งูปาล์มหยก: อสรพิษผู้ปกป้องขุนเขา

งูปาล์มหยก: อสรพิษผู้ปกป้องขุนเขา

“คืนหนึ่งในฤดูหนาวอันเย็นเยือก”

นักวิทยาสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก แทสแมน เอซรา เข้าร่วมกลุ่มคนรักสัตว์เลื้อยคลานกลุ่มเล็กๆ ขณะพวกเขากระจายกันออกไปในป่าเมฆที่ปกคลุมด้วยหมอกทางตะวันตกของฮอนดูรัส ตั้งหน้าตั้งตาค้นหางูใกล้สูญพันธุ์ที่นำพาพวกเขามารวมตัวกัน พวกเขาใช้ไฟฉายคาดศีรษะแรงสูงซึ่งส่องทะลุหมอกสำรวจไปตามลำต้นที่ปกคลุมด้วยมอสส์และใบไม้ชื้นแฉะรอบตัว ฮอนดูรัสกำลังประสบกับแนวปะทะอากาศเย็น และพวกเขาไม่พบสิ่งที่ตามหามาเป็นเวลาสองคืนติดต่อกันแล้ว แต่คืนนี้ฟ้าเปิด ทีมสำรวจพบเห็นสัตว์เลือดเย็นหลายตัวอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ได้แก่ ซาลาแมนเดอร์ กบ และตามมาด้วยกบอีกตัวหนึ่ง

เกล็ดสีเขียวมรกตของงูปาล์มหยกช่วยให้มันกลมกลืนไปกับพุ่มใบชุ่มชื้นของผืนป่าที่มันอาศัยอยู่ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ถิ่นอาศัยส่วนใหญ่ของมันในอเมริกากลางถูกทำลายเพื่อเปิดทางให้ไร่กาแฟและทุ่งหญ้าเลี้ยงปศุสัตว์

หนึ่งชั่วโมงหลังพลบค่ำ เสียงตะโกนของเอซราดังออกมาจากป่าว่า “ทาลาสซินัส! ทาลาสซินัส!” ในพุ่มบรอมิเลียดใบยาวสีเข้มที่เกาะบนลำต้นไม้ เขาเห็นเกล็ดสีเขียวสดใสแว่บๆ นี่คือเกล็ดงูชนิด โบทรีคิส ทาลาสซินัส (Bothriechis thalassinus) ซึ่งแฟนพันธุ์แท้บางคนเรียกติดปากว่า งูปาล์มหยก (palm pit viper) หรือทาลาสซินัส

ด้วยลำตัวสีเขียวสดใสตัดกับเส้นสีดำ สีฟ้าอมเขียว สีเทา และบางครั้งก็สีชมพู งูทาลาสซินัสจึงเป็นที่สนใจอย่างมากสำหรับ “เฮอร์เปอร์” (herper) หรือนักดูสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ซึ่งเทียบได้กับนักดูนก เสน่ห์ส่วนหนึ่งของงูชนิดนี้มาจากการที่นักวิจัยรู้ข้อมูลเกี่ยวกับมันน้อยมาก การสังเกตการณ์ทุกครั้งเผยให้เห็นข้อมูลใหม่ๆเกี่ยวกับงูชนิดนี้ ซึ่งสามารถเติบโตได้ยาวกว่า 80 เซนติเมตร และเชื่อกันว่ามันล่ากบ หนู และสัตว์ขนาดเล็กอื่นๆที่ออกหากินในเวลากลางคืน

นักวิทยาสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก แทสแมน เอซรา ค้นหางูปาล์มหยกไปตามเรือนยอดของป่าในเขตอนุรักษ์เตียร์ราเดลตามากัส ใกล้เมืองซานตารีตา ประเทศฮอนดูรัส เอซราเป็นผู้ร่วมก่อตั้งองค์กรฮอนดูเฮิร์ป เมื่อปี 2023 ตั้งแต่นั้นมา องค์กรนี้บริหารจัดการเขตอนุรักษ์แห่งนี้เพื่อปกป้องถิ่นอาศัยของงู
นับตั้งแต่จัดตั้งเขตอนุรักษ์เตียร์ราเดลตามากัส เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครของฮอนดูเฮิร์ปศึกษาการปรับตัวและพฤติกรรมของงูปาล์มหยกมาโดยตลอด ข้อมูลเกี่ยวกับงูลึกลับชนิดนี้มีน้อยมาก ดังนั้น การสังเกตการณ์ทุกครั้งจึงช่วยให้เราเข้าใจพวกมันมากขึ้น

