นิตยสาร National Geographic Thailand - NGThai.com

Travel

Science

เกาะติดภารกิจตามล่าค้นหา สิ่งมีชีวิตนอกโลก

คำถามเก่าแก่ที่สุดข้อหนึ่งของมนุษยชาติ อาจได้คำตอบในช่วงชีวิตของเรา  นั่นคือ มีเพียงเราในเอกภพจริงหรือ หรืออาจมี สิ่งมีชีวิตนอกโลก สิ่งมีชีวิตนอกโลก – สัญญาณอิเล็กทรอนิกส์เดินทางจากห้องปฏิบัติการขับดันไอพ่นหรือเจพีแอล (Jet Propulsion Lab: JPL) ขององค์การนาซาในแคลิฟอร์เนีย ไปยังหุ่นยนต์รถสำรวจที่เกาะอยู่ใต้แผ่นนํ้าแข็งหนา 30 เซนติเมตรเหนือทะเลสาบแห่งหนึ่งในรัฐอะแลสกา ไฟสปอตไลต์บนรถเริ่มส่องสว่าง “ได้แล้ว!” จอห์น เลกตี วิศวกรหนุ่มจากเจพีแอล  ร้องเสียงดัง  เขาซุกตัวในเต็นท์บนแผ่นนํ้าแข็งใกล้ๆ  เทคโนโลยีนี้ดูเหมือนไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น  แต่นี่อาจเป็นก้าวเล็กๆ ก้าวแรกสู่การสำรวจดวงจันทร์อันห่างไกล ไกลออกไปทางใต้ของอะแลสกากว่า 7,000 กิโลเมตร นักธรณีจุลชีววิทยา  เพเนโลพี  บอสตัน ลุยธารนํ้าขุ่นครึ่งแข้งในถํ้าอันมืดมิดของเม็กซิโกลึกลงไปใต้พื้นดิน กว่า 15 เมตร  บอสตันและนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ ล้วนใส่เครื่องช่วยหายใจ และแบกถังอากาศสำรองติดตัวไปด้วยเพื่อเผชิญแก๊สพิษอย่างไฮโดรเจนซัลไฟด์และคาร์บอนมอนอกไซด์ซึ่งมักแพร่กระจายในถํ้า  ทันใดนั้น  แสงจากไฟฉายคาดศีรษะของเธอก็สาดไปกระทบของเหลวข้นเกือบโปร่งใสที่ไหลย้อยเป็นทางยาวลงมาจากผนังชอล์กร่วนๆ ของถํ้า “สวยจัง!”  เธออุทาน สถานที่ทั้งสองแห่ง ได้แก่ทะเลสาบเยือกแข็งในแถบอาร์กติกและถํ้าพิษในเขตร้อน  อาจให้เบาะแสสำหรับปริศนาที่ทั้งเก่าแก่ที่สุดและน่าดึงดูดที่สุดข้อหนึ่งในโลก  นั่นคือ มีสิ่งมีชีวิตนอกเหนือจากในโลกของเราหรือไม่  สิ่งมีชีวิตในพิภพอื่นซึ่งอาจหมายถึงในระบบสุริยะของเราหรือที่โคจรรอบดาวดวงอื่นอันไกลโพ้นก็ตาม อาจต้องเอาตัวรอดในมหาสมุทรที่มีนํ้าแข็งปกคลุมเช่นที่พบบนดวงจันทร์ยูโรปาของดาวพฤหัสบดี  หรือในถํ้าปิดที่เต็มไปด้วยแก๊สพิษซึ่งอาจมีอยู่มากมายบนดาวอังคาร  หากคุณสามารถแยกแยะและระบุสิ่งมีชีวิตที่สามารถอยู่ได้ในสภาวะสุดขั้วบนโลก การค้นหาชีวิตในโลกอื่นย่อมใกล้ความจริงเข้าไปอีกก้าวหนึ่ง […]

World Update: เผยภาพถ่าย หลุมดำ ภาพแรกใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือก

