ทีเร็กซ์ ขยับลิ้นไม่ได้แบบในภาพยนตร์ - National Geographic Thailand

ทีเร็กซ์ขยับลิ้นไม่ได้แบบในภาพยนตร์

ทีเร็กซ์ ขยับลิ้นไม่ได้แบบในภาพยนตร์

คุณอาจประหลาดใจที่พบว่าลิ้นไดโนเสาร์สามารถนำไปสู่อะไรได้มากมาย ทีเร็กซ์

ด้วยการเปรียบเทียบกระดูกชิ้นเล็กๆ ที่ทำหน้าที่ยึดโคนลิ้นภายในฟอสซิลของไดโนเสาร์กับแอลลิเกเตอร์และนกสมัยใหม่ ทีมนักวิจัยพบว่าไดโนเสาร์ส่วนใหญ่ ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงไทแรนโนซอรัส เร็กซ์ ไม่สามารถขยับเขยื้อนลิ้นของพวกมันได้มากนัก รายงานล่าสุดนี้เผยแพร่ลงใน Plos One เมื่อวันพุธที่ 20 มิถุนายน 2018 โดยนักวิทยาศาสตร์พบว่าลิ้นของไดโนเสาร์น่าจะคล้ายคลึงกับลิ้นของแอลลิเกเตอร์ที่ยึดติดอยู่กับพื้นปากมากกว่า

นั่นหมายความว่าเวลาที่คุณผู้อ่านเห็นไดโนเสาร์คำรามบนจอภาพยนตร์ และลิ้นของมันขยับไปมาตามแรงสั่นสะเทือน คุณสามารถหันไปบอกกับเพื่อนได้แล้วว่า “ที่เห็นอยู่นั่นไม่ใช่ของจริงหรอก!”

ภาพยนตร์นำเสนอผิดไปมากแค่ไหน

เพื่อที่จะศึกษากายวิภาคของลิ้นไดโนเสาร์ ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเท็กซัสออสติน ร่วมกับสถาบันวิทยาศาสตร์จีนศึกษาฟอสซิลให้กว้างกว่านั้น ในจำนวนนี้รวมถึงนกในยุคไดโนเสาร์, ไดโนเสาร์กินพืช หรือแม้แต่ไดโนเสาร์ที่โด่งดังที่สุดอย่างทีเร็กซ์ เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลที่ได้กับภาพถ่ายความละเอียดของนกจำนวน 13 สายพันธุ์ และแอลลิเกเตอร์อีก 3 สายพันธุ์ พวกเขามุ่งการวิจัยไปที่กระดูกไฮออยด์เป็นหลัก ซึ่งเป็นชิ้นส่วนกระดูกในคอที่ช่วยค้ำจุนกล้ามเนื้อโคนลิ้น โดยคาดหวังว่างานวิจัยครั้งนี้จะฉายภาพให้เห็นถึงวิวัฒนาการของลิ้นในสัตว์สายพันธุ์ต่างๆ

สิ่งที่พวกเขาพบก็คือ ลิ้นส่วนใหญ่ของไดโนเสาร์นั้นสั้นและเรียบง่าย เช่นเดียวกับลิ้นของแอลลิเกเตอร์ นำมาสู่ข้อสันนิษฐานว่าพวกมันน่าจะมีวิธีการกินอาหารไม่ต่างจากญาติที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน แอลลิเกเตอร์มีกระดูกไฮออยด์ที่สั้น และด้วยการที่ลิ้นของมันไม่สามารถขยับอะไรได้มากนัก นั่นหมายความว่ามันต้องกลืนอาหารเข้าไปในปาก

งานวิจัยล่าสุดนี้ไม่ใช่จุดเหมือนร่วมกันแรกระหว่างไดโนเสาร์ และแอลลิเกเตอร์ที่ Julia Clarke ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเท็กซัสออสตินหนึ่งในผู้ร่วมวิจัยพบ ก่อนหน้านี้ในปี 2016 เธอค้นพบว่าเสียงคำรามของไดโนเสาร์ที่เรามักคุ้นเคยกันจากการชมภาพยนตร์นั้นไม่ใช่ แท้จริงแล้วพวกมันน่าจะส่งเสียงแบบปิดปากคล้ายเป็ดมากกว่า “บรรดาผู้สร้างหนังผลิตซ้ำภาพจำของไดโนเสาร์ผิดมาตลอดเลยค่ะ” Clarke กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวงานวิจัย

ฟอสซิลของไดโนเสาร์ที่พบในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนฉายให้เห็นร่องรอยของกระดูกไฮออยด์ ซึ่งเป็นหลักฐานวำคัญของวิวัฒนาการลิ้น
ภาพถ่ายโดย Courtesy Li Et Al

 

ลิ้นของพวกบินได้

ทว่าบางฟอสซิลเองก็มีลิ้นที่ค่อนข้างซับซ้อน เพราะบรรดาพวกเทอโรซอร์ และนกในยุคไดโนเสาร์นั้นทีมวิจัยพบว่าพวกมันมีลิ้นที่คล้ายคลึงกับนกสมัยใหม่ ซึ่งมีความหลากหลายตามการใช้งานที่ต่างกันไป