ความสนใจแรงกล้านั้นช่วยเปลี่ยนงูพิษซึ่งปรับตัวให้เข้ากับถิ่นอาศัยอันห่างไกลและเปราะบางได้อย่างสมบูรณ์แบบชนิดนี้ให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของป่าเมฆทางตะวันตกของฮอนดูรัส และเป็นเชื้อปะทุเบื้องหลังความสนใจที่เพิ่มขึ้นในท้องถิ่นให้ปกป้องภูมิประเทศแถบนี้ อันที่จริง ย้อนหลังไปหลายปีก่อน ป่าบนภูเขาลูกนี้กำลังจะถูกแผ้วถางเพื่อปลูกกาแฟ แต่เอซราและทีมเฮอร์เปอร์ช่วยกันระดมทุนซื้อที่ดินและเปลี่ยนให้เป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันดำเนินงานโดยกลุ่มอนุรักษ์ของพวกเขาเองที่ชื่อ ฮอนดูเฮิร์ป (HonduHerp) แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เมื่อชุมชนที่อยู่รอบๆ เริ่มตระหนักถึงคุณค่าของงูชนิดนี้ที่มีต่อระบบนิเวศ พวกเขาก็เริ่มคิดค้นวิธีการสร้างสรรค์อื่นๆ เพื่อปกป้องผืนป่าอันเป็นบ้านของสัตว์แสนพิเศษนี้

งูปาล์มหยกพบเห็นตัวได้ยาก แต่ประติมากรรมโบราณรูปงูสองหัวในตำนานที่แหล่งโบราณคดีมายาทางตะวันตกของฮอนดูรัสชิ้นนี้ชี้ถึงความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างงูกับมนุษย์

เชื่อกันว่า งูปาล์มหยกอาศัยอยู่เฉพาะในป่าเมฆเขตร้อนทางตะวันตกของฮอนดูรัสและทางตะวันออกของกัวเตมาลาซึ่งกำลังถูกคุกคามมากขึ้นเรื่อยๆ จากการตัดไม้ทำลายป่า “กาแฟคือมะเร็งร้ายครับ” อะเล็กซานเดอร์ อัลวาราโด มัคคุเทศก์ดูนกในท้องถิ่นผู้กลายเป็นเฮอร์เปอร์ตัวยงและปัจจุบันเป็นคณะกรรมการบริหารของฮอนดูเฮิร์ป กล่าว พืชเศรษฐกิจชนิดนี้เจริญเติบโตได้ดีในระดับความสูงเดียวกับที่งูชนิดนี้อาศัยอยู่ ส่งผลให้ป่าเมฆถูกแทนที่ด้วยไร่กาแฟ “ภูเขาเหล่านี้” ภูเขาของงูทาลาสซินัส “กำลังหายไปครับ” เอซราบอก จากการประเมินของโกลบอลฟอเรสต์วอตช์ (Global Forest Watch) ระหว่างปี 2002 ถึง 2024 ฮอนดูรัสสูญเสียป่าชื้นดั้งเดิมไปแล้วหนึ่งในสี่

สำหรับเอซราและซีเจ เบเกอร์ เพื่อนสนิทและแฟนพันธุ์แท้สัตว์เลื้อยคลานเช่นเดียวกัน จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2023 เมื่ออัลวาราโดเตือนพวกเขาว่า ภูเขาอีกลูกหนึ่งใกล้เมืองซานตารีตากำลังจะถูกขายและแผ้วถางเพื่อปลูกกาแฟ เอซราและเบเกอร์ซึ่งอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาทั้งคู่ แต่หลงรักการดูสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกในฮอนดูรัสที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ จึงลงมือทันที พวกเขาเริ่มโพสต์บนสื่อสังคมอย่างเอาเป็นเอาตายและขอรับบริจาคจากทุกคนที่พวกเขานึกออก “เพื่อน ครอบครัว เพื่อนของครอบครัว ครอบครัวของเพื่อน” เอซราบอก พวกเขาระดมทุนได้ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อซื้อยอดเขาลูกนั้นและก่อตั้งฮอนดูเฮิร์ปเพื่อบริหารจัดการ ตั้งแต่นั้นมา พวกเขาเปลี่ยนที่ดินผืนดังกล่าวเป็นเขตอนุรักษ์ที่บริหารจัดการโดยคนท้องถิ่นและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายชื่อ เตียร์ราเดลตามากัส

