พบกับ “น้องหมา 4 ขา” ผู้เป็นไกด์ออกตามหา “โลมาที่หายากที่สุดในโลก”

พบกับ “น้องหมา 4 ขา” ผู้เป็นไกด์ออกตามหา “โลมาที่หายากที่สุดในโลก”

ในเมืองอะคารัว (Akaroa) ประเทศนิวซีแลนด์ สุนัขกลุ่มหนึ่งถูกฝึกให้ค้นหาโลมาตัวเล็กที่สุดและหายากที่สุดในโลกด้วยการฟังเสียงคลิกและเสียงหวีดของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลชนิดนี้

“สุนัขมีการได้ยินที่น่าทึ่ง” จอร์จ แวกฮอร์น (George Waghorn) กัปตันและเจ้าของร่วมของบริษัทล่องเรือชมธรรมชาติที่ชื่อว่า ‘อะคารัว ดอลฟินส์’ (Akaroa Dolphins) อธิบาย “พวกมันปรับตัวเข้ากับเสียงคลิกและเสียงหวีดหวิวของโลมาที่สื่อสารกันได้”

บัสเตอร์ สุนัขสายพันธุ์ มิเนเจอร์ ชเนาเซอร์ (Miniature Schnauzer) ตั้งหูขึ้นแล้วเดินไปทางกราบขวา มันสำรวจพื้นน้ำสีฟ้าขุ่นที่กว้างใหญ่ พร้อมกับเอียงหัวไปทางน้ำราวกับว่ากำลังเห็นบางสิ่งหรือได้ยินบางอย่าง จ้องมองด้วยความสนใจที่เต็มเปี่ยม แล้วโลมาสองตัวก็โผล่ขึ้นมาจากส่วนลึกของน้ำทะเล

ผู้โดยสารที่เป็นมนุษย์ต่างตื่นเต้นและวิ่งไปทางกราบขวาของเรือ บัสเตอร์ยังคงนิ่งสงบเพื่อทำหน้าที่ของมันในการตามหาโลมาทะเลที่เล็กที่สุดและหายากที่สุดในโลกนั่นคือ โลมาเฮกเตอร์ (Hector’s dolphins) และยังคงดำเนินต่อไป

บัสเตอร์ เป็นหนึ่งในเจ้าสี่ขาตัวเก่งที่คอยช่วยเหลือทีมงานบนเรือของบริษัท Akaroa Dolphins สุนัขเหล่านี้ถูกเรียกว่า “น้องหมาโลมา (Dolphin dogs)”

โลมาเหล่านี้มีลำตัวผอมเพรียวและครีบหลังที่โค้งมน พวกมันอยู่อาศัยอยู่ในรัศมีประมาณ 48 กิโลเมตรจากท่าเรือ ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งเดียวที่สามารถพบโลมาเฮกเตอร์บางส่วนจากทั้งหมดที่เหลืออยู่ในธรรมชาติเพียง 7,000 ตัวทั่วโลก

จอร์จได้แบ่งปันประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่งของอะคารัว ซึ่งเป็นสถานที่ที่ครอบครัวของเขาเรียกว่าบ้านมานานกว่า 7 รุ่น และคาดว่าจะยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในด้านคำท้องถิ่น อะคารัว นั้นมาจากภาษาเมารีที่แปลว่า ‘ท่าเรือยาว’ ซึ่งเกิดจากการปะทุของภูเขาไฟที่แยกตัวพื้นที่ออกจากโลก ส่งผลให้มหาสมุทรเคลื่อนเข้ามาและก่อตัวเป็นคาบสมุทรแบงก์

“ถ้าคุณดันภูเขาเข้าหากัน พวกมันก็จะเรียงกันเป็นแถว” จอร์จ กล่าว โดยชี้ไปที่หน้าผาของยอดเขาแต่ละยอดที่ล้อมรอบอยู่เมื่อเดินทางออกจากท่าเรือ

อะคารัวนั้นอยู่ห่างจากเมืองไครสต์เชิร์ชเพียง 90 นาทีหากเดินทางด้วยรถยนต์ เมืองนี้เป็นสถานที่พักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์ยอดนิยม แต่ความเป็นเอกลักษณ์นั้นซ่อนอยู่ในเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โดยในปี 1840 ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวฝรั่งเศสได้วางแผนที่จะเป็นอาณานิคมกลุ่มที่ได้ปักธงลงบนพื้นที่นี้

เมืองอะคารัว นิวซีแลนด์ เป็นสถานที่พักผ่อนสุดสัปดาห์ยอดนิยมสำหรับคนเมืองที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง

อย่างไรก็ตาม อังกฤษได้ลงนามในสนธิสัญญา ‘Waitangi’ กับหัวหน้าชาวเมารีอย่างรวดเร็ว ทำให้ฝรั่งเศสอดเป็นผู้ครอบครองอย่างเบ็ดเสร็จ พวกเขาเลยต้องปกครองร่วมกันในเมือง การบรรจบกันทางประวัติศาสตร์นี้สะท้อนให้เห็นบนถนนของเมือง โดยมีเส้นทางสัญจรที่เป็นชื่อทางฝรั่งเศสเช่น Rue Lavaud อยู่ร่วมกับชื่อถนนของอังกฤษ ซึ่งใช้เวลาเดินเพียง 15 นาทีจากปลายด้านหนึ่งของเมืองไปยังอีกด้านหนึ่ง

