ตั้งชื่อ ปาด สายพันธุ์ใหม่ตามตำนานนักรบหญิง - National Geographic Thailand

ตั้งชื่อปาดสายพันธุ์ใหม่ตามตำนานนักรบหญิง

ตั้งชื่อ ปาด สายพันธุ์ใหม่ตามตำนานนักรบหญิง

ชื่อที่ตั้งเป็นชื่อของสายพันธุ์ ปาด ที่เพิ่งค้นพบใหม่นี้ บรรยายถึงธรรมชาติของลุ่มน้ำเเอมะซอน ทางตอนเหนือของประเทศบราซิล ตลอดจนพลังอำนาจอันมหาศาลของหญิงสาว

ปาดชนิดนี้มีลักษณะลวดลายคล้ายร่างแห่ มีเปลือกตากึ่งโปร่งใส มีเงี่ยงที่เท้าหน้าและเท้าหลัง พวกมันได้รับการตั้งชื่อตามนักรบหญิงโบราณตามความเชื่อชาวบราซิล

ทีมนักสำรวจจากประเทศบราซิลและอเมริกาตั้งชื่อปาดสายพันธุ์ใหม่นี้ว่า Boana icamiaba เรื่องราวของปาดสายพันธุ์นี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Herpetology ของทวีปอเมริกาใต้ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา

(ป่าเเอมะซอนเติมไปด้วยสัตว์ที่หาชมได้ยากมากมาย)

 

ตำนานชนเผ่า

ปาดสายพันธุ์นี้จัดอยู่ในกลุ่มปาดนักรบ พวกมันโดดเด่นด้วยเงี่ยงกระดูกขนาดใหญ่ใกล้นิ้วหัวแม่เท้า ซึ่งปกติแล้ว กระดูกลักษณะนี้มีไว้ใช้เวลาต่อสู้ระหว่างตัวผู้กับตัวผู้ด้วยกันเพื่อแย่งตัวเมีย หรือใช้เพื่อแย่งที่อยู่อาศัยกัน

กลุ่มของปาดนักรบเหล่านี้มีมากถึง 93 สายพันธุ์ ซึ่งในจำนวนนี้รวมไปถึงปาดที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Boana semilineata พวกมันมีเปลือกตากึ่งโปร่งใส และส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีเงี่ยงไว้ต่อสู้

ในตอนแรกทีมวิจัยคิดว่าปาดสายพันธุ์ใหม่ตัวนี้น่าจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ทว่าเมื่อมองเข้าไปใกล้ๆ จากตัวอย่างปาดในพิพิธภัณฑ์ Paraense Emílio Goeldi รัฐปารา ประเทศบราซิล สถานที่ทำงานของเปรโดร เปโลโซ ผู้นำการวิจัย กลับพบว่ามันเองก็มีเงี่ยงเช่นกัน

ในการวิจัย พวกเขาจัดประเภทของปาดสายพันธุ์ Boana เสียใหม่ ตลอดจนวิเคราะห์ดีเอ็นเอ เพื่อตรวจสอบว่าปาดสายพันธุ์ใหม่นี้สามารถจัดอยู่ในตระกูลของ map frogs ได้หรือไม่ และเนื่องจากขณะนี้เรารู้แล้วว่าปาดสายพันธุ์ใหม่นี้มีกระดูกเงี่ยง เปโลโซจึงนำไปศึกษาและทำการวิจัยที่เกี่ยวข้องต่อที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ในนครนิวยอร์ก เพื่อเริ่มตั้งชื่อให้แก่ปาดสายพันธุ์ใหม่นี้

เมื่อถึงเวลาต้องตั้งชื่อ เขานึกไปถึงตำนานกลุ่มนักรบหญิงของชนเผ่าเเอมะซอนที่ได้รับการเล่าขานจากนักสำรวจในคริสตวรรษที่ 16 พวกเธอมีชื่อเรียกว่า “Icamiabas,” แปลคร่าวๆ ว่า “หน้าอกที่แตกหัก” โดยมีความหมายถึงเต้านมของนักรบหญิงเหล่านี้ที่ถูกตัดออกเพื่อช่วยให้ใช้ธนูได้ดีขึ้น หลังนักสำรวจเหล่านั้นถูกพวกเธอโจมตี พวกเขาจึงตั้งชื่อ “แอมะซอน” ให้กับเธอ โดยได้แนวคิดมาจากนักรบหญิงแอมะซอนในตำนานกรีก และต่อมาสันนิษฐานกันว่าสาเหตุที่เรียกแม่น้ำว่าแอมะซอนก็มาจากการที่เรียกนักรบหญิงเหล่านี้ว่าแอมะซอนด้วยเช่นกัน

