ฉลามดุทะเลเดือด - National Geographic Thailand

ฉลามดุทะเลเดือด

ฉลามดุทะเลเดือด

ทางใต้สุดของเกาะปะการังวงแหวนหรืออะทอลล์ฟาการาวา ในแถบเฟรนช์โปลินีเซีย  ช่องแคบหนึ่งตัดผ่านแนวพืดหินปะการังแห่งนี้   ทุกปีในเดือนมิถุนายน ปลากะรัง (Epinephelus polyphekadion) หลายพันตัวจะมารวมตัวกันในช่องแคบดังกล่าว  ซึ่งมีพื้นที่พอๆกับสนามฟุตบอลสองสามสนามต่อกัน เพื่อให้กำเนิดปลารุ่นต่อไป  กระแสน้ำเชี่ยวกรากไหลหลากเข้ามาทุกๆหกชั่วโมง  เติมเต็มและพาน้ำออกจากแอ่งแคบๆนั้น   ปลากะรังตัวอ้วนพีขนาดราว 50 เซนติเมตร  ไม่ได้เป็นปลาพวกเดียวที่มาที่นี่  เพราะยังมีฉลามสีเทาอีกหลายร้อยตัวที่มาเยือนเพื่อสะกดรอยพวกมัน  ปลากะรังเพศเมียส่วนใหญ่จะอยู่ที่นี่เพียงสองถึงสามวันเพื่อวางไข่  เหมือนกับปลาที่อาศัยอยู่ตามแนวปะการังชนิดอื่นๆ แต่ปลากะรังเพศผู้ที่มักใช้ชีวิตตามลำพังเกือบทั้งปี  จะมาแออัดกันในน่านน้ำอันตรายแห่งนี้นานหลายสัปดาห์  จนกว่าทั้งหมดจะได้ผสมพันธุ์พร้อมกันในที่สุด  โดยปล่อยกลุ่มไข่และสเปิร์มออกมาในน้ำ  คนท้องถิ่นบอกเราว่า ฤกษ์ดีของพวกมันคือช่วงคืนจันทร์เพ็ญ

ฉลามดุ
ในบริเวณนี้ กระแสน้ำจากมหาสมุทรแปซิฟิก (ทางซ้าย ไกลออกไป) จะไหลเข้าผ่านช่องแคบที่กว้าง 100 เมตรเข้าสู่ ลากูนหรือแอ่งน้ำแคบๆ ซึ่งมีเกาะปะการังวงแหวนหรืออะทอลล์ล้อมรอบไว้

ทีมงานของผมใช้เวลาสี่ปีที่ผ่านมาบันทึกและทำความเข้าใจพฤติกรรมอันน่าทึ่งและแสนพิศวงนี้  เราดำน้ำกันทั้งวันทั้งคืนตลอดระยะเวลา 21 สัปดาห์  นับรวมได้ทั้งหมด 3,000 ชั่วโมงของการดำน้ำในช่องแคบลึก 35 เมตรแห่งนี้  ในช่วงปีแรกหรือปี 2014  โยฮาน มูริเยร์ และอองโตแนง กิลแบร์  นับจำนวนปลาที่ถูกต้องได้เป็นครั้งแรก นั่นคือช่องแคบแห่งนี้มีปลากะรังทั้งหมด 17,000 ตัว และฉลามสีเทา 700 ตัว (ปลาเหล่านี้อยู่ในเขตรักษาพันธุ์ชีวมณฑล)

พลบค่ำของคืนแรก  ผมมองดูครัสเตเชียนและมอลลัสก์โผล่ขึ้นจากบริเวณน้ำลึกของแนวปะการัง  ก่อนจะหลบลี้หนีหายไปเมื่อเห็นแสงวาบจากไฟฉายของผม  ผมมองดูฝูงปลากะรังเปลี่ยนสีตัวให้เข้มขึ้นและถอยเข้าไปหลบนอนในซอกหิน  จากนั้นก็เห็นฝูงฉลามเริ่มมีชีวิตชีวา ราวกับว่ารอคอยวินาทีนี้อยู่  พวกมันจะว่ายน้ำเอื่อยๆในตอนกลางวันเพราะปลากะรังที่ตื่นอยู่ว่ายน้ำเร็วเกินจะไล่จับได้ทัน  แต่ในยามราตรีเช่นนี้ ฉลามจะรวมฝูงกันที่ก้นทะเลพร้อมกันหลายร้อยตัวจนท้องน้ำสั่นสะเทือน  และผมก็ตระหนักในตอนนั้นเองว่า ประเมินความเร็วของพวกมันต่ำเกินไป อาการกระสับกระส่ายของฉลามทำให้ผมเริ่มวิตก  เพราะผมต้องอยู่ที่ระดับความลึกนี้กับพวกมัน

