ไทม์แลปส์นกฟลามิงโกออกจากไข่ - National Geographic Thailand

ไทม์แลปส์นกฟลามิงโกออกจากไข่

ไทม์แลปส์นกฟลามิงโกออกจากไข่

ทุกการถือกำเนิดคือเรื่องน่ายินดี! ชีวิตน้อยๆ นี้เริ่มต้นด้วยการเจาะเปลือกไข่ทีละน้อย จนในที่สุดก็ออกมาสู่โลกภายนอกได้ วิดีโอไทม์แลปส์ที่บันทึกเหตุการณ์ฟักออกจากไข่ของลูกนกฟลามิงโกตัวนี้ ถูกบันทึกไว้เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2018 ภายในสวนสัตว์และอควาเรียมโคลัมบัส และต้องใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมงกว่ามันจะทำสำเร็จ

ทางสวนสัตว์ตัดสินใจปกป้องไข่นกฟลามิงโกจากผู้ล่าอื่นๆ ด้วยการนำมันออกจากรังและใส่ตู้อบ เมื่อเวลาผ่านไป 28 วัน ก็ได้เวลาที่ลูกนกจะออกจากไข่ ซึ่งจากจำนวนไข่ 12 ใบในตู้อบ มีเพียงลูกนกแค่ 5 ตัวเท่านั้นที่รอดชีวิต และเจ้าตัวในวิดีโอนี้คือลูกนกที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งหมด มันหนักเพียงแค่ 85 กรัมเท่านั้น และสัตวแพทย์จะดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อช่วยให้มันรอดเติบโตต่อไป

 

อ่านเพิ่มเติม

นกแก้ว: มวลมนุษย์แห่งโลกของนก

เรื่องแนะนำ

จำนวนประชากรแรดที่ใหญ่ที่สุดในโลก หายไปถึงร้อยละ 70 ภายในช่วง 10 ปี

อุทยานแห่งชาติครูเกอร์ในแอฟริกาใต้ถูกโจมตีทั้งปัญหาการลอบล่าสัตว์ การคอรัปชั่น และภัยแล้ง อุทยานแห่งชาติครูเกอร์ เพชรน้ำงามแห่งอุทยานแห่งชาติในแอฟริกาใต้กำลังตกอยู่ในสภาวะยากลำบาก จำนวนแรดของอุทยานฯ ลดลงไปถึงร้อยละ 70 ไปในช่วงสิบปี ซึ่งสาเหตุโดยส่วนใหญ่เกิดจากการล่าสัตว์และผลกระทบจากการขยายพันธุ์และการรอดชีวิตของลูกแรด ตามการประเมินครั้งใหม่ขององค์การอุทยานแห่งชาติแอฟริกา (South African National Parks – SANparks) ซึ่งเป็นองค์กรที่บริหารจัดการอุทยานแห่งชาติครูเกอร์และอุทยานแห่งชาติหลักๆ ในแอฟริกา 18 แห่ง อุทยานแห่งชาติครูเกอร์เป็นบ้านของแรดกว่า 4,000 ตัว ซึ่งลดจาก 10,000 ตัวในปี 2010 แบ่งจำนวนประชากรแรดได้เป็น แรดขาว 3,549 ตัว และแรดดำ 268 ตัว ซึ่งจำนวนแรดที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติครูเกอร์มีจำนวนถึงร้อยละ 30 ของจำนวนประชากรแรดป่าที่มีอยู่บนโลกราว 18,000 ตัว “การสูญเสียเหล่านี้เป็นเรื่องน่ากังวลอย่างยิ่ง ทว่า เรารู้ว่าแรดเหล่านี้พบเจอกับอัตราการตายที่ช้าลงในขณะนี้ ซึ่งนี่เป็นข่าวอย่างเป็นทางการ” Grant Fowlds ทูตอนุรักษ์ของ Project Rhino องค์การไม่แสวงหาผลกำไรของแอฟริกาใต้ กล่าว การล่าแรดสร้างความเสียหายกับเผ่าพันธุ์ของมันอย่างยิ่ง เนื่องจากแรดตัวเมียแต่ละตัวการตกลูกได้เพียง 10 ตัว […]

การล่าสัตว์จะช่วยปกป้องสัตว์ป่าได้จริงหรือ

การล่าสัตว์จะช่วยปกป้องสัตว์ป่าได้จริงหรือ ช้างทยอยปรากฏตัวเป็นโขลงเล็กๆ  พวกมันเดินอ้อยอิ่งหาแหล่งน้ำอยู่ใกล้แอ่งที่คลุ้งไปด้วยฝุ่น ด้วยอุณหภูมิในเดือนกันยายนที่สูงถึง 40 องศาในช่วงกลางวัน ช้างจึงเดินหากินอยู่ตรงชายขอบทะเลทรายคาลาฮารี ประเทศนามิเบีย ในเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าที่มีชุมชนเป็นผู้ดำเนินการชื่อ ไนไน (Nyae Nyae) ซึ่งปัจจุบันมีชนพื้นเมืองเผ่าซานราว 2,800 คนอาศัยอยู่อย่างแร้นแค้น ช้างทิ้งกิ่งไม้หักและมูลอุ่นๆไว้ตามทางที่เดินผ่านไป เมื่อได้กลิ่นเหงื่อของเราผสมกับกลิ่นหญ้าที่ถูกแดดแผดเผา พวกมันก็พากันออกวิ่งพลางส่งเสียงร้องแปร๋นๆ หนีหายไปทันที ในเวลาต่อมา ตรงขอบฟ้า ช้างอำพรางตัวอยู่ในร่มเงาของต้นอะเคเชีย  สำหรับสัตว์ตัวใหญ่ขนาดนั้น ถ้าตาไม่แหลมคมจริง คงแทบมองไม่เห็นพวกมัน และตอนนี้ดวงตาที่ว่านั้นเป็นของชายชื่อดาม นักแกะรอยชาวซานในท้องถิ่น เจ้าของรูปร่างเตี้ยล่ำ ผู้ยืนอยู่บนหลังรถแลนด์ครูสเซอร์ ดามโน้มตัวออกไปจนเกือบสุดทางด้านขวาของรถ พลางสอดส่ายสายตามองหารอยเดินบนพื้นทราย เขาตบประตูรถ  แล้วรถก็เบรกดังเอี๊ยด ดามกระโดดลงจากรถไปตรวจสอบรอยเท้า ขอบรอยมีลักษณะเป็นลอนหยักลาดเข้าด้านใน และมีวงกลมเล็กๆอยู่ตรงกลาง เขาชี้มือชี้ไม้ แล้วฟีลิกซ์ มาร์นเวกเคอเคอ พรานอาชีพและมัคคุเทศก์ในการเดินทางครั้งนี้  ก็โดดผลุงออกจากประตูด้านคนขับ  มาร์นเวกเคอในวัย 40 ปี มีร่างกายกำยำ ผิวแดงก่ำ และผมสีทอง สวมหมวกผ้าและกางเกงขาสั้น บุคลิกท่าทางแนบเนียนดูราวกับส่งตรงมาจากบริษัทคัดเลือกนักแสดง เขายืนมองรอยเท้าสักครู่ สีหน้าแสดงความกังขาแต่แล้วก็พยักหน้าเห็นพ้องด้วย ถ้าป่าทะเลทรายในไนไนเป็นบ้านของครอบครัวชาวซาน มันก็ยังเป็นบ้านของช้างป่าขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่เหลืออยู่เช่นกัน รอยเท้านี้เป็นเครื่องพิสูจน์ พวกเราที่เหลือลงจากรถ  […]