถอยหลังสองวัน พร้อมออกเดินทาง: ผมตื่นเต้นเป็นช่วงๆ แต่ไม่รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องจริงจนกระทั่งอยู่บนเครื่องบินไปเวอร์จิเนีย เมื่อเราลงจอดที่คีร์คิกทาร์จูอัก ผมไปที่บ้านแม่มัคคุเทศก์ชาวอินูอิตของเราเพื่อบรรจุสัมภาระใหม่ สมาชิกในทีมจัดเตรียมจักรยาน เราทบทวนสัญญาณมือเพื่อให้ผมกำกับพวกเขาในเฟรมกล้อง ขณะที่พวกเขาขี่ จักรยานได้ ก่อนออกเดินทาง […]