ฉลามดุ
ปลากะรังเพศผู้สองตัวเผชิญหน้ากันซึ่งเป็นภาพที่เห็นจนชินตาในฤดูผสมพันธุ์

หลายปีหลังจากนั้น ผมถึงได้หายกลัว และมีความตื่นเต้นเข้ามาแทนที่  เป็นความปีติที่จะได้เรียนรู้  ได้เสี่ยงภัย โดยไม่ต้องอาศัยกรงหรือชุดดำน้ำทำจากโลหะถัก  หรือกระทั่งไม้กันฉลามในการดำน้ำเข้าสู่ดงฉลามฝูงใหญ่ เพราะสิ่งหนึ่งที่เราค้นพบที่ฟาการาวาคือ พวกมันออกล่ากันเป็นฝูง คล้ายหมาป่า เพียงแต่ทำงานร่วมกันน้อยกว่า

ฉลามตัวเดียวจะอืดอาดเกินกว่าจะจับปลากะรังง่วงซึมได้สักตัว  แต่เมื่อรวมกัน ฝูงฉลามมีโอกาสต้อนปลากะรังออกจากที่หลบซ่อนและตีวงล้อมได้ ก่อนจะเข้าไปรุมทึ้ง  ฉากการเข้าโจมตีที่เราเห็นมากับตานี้ดูบ้าคลั่ง โชคดีที่ยานิก จองตีล ใช้กล้องแบบพิเศษซึ่งสามารถจับภาพได้พันภาพต่อวินาที  ช่วยให้เราย้อนมาดูภาพฉลามในแบบสโลว์โมชันและชื่นชมความมีประสิทธิภาพและความแม่นยำของพวกมันได้

ฉลามมองเราเป็นตัวเกะกะ ไม่ใช่เป้าหมาย เมื่อเราดำน้ำในตอนกลางคืน พวกมันมักจะเข้ามาเมียงมองดูเราเพราะการเคลื่อนไหวเพียงแค่กระดิกตัวหรือแสงไฟแวบหนึ่งก็สามารถดึงดูดพวกมันได้แล้ว  บางครั้งพวกมันจะว่ายเข้ามาชนเราอย่างจังจนทำให้เกิดรอยฟกช้ำดำเขียว

ฉลามดุ
ในช่วงกลางวัน ฉลามจะว่ายน้ำเอื่อยๆ ต้านกระแสน้ำที่พัดพาเข้าสู่ช่องแคบ พอตกกลางคืน พวกมันจะออกล่าเหยื่อ ตอนที่เหล่าปลากะรังพักผ่อนตามก้นทะเลและจับได้ง่ายกว่า

บรรดาฉลามสีเทาสวาปามปลากะรังหลายร้อยหรืออาจหลายพันตัวในช่วงเวลาหลายสัปดาห์ที่พวกปลากะรังมารวมตัวกันที่แนวปะการังฟาราคาวา และทำให้อีกหลายตัวบาดเจ็บ  เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากดำน้ำตลอดทั้งคืน เมื่อฝูงปลากะรังเริ่มตื่นนอนอีกครั้ง ผมถ่ายภาพตัวที่รอดชีวิตไว้ได้  พวกมันมีแผลฉกรรจ์ บางตัวครีบขาด แผ่นปิดเหงือกขาดรุ่งริ่ง แต่ถึงแม้จะอยู่ในสภาพน่าอเนจอนาถเช่นนั้น พวกมันก็คงยังมุ่งมั่น  ปลาเพศผู้ท้าทายกันครั้งแล้วครั้งเล่าให้มาเผชิญหน้าในการต่อสู้เพื่อชิงความเป็นใหญ่ ภายใต้อำนาจของสัญชาตญาณการสืบพันธุ์

ในที่สุด การสำรวจครั้งล่าสุดเมื่อปีกลายก็ทำให้เราได้เห็นเป้าหมายสูงสุดของพวกมัน  ในวันแห่งการวางไข่ ระบบนิเวศทั้งหมดจะเปลี่ยนแปลง  ท้องน้ำมีปลากล้วยแถบที่หน้าตาคล้ายปลาซาร์ดีนที่รับรู้ถึงความผิดปกติอยู่เต็มไปหมด  ปลากะรังเพศเมียที่ท้องเป่งไปด้วยไข่ เปลี่ยนสีพรางกายนิ่งอยู่ใกล้หรือติดก้นทะเล  ส่วนปลากะรังเพศผู้ตัวสีเทาอ่อนจะเฝ้ามองจากด้านบน พวกมันว่ายลงสู่ก้นทะเลเป็นพักๆ เพื่อโฉบผ่านหน้าเพศเมียและเข้าไปบดเบียด ก่อนจะกัดท้องอีกฝ่ายเพื่อกระตุ้นให้ปล่อยไข่ออกมา