ครอบครัว แวกฮอร์น ก็เช่นเดียวกัน พวกเขาได้ผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมของฝรั่งเศสและอังกฤษ ด้วยการก่อตั้ง ‘อะคารัวดอลฟินส์’ เมื่อสองทศวรรษที่แล้วหลังขายฟาร์มของพวกเขา และพวกเขาก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าการเป็นแค่งานอดิเรก ทุกวันนี้ จอร์จและจูเลียพร้อมกับลูก ๆ ได้จัดการงานในแต่ละวัน ซึ่งรวมถึงรายชื่อพนักงานที่ไว้วางใจได้ ทั้งคนและสุนัข

“สุนัขทำงานตามตารางเวลาเช่นเดียวกับเรา” จอร์จ กล่าว อัลบี สุนัขสายพันธุ์อิงลิช สปริงเกอร์ สแปเนียล (English springer spaniel) เพื่อนผู้ซื่อสัตย์ของเขาได้เข้ามาร่วมในการล่องเรือครั้งถัดไป อัลบี ได้เริ่มต้นการเดินทางในทะเลตั้งแต่วัยที่พ้นจากการเป็นลูกสุนัข “มันปรับตัวให้เข้ากับเสียงความถี่ของโลมาได้ดี” จอร์จ กล่าว

สุนัขเหล่านี้ได้รับการฝึกไม่ให้เห่า เพื่อป้องกันการรบกวนเหล่าโลมา

สุนัขเหล่านี้ได้รับฉายาว่า ‘เจ้าหมาโลมา’ (Dolphin dogs) ซึ่งไม่เหมือนกับสุนัขรักษาความปลอดภัยตามสนามบิน พวกมันผ่านการฝึกอบรมอย่างเป็นทางการเพียงเล็กน้อย “มันเป็นเรื่องของการเลี้ยงดูสัญชาตญาณโดยกำเนิดของพวกมัน” จอร์จ อธิบาย จุดสำคัญคือการสอนให้พวกมันไม่เห่า เพราะการเห่านั้นอาจรบกวนโลมาได้

น้องหมาโลมาตัวแรกคือ เฮกเตอร์ สุนัขสายพันธุ์ เครน เทอร์เรีย (cairn terrier) ผู้เป็นที่รักของฮิวจ์และพิพ ผู้ก่อตั้งอะคารัวดอลฟินส์ พวกเขามาสุนัขขึ้นเรือใบและไม่นานหลังจากนั้นก็พบว่า สุนัขสามารถฟังเสียงของโลมาได้

“มีช่วงเวลาที่เฮกเตอร์และโลมาไล่ขึ้นลงที่เรือกันอย่างสนุกสนาน” พิพ เล่า “สัตว์ต่าง ๆ มีพลังพิเศษที่เราขาดไป การได้พบเห็นสิ่งเหล่านั้นมันช่างน่าอัศจรรย์”

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สุนัขก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวจากความบังเอิญและมีโชคชะตาช่วยเสริม จูเลียเล่าว่า อัลบี เข้ามาในชีวิตของพวกเขาเมื่อคนในพื้นที่ได้เสนอขายมันให้กับพวกเขา ส่วน เจ็ท ซึ่งเป็นเพื่อนของจอร์จนั้น เดิมทีแล้วอาศัยอยู่ในที่ห่างไกลในชนบทของออสเตรเลีย จนกระทั่ง พิพ พาเขากลับไปที่อะคารัว โดยมีจอร์จเดินทางไปด้วย

Akaroa Dolphins เป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งแรกของนิวซีแลนด์ที่ได้รับรองมาตรฐาน B Corp

แม้ว่าโลมาเฮกเตอร์จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของเมือง โดยมีผู้ประกอบการจำนวนมากให้บริการล่องเรือ แต่โลมาที่อะคารัวก็ถือเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวแห่งแรกของนิวซีแลนด์ที่ได้รับการรับรองจาก B Crop “มีบางแห่งอนุญาตให้ว่ายน้ำกับโลมาได้ แต่เราไม่ต้องการสนับสนุนสิ่งนั้น” จูเลีย อธิบาย

“เราเห็นบทบาทของเราในฐานะนักการศึกษา โดยมอบประสบการณ์แก่แขกซึ่งพยายามสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด”

ในปี 2014 พิพและฮิวจ์ ช่วยสร้างเขตอนุรักษ์ทางทะเลอะคารัว โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องไม่เพียงแค่โลมาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสัตว์ทะเลอื่น ๆ เช่น โครัว (kororā) ซึ่งเป็นนกเพนกวินครีบขาว และแมวน้ำขนของนิวซีแลนด์ ในระหว่างการล่องเรือสองชั่วโมงของเรา เราโชคดีที่ได้เห็นสิ่งมีชีวิตที่น่าทึ่งเหล่านี้อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก พร้อมด้วยนกนางนวลหน้าขาวที่บินอยู่เหนือทะเลซึ่งมีคลื่นลมแรก

ระหว่างทางกลับ บัสเตอร์เดินไปมาท่ามกลางผู้โดยสาร โดยเล่นไล้จับกับสัตว์เลี้ยงตัวอื่น ๆ ให้ได้มากที่สุด ในช่วงนั้นแม้ว่าโลมาจะอยู่รอบตัวเรา แต่ชั่วครู่ดังกล่าว ทุกสายตาก็จับจองไปที่บัสเตอร์ผู้สร้างรอยยิ้ม

เรื่อง Natasha Bazika

แปลและเรียบเรียง วิทิต บรมพิชัยชาติกุล

ที่มา
.
https://www.nationalgeographic.com/travel/article/new-zealand-akaroa-dogs-find-worlds-rarest-dolphins


อ่านเพิ่มเติม งานวิจัยใหม่เผยชื่อสายพันธุ์ ‘ สุนัขที่ฉลาดที่สุด ’ เรียนรู้ไว ช่วยมนุษย์ได้

Recommend