“ลักษณะภายนอกของนักรบหญิง Icamiabas เข้ากันกับปาดนักรบที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มปาดที่ไม่ใช่นักรบเหมือนพวกมัน” เปโลโซกล่าว ก่อนหน้านี้มีสัตว์สายพันธุ์อื่นๆ เช่นแมงมุมสายพันธุ์ hooded tickspider ก็ได้รับการตั้งชื่อเพื่อยกย่องเกียรติแก่ชนเผ่าเช่นกัน

(ชนเผ่าต่างๆที่น่าสนใจทั่วโลก)

ขณะนี้การสำรวจต่างๆ เกี่ยวกับปาดสายพันธุ์ Boana icamiaba ได้ถูกจำกัดไว้ จึงยังไม่มีใครรู้ว่าพวกมันใช้กระดูกเงี่ยงอย่างไร อาร์ตูโร่ มูนอซ ซาราเวีย นักศึกษาแพทย์ที่มหาวิทยาลัยเก้นท์ในประเทศเบลเยี่ยม และผู้ประสานงานของสถาบันสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำของประเทศโบลิเวีย แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการศึกษาวิจัยปาดสายพันธุ์ใหม่นี้ กล่าวว่า “ในสายพันธุ์อื่นๆ พวกมันจะใช้เงี่ยงในช่วงหาคู่ เพื่อที่ต่อสู้กับตัวผู้ตัวอื่นๆ ตลอดจนใช้เกาะเกี่ยวบนหลังตัวเมีย”

 

การอำพรางตัว

ลักษณะพิเศษอีกอย่างหนึ่งของปาดสายพันธุ์นี้คือมีลายสีดำเหมือนลายเสือลากลงมาถึงข้างลำตัวของพวกมันที่มีสีน้ำตาล ลวดลายเหล่านี้ช่วยให้พวกมันพรางตัวกลมกลืนไปกับต้นไม้ในเวลากลางวัน

งานวิจัยครั้งนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าสิ่งที่มูนอซ ซาราเวีย และเพื่อนร่วมวิจัยของเขาสงสัยนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง “พวกเราคิดเรื่องนี้กันเมื่อหลายปีที่แล้ว ว่าควรจะมีปาดสายพันธุ์อื่นๆ ได้ใช้ชื่อนี้ด้วย” หลังการสำรวจปาดสายพันธุ์ Boana geographica ในที่ราบต่ำของโบลิเวีย ขณะนี้มีปาดสายพันธุ์ใหม่ได้แก่สายพันธุ์ Boana icamiaba และอีก 6 สายพันธุ์ในวงศ์ Boana ที่ถูกค้นพบและยังไม่ได้รับการระบุรายละเอียด

นับเป็นโชคดีที่ปาดพวกนั้นไม่ติดเชื้อราจนตาย เนื่องจากก่อนหน้านี้มีสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำจำนวนมากทั่วโลกพากันล้มตายอย่างน่าใจหายจากเชื้อรา รวมไปถึงปัจจัยอื่นๆ อย่างการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งถือได้ว่าเป็นการคุกคามสัตว์มากมายหลายชนิดหลายสายพันธุ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภูมิประเทศแห่งนี้ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพและสัตว์นานาชนิด

เรื่องโดย ลิซ แลงค์ลี่ย์

ภาพถ่ายโดย เรนาน โอลิเวียร่า

 

