ฉลามวาฬ ยักษ์ใหญ่ผู้ใกล้สูญพันธุ์ - National Geographic Thailand

ฉลามวาฬ ยักษ์ใหญ่ผู้ใกล้สูญพันธุ์

ฉลามวาฬ ยักษ์ใหญ่ผู้ใกล้สูญพันธุ์

เหตุการณ์ฉลามวาฬขนาดยักษ์ถูกจับขึ้นเรือประมงที่ภูเก็ต ทำให้เกิดความไม่พอใจอย่างกว้างขวางในหมู่นักดำน้ำและแวดวงการอนุรักษ์ทะเล เพราะเป็นการกระทำผิดกฎหมายอย่างอุกอาจ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นภาพสะท้อนสำคัญที่ไม่ได้เกิดแค่กับ ฉลามวาฬ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงสัตว์ทะเลที่ใกล้สูญพันธุ์ของโลกหลายชนิด จากการประมงที่ไม่รับผิดชอบ การท่องเที่ยว หรือการบริโภคที่ไม่ยั่งยืน รวมไปถึงการขาดข้อมูลสำคัญหลายด้านในการวางแผนการอนุรักษ์

ฉลามวาฬ (Rhincodon typusเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก จัดเป็นปลากระดูกอ่อนในวงศ์ Elasmobranch โตเต็มที่มีขนาดใหญ่กว่า 10 เมตร ฉลามวาฬตัวใหญ่ที่สุดที่เคยมีการบันทึกมีความยาวถึง 20 เมตร หนักถึง 42 ตันจากไต้หวัน  แม้จะเป็นสมาชิกปลาฉลามและมีฟันซี่เล็กๆ เท่าหัวไม้ขีดกว่า 3,000 ซี่ แต่ฉลามวาฬหากินด้วยการกรองแพลงก์ตอน และสัตว์ทะเลตัวเล็กๆ เป็นอาหาร ด้วยการอ้าปากกรองน้ำทะเลราวๆ 5,000 ลิตรต่อชั่วโมงผ่านซี่กรอง (gill raker)

ฉลามวาฬ
กลุ่มนักประดาน้ำว่ายน้ำเพื่อตามถ่ายภาพฉลามวาฬวัยเด็กขนาดราว 3 เมตรที่ว่ายผ่านคลื่นที่ซัดสาดใส่ผาหินของเกาะบอน จุดดำน้ำสำคัญของพื้นที่อันดามันเหนือ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา จากสถิติในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการพบเห็นฉลามวาฬบ่อยครั้งขึ้นมากในทั้งสองฟากของน่านน้ำไทยซึ่งก่อให้เกิดการเติบโตอย่างเห็นได้ชัดของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพื่อชมฉลามวาฬในหลายพื้นที่

ฉลามวาฬแต่ละตัวมีลวดลายเฉพาะเหมือนลายนิ้วมือของคน เราจึงสามารถจำแนกฉลามวาฬแต่ละตัวได้ด้วยภาพถ่ายลายจุดด้านข้างลำตัว ฐานข้อมูลฉลามวาฬทั่วโลกรวบรวมข้อมูลจากนักวิจัยและนักท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันมีฉลามวาฬที่สามารถจำแนกได้แล้วกว่า 9,100 ตัว ฉลามวาฬเป็นปลาที่อายุยืนมาก นักวิจัยประเมินว่ามีอายุเฉลี่ยราว 80 ปี โดยตัวผู้ต้องใช้เวลาราว 17 ปีจึงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ในขณะที่ตัวเมียอยู่ที่ 19-22ปี