เผยภาพถ่าย หลุมดำ ภาพแรกใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรา หลังพยายามจับภาพกันมานานกว่า 5 ปี ห่างออกไปจากโลกราว 26,000 ปีแสงตรงสู่ใจกลางกาแล็คซีทางช้างเผือกของเรา มี หลุมดำ มวลยิ่งยวดที่รู้จักในชื่อว่า Sagittarius A* ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้พยายามจับภาพมันมาอย่างยาวนานกว่า 5 ปี และวันนี้ทีมวิจัยได้เปิดเผยภาพแรกของมันออกมาแล้ว ภาพนี้ถ่ายโดยกล้อง Event Horizon Telescope หรือ EHT ที่ถ่ายภาพหลุมดำมวลยิ่งยวด Messier 87 รูปแรกในประวัติศาสตร์เมื่อปี 2019 ด้วยเครือข่ายของกล้องโทรทรรศน์วิทยุแปดแห่งตั้งแต่แอนตาร์กติกาไปถึงสเปนและชิลี ทำให้นักดาราศาสตร์มองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงกลางกาแล็กซีทางช้างเผือก “หลุมดำของกาแล็กซีทางช้างเผือกเป็นเป้าหมายหลักของเรา มันเป็นหลุมดำที่สำคัญของเรา สิ่งนี้เป็นเป้าหมายแรกในการค้นหาใน 100 ปีที่ผ่านมาของวิทยาศาสตร์ นี่จึงเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่” ศาสตราจารย์ เซรา มาร์คออฟ (Prof. Sera Markoff) นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอัมสเตอร์ดัมหนึ่งในทีมที่ถ่ายภาพ กล่าว แม้จะอยู่ไม่ไกลจากโลก แต่การถ่ายภาพหลุมดำ Sagittarius A* นั้นยากกว่า M87 มาก นอกจากจะเล็กกว่าราว 1,000 เท่าแล้ว […]

World Update: รายงานเผย วัคซีนเข็ม 4 ต้านโควิด-เพิ่มภูมิ แนะฉีดเพิ่ม

โควิด-19: รายงานใหม่ระบุ วัคซีนเข็ม 4 ห่าง เข็ม 3 หกเดือนในผู้สูงอายุเพิ่มการป้องกันและปลอดภัย – เน้นถึงประโยชน์การฉีดเพิ่ม วัคซีนเข็ม 4 – งานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยเซาแทมป์ตัน สหราชอาณาจักร ที่ได้ศึกษาผู้สูงอายุ 75 ปีขึ้นไปจำนวน 166 คนซึ่งได้รับการฉีควัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 กระตุ้นเป็นเข็มที่ 4 ประเภท mRNA พบว่าร่างกายยังคงมีระดับแอนติบอดีเพิ่มขึ้นและยังไม่พบอาการผิดปกติรุนแรงใดๆ หลังจากผ่านไปแล้วสองสัปดาห์ให้หลัง ทีมวิจัยได้ฉีดเข็มกระตุ้นที่ 4 นี้หลังจากผู้เข้าร่วมการศึกษาฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 แล้วนาน 6 เดือน โดยภูมิคุ้มกันมีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และสูงกว่าระดับภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นเมื่อฉีดเข็ม 3 กว่า 12 ถึง 16 เท่าทั้งวัคซีนของไฟเซอร์ (Pfizer) และโมเดอร์นา (Moderna) “เราได้แสดงให้เห็นแล้วว่า วัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 4 สามารถกระตุ้นทั้งแอนติบอดีและภูมิคุ้มกันของเซลล์ได้อย่างมาก เมื่อคุณฉีดหลังจากได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 นานกว่า 6 เดือน” ศาสตราจารย์ […]