แต่การระดมทุนเพียงอย่างเดียวจะไม่ยั่งยืน ขณะที่นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมบางคนมองว่า การระดมทุนจากบุคคลทั่วไปเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญมากขึ้นเรื่อยๆสำหรับปกป้องชนิดพันธุ์และถิ่นอาศัยทั่วโลกแต่เงินทุนที่ระดมได้มักถูกนำไปใช้ปกป้องสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและนกอย่างไม่ได้สัดส่วน “กับงูเป็นงานที่ยากมากครับ” เอซรากล่าว

แม้ว่าป่าหลายผืนทางตะวันตกของฮอนดูรัสจะถูกแผ้วถางเพื่อทำเกษตรแล้ว แต่มีทางเลือกใหม่สำหรับเจ้าของที่ดิน ที่กังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการทำเกษตร นั่นคือการร่วมมือกับฮอนดูเฮิร์ปเพื่ออนุรักษ์ที่ดิน
ภายใต้เมฆหนาทึบ ฟรันซิสโก กูเอบา (ทางซ้าย) ผู้จัดการเขตอนุรักษ์เตียร์ราเดลตามากัส และกาบริเอล อารีตา ผู้ประสานงานการอนุรักษ์ระดับภูมิภาคของฮอนดูเฮิร์ป ยืนอยู่ใกล้ชายขอบของเขตอนุรักษ์

การมีส่วนร่วมของชุมชนดูเหมือนจะเป็นวิธีดีที่สุดในการสร้างผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ฮอนดูเฮิร์ปจึงพยายามเปลี่ยนมุมมองที่มีต่องูปาล์มหยกโดยเน้นย้ำให้เห็นความงามอันบอบบางและหายากของสัตว์เลื้อยคลานชนิดนี้ “เหมือนกับการเป็นไข้นั่นแหละครับ” กาบริเอล อารีตา ผู้ประสานงานการอนุรักษ์ระดับภูมิภาคของฮอนดูเฮิร์ป พูดถึงความตื่นเต้นในการพบเห็นงูทาลาสซินัส “แล้วเราก็เริ่มแพร่เชื้อให้เพื่อนๆของเรา”

ปัจจุบัน ฮอนดูเฮิร์ปทำงานใกล้ชิดกับสถาบันอนุรักษ์ป่าไม้แห่งชาติของฮอนดูรัสเพื่อร่วมกันบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติเซร์โรอาซุลโกปันและพื้นที่คุ้มครองอื่นๆอีกหลายแห่งในภูมิภาค และที่ผ่านมาได้จัดหาคู่ผสมพันธุ์ของงูทาลาสซินัสได้หลายคู่ ซึ่งอาจนำไปใช้เพิ่มจำนวนประชากรที่กำลังลดลง และช่วยให้นักวิจัยศึกษาความต้องการและพฤติกรรมของงูชนิดนี้

เมื่อกระแสทาลาสซินัสแพร่ไปทั่วและรอบซานตารีตา ชาวฮอนดูรัสจำนวนมากขึ้นก็เรียนรู้วิธีดูสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก เพื่อจะได้เห็นสัญลักษณ์ที่พบตัวได้ยากของเมืองนี้ รวมถึงฟรันซิสโก กูเอบา เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในท้องถิ่นและอดีตพรานล่าสัตว์ หลังจากเข้าร่วมกลุ่มนักดูสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกกูเอบาเริ่มคิดอย่างรอบคอบมากขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบที่เขามีต่อระบบนิเวศ ปัจจุบันเขาเป็นผู้จัดการเขตอนุรักษ์เตียร์ราเดลตามากัสซึ่งพิทักษ์ผืนป่าและส่ำสัตว์จากพวกลักลอบล่าสัตว์และคนตัดไม้ ทั้งยังเฝ้าติดตามจำนวนงูทาลาสซินัส ตลอดจนสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกอื่นๆอย่างสม่ำเสมอ “ผมเปลี่ยนจากการเข้า [ป่า] ไปทำลาย เป็นการเข้าไปเพื่อปกป้องครับ” เขากล่าว

