ภาพนี้ต้องขยาย : งานนี้ต้องไต่เต้า - National Geographic Thailand

ภาพนี้ต้องขยาย : งานนี้ต้องไต่เต้า

ภาพโดย มาร์กาเร็ต จี. แซ็กโควิตซ์

เรือท้องแบนหนึ่งลำ “บรรทุกสินค้าได้หลายตัน” คือข้อความตอนหนึ่งจากสารคดีเรื่องสิงคโปร์ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนพฤษภาคม ปี 1938 ซึ่งภาพนี้น่าจะถ่ายเพื่อประกอบสารคดีเรื่องดังกล่าว “ทั่วลำน้ำสีคล้ำของแม่น้ำสิงคโปร์ เรือน้อยใหญ่ แล่นเข้าสู่ใจกลางมหานครสมัยใหม่แห่งนี้ เฉกเช่นที่เคยเป็นมา ตั้งแต่ยุคการปฏิวัติอุสาหกรรม”

ภาพอาคารฟุลเลอร์ตันซึ่งปัจจุบันเป็นโรงแรมหรูหราที่เห็นอยู่นี้ถ่ายจากท่าเรือคลิฟฟอร์ดในสิงคโปร์ แต่หากขยายภาพไปตรงกลาของขอบถนนจะเห็นลูกเรือคนหนึ่งกำลังปีนขึ้นจากเรือข้ามกำแพงเขื่อนเข้าสู่ย่านใจกลางเมือง

 

เรื่องแนะนำ

แกะรอยงาช้างเถื่อน

แกะรอย งาช้างเถื่อน ตอนที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาอเมริกันต้องการปรับปรุงห้องจัดแสดงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจากทวีปอเมริกาเหนือให้ทันสมัย จอร์จ ดันเต นักสตัฟฟ์สัตว์ ได้รับมอบหมายงานนั้น แต่นักสตัฟฟ์สัตว์ฝีมือระดับโลกอย่างดันเตไม่เคยทำสิ่งที่ผมขอให้เขาทำ และไม่มีใครเคยทำสิ่งนี้มาก่อน ผมอยากให้ดันเตออกแบบงาช้างจำลองซึ่งมีหน้าตาและผิวสัมผัสเหมือนงาช้างของจริง แล้วฝังอุปกรณ์ติดตามผ่านดาวเทียมและระบบจีพีเอสที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษไว้ภายใน  ในโลกของอาชญากร งาช้างไม่ต่างอะไรจากเงินตรา ดังนั้นจึงเท่ากับว่าผมกำลังขอให้เขาพิมพ์ธนบัตรปลอมเพื่อให้ผมติดตามและแกะรอยได้นั่นเอง ผมจะใช้งาช้างของเขาไล่ล่าพรานฆ่าช้าง และแกะรอยเส้นทางขบวนการค้างาช้างเถื่อนว่า สินค้าเหล่านี้ลงเรืออะไร ออกจากท่าเรือแห่งไหน ผ่านเมืองและประเทศใดบ้าง และมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ใด พ่อค้างาช้างจะทดสอบสินค้าโดยใช้มีดขูดผิวงาหรือเอาไฟลน งาช้างก็คือฟันดีๆ นี่เอง เพราะฉะนั้นจึงไม่ละลาย งาของผมต้องมีคุณสมบัติเหมือนงาช้าง “และผมต้องหาวิธีทำให้มันแวววาวด้วยสินะ” ดันเตเอ่ย เขาหมายถึงความเงางามของงาช้างที่ได้รับการทำความสะอาดแล้ว จอร์จ ดันเต ก็เหมือนคนอีกมากมายในโลกที่รู้ว่า ช้างแอฟริกาถูกล่าอย่างหนัก ความนิยมในงาช้างที่ดูเหมือนไม่รู้จักพอของชนชั้นกลางชาวจีนที่เติบโตขึ้น กอปรกับปัญหาความยากจนในแอฟริกา การบังคับใช้กฎหมายที่ย่อหย่อนและฉ้อฉล ทั้งหมดเป็นปัจจัยที่เกื้อหนุนให้สถานการณ์สุกงอม ส่งผลให้ช้างแอฟริกาถูกฆ่า ปีละประมาณ 30,000 ตัว งาช้างผิดกฎหมายส่วนใหญ่มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่จีนที่ซึ่งตะเกียบงาคู่หนึ่งอาจมีราคาสูงกว่าหนึ่งพันดอลลาร์สหรัฐ และงาช้างแกะสลักขายได้กิ่งละหลายแสนดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบัน ภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกคือแดนวิกฤติของการฆ่าช้าง เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลแทนซาเนียประกาศว่า ประเทศสูญเสียช้างถึงร้อยละ 60 ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา โดยลดลงจาก 110,000 ตัวเหลือไม่ถึง 44,000 ตัว ในช่วงเวลาเดียวกัน […]

