สัตว์เหล่านี้มีดวงตาโต๊โต! - National Geographic Thailand

สัตว์เหล่านี้มีดวงตาโต๊โต!

สัตว์เหล่านี้มีดวงตาโต๊โต!

เมื่อ Dwayne LaGrou ส่งคำถามเข้ามาใน Weird Animal ว่าสัตว์ชนิดใดที่มีดวงตาใหญ่โตที่สุดเมื่อเทียบกับขนาดตัวของมัน แน่นอนว่าคำตอบคงไม่ใช่เจ้าสุนัขที่ถลึงตาโตยามได้เห็นอาหารอยู่ตรงหน้าเป็นแน่

และเนื่องจากว่าสัตว์แต่ละชนิดนั้นมีโครงสร้างและองค์ประกอบต่างกัน การจะจัดอันดับนั้น Sönke Johnsen นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยดุ๊กกล่าวว่าไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างไรก็ดีเหล่านี้คือรายชื่อของสัตว์ชนิดต่างๆ ที่มีขนาดของดวงตาใหญ่โตเมื่อเทียบกับร่างกายของมัน ส่วนใครจะใหญ่ที่สุดนั้นคุณคงต้องลองจัดอันดับดูเอาเอง

ตาโต๊โตในมหาสมุทร

น่าทึ่งที่ดวงตาโตๆ กลับเป็นของสัตว์ขนาดเล็กจิ๋วจำพวก แอมฟิพอด และมันคือแอมฟิพอดในกลุ่ม Hyperid ซึ่งในจำนวนนี้ได้แก่ Cystisoma ครัสเตเชียน (สัตว์จำพวกกุ้ง ปู) โปร่งแสงชนิดหนึ่งจากใต้ทะเลลึกที่มีดวงตาขนาดใหญ่หันไปด้านหน้า โดยดวงตาของมันนั้นมีขนาดใหญ่ถึง 1 ใน 3 ของความยาวลำตัวขนาด 7 นิ้ว (ประมาณ 18 เซนติเมตร) รายงานจาก Johnsen

ดวงตาสัตว์
รูปร่างหน้าตาของ Cystisoma ครัสเตเชียนโปร่งแสงจากใต้ทะเลลึก
ภาพถ่ายโดย K.J. Osborn

Paraphromina คือแอมฟิพอดอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีดวงตาอันแปลกประหลาด ด้วยรูปร่างของดวงตาที่เหมือนไฟหน้ารถยาวๆ ขนาดของดวงตามันนั้นคิดเป็นสัดส่วน 45% ของร่างกาย ซึ่งเล็กจิ๋วเพียงแค่ 0.3 – 0.7 นิ้ว (ประมาณ 1 – 2 เซนติเมตร) เท่านั้น

ดวงตาสัตว์
Paraphromina ดวงตาของมันคิดเป็นสัดส่วน 45% ของร่างกาย
ภาพถ่ายโดย K.J. Osborn
ดวงตาสัตว์
ออสตราคอดไจแอนท์อาศัยอยู่ที่ความลึก 2,000 เมตรในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ภาพถ่ายโดย David Shale

ร่างกายโปร่งแสงของสัตว์เหล่านี้ช่วยให้พวกมันรอดสายตาจากบรรดานักล่ามากมาย รวมไปถึงดวงตาขนาดใหญ่ซึ่งช่วยให้มันสามารถสังเกตอันตรายรอบตัวได้ และยังมีเจ้าสัตว์จิ๋วที่มีความยาวเพียง 2.6 เซนติเมตร มันคือออสตราคอดสายพันธุ์ไจแอนท์ ซึ่งเราสามารถมองเห็นเรตินาและดวงตาทรงกลมของมันได้อย่างชัดเจน

หมึกแวมไพร์เองก็มีสัดส่วนของดวงตาที่ใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัว หมึกทะเลน้ำลึกนี้เมื่อโตเต็มที่จะมีความยาวราว 30 เซนติเมตร ส่วนดวงตาของมันนั้นจะมีขนาดความกว้างราว 2.6 เซนติเมตร ซึ่งดวงตาโตๆ นี้มีส่วนช่วยได้มากในการเอาตัวรอดที่ระดับความลึก 2,500 เมตรใต้มหาสมุทร

ดวงตาสัตว์
ภาพของหมึกแวมไพร์ โดนเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