World Update: พบ ‘ ถนนอิฐสีเหลือง ’ ใต้มหาสมุทรแปซิฟิก ลึกกว่า 3,000 เมตร

พบ ‘ ถนนอิฐสีเหลือง ’ ใต้มหาสมุทรแปซิฟิกที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟใต้ทะเล บนพื้นมหาสมุทรที่ลึกกว่า 3,000 เมตร เรือสำรวจใต้ทะเลนอติลุส (Nautilus) ได้ค้นพบ ‘ ถนนอิฐสีเหลือง ’ ที่ดูแปลกประหลาดใต้ท้องทะเลขณะที่กำลังสำรวจสันเขา Lili‘oukalani ภายในเขตอนุสรณ์สถานแห่งชาติทางทะเล Papahānaumokuākea (Papahānaumokuākea Marine National Monument; PMNM) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่เกาะฮาวายที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เพื่อการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ภาพที่นักสำรวจพบนั้นราวกับมีใครมาปูถนนไว้บนพื้นมหาสมุทรที่ลึกกว่า 3,000 เมตร นักวิจัยในการสำรวจกล่าวติดตลกว่ามันคือถนนไปสู่เมืองแอตแลนติสที่หายสาบสูญ ในขณะคนอื่นๆ ต่างประหลาดใจในการค้นพบนี้ที่ดูเหมือนพื้นดินจะถูกอบให้แห้งและลอกออกได้ดูคล้ายกับก้อนอิฐเรียงต่อกันอย่างน่าทึ่ง พวกเขาคาดว่านี่คือสิ่งที่เรียกกันว่า “Hyaloclastite” หรือหินภูเขาไฟประเภทหนึ่งที่ถูกปะทุออกมาจากภูเขาไฟใต้น้ำและระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเมื่อสัมผัสกับน้ำ การถูกทำให้ร้อนและเย็นลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าส่งผลให้เกิดรอยแตกในพื้นผิวคล้ายกับบล็อกของก้อนอิฐ “รอยแตก 90 องศาที่ไม่เหมือนใครนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับความร้อนและความเย็นปะทะกันจากการปะทุหลายครั้งในพื้นที่นี้” ทีมงานบรรยายผ่านการถ่ายทอดสดในการสำรวจใต้ทะเลนี้ แต่ข้อมูลเชิงลึกนั้นต้องการเวลาเพื่อศึกษาอีกมาก ซึ่งใน PMM นี้นักวิทยาศาสตร์เพิ่งทำการสำรวจพื้นที่ใต้ทะเลได้เพียงร้อยละ 3 ของทั้งหมด โครงการนอติลุสเป็นการสำรวจใต้พื้นมหาสมุทรแปซิฟิกเพื่อไปยังพื้นที่ใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีใครไปถึงโดยใช้ยานบังคับระยะไกล โครงการนี้ได้มีการถ่ายทอดสดผ่านแพลฟอร์มโซเชียลมีเดียและอินเตอร์เน็ตในเว็บไซต์ยูทูปทุกวัน ซึ่งเปิดเป็นสาธารณะให้สามารถเข้าชมได้ ที่ผ่านมาโครงการนอติลุสได้ค้นพบสิ่งใหม่มากมายเช่นหมึกดับโบสีส้มที่น่ารักหรือสัตว์ใต้ท้องทะเลที่แปลกประหลาด ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ได้ทำความเข้าใจระบบนิเวศในท้องทะเลมากยิ่งขึ้นก่อนที่สิ่งมีชีวิตทั้งหลายจะสูญหายไปในผลกระทบของวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ สืบค้นและเรียบเรียง วิทิต บรมพิชัยชาติกุล Photograph by […]

มลพิษทางอากาศภายในอาคาร ภัยสุขภาพที่มองไม่เห็น

มลพิษทางอากาศภายในอาคาร เป็นมลพิษที่สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพเช่นเดียวกับอากาศภายนอก ดังนั้น ผู้อาศัยควรคำนึงและตระหนักถึงเรื่องนี้ มลพิษทางอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Pollution) คือ ภาวะของการมีสารพิษหรือสิ่งเจือปนอยู่ในอากาศ ไม่ว่าจะเป็นอากาศภายในบ้านเรือนหรือโดยรอบอาคารที่สามารถส่งผลเสียต่อทั้งสุขภาพ อนามัย และสภาวะจิตใจของผู้อยู่อาศัย มลพิษทางอากาศภายในอาคารเป็นหนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมที่อันตรายที่สุดในโลก โดยเฉพาะในประเทศด้อยพัฒนาที่ยังขาดแคลนทรัพยากรและระบบสาธารณูปโภคที่เหมาะสม ทุก ๆ ปี ประชากรกว่า 4.3 ล้านคนทั่วโลกเสียชีวิตจากการสูดดมควัน เขม่า และสารเคมีจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเศษไม้ เศษวัชพืช และมูลสัตว์ที่ผู้คนนิยมนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการประกอบอาหารและสร้างความอบอุ่นในครัวเรือน แม้ปัจจุบัน การเสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศภายในอาคารมีอัตราลดลงเกือบทุกประเทศทั่วโลก เนื่องจากการเข้าถึงทรัพยากรและระบบสาธารณูปโภคที่เหมาะสมยิ่งขึ้น แต่ในหลายประเทศ โดยเฉพาะเขตเมือง มลพิษทางอากาศภายในอาคารมีแหล่งที่มาหลากหลาย เช่น สถานที่ตั้งอาคาร : บ้านเรือนหรืออาคารที่ตั้งอยู่ใกล้กับถนนที่มีการจราจรคับคั่ง แหล่งอุตสาหกรรม หรือ เขตพื้นที่ทางการเกษตรที่มีการเผาไหม้เป็นประจำ ต่างเป็นแหล่งของฝุ่นละอองและอนุภาคแขวนลอยในอากาศ รวมถึงสารเคมีอื่น ๆ รูปแบบและโครงสร้างของอาคาร : จากการออกแบบและก่อสร้างที่ผิดพลาดสามารถเป็นสาเหตุของการรับสารมลพิษและความชื้นเข้าสู่อาคาร และการขาดระบบการไหลเวียนที่ช่วยถ่ายเทอากาศที่ดี วัสดุก่อสร้าง วัสดุที่ใช้ในการตกแต่งภายใน ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ : เช่น ฉนวนกันความร้อน ผนัง เพดาน เฟอร์นิเจอร์ต่าง […]

การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ ทั้ง 5 ของสิ่งมีชีวิตบนโลก

อัตราการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตบนโลกมีความไม่แน่นอนอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วง 500 ล้านปีที่ผ่านมา มีสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตมากกว่า 5,000 ล้านสปีชีส์ (ราวร้อยละ 70-90 ของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด) สูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไปแล้วอย่างถาวรจากหายนะครั้งรุนแรงที่สุดของโลกที่เรียกว่า “การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่” (Mass Extinction Events) การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ ที่หมายถึงการสิ้นสุดการดำรงชีวิตของกลุ่มชนิดพันธุ์ (Species) บนโลก เกินกว่าร้อยละ 75 ของสายพันธุ์ทั้งหมดภายในช่วงระยะเวลาไม่กี่ล้านปี หายนะที่ทำลายสมดุลของการวิวัฒนาการ ไม่ว่าจะเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงของสภาวะแวดล้อมโลกหรือการคุกคามจากวัตถุอวกาศ ตลอดช่วงระยะเวลา 500 ล้านปีที่ผ่านมา มีการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่เกิดขึ้นแล้วอย่างน้อย 5 ครั้ง ดังต่อไปนี้ การสูญพันธุ์ในยุคออร์โดวิเชี่ยน-ไซลูเรียน (Ordovician-Silurian Extinction) เมื่อราว 444 ล้านปีก่อน คือ การสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตมากกว่าร้อยละ 85 ของสายพันธุ์ทั้งหมดทั่วโลก ทำให้สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ทะเลจำพวกแบรคิโอพอด (Brachiopod) โคโนดอนต์ (Conodont) ที่มีลักษณะคล้ายปลาไหลและไทรโลไบต์ (Trilobite) สูญพันธุ์ไปเป็นจำนวนมาก สาเหตุของการสูญพันธุ์ : การเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก (Continental Drift) และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงที่ทำให้เกิด […]

Sustainability

Environment

World Update: อเมริกาฯ ทุ่มสามพันล้านผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า

อเมริกาลงทุนสามพันล้านดอลลาร์ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า – หวังสกัดการเติบโตแบตฯ จากจีน – เสริมลดคาร์บอน  รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะจัดสรรงบประมาณมากกว่าสามพันล้านดอลลาร์เพื่อเป็นเงินสนับสนุนการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า โดยเงินทุนจะถูกจัดสรรโดยกระทรวงพลังงานจากงบประมาณกว่าล้านล้านดอลลาร์โดยหนึ่งในโครงการนี้จะประมวลแร่เพื่อใช้งานในแบตเตอรี่ความจุสูงและรีไซเคิลแบตเตอรี่เหล่านั้น  ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งเป้าให้ยานพาหนะที่ขายในอเมริกากว่าครึ่งหนึ่ง หรือร้อยละ 50 เป็นยานพาหนะไฟฟ้าภายในปี 2030 ซึ่งเล็งผลว่าจะเพิ่มงานผลิตในรัฐที่สำคัญต่อการเลือกตั้ง และหวังสกัดการแข่งขันของจีนในตลาดแบตเตอรรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตเร็ว ที่สำคัญที่สุดคือการลดการปล่อยคาร์บอน นอกจากนี้รัฐบาลได้มีการวางแผนเพื่อรักษาเป็นความเอกเทศด้านพลังงานและลดความกดดันทางพลังงานในระยะยาวจากรัสเซีย ซึ่งเกิดผลกระทบจากการบุกยูเครนตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การลงทุนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ภายในประเทศ สร้างงานมากขึ้น และส่งเสริมให้ผู้ผลิตในอเมริกาแข่งขันในเวทีโลกได้  เงินอีกจำนวนหนึ่งจะนำไปใช้ซื้อรถบัสไฟฟ้าและติดตั้งเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ EV อย่างไรก็ตาม เงินสนับสนุนตรงนี้ไม่ได้ครอบคลุมการพัฒนาเมืองใหม่ในประเทศเพื่อผลิตลิเธียม นิกเกิล โคบอลต์ และแร่ธาตุอื่นที่มีความต้องการสูงที่จำเป็นในการผลิตแบตเตอรี่ โดยในขณะนี้ สหรัฐอเมริกามีตลาดรถยนต์ไฟฟ้าใหญ่เป็นอันดับสามของโลก ตามหลังจีนและยุโรป โดยรถยนต์ที่จำหน่ายไปในปีที่แล้วภายในประเทศเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเพียงร้อยละ 4 เท่านั้น สืบค้นและเรียบเรียง กานต์ ศุภนภาโสตถิ์   ข้อมูลอ้างอิง https://www.reuters.com/business/autos-transportation/us-spend-more-than-3-bln-ev-battery-manufacturing-white-house-2022-05-02/ https://www.channelnewsasia.com/business/us-spend-more-us3-billion-ev-battery-manufacturing-white-house-2660901​ https://www.saurenergy.com/ev-storage/us-federal-government-to-spend-3-billion-to-boost-electric-vehicles-and-battery-production-in-usa#:~:text=The%20administration%20of%20the%20US,powered%20vehicles%20to%20electric%20vehicles. https://www.itworldcanada.com/post/u-s-to-spend-more-than-3-billion-on-ev-battery-manufacturing https://www.carandbike.com/news/u-s-to-spend-more-than-3-billion-on-ev-battery-manufacturing-report-2942788