ต้นไม้ต้นหนึ่งบริเวณชายขอบของเขตอนุรักษ์เตียร์ราเดลตามากัสบ่งบอกเส้นแบ่งระหว่างพื้นที่คุ้มครองกับพื้นที่ที่ไม่ได้รับการคุ้มครอง ทางด้านซ้าย ถิ่นอาศัยของงูยังคงสมบูรณ์ ส่วนทางด้านขวา ป่าถูกแผ้วถางเพื่อปลูกกาแฟ

เมื่ออารีตาและกูเอบาไปบรรยายเรื่องความปลอดภัยจากงูที่โรงเรียนในท้องถิ่น พวกเขาจะส่งเสริมให้นักเรียนนับถืองูทุกชนิดในภูมิภาค พร้อมทั้งพยายามคลายความหวาดกลัวเกี่ยวกับการถูกงูกัด (พิษของงูทาลาสซินัสอาจทำให้เจ็บปวดและบวม แต่ไม่น่าจะเป็นอันตรายถึงชีวิตสำหรับมนุษย์) หลังการบรรยายครั้งล่าสุด นักเรียนที่ปีติยินดีต่างเข้าแถวเพื่อถ่ายภาพโดยอารีตานำงูโบอามาพาดบ่าพวกเขา ไม่นานพ่อแม่ของพวกเขาอาจเป็นหนึ่งในหลายๆคนที่โทรศัพท์หาทีมฮอนดูเฮิร์ปเพื่อขอให้ช่วยเหลืองูที่พบในบ้าน แทนที่จะไปหยิบมีดพร้ามา ความคิดกำลังค่อยๆเปลี่ยนไป ภาพวาดงูทาลาสซินัสประดับอยู่บนกำแพงริมถนนสายหลักของซานตารีตา และอีกภาพหนึ่งตั้งอยู่หน้าสระว่ายน้ำใกล้เคียง

หนึ่งในผู้ที่เปลี่ยนใจมาเป็นแฟนคลับงูทาลาสซินัสหมาดๆคือ เอนริเก เกร์รา ชาวไร่กาแฟ เขาเคยได้รับข้อเสนอให้ “โค่น” ป่าของเขาแล้วปลูกกาแฟเพิ่ม แต่เขารู้ว่านั่นจะเป็นความผิดพลาด เขาบอกว่า “ภูเขาเป็นปอดของชุมชนครับ” เป็นแหล่งอากาศบริสุทธิ์และน้ำจืดสำหรับเมืองด้านล่าง ปัจจุบัน ฮอนดูเฮิร์ปกำลังช่วยเกร์ราเปลี่ยนที่ดินของเขาบนยอดเขาให้เป็นเขตอนุรักษ์แห่งที่สอง การปกป้องงูปาล์มหยกหมายถึงการปกป้องป่าเมฆทั้งผืน รวมถึงสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อื่นๆอีกหลายสิบชนิด ตั้งแต่กบต้นไม้หายากไปจนถึงนกสวยงามน่าทึ่ง เช่น นกเควตซัลใหญ่

นักวิทยาศาสตร์ของฮอนดูเฮิร์ปสกัดพิษจากงูปาล์มหยกเพื่อนำไปวิเคราะห์และอาจนำไปใช้พัฒนาเซรุ่ม แม้ว่าพิษของงูชนิดนี้อาจไม่ทำให้มนุษย์เสียชีวิต แต่ก็ทำให้เนื้อเยื่อเสียหายถาวรได้
อารีตาตรวจสอบงูปาล์มหยกที่พบระหว่างการสำรวจเมื่อปี 2025 เขาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้ชื่นชอบงูที่กำลังเพิ่มขึ้นในฮอนดูรัส ซึ่งมุ่งมั่นที่จะศึกษาและปกป้องงูชนิดนี้