 

ตาโต๊โตบนบก

Michael F. Land ผู้เขียนหนังสือ Animal Eyes พาเราไปสำรวจยังโลกของแมลงและแมงเพิ่มเติม ตัวอย่างเช่นแมงมุมหน้ายักษ์ (ogre-faced spider) มันมีดวงตาทั้งหมด 8 ดวง แต่ดวงตาสองข้างที่อยู่ด้านหน้าของมันนั้นมีขนาดใหญ่ที่สุด เพื่อช่วยให้มันสามารถจับเหยื่อในเวลากลางคืนได้

ส่วนในโลกของแมลงอย่าลืมบรรดาแมลงปอทั้งหลาย พวกมันมีดวงตาขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยเลนส์มากถึง 30,000 เลนส์ต่อดวงตาแต่ละข้าง ซึ่งช่วยให้มันมองเห็นภาพแทบจะทุกมุมรอบตัวเลยทีเดียว

ดวงตาสัตว์
แมงมุมหน้ายักษ์ในออสเตรเลีย
ภาพถ่ายโดย Kazuo Unno

และสุดท้ายคือเจ้าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมน่ารักที่ออกหากินในเวลากลางคืน ทาร์เซียร์ จากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พวกมันเป็นไพรเมตขนาดเล็กที่มีดวงตาใหญ่มาก ขนาดตัวของมันอยู่ที่ราว 10 เซนติเมตรเท่านั้น แต่ตาของมันกว้างถึง 16 มิลลิเมตร

“ตาใหญ่กว่าสมองมันอีกครับ” Rafe Brown นักวิทยาสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกจากมหาวิทยาลัยแคนซัสกล่าวและต่างจากมนุษย์ ทาร์เซียร์เหล่านี้สามารถหันหัวไปรอบๆ ได้ถึง 180 องศาเลยทีเดียว เพื่อมองว่าข้างหลังมันมีอะไร…