ชม ปะการังออกไข่ ความสวยงามของท้องทะเลไทยในช่วงเวลาสั้นๆ

เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ทีมนักวิจัยก็ดำดิ่งลงไปใต้ทะเลที่มืดมิดเพื่อเฝ้ารอ ปะการังออกไข่ ปะการังออกไข่ ปรากฏการณ์ที่พบดูได้ยากซึ่งเกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้นๆไม่กี่ครั้งต่อปี เมื่อปัจจัยสภาพแวดล้อมต่างๆ เช่นอุณหภูมิ แสงจันทร์ การไหลของกระแสน้ำ เป็นใจและส่งสัญญาณแก่ปะการังให้ปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ออกมาในมวลน้ำพร้อมๆกันเพื่อผสมพันธุ์และให้กระแสน้ำพัดนำพาตัวอ่อนแพลงค์ตอนเล็กๆลอยออกไป โอกาสรอดชีวิตของแพลงก์ตอนนั้นไม่ได้มีเยอะในธรรมชาติจากสัตว์นักล่าเล็กใหญ่ที่มาเข้าร่วมงานเลี้ยงบุฟเฟ่ต์ประจำปี ก้อนเซลล์สืบพันธุ์สีชมพูขนาดจิ๋วนับไม่ถ้วนที่ผุดลอยช้าๆ ตามมวลน้ำบางส่วนจึงถูกเก็บไปใช้ในโครงการวิจัยการเพาะพันธุ์ปะการังแบบอาศัยเพศ ที่นำโดย ศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาฯ ก่อนที่จะถูกรีบนำส่งมาที่โรงเพาะปะการังบนเกาะแสมสารเพื่อทำการผสมในบ่อเพาะเลี้ยงตัวอ่อน เพื่อดูแลให้เติบโตและนำคืนสู่ท้องทะเลเพื่อฟื้นฟูแนวปะการังธรรมชาติเมื่อถึงวัย หลายคนอาจคุ้นเคยกับภาพของงานเพาะพันธุ์ปะการังด้วยการหักกิ่งที่มักออกตามสื่อต่างๆ แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือการหักกิ่งเพาะชำที่สามารถสร้างปริมาณชิ้นปะการังได้เป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีการเพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรมเนื่องจากชิ้นปะการังเหล่านี้ก็ล้วนต่างเหมือนร่างโคลนจากโคโลนี่ที่ถูกนำมาหักกิ่ง แต่การเพาะพันธุ์แบบอาศัยเพศเช่นการออกไข่นี้ จะเสริมสร้างความหลากหลายทางพันธุกรรมของปะการังได้มากกว่าซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเสริมสร้างความสามารถในการฟื้นตัว (Resilience) ของแนวปะการังในธรรมชาติจากภัยคุกคามต่างๆ การเลือกใช้แต่ละเทคนิคก็ควรถูกพิจารณาจากลักษณะพื้นที่ ภัยคุกคาม และงบประมาณ แต่จากสภาพแวดล้อมของมหาสมุทรภายใต้สภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงที่สภาวะท้องทะเลเป็นกรด การระบาดของโรคปะการัง และความถี่ของการฟอกขาวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การเสริมสร้างความหลากหลายทางพันธุกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถในการฟื้นตัวก็เป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยให้ระบบนิเวศที่สำคัญแต่เปราะบางของท้องทะเลอย่างแนวปะการังสามารถปรับตัวอยู่รอดต่อไปได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปของยุคปัจจุบัน เรื่องและภาพ ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ติดตามผลงานเพิ่มเติมของศิรชัยที่ https://www.instagram.com/shinalodon/ Curated by เอกรัตน์ ปัญญะธารา อ่านเพิ่มเติม ชมหิมะใต้ท้องทะเล เมื่อปะการังผสมพันธุ์