จับชีพจรแห่งปฐพี

เรื่อง ปีเตอร์ มิลเลอร์ แค่ภาพจากหน้าต่างก็แย่พอแล้ว ขณะเครื่องบินวิจัยของเขาบินผ่านแนวป่าสนซีคัวยายักษ์ในแคลิฟอร์เนีย เกรก แอสเนอร์ มองเห็นความเสียหายที่เกิดจากภัยแล้งยาวนานสี่ปี แต่เมื่อผละจากหน้าต่างไปดูจอภาพในห้องปฏิบัติการลอยฟ้า สิ่งที่เห็นยิ่งน่าตกใจกว่า หลายจุดในป่าเป็นสีแดง “แสดงถึงความเครียดขั้นรุนแรงครับ” เขาว่า ภาพดิจิทัลเหล่านี้มาจากระบบกราดตรวจสามมิติ (3-D Scanning System) ที่แอสเนอร์ นักนิเวศวิทยาสังกัดสถาบันคาร์เนกีเพื่อวิทยาศาสตร์ (Carnegie Institution for Science) เพิ่งติดตั้งในเครื่องบินใบพัดของเขา  ระบบจะกราดแสงเลเซอร์สองลำไปยังหมู่ไม้ ขณะที่กล้องสเปกโทรมิเตอร์คู่สร้างโดยห้องปฏิบัติการไอพ่นหรือเจพีแอล (Jet Propulsion Laboratory: JPL) ขององค์การนาซา ซึ่งคอยบันทึกแสงแดดหลายร้อยความยาวคลื่น ตั้งแต่ย่านที่ตาเห็นถึงแสงอินฟราเรดที่สะท้อนขึ้นมาจะเผยรายละเอียดองค์ประกอบทางเคมีของต้นไม้ถึงขนาดที่สามารถระบุชนิดของต้นไม้แต่ละต้น และแม้กระทั่งบอกได้ว่าไม้ต้นไหนดูดซึมน้ำไว้เท่าใด อันเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงสุขภาพ จากแผนสีที่เขาเลือกใช้วันนั้นแสดงว่า ต้นไม้ที่ขาดน้ำจะเห็นเป็นสีแดงสด ภาพอาจดูน่ากลัว แต่นี่คือแนวทางใหม่สำหรับการมองโลก “ระบบนี้ผลิตแผนที่ซึ่งบอกเราเกี่ยวกับระบบนิเวศได้ภายในการบินผ่านเที่ยวเดียว มากกว่าที่การทำงานภาคพื้นดินทั้งชีวิตอาจจะสร้างได้นะครับ” แอสเนอร์เขียนในภายหลัง และหอสังเกตการณ์ลอยฟ้าคาร์เนกีของเขาก็เป็นเพียงแนวหน้าของกระแสที่กำลังมาแรงเท่านั้น เทคโนโลยีเซนเซอร์ที่ล้ำยุคเป็นเครื่องมือที่ดีขึ้นเรื่อยๆในการติดตามสัญญาณชีพของโลก เมื่อปี 2014 ต่อต้นปี 2015 องค์การนาซาส่งภารกิจสำคัญห้าภารกิจขึ้นสู่อวกาศเพื่อเฝ้าติดตามและสังเกตการณ์โลก (สองภารกิจคือการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่บนสถานีอวกาศ) ทำให้จำนวนรวมกลายเป็น 19 ภารกิจ  องค์การอวกาศจากบราซิล จีน […]

ภาษาภาพ : ประจำเดือนมีนาคม

ญี่ปุ่น แสงอาทิตย์อัสดงอาบไล้เมะโอะโตะอิวะ (“ศิลาสมรส”) อันศักดิ์สิทธิ์เป็นสีนวลตา เกาะหินโด่งสองเกาะนอกชายฝั่งเมืองฟุตะมิซึ่งผูกร้อยกันไว้ด้วยเชือกฟางเส้นหนานี้ เป็นสัญลักษณ์ของอิซะนะงิ (ซ้าย) และอิซะนะมิ เทพเจ้าในศาสนาชินโตที่กล่าวกันว่าเป็นผู้สร้างประเทศญี่ปุ่น ภาพโดย ดาวีเด เลนา จีน ความหนาวเย็นพบกับความแบ่งบานที่สวนแห่งหนึ่งในเมืองฮามี่ ซึ่งต้นไม้ที่กำลังออกดอกและได้น้ำเมื่อคืนก่อนมีน้ำแข็งห้อยย้อยลงมาในช่วงที่อากาศหนาวเย็นฉับพลันอยู่นานสองวันเมื่อเดือนเมษายน ต้นไม้ที่ทนต่ออากาศหนาวชนิดนี้จะอยู่รอดเพื่อผลิบานในปีถัดไป แต่อุณหภูมิที่ลดลงอย่างกะทันหันทำลายพืชผลจำนวนมากในพื้นที่แถบนี้ ภาพโดย STR/AFP/GETTY IMAGES เกาหลีเหนือ เด็กนักเรียนวัยเยาว์ในเมืองเซนวีจูเต้นรำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนชมเป็นประจำ เมืองชายแดนซึ่งมีแม่น้ำยาลู่คั่นจากเมืองต้านตงของจีนนี้เปิดรับนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านมานานแล้ว และเริ่มต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกบางส่วนเมื่อปี 2013 ภาพโดย หวังจ้าว, AFP/GETTY IMAGES

ภาพนี้ต้องขยาย : เจริญหูเจริญตา

ภาพโดย SMITH COMPANY/NATIONAL GEOGRAPHIC CREATIVE แม้กระทั่งในปี 1909  ผู้มาเที่ยวเมืองแอตแลนติกซิตี รัฐนิวเจอร์ซีย์  ก็มีสิ่งสร้างความบันเทิงมากกว่าแค่หาดทรายและน้ำทะเล  การมองผ่านแว่นขยายเผยให้เห็นว่า  ศูนย์บันเทิงสตีเพิลเชสเพียร์ (Steeplechase Pier) มีบริการจัดทำของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยว  ป้ายที่นั่นมีข้อความว่า  “ถ่ายภาพคุณในชุดอาบน้ำ” สมัยนั้นยังไม่ใช้คำว่า “ชุดว่ายน้ำ” (swimsuit)  มีผู้หญิงไม่มากนักที่ว่ายน้ำเป็น  ผู้หญิงที่ไปเที่ยวชายหาด (ในชุดผ้าขนสัตว์หรือผ้าฝ้ายตัวยาว) มักแค่เดินโต้คลื่นลงไป  “อาบน้ำ” หรือเล่นน้ำ  โดยมักจูงมือกันเพื่อช่วยให้ทรงตัวได้มั่นคง — มาร์กาเร็ต  จี. แซ็กโควิตซ์

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.