เรื่อง Liz Langley

อ่านเพิ่มเติม

ปลาถ้ำตาบอดอาจเป็นกุญแจใหม่ในการรักษาเบาหวาน

เรื่องแนะนำ

สุนัข ‘ร้องไห้’ เมื่อพบกับเจ้าของคนโปรดอีกครั้ง

สุนัข ‘ร้องไห้’ เมื่อพบกับเจ้าของคนโปรดอีกครั้ง  เป็นพฤติกรรมที่ยังไม่พบในสัตว์อื่น แสดงให้เห็นว่าสุนัขมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับมนุษย์ งานวิจัยใหม่จากญี่ปุ่นเผยว่าสุนัขมีอาการหลั่งน้ำตาเมื่อพวกมันพบกับมนุษย์คนโปรดหรือเจ้าของที่พวกเขาชื่นชอบอีกครั้งหลังไม่ได้พบกันทั้งวัน เป็นพฤติกรรมที่ยังไม่พบในสัตว์อื่นซึ่งแสดงให้เห็นว่าสุนัขมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับมนุษย์ อีกทั้งยังพัฒนาพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มนุษย์สนใจและดูแลพวกเขาดียิ่งขึ้นกว่าเดิม “ไม่เหมือนสัตว์อื่น ๆ สุนัขมีวิวัฒนาการหรือได้รับการเลี้ยงดูผ่านการสื่อสารกับมนุษย์ จึงมีความสามารถในการใช้การสบตาเพื่อใช้สื่อสารกับมนุษย์ในระดับสูงขึ้น” งานวิจัยระบุ “ด้วยกระบวนการนี้ น้ำตาของพวกมันอาจมีบทบาทในการกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมปกป้องหรืออุปถัมภ์เลี้ยงดูจากมนุษย์ ส่งผลให้เกิดความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกันและกัน นำไปสู่ความผูกพันธ์ระหว่างสองสายพันธ์”  ศาสตราจารย์ทาเคฟุมิ คิคุซุย (Takefumi Kikusui) ร่วมกับทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยอาซาบุและมหาวิทยาลัยการแพทย์จิชิ ได้ศึกษาสุนัขจำนวน 22 ตัวด้วยการตรวจวัดปริมาณน้ำตาในดวงตาโดยวางแถบกระดาษพิเศษในเปลือกตาด้านล่างและวัดความชื้นที่เกิดขึ้นว่ากระจายไปมากเท่าไหร่ในกระดาษแถบนั้น ซึ่งวัด 2 ครั้งคือเมื่อเจ้าของอยู่บ้านและวัดอีกครั้งเมื่อเจ้าของกลับมาบ้านโดยมีระยะเวลาห่างกัน 5-7 ชั่วโมง พวกเขาพบว่าปริมาณน้ำตาเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเจ้าของกลับมา และการ ‘ร้องไห้’ นี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการระคายเคืองซึ่งตรวจสอบด้วยการให้ ‘อ็อกซิโทซิน (Oxytocin)’ กับดวงตาซึ่งเกิดการหลั่งน้ำตา เมื่ออ้างอิงกับการศึกษาก่อนหน้าที่ระบุว่าปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสุนัขทำให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนความรักนี้ออกมา พวกเขาจึงสรุปว่าการหลั่งน้ำตาของสนุัขในงานวิจัยนี้เกิดจากอารมณ์เชิงบวก “เราพบว่าสุนัขหลั่งน้ำตานี้เกี่ยวข้องกับอารมณ์เชิงบวก” ศาสตราจารย์คิคุซุยกล่าว “นี่เป็นรายงานฉบับแรกที่แสดงให้เห็นว่าอารมณ์เชิงบวกกระตุ้นการหลั่งน้ำตาในสัตว์ที่ไม่ใช่มนุษย์และอ็อกซิโทซินทำหน้าที่ในการหลั่งน้ำตา เราไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าสัตว์เหล่านี้หลั่งน้ำตาในสถาการณ์ที่น่ายินดีเช่น การได้กลับมาพบกับเจ้าของของพวกเขา” อย่างไรก็ตามสุนัขในการทดลองไม่มีอาการ ‘ร้องไห้’ เมื่อพบกับมนุษย์ที่คุ้นเคยอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของ นอกจากนี้พวกเขายังทำการศึกษาต่อว่าการหลั่งน้ำตานี้มีผลต่อมนุษย์อย่างไรด้วยการแสดงภาพถ่ายใบหน้าของสุนัขที่มีน้ำตาและไม่มีน้ำตาให้กับอาสาสมัคร 74 คน และขอให้คะแนนว่าพวกเขาต้องการหลีกเลี่ยงหรือเลี้ยงดูสุนัขตัวดังกล่าว ผลลัพธ์ที่ได้นั้นระบุว่ามนุษย์มีความต้องการดูแลสุนัขที่มีน้ำตาเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ซึ่งบ่งชี้ว่าพฤติกรรมนี้กระตุ้นอารมณ์ที่อ่อนไหวและเพิ่มความปราถนาที่จะปกป้องสุนัขมากขึ้น “สุนัขได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ […]

ปะการังทำงานร่วมกันเพื่อกินแมงกะพรุน

ปะการังทำงานร่วมกันเพื่อกินแมงกะพรุน นับเป็นครั้งแรกที่การทำงานร่วมกันเพื่อหาอาหารของปะการังถูกบันทึกเอาไว้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนฝั่งตะวันตก กลุ่มปะการังสีส้มที่อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นโคโลนี ทว่าพวกมันเคลื่อนไหวสอดประสานกันราวกับเป็นอวัยวะเดียวเพื่อจับแมงกะพรุนที่บังเอิญลอยเข้ามาใกล้ ปกติแล้วปะการังเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่รวมกันเป็นโคโลนี ในแต่ละตัวจะเรียกว่า “โพลิป” ส่วนบนสุดของโพลิปแต่ละตัวจะมีหนวดอยู่รอบๆ ปาก ส่วนภายในโพลิปจะมีกระเพาะสำหรับย่อยอนุภาคอาหารที่ดักจับโดยใช้หนวด การเชื่อมติดกันของโพลิปทั้งหมดในโคโลนีปะการังนั้นเกิดจากการขยายเนื้อเยื่อของมัน ดังนั้นระบบประสาทและการย่อยอาหารของโพลิปแต่ละอันจึงเชื่อมโยงถึงกันด้วย และนี่คือที่มาของการทำงานร่วมกันในปะการัง จากคลิปวิดีโอจะเห็นว่าเมื่อพวกมันทำงานร่วมกันเช่นนี้เจ้าแมงกะพรุนจึงไม่มีทางหนีรอดไปได้ และในเวลาต่อมาส่วนรยางค์ของแมงกะพรุนที่ถูกจับอยู่ก็จะเริ่มถูกย่อยสลายโดยปะการังตัวนั้นๆ ไป   อ่านเพิ่มเติม ชมหิมะใต้ท้องทะเล เมื่อปะการังผสมพันธุ์