อ่านเพิ่มเติม

ฟอสซิลทวดกบโบราณในอำพัน

เรื่องแนะนำ

หนอนเรืองแสงที่ไม่ธรรมดา

หนอนเรืองแสงที่ไม่ธรรมดา หนอนเรืองแสงนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ “หนอนทางรถไฟ” นั่นเป็นเพราะแสงสว่างที่สว่างออกมาเป็นจุดๆ บนตัวของมันคล้ายกับหน้าต่างของรถไฟ ซึ่งมีเพียงแค่ตัวอ่อนและเพศเมียที่โตเต็มวัยเท่านั้นที่จะเรืองแสงออกมาได้ด้วยอวัยวะพิเศษที่มีลักษณะเป็นคู่อยู่ที่ด้านข้างของลำตัว พวกมันสามารถควบคุมแสงบนตัว และใช้เตือนศัตรูผู้ล่าว่าพวกมันมีพิษ เช่นเดียวกันกับสัตว์อีกหลายชนิดที่สามารถเรืองแสงออกมาด้วยปฏิกิริยาทางเคมี ส่วนในหนอนเพศผู้นั้นแม้ไม่มีแสง แต่พวกมันมีปีกแทน โดยปีกคู่แรกมีขนาดเล็กกว่าครึ่งหนึ่งของความยาวปีกคู่หลัง นอกจากนั้นพวกมันยังมีหนวดคล้ายขนนกซึ่งใช้ในการตรวจสอบและติดตามฟีโรโมนที่ผลิตมาจากหนอนเพศเมีย และถูกดึงดูดด้วยแสงไฟเวลากลางคืน   อ่านเพิ่มเติม ดอกไม้เรืองแสง

บันทึกภาคสนามนักอนุรักษ์: “ฉลาม” นักล่าผู้ตกเป็นเหยื่อ

ในแต่ละปีมีเหตุฉลามทำร้ายมนุษย์ทั่วโลกไม่ถึง 100 ครั้ง ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์ล่าสุดบริเวณหน้าวัดเขาเต่า อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และส่วนใหญ่เกิดจากการเข้าใจผิด ขณะที่นักอนุรักษ์ชี้ว่า ทุกปีมีฉลามถูกฆ่าถึง 100 ล้านตัวทั่วโลกจนประชากรฉลามลดลงถึงขั้นวิกฤติ และหลายชนิดอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์

เต่า ‘สูญพันธุ์’ ถูกค้นพบอีกครั้งหลังจากร้อยปี

เต่ายักษ์เฟอร์นันดินา ที่คาดว่าสูญพันธุ์เมื่อร้อยปีที่แล้ว ขณะนี้มีความหวังว่าจะช่วยฟื้นฟูประชากรของมันกลับมา วอชิงตัน ทาเปีย ได้ค้นพบเต่ายักษ์เฟอร์นันดินาบนเกาะกาลาปาโกสชื่อดัง นั่นเปรียบเสมือนการได้รับรางวัลออสการ์ “สำหรับฉันมันเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต เพราะฉันทำงานด้านการอนุรักษ์เต่ามา 30 ปีแล้ว” ผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์ฟื้นฟูเต่ายักษ์กาลาปาโกสและผู้นำการสำรวจกล่าว “นี่เป็นเหมือนรางวัลออสการ์ของฉัน” ทาเปียได้ร่วมมือกับทีมสำรวจท้องถิ่นสี่คน จากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะกาลาปาโกส ได้แก่ เจฟเฟรย์ มาลากะ, เอดัวร์โด วิเลมา, โรเบร์โต บาเลสตีรอส, ซีโมน วิยามาร์ รวมถึงฟอร์เรลต์ กาลันเต พิธีกรและนักชีววิทยาจากช่อง แอนนิมอล แพลนเน็ต ทั้งหมดรู้สึกปลาบปลื้มเป็นที่สุดเมื่อสำรวจพบเต่ายักษ์ Chelonoidis phantasticus เพศเมียบนเกาะเฟอร์นันดินา เกาะที่มีภูเขาไฟซึ่งมีอายุน้อยที่สุดในหมู่เกาะกาลาปาโกส ครั้งสุดท้ายที่มีการยืนยันการพบเห็นเต่าสายพันธุ์นี้คือในปี 1906 สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ได้ขึ้นบัญชีแดง (Red List) ว่า อาจสูญพันธุ์ไปแล้ว จนกระทั่งปี 2017 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มาลากะได้พบอุจจาระของสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่งในบริเวณอุทยานฯ ต่อมาเต่าสายพันธุ์นี้ถูกจัดเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงขั้นวิกฤติต่อการสูญพันธุ์ “มันเป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าเต่ายังคงอยู่ที่นั่น” ทาเปียกล่าว ในวันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทางทีมสำรวจได้ออกเดินทางเวลาหกโมงเช้า เพื่อค้นหาพื้นที่สีเขียวท่ามกลางกระแสลาวาบนเกาะแห่งนี้ […]