ฉลามวาฬ ยักษ์ใหญ่ผู้ใกล้สูญพันธุ์ - National Geographic Thailand

ฉลามวาฬ ยักษ์ใหญ่ผู้ใกล้สูญพันธุ์

ฉลามวาฬ ยักษ์ใหญ่ผู้ใกล้สูญพันธุ์

เหตุการณ์ฉลามวาฬขนาดยักษ์ถูกจับขึ้นเรือประมงที่ภูเก็ต ทำให้เกิดความไม่พอใจอย่างกว้างขวางในหมู่นักดำน้ำและแวดวงการอนุรักษ์ทะเล เพราะเป็นการกระทำผิดกฎหมายอย่างอุกอาจ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นภาพสะท้อนสำคัญที่ไม่ได้เกิดแค่กับ ฉลามวาฬ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงสัตว์ทะเลที่ใกล้สูญพันธุ์ของโลกหลายชนิด จากการประมงที่ไม่รับผิดชอบ การท่องเที่ยว หรือการบริโภคที่ไม่ยั่งยืน รวมไปถึงการขาดข้อมูลสำคัญหลายด้านในการวางแผนการอนุรักษ์

ฉลามวาฬ (Rhincodon typusเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก จัดเป็นปลากระดูกอ่อนในวงศ์ Elasmobranch โตเต็มที่มีขนาดใหญ่กว่า 10 เมตร ฉลามวาฬตัวใหญ่ที่สุดที่เคยมีการบันทึกมีความยาวถึง 20 เมตร หนักถึง 42 ตันจากไต้หวัน  แม้จะเป็นสมาชิกปลาฉลามและมีฟันซี่เล็กๆ เท่าหัวไม้ขีดกว่า 3,000 ซี่ แต่ฉลามวาฬหากินด้วยการกรองแพลงก์ตอน และสัตว์ทะเลตัวเล็กๆ เป็นอาหาร ด้วยการอ้าปากกรองน้ำทะเลราวๆ 5,000 ลิตรต่อชั่วโมงผ่านซี่กรอง (gill raker)

ฉลามวาฬ
กลุ่มนักประดาน้ำว่ายน้ำเพื่อตามถ่ายภาพฉลามวาฬวัยเด็กขนาดราว 3 เมตรที่ว่ายผ่านคลื่นที่ซัดสาดใส่ผาหินของเกาะบอน จุดดำน้ำสำคัญของพื้นที่อันดามันเหนือ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา จากสถิติในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการพบเห็นฉลามวาฬบ่อยครั้งขึ้นมากในทั้งสองฟากของน่านน้ำไทยซึ่งก่อให้เกิดการเติบโตอย่างเห็นได้ชัดของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพื่อชมฉลามวาฬในหลายพื้นที่

ฉลามวาฬแต่ละตัวมีลวดลายเฉพาะเหมือนลายนิ้วมือของคน เราจึงสามารถจำแนกฉลามวาฬแต่ละตัวได้ด้วยภาพถ่ายลายจุดด้านข้างลำตัว ฐานข้อมูลฉลามวาฬทั่วโลกรวบรวมข้อมูลจากนักวิจัยและนักท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันมีฉลามวาฬที่สามารถจำแนกได้แล้วกว่า 9,100 ตัว ฉลามวาฬเป็นปลาที่อายุยืนมาก นักวิจัยประเมินว่ามีอายุเฉลี่ยราว 80 ปี โดยตัวผู้ต้องใช้เวลาราว 17 ปีจึงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ในขณะที่ตัวเมียอยู่ที่ 19-22ปี

เราสามารถพบฉลามวาฬได้ในทะเลเขตร้อนทั่วโลก โดยพบในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกประมาณร้อยละ 75 อีกร้อยละ 25 พบในมหาสมุทรแอตแลนติก การประเมินข้อมูลในช่วง 75 ปีที่ผ่านมา (สามชั่วอายุ) พบว่าฉลามวาฬมีแนวโน้มลดจำนวนลงระหว่างร้อยละ  40 ถึง 92 แตกต่างกันไปตามพื้นที่  ในเอเชีย-แปซิฟิกฉลามวาฬมีแนวโน้มลดลงเฉลี่ยถึงร้อยละ 63 ทำให้ฉลามวาฬถูกยกระดับจากสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ (Vulnerable) เป็นใกล้สูญพันธุ์ (Endangered) ตามการประเมินล่าสุด (2016) ของบัญชีแดงสัตว์ที่ถูกคุกคามในระดับโลก (IUCN Red List of Threatened Species​)

(ปลาโรนันเองก็มีสถานะน่าเป็นห่วงไม่ต่างจากฉลามวาฬ)

หูฉลาม
หูฉลามถูกหยิบจากตู้แช่เย็นเพื่อนำมาปรุงอาหารที่ร้านหูฉลามแห่งหนึ่งย่านเยาวราช อุตสาหกรรมหูฉลามเป็นภัยคุกคามที่น่ากังวลต่อประชากรของฉลามหลากชนิด แม้ว่าครีบของฉลามวาฬมักไม่ถูกนำมาใช้ปรุงอาหาร แต่มักพบเห็นจัดแสดงอยู่บ่อยครั้งในตู้โชว์หน้าร้านและมีราคาค้าขายสูงลิ่ว

ฉลามวาฬจัดเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์และได้รับการคุ้มครองทั้งโดยกฎหมายภายในประเทศ ได้แก่ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และพระราชกำหนดการประมงที่กำหนดให้ฉลามวาฬเป็น “สัตว์ห้ามจับหรือนำขึ้นเรือ มีโทษปรับสามแสนถึงสามล้านบาท และกฎหมายระหว่างประเทศ คือ CITES หรืออนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์

กระนั้น ฉลามวาฬยังถูกคุกคามรอบด้าน เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมามีการพบครีบฉลามวาฬวางขายอย่างเปิดเผยในร้านอาหารหูฉลามในกรุงเทพฯ ถึงสองครั้ง ครั้งหนึ่งที่เยาวราชกับอีกครั้งที่ศูนย์การค้าพาราไดซ์ที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมและยึดของกลางไว้ได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นตัวบ่งชี้ว่ายังคงมีการค้าขายชิ้นส่วนอวัยวะของฉลามวาฬอย่างผิดกฎหมาย และอาจมีเครือข่ายโยงใยในระดับนานาชาติ การค้าหูฉลามที่ยังเป็นที่นิยมของคนบางกลุ่มเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความต้องการใช้ประโยชน์ฉลามวาฬ

ในภาพรวมภัยคุกคามที่สำคัญที่สุดของฉลามวาฬคือการประมง เพราะยังคงมีการจับฉลามวาฬในบางภูมิภาคโดยเฉพาะทางตอนใต้ของจีน ถึงแม้ฉลามวาฬอาจไม่ใช่ชนิดเป้าหมายแต่เมื่อถูกจับได้ก็มักจะไม่ปล่อยและนำมาแปรรูปจำหน่ายต่อไป ก่อนหน้านี้ประมงพาณิชย์ในอินเดีย ฟิลิปปินส์ และไต้หวันมีการจับฉลามวาฬปีละหลายร้อยตัว แต่ลดลงไปมากหลังมีกฎหมายภายในประเทศคุ้มครอง ในประเทศไทยเองมีงานศึกษาคาดว่าความชุกชุมของฉลามวาฬที่ลดลงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเป็นผลมาจากกิจการประมงพาณิชย์ ทั้งที่โดยตั้งใจและการติดเครื่องมือประมงโดยไม่ตั้งใจ

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีการปฏิรูปกิจการประมงภายในประเทศขนานใหญ่  ทำให้ปริมาณเรือประมงพาณิชย์ในทะเลไทยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสอดรับกับการพบเห็นฉลามวาฬ​ได้บ่อยครั้งมากขึ้นทั้งทางฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน แต่ข้อควรระวังที่ต้องติดตามคือการเพิ่มจำนวนของเรือท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวที่อยากเข้าไปสัมผัสกับฉลามวาฬในระยะใกล้ เพราะต้องไม่ลืมว่าเกิดเหตุฉลามวาฬ ถูกเรือชนเป็นประจำ

ฉลามวาฬ
สัตว์น้ำหลากชนิดที่ติดมากับอวนในเรืออวนลากขนาดเล็กที่จอดเทียบท่าในสะพานปลาของจังหวัดภูเก็ต ด้วยลักษณะการจับที่ไม่เลือกชนิดของวิธีการทำประมงแบบนี้ ทำให้สิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้เป็นเป้าหมายการจับติดมากับอวนเป็นจำนวนมาก ซึ่งมักมีปริมาณมากกว่าเป้าหมายการจับเสียอีก

ภัยที่มองไม่เห็นอีกอย่างของฉลามวาฬคือปริมาณไมโครพลาสติกในทะเลที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสารพิษที่สะสมอยู่ในไมโครพลาสติกส่งผลกระทบต่อกระบวนการทางชีวภาพ และส่งผลเสียต่อชีววิทยาการสืบพันธุ์​ของกลุ่มสัตว์ที่ขยายพันธุ์ได้ช้า และมีอัตราการตกลูกต่ำอยู่แล้วอย่างฉลามวาฬ

หากอยากให้ฉลามวาฬอยู่คู่ทะเลไทย สิ่งจำเป็นที่ต้องเกิดขึ้นคือมาตรการอนุรักษ์ในระยะยาวที่ตอบโจทย์สำคัญทั้งเรื่องของข้อมูลการจัดการเครื่องมือประมงที่มีความเสี่ยงสูงต่อสัตว์ทะเลหายากอย่างอวนลาก การท่องเที่ยวทางทะเลที่ขาดความรับผิดชอบ และการแก้ปัญหาขยะทะเลด้วยการลดการสร้างขยะพลาสติกจากพวกเราทุกคน

เรื่อง เพชร มโนปวิตร

ภาพถ่าย ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย

                                                                                                               

เพชร มโนปวิตร เป็นรองหัวหน้ากลุ่มประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN)

ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย เป็นนักวิจัยฉลามและนักอนุรักษ์ที่ใช้ภาพถ่ายเป็นภาษาบอกเล่าเรื่องราวแก่สาธารณชนผ่านสื่อช่องทางต่างๆ

 

อ่านเพิ่มเติม

บันทึกภาคสนามนักอนุรักษ์: “ฉลาม” นักล่าผู้ตกเป็นเหยื่อ

เรื่องแนะนำ

ความรู้ประจำวัน: ฮัมมิงเบิร์ดคือนกหิวบ่อยที่สุดในโลก

ความรู้ประจำวัน: ฮัมมิงเบิร์ดคือนกหิวบ่อยที่สุดในโลก ถ้าคุณเผาผลาญพลังงานในแบบเดียวกันกับนกฮัมมิงเบิร์ด คุณต้องกินแฮมเบอร์เกอร์อย่างน้อย 300 ชิ้นต่อวันเพื่อให้เพียงพอต่อร่างกาย! นกจิ๋วเหล่านี้เผาผลาญพลังงานเร็ว เนื่องมาจากการกระพือปีกอันรวดเร็วชนิดสายฟ้าแลบของพวกมัน โดยเฉลี่ยใน 1 วินาที ฮัมมิงเบิร์ดจะกระพือปีกราว 50 – 80 ครั้ง และใน 1 นาที หัวใจของมันเต้นเป็นจังหวะมากถึง 1,200 ครั้งเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย (ในมนุษย์หัวใจเราเต้นสูงสุดแค่เพียง 200 ครั้งต่อนาทีเท่านั้น) นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมนกฮัมมิงเบิร์ดจึงบินหาน้ำหวานทั้งวัน เรียกได้ว่าในหนึ่งวันของมันนั้นจะหมดไปกับการกินอย่างเดียวจริงๆ   อ่านเพิ่มเติม ภาพนกฮัมมิงเบิร์ดที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

ฉลามครีบดำว่ายน้ำระยะทางไกลเพื่อจับคู่

ฉลามครีบดำ ว่ายน้ำระยะทางไกลเพื่อจับคู่ ทุกๆ ปี ฝูงฉลามครีบดำจำนวนหลายหมื่นตัวจะอพยพครั้งใหญ่จากน่านน้ำในฟลอริดาไปยังน่านน้ำในนอร์ทแคโลไรนา เพื่อจับคู่ผสมพันธุ์ โดยมีประจักษ์พยานสำคัญคือ Stephen Kajiura นักชีววิทยาทางทะเล จากมหาวิทยาลัยฟลอริดา แอตแลนติก ผู้เฝ้าสังเกตเหตุการณ์นี้มานานกว่า 15 ปี ตัวเขาและทีมนักวิจัยติดตามการอพยพของพวกมันด้วยการเก็บข้อมูลจำนวนประชากร สถานที่ปลายทางของการอพยพ และข้อมูลอื่นๆ ด้วยถ่ายทางอากาศ Kajiura สามารถตามรอยการเดินทางของพวกมันได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งจากในวิดีโอที่คุณผู้อ่านจะได้ชมนี้ คือกลุ่มของฉลามครีบดำกลุ่มหนึ่งจำนวน 15,000 ตัว ตลอดระยะเวลาหลายปีของการวิจัย Kajiura พบว่าจำนวนของฉลามเหล่านี้ลดลงถึง 1 ใน 3 อันเนื่องมาจากอุณหภูมิของน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตในทะเลกว่า 99% โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับปลา พวกมันเป็นสัตว์ที่มีความอ่อนไหวต่ออุณหภูมิของน้ำมาก ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้สร้างความกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปีจะยิ่งลดจำนวนของฉลามเหล่านี้ลง   อ่านเพิ่มเติม ฟอสซิลฟันเมกาโลดอนถูกขโมย

ปลาหน้าตาประหลาดชนิดนี้สามารถกลั้นหายใจได้นานถึง 4 นาที!

ปลาโลงศพ (Coffinfish) ใช้เหงือกอันพองโตของมันในการเติมน้ำทะเลให้กับร่างกาย นับเป็นการค้นพบครั้งแรกในสัตว์ประเภทปลา ด้วยชื่อที่แปลกประหลาดอย่าง ‘ปลาโลงศพ’ จึงไม่น่าแปลกใจที่ ปลาทะเล หน้าตาประหลาดชนิดนี้จะมีวิวัฒนาการเพื่อให้เจริญเติบโตได้ในบริเวณก้นทะเลอันมืดมิด นักวิทยาศาสตร์ทราบอยู่ก่อนแล้วว่า สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลที่บางครั้งเรียกว่า คางคกทะเล เหล่านี้ มีครีบพิเศษที่ใช้ในการ “เดิน” บนพื้นทะเล แต่ปัจจุบัน งานวิจัยชิ้นใหม่ค้นพบการปรับตัวอีกอย่างหนึ่งของปลาโลงศพ กล่าวคือ ช่องเหงือกที่พองตัวได้ทำให้ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นด้วยน้ำทะเล ทำให้พวกมันสามารถกักเก็บออกซิเจนได้มากขึ้นและยังสามารถกลั้นหายใจได้นานถึงสี่นาที พฤติกรรมที่ว่านี้ซึ่งพบเป็นครั้งแรกในปลา อาจเป็นวิธีช่วยกักเก็บพลังงานในสภาพแวดล้อมที่อาหารหายาก การศึกษาการปรับตัวของสัตว์ทะเลลึกเหล่านี้ ช่วยให้นักชีววิทยาได้เรียนรู้วิธีการอันหลากหลายที่สิ่งมีชีวิตวิวัฒน์ขึ้นเพื่ออาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมสุดขั้ว ทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์พบปลาโลงศพมากกว่า 20 ชนิด ซึ่งจริง ๆ แล้วจัดอยู่ในประเภทของปลาตกเบ็ด (anglerfish) ที่ความลึกสูงสุดประมาณ 2,500 เมตร โดยพวกมันวิวัฒน์จนกลายเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นทะเลเต็มตัวโดยแทบไม่ว่ายน้ำเลย (เชิญรับชมวิดีโอ การหายใจของปลาโลงศพใต้น้ำ) ชีวิตสโลไลฟ์ใต้น้ำ  ในการศึกษาเรื่องนี้ นักวิจัยใช้วิธีชำแหละและทำซีทีแสกนตัวอย่างของปลาโลงศพที่พิพิธภัณฑ์สัตววิทยาเปรียบเทียบ ในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด นอกจากนี้พวกเขายังได้ศึกษาฟุตเทจบันทึกภาพพฤติกรรมของปลาโลงศพหลายชนิดที่ได้จากโดรนใต้น้ำของสำนักงานบริหารมหาสมุทรและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือโนอา ผลการวิจัยที่เพิ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Fish Biology พบว่า ช่องเหงือกของคางคกทะเลที่สามารถพองตัวได้นั้นช่วยเพิ่มปริมาตรร่างกายของพวกมันถึงร้อยละ 30 หากเปรียบเทียบกับมนุษย์ก็คือปอดที่ขยายใหญ่จนเต็มหน้าท้องนั่นเอง ทีมวิจัยรู้สึกประหลาดใจที่พบว่า ปลาชนิดนี้สามารถกลั้นหายใจได้ […]