ค้นพบกบจิ๋วสายพันธุ์ใหม่ล่าสุดแห่งมาดากัสการ์

ค้นพบกบขนาดเล็กสายพันธุ์ใหม่ล่าสุดจำนวน 3 สายพันธุ์ในประเทศมาดากัสการ์ ซึ่งขนาดสมองของพวกมันนั้นเทียบได้กับขนาดหัวเข็มหมุด

ความรักของสัตว์เหล่านี้จะทำให้วาเลนไทน์ของคุณจืดไปเลย

ความรักของสัตว์เหล่านี้จะทำให้วาเลนไทน์ของคุณจืดไปเลย ทุกวันสำคัญมาพร้อมกับความคาดหวัง เราอยากเห็นพลุสวยๆ ในวันที่ 4 กรกฎาคม (วันชาติสหรัฐอเมริกา) อยากกินไก่งวงในวันขอบคุณพระเจ้า และเช่นกันเรื่องราวความรักอันแสนโรแมนติกคือสิ่งที่ใครหลายคนโหยหาเมื่อถึงวันวาเลนไทน์ สัตว์เหล่านี้พร้อมแบ่งปันเรื่องราวให้คุณแล้ว เอาเป็นว่าหากคุณผู้อ่านยังไม่มีแผนเซอร์ไพรส์ หรือไม่รู้จะซื้อของขวัญอะไร ลองดูตัวอย่างในโลกของสรรพสัตว์ดูก็ได้ คุณอาจได้ไอเดียดีๆ ไปต่อยอด หรือไม่ก็เรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่ของสัตว์เหล่านี้อาจทำให้แผนที่คุณวางไว้ดูจืดสนิทไปเลยก็เป็นได้   ของขวัญสุดล้ำค่า : มอท Ornate เจ้าผีเสื้อกลางคืนสายพันธุ์นี้ที่มีถิ่นอาศัยในสหรัฐอเมริกาและทวีปอเมริกาใต้รู้ดีว่าของขวัญอะไรที่จะทำให้สาวๆ ประทับใจ มอท Ornate ตัวผู้จะมอบของขวัญสุดล้ำค่าที่ในโลกของแมลงแล้วเทียบเท่ากับการขอแต่งงานเลยทีเดียว เจ้าของขวัญที่ว่านี้คือ สารแอลคาลอยด์ สารอินทรีย์ที่ได้มาจากดอกไม้ โดยสารที่ว่านี้จะถูกส่งต่อไปยังตัวเมียในระหว่างการผสมพันธุ์ และถูกส่งต่อไปยังไข่ในที่สุด ข้อมูลจาก Andrei Sourakov จากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาในฟลอริดา สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเจ้าของขวัญชิ้นนี้อุดมไปด้วยสารอาหารมากมายสำหรับการวางไข่ ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับมอธตัวเมีย ฟังดูไม่เลวใช่ไหมที่ได้ดินเนอร์มื้อสุดหรูในเดทแรก   ลีลาการเต้นที่เร่าร้อน : ไก่ป่า Greater Sage Grouse ในโลกแห่งความรักของสัตว์มีสัตว์หลายชนิดที่มีลีลาการเต้นโดนใจ แต่ตำแหน่งนี้ต้องยกให้กับไก่ป่า Greater Sage Grouse สัตว์ปีกในวงศ์ไก่ฟ้าและนกกระทาตัวนี้ ในเพศผู้จะมีขนอันฟูฟ่องอยู่ที่หน้าอกเป็นเอกลักษณ์ เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์การแข่งขันก็เริ่มต้นขึ้น บรรดาตัวผู้ไม่อายที่จะเต้นรำไปมา นอกเหนือจากลีลาการขยับขาอันเร่าร้อนแล้ว พวกมันยังสูดลมเข้าไปในปอดซึ่งช่วยให้หน้าอกของมันยกขึ้นยกลงเป็นการดึงดูดตัวเมีย […]