จากนั้นความโกลาหลก็บังเกิด รอบตัวพวกเรา ปลากะรังราวสิบตัวทะยานตัวขึ้นสู่ผิวน้ำเหมือนพลุไฟ  แต่ละกลุ่มมีปลาตัวผู้หลายตัวไล่ตามปลาตัวเมียเพียงตัวเดียว  หมู่ปลาฉลามพุ่งเข้าหาพวกมัน แต่ส่วนใหญ่มักจะคว้าน้ำเหลวเพราะปลากะรังว่องไวเกินไป  การผสมพันธุ์แต่ละครั้งใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวินาทีซึ่งเราแทบจะมองไม่เห็นหรือแทบจะไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้น  ปลากล้วยแถบเข้ามาบังภาพที่เห็น  เพราะพวกมันรี่เข้าไปกินไข่ปลากะรังและน้ำเชื้อทันทีที่ถูกปล่อยออกมา  เซลล์ที่เหลือจะถูกกระแสน้ำแรงกวนเข้าด้วยกันระหว่างพัดพาออกสู่ทะเล

เรื่องและภาพถ่าย โลรอง บาเลสตา

ฉลามดุ
ในยามค่ำคืน ฉลามสีเทาจะออกมาล่าเหยื่อด้วยกันเป็นฝูงในช่องแคบของเกาะปะการังวงแหวนฟาการาวาในกลุ่มเกาะตูอาโมตู ทีมงานของโลรอง บาเลสตา ซึ่งดำน้ำแบบไร้กรงและอาวุธ นับจำนวนฉลามได้ 700 ตัว
ฉลามดุ
ปลากะรังบางตัวรอดตายมาได้ อย่างเจ้าตัวนี้ที่รอดพ้นจากการโจมตีของฉลามมาพร้อมแผลเหวอะหวะขนาดใหญ่ข้างลำตัว ทีมงานของบาเลสตาพบเจอปลาเดนตายเช่นนี้หลายตัวที่ฟาการาวา
ฉลามดุ
ฉลามสีเทาเข้าไปเขมือบปลายูนิคอร์นจมูกสั้นตัวหนึ่ง ปลากะรังมักตัวใหญ่เกินกว่าจะกลืนกินทั้งตัวได้ แต่ฉลามฆ่า พวกมันเป็นจำนวนหลายร้อยตัวที่ฟาการาวา ถึงกระนั้น อะทอลล์แห่งนี้ก็ยังเป็นแหล่งวางไข่ที่เหมาะสม เพราะกระแสน้ำจะพัดพาไข่ที่มีลูกๆของพวกมันออกจากช่องแคบ และกระจายไปทั่วท้องทะเล

 

อ่านเพิ่มเติม

ชมหิมะใต้ท้องทะเล เมื่อปะการังผสมพันธุ์

เรื่องแนะนำ

ช่วงวัยที่ลูกสุนัขน่ารักที่สุด

ลูกสุนัขมีช่วงวัยที่เรียกได้ว่า "น่ารักที่สุด" อยู่ระหว่างอายุ 6 - 8 สัปดาห์ งานวิจัยชิ้นนี้บ่งชี้ว่าสุนัขวิวัฒนาการขึ้นมาเพื่ออยู่เคียงข้างมนุษย์อย่างแท้จริง

ไขความลับ เหตุใดสุนัขจึงแสนดีกับมนุษย์จัง

งานวิจัยเผย สุนัขของเรามีการเปลี่ยนแปลงในยีนที่ทำให้มันเข้าสังคมกับมนุษย์ได้เก่งกว่าสุนัขป่า สำหรับ มาร์ลา สุนัขพันธุ์อิงลิชชีปด็อกวัย 11 เดือน ที่มี บริดเจ็ตต์ วอน โฮลด์ท เป็นเจ้าของ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอพบในโลกต่างเป็นเพื่อนของมัน “มันเข้าสังคมเก่งมากๆ ฉันมีจีโนไทป์ (รูปแบบพันธุกรรม) ของมันด้วยล่ะค่ะ” วอน โฮลด์ท กล่าว ความสนใจเรื่องนี้ของ วอน โฮลด์ท ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความอยากรู้อยากเห็นทั่วไป เธอผู้เป็นนักชีววิทยาพัฒนาการ และเพื่อนร่วมงานของเธอในมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันได้ใช้เวลา 3 ปี ศึกษาสิ่งที่ซ่อนอยู่ในกลไกพันธุกรรมซึ่งมีผลต่อพฤติกรรมทางสังคมในสุนัขบ้านและสุนัขป่า ผลการศึกษาพันธุกรรมพบว่าสุนัขบ้านสามารถเข้าสังคมกับมนุษย์ได้ดีกว่าสุนัขป่าที่ถูกเลี้ยงในสภาพแวดล้อมเดียวกัน และสุนัขบ้านสามารถให้ความสนใจและทำตามคำสั่งของมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ วอน โฮลด์ท ที่มีพื้นความรู้ในด้านพัฒนาการทางพันธุกรรม สงสัยถึงเหตุผลที่อาจเป็นไปได้ในความแตกต่างทางพันธุกรรมเหล่านี้ งานศึกษาในวารสาร Science Advance ได้ให้เบาะแสที่น่าสนใจ ว่าสัตว์ที่เข้าสังคมเก่งมากอย่างมาร์ลาประกอบด้วยยีนที่มีลักษณะต่างกัน 2 ประเภทชื่อว่า GTF2I และ GIF2IRD1 ถ้ามีการลบยีนชนิดนี้ในมนุษย์จะส่งให้เกิดโรคกลุ่มอาการวิลเลียม (Williams syndrome) ที่ผู้ป่วยจะมีใบหน้าคล้ายภูติเอลฟ์ จมูกแบน พฤติกรรมร่าเริงผิดปกติ เข้ากับคนแปลกหน้าง่าย พัฒนาการล่าช้า และมีแนวโน้มที่มีความรักกับทุกคน วอน […]

สุนัขป่าอาร์กติก : โดดเดี่ยวกลางแดนหนาว

"ผมอยากจะคิดถึงสุนัขป่าแบบเดียวกับที่คิดถึงสุนัขบ้าน นั่นคือใสซื่อและเป็นมิตร  ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพวกมันช่างเหมือนกันเมื่อดูจากภายนอก อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะการคิดเช่นนี้ทำให้ผมคลายกังวลเมื่ออยู่ต่อหน้าสิ่งมีชีวิตที่เล่าขานเป็นตำนานมาเนิ่นนานว่าเป็นนักฆ่าอำมหิต" นี่คือสิ่งที่นักเขียนบรรยายความรู้สึกขณะใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางฝูงสุนัขป่าอาร์กติกที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม

ฉลามไวเปอร์ผู้มาพร้อมกับขากรรไกรน่าสยอง

ฉลามไวเปอร์ ผู้มาพร้อมกับขากรรไกรน่าสยอง ฉลามไวเปอร์ ถูกพบเจอครั้งแรกเมื่อปี 1986 และล่าสุด 32 ปีต่อมา พวกมันถูกพบเจอเข้าอีกครั้งด้วยความบังเอิญ ฉลามไวเปอร์ หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Trigonognathus kabeyai เป็นฉลามสายพันธุ์ขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในใต้ทะเลลึก ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเรือที่กำลังสำรวจทางทะเลโดยองค์กรท้องถิ่นในไต้หวันสามารถจับพวกมันได้ 5 ตัว ที่นอกชายฝั่ง นักวิจัยกล่าวว่า พวกเขาสามารถระบุฉลามสายพันธุ์นี้ได้จากลักษณะพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์ของมัน ได้แก่ขนาดความยาว ขากรรไกรที่แคบ และฟันที่คมเหมือนเข็ม ข้อมูลที่มีเกี่ยวกับสัตว์สายพันธุ์นี้มีเพียงน้อยนิด ผลการศึกษาในปี 2003 จากการตรวจสอบตัวอย่างจำนวน 39 ชิ้นนักวิทยาศาสตร์พบว่า นอกเหนือจากฟันที่แหลมคมแล้ว พวกมันยังสามารถยื่นขากรรไกรออกไปได้ด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการล่าเหยื่อมากขึ้น และจากการศึกษากระเพาะของพวกมัน พวกเขาพบว่ามันกลืนเหยื่อทั้งตัว บนร่างกายของแลามไวเปอร์ยังมีเซลล์ขนาดเล็กที่เรียกว่า photophores ที่ช่วยสะท้อนแสง เพื่อให้มันสามารถล่าเหยื่อหรือจับคู่ผสมพันธุ์ได้ ภายในความมืดของใต้ทะเลลึก และด้วยความที่มันอาศัยอยู่นระดับมากกว่าพันฟุต ซึ่งถือว่าลึกมาก จึงทำให้เรื่องราวและวิถีชีวิตของพวกมันยังคงเป็นปริศนา ทั้งนี้ถิ่นอาศัยของฉลามไวเปอร์นั้นพบได้ตั้งแต่ในทะเลญี่ปุ่นไปจนถึงไต้หวัน และในฮาวาย สำหรับฉลามไวเปอร์ที่ถูกพบเป็นครั้งแรกนั้นมีความยาวประมาณ 10 – 12 นิ้ว แต่เชื่อกันว่าเมื่อโตเต็มที่พวกมันน่าจะมีความยาวมากกว่า 18 นิ้ว สำหรับฉลามไวเปอร์ 5 ตัวที่ถูกจับขึ้นมาได้นั้น […]