ระหว่างเขตอนุรักษ์ทั้งสองแห่ง ฮอนดูเฮิร์ปช่วยอนุรักษ์พื้นที่ที่ถูกคุกคามไปแล้วราว 687 ไร่ ชุมชนยังคงหาแนวทางของตนเองเพื่อขยายภารกิจออกไปไกลขึ้น หลังจากเพื่อนบ้านของกูเอบาเห็นผลงานของเขาในเตียร์ราเดลตามากัส พวกเขาก็มาปรึกษากูเอบาเกี่ยวกับวิธีการปกป้องพื้นที่ระหว่างเขตอนุรักษ์นั้นกับหมู่บ้านซานมานูเอล เพื่อคุ้มครองน้ำที่ไหลลงมาจากยอดเขา กูเอบาและฮอนดูเฮิร์ปช่วยชุมชนดังกล่าวจัดตั้งพื้นที่คุ้มครองระดับชาติของชุมชนเองรอบๆ ลำธารในป่า นอกจากเขตอนุรักษ์เหล่านี้แล้ว ฮอนดูเฮิร์ปยังเชื่อมสัมพันธ์กับชาวไร่กาแฟเพื่อส่งเสริมเทคนิคการปลูกใต้ร่มไม้ โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาเรือนยอดของป่า หรือแม้แต่ปลูกต้นไม้เพิ่มในที่ดินของพวกเขา

กลับมาที่เขตอนุรักษ์เตียร์ราเดลตามากัสเมื่อฤดูหนาวที่ผ่านมา เฮอร์เปอร์คนหนึ่งในทีมเข้าไปใกล้งูทาลาสซินัสที่ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มบรอมิเลียด แล้วใช้ไม้ที่ปลายเป็นตะขอค่อยๆยกงูแสนสวยตัวนั้นขึ้นมา มันเป็นงูวัยอ่อน ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ทุกคนอ้าปากค้างด้วยความตื่นเต้น “มันสวยงามมากครับ” เอซรากล่าว

แม้ว่าเฮอร์เปอร์เหล่านี้จะเคยเห็นงูปาล์มหยกมาแล้วหลายครั้ง ทว่าแต่ละครั้งที่พบเห็นงูลึกลับเหล่านี้ก็ยังให้ความรู้สึกพิเศษอยู่เสมอ ยังคงมีคำถามมากมายเกี่ยวกับงูชนิดนี้ เช่น ในเขตอนุรักษ์แห่งนี้มีงูปาล์มหยกอาศัยอยู่กี่ตัว พวกมันกินอะไรและกินบ่อยแค่ไหน งูเหล่านี้มีชีวิตรอดในป่ารุ่นที่เติบโตขึ้นมาใหม่ได้หรือไม่

วันหนึ่งข้างหน้า ฮอนดูเฮิร์ปหวังว่าจะมีทรัพยากรเพียงพอที่จะติดป้ายและฝังเครื่องส่งสัญญาณวิทยุให้งูทาลาสซินัสแต่ละตัว เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวและช่วยค้นหาคำตอบต่างๆ ซึ่งจะชี้นำยุทธศาสตร์การอนุรักษ์ของกลุ่ม และเพิ่มพูนความรู้ทางวิทยาศาสตร์อย่างมากเกี่ยวกับงูซึ่งเป็นที่ยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังเป็นที่รู้จักน้อยอยู่ชนิดนี้ จนกว่าจะถึงตอนนั้น ทีมยินดีที่จะทำงานหนักและเหน็ดเหนื่อยจนดึกดื่นเพื่อค้นหางูปาล์มหยกให้มากขึ้น เพราะถึงที่สุดแล้ว นั่นคือสิ่งที่เฮอร์เปอร์ทุกคนปรารถนา

เรื่อง ลิซซี เวด

ภาพถ่าย แจ็ก เดฟลิน

แปล ปณต ไกรโรจนานันท์


อ่านเพิ่มเติม :  “กิ้งก่าหนามเท็กซัส”

สัตว์ที่มีอยู่ทุกแห่งหน ยกเว้นในที่ที่พวกมันควรอยู่

Recommend