Cultures

World Update: อิสราเอลเดือด หลัง รมต. รัสเซียอ้างฮิตเลอร์มีเชื้อสายยิว

‘ต่ำทรามและน่ารังเกียจ’ อิสราเอลเดือด หลัง รมต. รัสเซียอ้างฮิตเลอร์มีเชื้อสายยิว จากการให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์อิตาลีของนายเซอร์เก ลาฟรอฟ (Sergei lavrov) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศรัสเซียที่เขากล่าวว่า “ฮิตเลอร์มีเชื้อสายของชาวยิว” พร้อมระบุว่า “กลุ่มที่ต่อต้านชาวยิวที่ใหญ่ที่สุดคือชาวยิวด้วยกันเอง” ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างมากต่ออิสราเอลซึ่งเป็นประเทศต้นกำเนิดของชาวยิวที่ใหญ่ที่สุดในโลก “คำพูดของรัฐมนตรีลาฟรอฟเป็นถ้อยคำที่ยกโทษให้ไม่ได้ และน่ารังเกียจเช่นเดียวกับประวัติศาสตร์ที่เลวร้าย ชาวยิวไม่ได้ฆ่ากันเองในหายนะนั้น มันเป็นสิ่งที่ต่ำทรามที่สุดของการเหยียดเชื้อชาติที่กล่าวหาว่าชาวยิวต่อต้านชาวยิวด้วยกันเอง” ยาเออร์ ลาปิด (Yair Lapid) รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอลกล่าวผ่านทางทวิตเตอร์ พร้อมเสริมต่อว่า “ชาวยูเครนไม่ใช่นาซี มีเพียงพวกนาซีเท่านั้นที่เป็นนาซี และมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่จัดการทำลายล้างชาวยิวอย่างเป็นระบบ” การกล่าวอ้างว่าฮิตเลอร์มีเชื้อสายยิวนี้ เป็นการอ้างเพื่อเชื่อมโยงถึงหนึ่งในเหตุผลที่รัสเซียใช้เพื่อบุกรุกยูเครนว่า “เพื่อกำจัดกลุ่มนาซีในยูเครน” แต่การกล่าวอ้างนี้ถูกตอบโต้อย่างรวดเร็วจากหลายฝ่าย กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลเรียกร้องให้รัสเซียมีการขอโทษอย่างเร่งด่วน “การโกหกเช่นนี้มีเพื่อตำหนิชาวยิวเองสำหรับอาชญากรรมที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ได้เกิดขึ้นกับพวกเขาเอง และทำให้ผู้กดขี่ชาวยิวตัวจริงพ้นจากความรับผิดชอบ” นายกรัฐมนตรีนาฟตาลี เบนเน็ตต์(Naftali Bennett) กล่าว และระบุว่า “การอ้างหายนะของชาวยิวเพื่อจุดประสงค์ทางการเมืองจะต้องหยุดลงทันที” ในขณะที่โฆษกรัฐบาลเยอรมนีกล่าวว่าคำอ้างนี้เป็น “โฆษณาชวนเชื่อที่ไร้สาระ” เช่นเดียวกับดานี ดายัน(Dani Dayan) ประธานอนุสรณ์สถาน Yad Vashem เพื่อระลึกถึงชาวยิว 6 ล้านคนที่เป็นเหยื่อของนาซีระบุว่าลาฟรอฟกำลังเผยแพร่ทฤษฎีสมคบคิดที่ไม่เป็นความจริง  ตามแนวคิดในหมู่นักทฤษฎีสมคบคิดได้กล่าวอ้างสิ่งที่ไม่มีการพิสูจน์และยืนยันทางประวัติศาสตร์ว่าปู่ของฮิตเลอร์ที่ไม่ปรากฎชื่อนั้นเป็นชาวยิวจากบันทึกประจำวันของฮันส์ แฟรงค์ (Hans Frank) […]