เราสามารถพบฉลามวาฬได้ในทะเลเขตร้อนทั่วโลก โดยพบในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกประมาณร้อยละ 75 อีกร้อยละ 25 พบในมหาสมุทรแอตแลนติก การประเมินข้อมูลในช่วง 75 ปีที่ผ่านมา (สามชั่วอายุ) พบว่าฉลามวาฬมีแนวโน้มลดจำนวนลงระหว่างร้อยละ  40 ถึง 92 แตกต่างกันไปตามพื้นที่  ในเอเชีย-แปซิฟิกฉลามวาฬมีแนวโน้มลดลงเฉลี่ยถึงร้อยละ 63 ทำให้ฉลามวาฬถูกยกระดับจากสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ (Vulnerable) เป็นใกล้สูญพันธุ์ (Endangered) ตามการประเมินล่าสุด (2016) ของบัญชีแดงสัตว์ที่ถูกคุกคามในระดับโลก (IUCN Red List of Threatened Species​)

(ปลาโรนันเองก็มีสถานะน่าเป็นห่วงไม่ต่างจากฉลามวาฬ)

หูฉลาม
หูฉลามถูกหยิบจากตู้แช่เย็นเพื่อนำมาปรุงอาหารที่ร้านหูฉลามแห่งหนึ่งย่านเยาวราช อุตสาหกรรมหูฉลามเป็นภัยคุกคามที่น่ากังวลต่อประชากรของฉลามหลากชนิด แม้ว่าครีบของฉลามวาฬมักไม่ถูกนำมาใช้ปรุงอาหาร แต่มักพบเห็นจัดแสดงอยู่บ่อยครั้งในตู้โชว์หน้าร้านและมีราคาค้าขายสูงลิ่ว

ฉลามวาฬจัดเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์และได้รับการคุ้มครองทั้งโดยกฎหมายภายในประเทศ ได้แก่ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และพระราชกำหนดการประมงที่กำหนดให้ฉลามวาฬเป็น “สัตว์ห้ามจับหรือนำขึ้นเรือ มีโทษปรับสามแสนถึงสามล้านบาท และกฎหมายระหว่างประเทศ คือ CITES หรืออนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์

กระนั้น ฉลามวาฬยังถูกคุกคามรอบด้าน เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมามีการพบครีบฉลามวาฬวางขายอย่างเปิดเผยในร้านอาหารหูฉลามในกรุงเทพฯ ถึงสองครั้ง ครั้งหนึ่งที่เยาวราชกับอีกครั้งที่ศูนย์การค้าพาราไดซ์ที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมและยึดของกลางไว้ได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นตัวบ่งชี้ว่ายังคงมีการค้าขายชิ้นส่วนอวัยวะของฉลามวาฬอย่างผิดกฎหมาย และอาจมีเครือข่ายโยงใยในระดับนานาชาติ การค้าหูฉลามที่ยังเป็นที่นิยมของคนบางกลุ่มเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความต้องการใช้ประโยชน์ฉลามวาฬ

ในภาพรวมภัยคุกคามที่สำคัญที่สุดของฉลามวาฬคือการประมง เพราะยังคงมีการจับฉลามวาฬในบางภูมิภาคโดยเฉพาะทางตอนใต้ของจีน ถึงแม้ฉลามวาฬอาจไม่ใช่ชนิดเป้าหมายแต่เมื่อถูกจับได้ก็มักจะไม่ปล่อยและนำมาแปรรูปจำหน่ายต่อไป ก่อนหน้านี้ประมงพาณิชย์ในอินเดีย ฟิลิปปินส์ และไต้หวันมีการจับฉลามวาฬปีละหลายร้อยตัว แต่ลดลงไปมากหลังมีกฎหมายภายในประเทศคุ้มครอง ในประเทศไทยเองมีงานศึกษาคาดว่าความชุกชุมของฉลามวาฬที่ลดลงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเป็นผลมาจากกิจการประมงพาณิชย์ ทั้งที่โดยตั้งใจและการติดเครื่องมือประมงโดยไม่ตั้งใจ

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีการปฏิรูปกิจการประมงภายในประเทศขนานใหญ่  ทำให้ปริมาณเรือประมงพาณิชย์ในทะเลไทยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสอดรับกับการพบเห็นฉลามวาฬ​ได้บ่อยครั้งมากขึ้นทั้งทางฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน แต่ข้อควรระวังที่ต้องติดตามคือการเพิ่มจำนวนของเรือท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวที่อยากเข้าไปสัมผัสกับฉลามวาฬในระยะใกล้ เพราะต้องไม่ลืมว่าเกิดเหตุฉลามวาฬ ถูกเรือชนเป็นประจำ

ฉลามวาฬ
สัตว์น้ำหลากชนิดที่ติดมากับอวนในเรืออวนลากขนาดเล็กที่จอดเทียบท่าในสะพานปลาของจังหวัดภูเก็ต ด้วยลักษณะการจับที่ไม่เลือกชนิดของวิธีการทำประมงแบบนี้ ทำให้สิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้เป็นเป้าหมายการจับติดมากับอวนเป็นจำนวนมาก ซึ่งมักมีปริมาณมากกว่าเป้าหมายการจับเสียอีก

ภัยที่มองไม่เห็นอีกอย่างของฉลามวาฬคือปริมาณไมโครพลาสติกในทะเลที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสารพิษที่สะสมอยู่ในไมโครพลาสติกส่งผลกระทบต่อกระบวนการทางชีวภาพ และส่งผลเสียต่อชีววิทยาการสืบพันธุ์​ของกลุ่มสัตว์ที่ขยายพันธุ์ได้ช้า และมีอัตราการตกลูกต่ำอยู่แล้วอย่างฉลามวาฬ

หากอยากให้ฉลามวาฬอยู่คู่ทะเลไทย สิ่งจำเป็นที่ต้องเกิดขึ้นคือมาตรการอนุรักษ์ในระยะยาวที่ตอบโจทย์สำคัญทั้งเรื่องของข้อมูลการจัดการเครื่องมือประมงที่มีความเสี่ยงสูงต่อสัตว์ทะเลหายากอย่างอวนลาก การท่องเที่ยวทางทะเลที่ขาดความรับผิดชอบ และการแก้ปัญหาขยะทะเลด้วยการลดการสร้างขยะพลาสติกจากพวกเราทุกคน

เรื่อง เพชร มโนปวิตร

ภาพถ่าย ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย

                                                                                                               

เพชร มโนปวิตร เป็นรองหัวหน้ากลุ่มประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN)

ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย เป็นนักวิจัยฉลามและนักอนุรักษ์ที่ใช้ภาพถ่ายเป็นภาษาบอกเล่าเรื่องราวแก่สาธารณชนผ่านสื่อช่องทางต่างๆ

 

อ่านเพิ่มเติม

บันทึกภาคสนามนักอนุรักษ์: “ฉลาม” นักล่าผู้ตกเป็นเหยื่อ

เรื่องแนะนำ

นอร์เวย์สร้าง “โรงแรมสำหรับนกคิตติเวก” ที่ถูกคุกคามจากสภาพอากาศและมนุษย์

นอร์เวย์สร้าง “โรงแรมสำหรับนกคิตติเวก” ที่ถูกคุกคามจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงและมนุษย์ หวังเป็นการประณีประณอมระหว่างนกและมนุษย์ เมืองทรุมเซอ (Tromsø) ประเทศนอร์เวย์ มีนักท่องเที่ยวกว่า 2.3 คนต่อปีที่มาเพื่อไล่ตามแสงเหนือและธารน้ำแข็งอันกว้างใหญ่ก่อนที่จะหลายไป แต่ปัจจุบันไม่ใช่แค่มนุษย์ที่มาเยี่ยมชมเมืองแห่งนี้ นกคิตติเวกขาดำ (Black-legged Kittiwake) หนึ่งในสมาชิกตระกูลนกนางนวลที่เดินทางมากที่สุดเป็นผู้ที่กำลังเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอนของสปีชีส์ “มีบางอย่างเกิดขึ้นที่หน้าผานก ทำให้พวกมันเลี้ยงลูกอย่างยากลำบาก” โทน คริสติน เรเอร์ทเซน (Tone Kristin Reiertsen) นักนิเวศวิทยานกทะเลของสถาบันวิจัยนอร์เวย์เพื่อธรรมชาติ (Norwegain Institute for Nature Research) กล่าว เขาอธิบายว่าปกติแล้วนกชนิดนี้จะทำรังอยู่ในหน้าผาเหนือมหาสมุทรและไม่ค่อยเข้ามาในแผ่นดิน แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นกคิตติเวกได้สร้างรังตามบ้านเรือนต่าง ๆ ซึ่งสร้างผลกระทบด้านเสียงและความวุ่นวายให้แก่ชาวเมือง  เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ การตกปลาที่มากเกินไป การสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัย มหาสมุทรที่ร้อนขึ้น พายุที่เพิ่มขึ้น และผลกระทบอื่น ๆ ของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อมของนกทะเลโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบอาร์กติก ทำให้นกทะเลที่เคยมีอยู่หลายแสนตัวตั้งแต่ทางตอนเหนือของสหราชอาณาจักร หมู่เกาะแฟโร กรีนแลนด์ ไอซ์แลนด์ และนอร์เวย์ ลดลงกว่าร้อยละ 70 ในช่วง 70 ปีที่ผ่านมา “มีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับนกคิตติเวกในยุโรป” มาร์ค […]

ชมความน่ารัก ‘ภาระดร’ ลูกโลมาอิรวดีกำพร้าแม่ ฝากเลี้ยงหวังยื้อชีวิต

กลิ่นนมผงผสมกับกลิ่นฝนมรสุมเป็นสิ่งที่เตะจมูกเมื่อผมมาถึงศูนย์วิจัย ฯ อ่าวไทยฝั่งตะวันออกที่จังหวัดระยอง ภายในเต็นท์สีดำใต้เมฆครึ้มผมเห็นเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกำลังง่วนทำงานอยู่ในบ่อพักฟื้นซึ่งเป็นที่อยู่ของ “ภาระดร” ลูกโลมาอิรวดีกำพร้าแม่ที่มาเกยตื้นและถูกช่วยเหลือมาเลี้ยงดูที่ศูนย์วิจัยเมื่อช่วงวันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม ผมไม่ได้ถามว่าชื่อของเจ้าโลมานี้มีที่มาจากไหน แต่คงไม่ได้แปลว่า “ภาระ” ที่เจ้าหน้าที่กำลังต้องพบเจอหรอก (มั้ง) ครับ ในช่วงแรกที่นำเจ้าภาระดรเข้ามา มันไม่สามารถทรงตัวหรือว่ายน้ำเองได้เลย และมีบาดแผลบนตัว แต่หลังจากที่ทีมเจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์สัตว์น้ำได้ผลัดเวรกันเฝ้าดูแลตลอด 24 ชั่วโมงเป็นเวลาร่วมกว่าอาทิตย์ เจ้าโลมาน้อยก็มีสุขภาพดีขึ้นจนสามารถว่ายน้ำไปมาได้เอง จนแทบจะว่าได้ว่าคึกคักจนเกินไป เพราะว่ายน้ำซนแทบไม่หยุดจนเจ้าหน้าที่ต้องคอยดูไม่ให้ว่ายน้ำไปชนขอบบ่อจนเป็นแผล อีกทั้งยังเจริญอาหารมากโดยที่จะมาคอยดูดนิ้วพี่เลี้ยงในเวลาที่หิวนมอยู่บ่อยๆ กินเล่นนอนแทบไม่ต่างอะไรกับเด็กวัยกำลังซน แต่เนื่องจากลูกโลมาที่ยังไม่หย่านมนั้นแทบไม่มีโอกาสรอดชีวิตได้โดยปราศจากแม่ของมันในธรรมชาติทางเจ้าหน้าที่จึงต้องคอยเลี้ยงดูภาระดรให้เติบโตแข็งแรงต่อไปอีกหลายเดือนก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับอนาคตของมัน ในปัจจุบัน โลมาอิรวดีเป็นสัตว์คุ้มครองตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าและเพิ่งได้รับการเห็นชอบจากการเสนอให้เข้าเป็นสัตว์สงวนโดยคณะกรรมการทะเลแห่งชาติเมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา แต่สถานการณ์ในธรรมชาติของโลมาชนิดนี้ยังน่าเป็นห่วงมากเนื่องจากพวกมันมีแหล่งอาศัยอยู่ตามพื้นที่ที่มักได้รับผลกระทบจากมนุษย์เช่นน่านน้ำใกล้ชายฝั่ง แหล่งน้ำกร่อย และแม่น้ำบางสายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น ภัยคุกคามหลักของพวกมันคือการติดเครื่องมือประมงอย่างเช่นที่เพิ่งคร่าชีวิตโลมาอิรวดีตัวสุดท้ายในแม่น้ำโขงของลาวไปเมื่อต้นปีนี้ หรือที่อาจทำให้ฝูงโลมาอิรวดี 14 ตัวสุดท้ายในทะเลสาบสงขลาหายสาบสูญไปตลอดกาลได้ในอนาคต เมื่อคำนึงถึงภัยอื่นๆ ที่ทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของพวกมันเช่นมลพิษ การสร้างเขื่อนในแม่น้ำ หรือแหล่งน้ำที่แห้งเหือดด้วยสภาวะโลกรวนด้วยแล้ว โลมาชนิดนี้จึงถูกจัดสถานภาพว่าเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ Endangered โดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ในค่ำคืนที่ฝนตกเช่นคืนนี้ เหล่าสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรทางทะเลก็ยังคงทำงานกันอย่างหนักอยู่ในบ่อเลี้ยงเพื่อกล่อมภาระดรให้นอนหลับสบาย ซึ่งผมก็หวังอยู่ลึกๆ ว่าสักวันหนึ่งภาระดรจะเติบโตอย่างแข็งแรงและมีโอกาสได้คืนกลับสู่ฝูงธรรมชาติ และในขณะเดียวกันก็อยากเห็นว่าญาติ 14 ตัวของภาระดรในทะเลสาบสงขลาจะยังสามารถอยู่รอดต่อไปได้ด้วยการยกระดับการตรวจตราและจัดการพื้นที่ประกอบกับความร่วมมือจากชุมชน อย่างน้อยก็ในช่วงชีวิตของพวกเรา หากคุณสนใจเรื่องราวของ […]

สำรวจโลก : ทำไมหมีดำตัวนี้ถึงมีขนสีขาว

เรื่อง แพทริเซีย เอดมันด์ส เป็นเวลาหลายพันปีมาแล้วที่ชาวคีตาซูบนชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของแคนาดารู้จักหมีชนิดนี้และตำนานของมัน ตามที่เล่าขาน กาเรเวนผู้สร้างสรรพสิ่งได้เปลี่ยน โลกจากหินที่เย็นจนเป็นนํ้าแข็งให้กลายเป็นสวนเขียวชอุ่ม แต่เพื่อเตือนใจถึงสมัยนํ้าแข็ง กาเรเวนจึงทำให้หมีดำหนึ่งตัวในทุกๆ สิบตัวเป็นสีขาว ชื่ออย่างเป็นทางการของมันคือหมีเคอร์โมดี (Kermode bear) แต่คนท้องถิ่นเรียกว่าหมีศักดิ์สิทธิ์ จากสกุลและชนิดพันธุ์ มันคือหมีดำ แต่ถ้าทั้งพ่อและแม่ (ไม่ว่าจะสีอะไรก็ตาม) มีการกลายพันธุ์ในยีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตสารสี ลูกของพวกมันจะมีขนสีขาว เพื่อยืนยันเรื่องนี้นักวิจัยเก็บตัวอย่างขนหมีแล้วนำมาวิเคราะห์ดีเอ็นเอ จากหมี 220 ตัว มี 22 ตัวที่ได้รับยีนขนสีขาวมาจากทั้งพ่อและแม่ และหมีทั้ง 22 ตัวนั้นมีสีขาว ฤดูผสมพันธุ์ของพวกมันอยู่ในช่วงเดือน พฤษภาคมถึงกรกฎาคม เช่นเดียวกับหมีทุกชนิด เอ็มบริโอที่ได้รับการผสมแล้วจะเลื่อนเวลาการฝังตัวในผนังมดลูกของหมีเพศเมียออกไป ถ้าหมีเพศเมียไม่แข็งแรงพอที่จะตั้งท้อง เอ็มบริโอจะไม่ฝังตัวและ มันจะไม่ตกลูกในปีนั้น แต่ถ้ามันมีสุขภาพดีและแข็งแรง เอ็มบริโอจะฝังตัวในฤดูใบไม้ร่วง และลูกหมีครอกละหนึ่งถึงห้าตัวจะลืมตามาดูโลกในฤดูหนาวปีนั้น   อ่านเพิ่มเติม : สำรวจโลก : สัตว์ก็มีหัวใจ, สำรวจโลก : เพราะน้ำคือชีวิต

ฉลาม นักล่าแห่งท้องทะเลไทย ที่กำลังสิ้นลายเพราะมนุษย์

ฉลาม – เมื่อนักล่าสิ้นลาย [ เผชิญหน้า ] สัมผัสจากนํ้าเย็นเยียบบนใบหน้าในเวลาเช้ามืด ปลุกผมให้หายง่วงงุนเป็นปลิดทิ้ง ผมว่ายนํ้าออกไปจากชายฝั่งอ่าวเทียนออก ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่านแนวซากปะการังผุพังจนมาถึงกลางอ่าว และเริ่มเฝ้ารออยู่กลางท้องนํ้าเยียบเย็น อ่าวแห่งนี้เคยอุดมไปด้วยแนวปะการังเขากวางที่สมบูรณ์และเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์นํ้าหลากหลายชนิด ทว่าเมื่อปี พ.ศ. 2541 เกิดเหตุปะการังฟอกขาวเป็นวงกว้างจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลให้ความอุดมสมบูรณ์ของแนวปะการังแทบไม่เหลือหลอ ผมลอยตัวนิ่งอยู่พักใหญ่ท่ามกลางแสงสลัวที่ส่องลอดผ่านผิวนํ้าและแนวปะการังที่แทบจะร้างสิ่งมีชีวิต ทันใดนั้น ผมเห็นเงาดำลิบ ๆ เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ไม่กี่อึดใจ “ฉลามหูดำ” (Carcharhinus melanopterus) มากถึงสี่ตัวก็เผยโฉมออกมาจากเวิ้งนํ้าขณะฟ้าเริ่มสางราวกับนักแสดงบนเวทีละครเปิดตัวจากฉากม่านกล พวกมันว่ายวนเวียนทิ้งระยะเพื่อสังเกตแขกผู้แปลกหน้าก่อนจะว่ายจากไปหาอาหารเช้าอย่างที่เคยเป็นมาทุกวัน ฉลามหูดำเป็นฉลามขนาดเล็กที่โตเต็มวัยยาวราว 1.8 เมตร ฉลามชนิดนี้ถือว่าพบเห็นได้ง่าย เมื่อเทียบกับฉลามชนิดอื่น ๆ มากกว่า 60 ชนิดที่พบในน่านนํ้าทะเลไทยส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะถิ่นอาศัยของพวกมันอยู่บริเวณแนวปะการังนํ้าตื้นใกล้ชายฝั่ง แม้ท่วงทีของพวกมันจะดูผ่อนคลาย แต่การถ่ายภาพฉลามกลับไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยเหตุที่พวกมันเรียนรู้ว่าในบริเวณที่มีกิจกรรมประมงหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่างกลางอ่าวไทยนี้ พวกมันไม่ควรไว้วางใจสถานการณ์ใด ๆ ที่ผิดปกติวิสัย หรืออย่างน้อยก็ควรอยู่ให้ห่างจากแขกแปลกหน้าอย่างผม นับตั้งแต่ยุคทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา ฉลาม “เปิดตัว” สู่สายตาชาวโลกด้วยบทบาท “นักฆ่าผู้กระหายเลือด” ในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดชื่อดังที่สร้างต่อเนื่องกันหลายภาคอย่าง […]