โดยลิ้นของนกในปัจจุบันนั้นมีตั้งแต่ทรงแหลม ทรงกรวย ไปจนถึงลิ้นยาวๆ ที่พับเก็บในกะโลหกศีรษะได้ นำมาสู่สมมุติฐานที่ว่าวิวัฒนาการของลิ้นที่หลากหลายของสัตว์ดึกดำบรรพ์เหล่านี้อาจเชื่อมโยงกับวิวัฒนาการการบินเช่นกัน

ทีมวิจัยนำเสนอทฤษฎีว่า เมื่อไดโนเสาร์พัฒนาแขนให้กลายเป็นปีก ลิ้นกลายมาเป็นอวัยวะสำคัญที่มีส่วนช่วยให้มันจัดการกับอาหาร เนื่องจากว่าการบินได้นั้นช่วยให้สิ่งมีชีวิตดังกล่าวพบแหล่งอาหารที่หลากหลายกว่า ดังนั้นพวกมันจึงต้องมีลิ้นที่พิเศษเพื่อเข้าถึง และจัดการกับเหยื่อนั้นๆ ด้วยเช่นกัน

นกเพนกวินมีลิ้นที่มีปุ่มงองุ้มเข้าไปด้านในปาก เพื่อช่วยไม่ให้เหยื่อหลุดจากปากได้ง่าย ในขณะที่ห่านมีลิ้นแข็งแรงซึ่งมีขอบหยักสามารถช่วยตัดพืชที่มันกินได้ นกหัวขวานเองมีลิ้นยาวช่วยให้มันจับแมลง หรือนกฮัมมิ่งเบิร์ดมีลิ้นที่ยาวมากๆ เพื่อใช้กินน้ำหวานภายในเกสรดอกไม้

ทั้งนี้ไม่ใช่แค่สัตว์โบราณบินได้เท่านั้นที่น่าจะมีลิ้นอันซับซ้อน บรรดาไดโนเสาร์กินพืชอย่างไทเซราทอปส์ หรือแองคิโลซอรัสที่ต้องบดเคี้ยวใบพืชก็มีกระดูกไฮออยด์ที่ซับซ้อนกว่าพวกกินเนื้อเช่นกัน การศึกษาลิ้นของพวกมันจึงฉายภาพให้นักวิทยาศาสตร์มองเห็นว่าสัตว์ดึกดำบรรพ์เหล่านี้มีวิถีชีวิตอย่างไร ตลอดจนวิวัฒนาการมาเป็นนกสมัยใหม่ได้เช่นไร

เรื่อง Theresa Machemer

 

อ่านเพิ่มเติม: ไดโนเสาร์กกไข่ตัวเองอย่างไรไม่ให้แตก

เรื่องแนะนำ

แกะรอยงาช้างเถื่อน

แกะรอย งาช้างเถื่อน ตอนที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาอเมริกันต้องการปรับปรุงห้องจัดแสดงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจากทวีปอเมริกาเหนือให้ทันสมัย จอร์จ ดันเต นักสตัฟฟ์สัตว์ ได้รับมอบหมายงานนั้น แต่นักสตัฟฟ์สัตว์ฝีมือระดับโลกอย่างดันเตไม่เคยทำสิ่งที่ผมขอให้เขาทำ และไม่มีใครเคยทำสิ่งนี้มาก่อน ผมอยากให้ดันเตออกแบบงาช้างจำลองซึ่งมีหน้าตาและผิวสัมผัสเหมือนงาช้างของจริง แล้วฝังอุปกรณ์ติดตามผ่านดาวเทียมและระบบจีพีเอสที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษไว้ภายใน  ในโลกของอาชญากร งาช้างไม่ต่างอะไรจากเงินตรา ดังนั้นจึงเท่ากับว่าผมกำลังขอให้เขาพิมพ์ธนบัตรปลอมเพื่อให้ผมติดตามและแกะรอยได้นั่นเอง ผมจะใช้งาช้างของเขาไล่ล่าพรานฆ่าช้าง และแกะรอยเส้นทางขบวนการค้างาช้างเถื่อนว่า สินค้าเหล่านี้ลงเรืออะไร ออกจากท่าเรือแห่งไหน ผ่านเมืองและประเทศใดบ้าง และมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ใด พ่อค้างาช้างจะทดสอบสินค้าโดยใช้มีดขูดผิวงาหรือเอาไฟลน งาช้างก็คือฟันดีๆ นี่เอง เพราะฉะนั้นจึงไม่ละลาย งาของผมต้องมีคุณสมบัติเหมือนงาช้าง “และผมต้องหาวิธีทำให้มันแวววาวด้วยสินะ” ดันเตเอ่ย เขาหมายถึงความเงางามของงาช้างที่ได้รับการทำความสะอาดแล้ว จอร์จ ดันเต ก็เหมือนคนอีกมากมายในโลกที่รู้ว่า ช้างแอฟริกาถูกล่าอย่างหนัก ความนิยมในงาช้างที่ดูเหมือนไม่รู้จักพอของชนชั้นกลางชาวจีนที่เติบโตขึ้น กอปรกับปัญหาความยากจนในแอฟริกา การบังคับใช้กฎหมายที่ย่อหย่อนและฉ้อฉล ทั้งหมดเป็นปัจจัยที่เกื้อหนุนให้สถานการณ์สุกงอม ส่งผลให้ช้างแอฟริกาถูกฆ่า ปีละประมาณ 30,000 ตัว งาช้างผิดกฎหมายส่วนใหญ่มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่จีนที่ซึ่งตะเกียบงาคู่หนึ่งอาจมีราคาสูงกว่าหนึ่งพันดอลลาร์สหรัฐ และงาช้างแกะสลักขายได้กิ่งละหลายแสนดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบัน ภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกคือแดนวิกฤติของการฆ่าช้าง เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลแทนซาเนียประกาศว่า ประเทศสูญเสียช้างถึงร้อยละ 60 ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา โดยลดลงจาก 110,000 ตัวเหลือไม่ถึง 44,000 ตัว ในช่วงเวลาเดียวกัน […]

ใครจะถึงเส้นชัยก่อนระหว่างยูเซน โบลต์ กับเสือชีตาห์

ในป่า เสือชีตาห์คือนักล่าที่รวดเร็วที่สุด แต่จะเป็นอย่างไรหากจับผู้รวดเร็วที่สุดในสัตว์กับในมนุษย์มาแข่งขันด้านความเร็วกัน เชิญพบกับการแข่งวิ่งระหว่างยูเซน โบลต์และเสือชีตาห์ ในปี 2009 ยูเซน โบลต์สร้างสถิติใหม่ด้วยการวิ่งระยะทาง 100 เมตรในเวลาเพียงแค่ 9.58 วินาทีเท่านั้น นั่นทำกับความเร็ว 28 ไมล์ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว แต่ยังห่างไกลหลายขุมกับเสือชีตาห์ที่สามารถทำความเร็วได้ถึง 70 ไมล์ต่อชั่วโมง หากจับทั้งคู่มาแข่งกันในระยะทาง 100 เมตร เสือชีตาห์จะใช้เวลาเพียงแค่ 5.9 วินาทีเท่านั้น เข้าถึงเส้นชัยก่อนโบลต์ตั้ง 3.5 วินาที ความเร็วยอดลมกรดของชีตาห์นี้หาสัตว์ใดเปรียบได้ ซึ่งหากจะให้ทั้งคู่เข้าเส้นชัยพร้อมกันล่ะก็ โบลต์ต้องวิ่งนำไปก่อนถึง 60 เมตร แล้วจึงค่อยปล่อยตัวชีตาห์ เราจึงจะเห็นทั้งเจ้าแห่งความเร็วในโลกของมนุษย์และโลกของสัตว์วิ่งเข้าสู่เส้นชัยพร้อมกันอย่างสง่างาม   อ่านเพิ่มเติม : บรรดาสัตว์เชื่องช้าเหล่านี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความเร็วไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต, มดปากตะขอโจมตีเหยื่อเร็วกว่ากระพริบตา

ซากม้าเหยื่อปอมเปอี

ซากม้าเหยื่อปอมเปอี มีการค้นพบซากม้าสองตัวถูกขังไว้ในคอกม้าช่วงที่ชาวเมืองอาจกำลังเตรียมตัวหนีจากภูเขาไฟระเบิดที่ทำลายล้างเมืองปอมเปอี หนึ่งในอาณาจักรโรมันโบราณ เมื่อปี ค.ศ. 79 นักโบราณคดีได้สร้างแบบจำลองของซากม้าที่พบเจอ โดยการฉีดปูนปลาสเตอร์เข้าไปในช่องว่างของซากม้าที่กลายเป็นชั้นขี้เถาแข็งตัว การค้นพบครั้งนี้เป็นการพบโดยบังเอิญจากที่มีหัวขโมยพยายามขุดหาโบราณวัตถุ จนเมื่อตำรวจสอบสวนจึงพบซากม้าตัวนี้เข้าในที่สุด ทั้งนี้เทคโนโลยีในปัจจุบันช่วยให้การศึกษาทางโบราณคดีก้าวหน้า และได้ข้อมูลใหม่ๆ มากมาย ขณะนี้ทีมนักโบราณคดีกำลังเข้าสำรวจพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองปอมเปอีที่ถูกถล่มจากภูเขาไฟวิสุเวียสในครั้งนั้นจนเรียบเป็นหน้ากลอง ด้วยความหวังว่าจะพบข้อมูลใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับเหตุระเบิดภูเขาไฟในอดีต   อ่านเพิ่มเติม เหยื่อในปอมเปอีคนนี้ ไม่ได้ตายเพราะหินทับ