World Update: แนะนำ ‘ ที่ทำการไปรษณีย์เพนกวิน ’ แห่งขั้วโลกใต้

แนะนำ ‘ ที่ทำการไปรษณีย์เพนกวิน ’ แห่งขั้วโลกใต้ ที่ห่างไกลที่สุดในโลก ต้องทำงานไปรษณีย์ พร้อมนับเพนเกวินไปด้วย ในทวีปแอนตาร์กติกาอันห่างไกลนั้นมีที่ทำการไปรษณีย์แห่งหนึ่งเปิดทำการอยู่ ตั้งอยู่ในอ่าวที่กลายเป็นท่าเรือธรรมชาติพอร์ตล็อครอย (Port Lockroy) ซึ่งเป็นฐานทัพถาวรที่เก่าแก่ที่สุดของอังกฤษในมหาสมุทรแอนตาร์กติกา โดยมี UK Antarctic Heritage Trust (UKAHT) เป็นเจ้าของ ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1944 ที่ทำการไปรษณีย์แห่งนี้เพิ่งปิดรับสมัครเจ้าหน้าที่ประจำการจากทั่วทุกมุมโลกไป โดยหนึ่งในข้อคุณสมบัติหลักคือสามารถนับจำนวนเพนกวินได้ จนได้รับการขนานนามว่า ที่ทำการไปรษณีย์เพนกวิน แม้จะมีชื่อว่า ‘ที่ทำการไปรษณีย์’ แต่ที่แห่งนี้ยังเป็นทั้งองค์กรการกุศลและสถานที่ให้บริการนักท่องเที่ยว รวมทั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เจ้าหน้าที่ต้องทำงานหลายอย่าง ไม่ว่าจะดูแลรักษาวัตถุและโบราณสถานหลายแห่งในทวีปแอนตาร์กติกานี้ อีกทั้งยังให้เฝ้าติดตามสัตว์ในธรรมชาติเช่นนับจำนวนเพนกวิน รวมไปถึงรวบรวมข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม “การใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเป็นงานที่ค่อนข้างหนัก” คามิลลา นิโคล หัวหน้าผู้บริหารของ UKAHT กล่าว “คุณอาจต้องทำงานหนักกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน ไม่มีเวลาพักผ่อนหรือผ่อนคลายมากนัก” แม้จะมีปริมาณงานที่กองล้นแต่ ลอร์เรน อีเลียต (Lauren Elliott) หนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่ทำงานเมื่อปี 2019 บอกกับ BBC ว่าที่แห่งนี้เป็น “สถานที่มหัศจรรย์ที่สุดในโลก” เธอกล่าวว่า […]

History

ตำนาน ซอมบี้ มีที่มาที่ไป และการสร้างความกลัวให้ชาวโลกในรูปแบบใดบ้าง

จากผีดิบแห่งมนต์ดำมาจนถึงผีชีวะจากไวรัสระบาด เรื่องราวของ ซอมบี้ กำเนิดและรอดพ้นผ่านกาลเวลานับสามศตวรรษมาได้อย่างไร ตำนานที่เล่าขานถึงศพคืนชีพและปีศาจกินเนื้อผู้เต็มไปด้วยความอาฆาตต่อมนุษย์นั้นปรากฏตามเรื่องเล่าหลากหลายวัฒนธรรมมากมาย ตั้งแต่ตำนานของกูล (ghoul) ปีศาจกินเนื้อในตำนานชาวอาหรับ ตำนานดรอเกอร์ (draugr) ผีดิบพละกำลังเหนือมนุษย์ของชาวชาวนอร์ส จนไปถึงกองทัพผีดิบในตำนานการไปเยือนใต้พิภพของเทพอินันนา (Ishtar’s Descent into the Netherworld) ของชาวเมโสโปเตเมียโบราณ แต่สิ่ง(ไม่)มีชีวิตหนึ่งเดียวที่ได้พิสูจน์ตัวเองในความไร้เทียมทานที่สุดนั้นมีเพียง “ ซอมบี้ ” ที่ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนับศตวรรษตั้งแต่การกำเนิดลัทธิโวดูแล้ว พวกมันยังคงฟื้นกลับมาเพื่อครองสื่อและวรรณกรรมทุกรูปแบบได้อยู่เสมอ กำเนิด ซอมบี้ ในลัทธิโวดู ลัทธิโวดูของชาวเฮตินั้นมีจุดเริ่มในยุคของการค้าทาสข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ในปี ค.ศ. 1697 ประเทศฝรั่งเศสก่อตั้งอาณานิคม “แซ็ง-ดอแม็งก์” ทางฝั่งตะวันตกของเกาะฮิสปันโยลา (Hispaniola) ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของประเทศเฮติ ซึ่งชาวแอฟริกาฝั่งตะวันตกมากมายจากหลายชีวิตถูกนำมาที่แซ็ง-ดอแม็งก์เพื่อการใช้แรงงาน ทาสชาวแอฟริกันเหล่านั้นมีเชื้อชาติ วัฒนธรรม ถิ่นกำเนิดและความเชื่อที่แตกต่างกัน แต่ภายใต้ชะตาชีวิตอันโหดร้ายของการโดนกดขี่ ชาวแอฟริกันในแซ็ง-ดอแม็งก์หันมานับถือศาสนา “โวดู” (Vodou) เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของพวกเขาท่ามกลางความแตกต่าง ศาสนาโวดูมีพื้นฐานความเชื่อว่ามี “พระเจ้า” ผู้อยู่เหนือทุกสิ่งและในบูชาพระเจ้านั้นทำได้โดยการนับถือและบูชาเหล่า “ลวา” (Lwa) ผู้เป็นเหล่าเทพเจ้าซึ่งคอยดูแลธรรมชาติและความเป็นอยู่ของผู้คน พ่อมดในศาสนาโวดูมักใช้ความรู้ในการบูชาสักการะเทพเจ้าซึ่งตรงข้ามกับ “โบคอร์” (Bokor) หรือพ่อมดโวดูที่ใช้ความรู้และความสามารถในทางที่ผิด […]

หลุมศพราชินีใต้เงาของมหาพีระมิดกีซา ที่ไร้การแตะต้องกว่า 4,000 ปี

ไม่นานหลังการค้นพบหลุมศพของฟาโรห์ตุตันคามุน ก็มีการค้นพบร่องรอยความมหัศจรรย์ของอารยธรรมอียิปต์โบราณอีกครั้งในรูปแบบของศิลปวัตถุและเครื่องเรือนทองคำมากมายในหลุมศพของพระราชินีเฮเทเฟเรสที่ 1 ความมหัศจรรย์ของอารยธรรมอียิปต์โบราณมีชื่อเสี่ยงโด่งดั่งขึ้นทั่วยุโรปและสหรัฐอเมริกาเมื่อนักโบราณคดี เฮาเวิร์ด คาร์เทอร์ (Howard Carter) ค้นพบหลุมศพของฟาโรห์ตุตันคาเมน (Tutankhamun) ในปี ค.ศ. 1922 กระแสดังกล่าวกลายเป็นแรงบันดาลใจอันล้นหลามสำหรับเหล่านักโบราณคดีในการค้นหาหลุมฟังศพที่ยังคงซ่อนอยู่ภายใต้ที่ราบสูงกีซา (Giza plateau) ที่เหล่านักสำรวจต่างพยายามเร่งการค้นหาของทีมตนเองพร้อมจับตาดูความคืบหน้าของทีมคู่แข่งอื่นๆ ที่ราบสูงกีซา (Giza plateau) เป็นที่ตั้งของกลุ่ม พีระมิดกีซา ซึ่งมีพีระมิดคูฟูที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงสหัสวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล เป็นพีระมิดที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุด ในปี ค.ศ. 1902  กาสตัน มาสเพอโร (Gaston Maspero) นักอียิปต์วิทยาชาวฝรั่งเศส ผู้นำกลุ่มนักวิชาการนานาชาติกลุ่มหนึ่ง ต้องการปกป้องกลุ่มพีระมิดจากความเสื่อมสภาพและการถูกขโมยโบราณวัตถุ มาสเพอโรจึงแบ่งพื้นที่ของที่ราบสูงกีซาให้แก่ทีมนักโบราณคดีที่มีศักยภาพในการขุดค้นที่สุด หนึ่งในทีมที่ได้สิทธิในการขุดค้นคือทีมของ จอร์จ ไรส์เนอร์ (George Reisner) ไรส์เนอร์เป็นนักอียิปต์วิทยาซึ่งมีชื่อเสียงในวงการจากการสำรวจภูมิภาคของอาณาจักรนูเบีย ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ทางตอนใต้ของอียิปต์และซูดาน วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1925 ขณะที่โมฮัมเมดานิ อิบราฮิม (Mohammedani Ibrahim) ช่างภาพของไรส์เนอร์กำลังถ่ายภาพอยู่ในบริเวณของพีระมิดคูฟู เขาสังเกตเห็นว่าขากล้องของเขาตั้งอยู่บนพื้นปูนขาวซึ่งอาจเป็นเพดานของสิ่งก่อสร้างที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน […]