"เวน่อม" (Venom) ในชีวิตจริง ปรสิตเหล่านี้สยองไม่แพ้กัน - National Geographic Thailand

“เวน่อม” ในชีวิตจริง ปรสิตเหล่านี้สยองไม่แพ้กัน

เวน่อม ในชีวิตจริง ปรสิตเหล่านี้สยองไม่แพ้กัน

แฟนการ์ตูนค่ายมาร์เวลย่อมไม่มีใครไม่รู้จัก “เวน่อม” (Venom) วายร้ายคู่ปรับตลอดกาลของสไปเดอร์แมน ที่มาพร้อมกับความสามารถด้านพละกำลัง ความคล่องตัว และความโหดเหี้ยม ตามคอมมิคให้ข้อมูลว่า เวน่อม คือปรสิตต่างดาวชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “ซิมไบโอตส์” จากดาว Klyntar เช่นเดียวกับปรสิตที่เรารู้จัก เมื่อฟักตัวออกมาแล้ว พวกมันจำเป็นต้องฝังร่างเข้าไปในสิ่งมีชีวิตอื่นๆ แต่ที่น่ากลัวก็คือเวน่อมสามารถควบคุมจิตใจ และพฤติกรรมของเจ้าบ้านได้ด้วย

ด้วยความสามารถอันน่าทึ่ง เว็บไซต์ Inverse วิเคราะห์จากตัวอย่างที่เผยแพร่ออกมา ดูเหมือนว่าตัวเอกของเรื่องจะบังเอิญได้รับปรสิตเข้าทางปาก พวกเขาตั้งสมมุติฐานว่าเวน่อมน่าจะสร้างโปรตีนหรือโมเลกุลบางอย่างที่สัมพันธ์กับลักษณะทางชีววิทยาของสิ่งมีชีวิต จึงสามารถครอบครองร่างกายและจิตใจของเจ้าบ้านได้อย่างสมบูรณ์ (ในการ์ตูนเล่าว่า เมื่อสไปเดอร์แมนได้รับเวน่อมมา ตัวเขามีพละกำลังมากขึ้น ทว่าในยามหลับ เวน่อมกลับใช้ร่างของเขาออกไปสร้างความวุ่นวาย) ความสามารถพิเศษนี้ทำให้ปรสิตแทบจะยึดร่างและตัวตนของเจ้าบ้านอย่างสมบูรณ์ ในขณะที่เจ้าบ้านเองก็ยังไม่ตาย

ฟังดูสนุกสนานสมเป็นคอมมิค แต่คุณผู้อ่านอาจตกใจ ถ้าทราบว่าความสามารถแบบเวน่อมมีอยู่จริงรอบตัวเรา! และเหล่านี้คือเรื่องราวของปรสิตสยองขวัญที่ใช้ชีวิตร่วมโลกกับเรามาช้านาน

 

แมงกินลิ้น

เป็นคุณจะทำอย่างไรถ้าวันหนึ่งลิ้นของคุณถูกแทนที่ด้วยสิ่งมีชีวิตอื่น! แมงกินลิ้นคือปรสิตจำพวกกุ้ง-กั้ง ในวงศ์ Cymothoidae แม้จะมีขนาดความยาวเพียง 3 – 4 เซนติเมตร แต่พฤติกรรมของมันน่าหวาดหวั่นมาก แมงกินลิ้นจะว่ายเข้าไปในปากของปลาโดยผ่านทางเหงือก และใช้ก้ามของมันหนีบลิ้นเอาไว้ให้เลือดออก เพื่อดูดกินเลือดจนตัวโตขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดลิ้นก็จะมีเลือดไปไหลเวียนน้อยลงและฝ่อในที่สุด จากนั้นแมงกินลิ้นก็จะเกาะตัวเองกับกล้ามเนื้อลิ้น เปรียบเสมือนพวกมันเป็นลิ้นใหม่ของปลาตัวนั้น และคอยกินเลือดและเนื้อเยื่อของปลาต่อไป

เวน่อม
ตัวอย่างของปลาที่ถูกแมงกินลิ้นรุกราน
ภาพถ่ายโดย http://www.todayifoundout.com/index.php/2013/07/the-parasite-that-becomes-a-tongue/

 

เพรียงปรสิต

ปรสิตเปลี่ยนเพศคุณได้! นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับปูแมงมุม เพรียงปรสิตที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Heterosaccus californicus เมื่อพวกมันพบเจอปูแมงมุมเพศผู้ เพรียงจะแทรกตัวเข้าไปในข้อต่อก้ามหรือขากับลำตัว จากนั้นปูแมงมุมจะถูกเปลี่ยนจากเพศผู้ให้เป็นเพศเมีย สารเคมีจากเพรียงจะส่งผลให้ปูหยุดพัฒนาก้ามที่ใช้สำหรับการต่อสู้ ส่วนท้องจะขยายออกเพื่อใช้เป็น “มดลูก” สำหรับให้เพรียงวางไข่ ไข่เพรียงจะเติบโตอย่างปลอดภัยในตัวของปู จนในที่สุดเมื่อลูกเพรียงฟักเป็นตัว เพรียงนับพันตัวก็จะกระจายกันออกมามองหาปูตัวใหม่ เพื่อเริ่มวงจรชีวิตตามบรรพบุรุษ

เวน่อม
ลูกเพรียงมากมายออกมาจากร่างกายของปูแมงมุม
ภาพถ่ายโดย Ecological Parasitology Group, มหาวิทยาลับแคลิฟอร์เนีย, แซนตาบาร์บารา

 

พยาธิขนม้า

พยาธิขนม้า (Horse Hair Worm) ปรสิตขนาดยาวที่มักอาศัยอยู่ในร่างกายของแมลงในกลุ่มตั๊กแตน หรือจิ้งหรีด เข้าสู่ร่างกายเมื่อแมลงดังกล่าวไปกินซากแมลงอื่น เมื่อพวกมันอาศัยอยู่ในตัวเจ้าบ้านจนโตเต็มที่แล้วและต้องการสืบพันธุ์ มันจะปรับเปลี่ยนสมองของเจ้าบ้าน โดยบังคับให้จิ้งหรีดหรือตั๊กแตนกระโดดลงไปในแหล่งน้ำที่ใกล้ที่สุด เมื่อเจ้าบ้านจมน้ำพยาธิจะคลานออกมาหาคู่และผสมพันธุ์ จากนั้นก็จะวางไข่เพื่อเริ่มวงจรใหม่ ในตัวเต็มวัยบางตัวยาวได้ถึง 30 เซนติเมตรเลยทีเดียว

เวน่อม
พยาธิขนม้าขณะกำลังคลานออกมาจากตัวจิ้งหรีด
ภาพถ่ายโดย Anand Varma, Ben Hanelt, มหาวิทยาลัยเม็กซิโก

 

แตนเบียนด้วงเต่าลายจุด

แตนเบียนด้วงเต่าลายจุด (Dinocampus coccinellae) มีขนาดพอๆ กับเกล็ดน้ำตาลโรยไอศกรีมเท่านั้น แตนเพศเมียที่พร้อมวางไข่จะเกาะแมลงเต่าทอง ใช้เหล็กในแทงเข้าสู่ลำตัวด้านล่าง และฉีดไข่อย่างรวดเร็ว เมื่อไข่ฟักตัวอ่อนจะกินของเหลวและเนื้อเยื่อในตัวเจ้าบ้านเป็นอาหารทีละเล็กละน้อย จนได้เวลาออกสู่โลกภายนอก ตัวอ่อนจะแทรกตัวผ่านรอยแยกเล็กๆ ของโครงร่างแข็งออกมาปั่นรังไหมใต้ขาแมลง แม้ตอนนี้เต่าทองจะเป็นอิสระจากผู้บงการแล้ว ทว่ามันยังคงต้องตกเป็นทาสต่อไป ด้วยหน้าที่ยืนคร่อมปกป้องดักแด้แตนจากผู้ล่าอื่น จนกระทั่งแตนโตเต็มวัยคลานออกมาและบินจากไป ณ ตอนนั้นเต่าทองจึงจบชีวิตลงอย่างสมบูรณ์

เวน่อม
ซอมบี้แมลงเต่าทองทำหน้าที่อารักขาผู้บงการจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
ภาพถ่ายโดย http://www.janvanduinen.nl/dinocampus-coccinellaeengels.php

 

โปรโตซัวปรสิต

ปรสิตประเภทโปรโตซัว ที่มีชื่อว่า Toxoplasma gondii จะผ่านเข้าสู่ร่างกายของสัตว์ใหญ่โดย “หนู” เมื่อหนูติดเชื้อโปรโตซัวในสมอง นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าปรสิตจะไปส่งผลต่อระดับโดพามีนในหนู ส่งผลให้หนูเมื่อได้กลิ่นฉี่แมวจากที่ปกติแล้วจะหลีกเลี่ยงพื้นที่นั้นๆ แต่ในหนูที่ติดเชื้อกลับเลือกเดินเข้าหาแทน เนื่องจากปรสิตชนิดนี้สามารถขยายพันธุ์ได้ในลำไส้แมว แมวที่กินหนูติดเชื้อก็จะได้รับปรสิตเข้าไปในร่างกายด้วย จากนั้นปรสิตจะขยายพันธุ์ในมูลของแมว เมื่อแมวถ่ายออกมา วงจรชีวิตใหม่ของลูกหลานมันก็จะเริ่มต้นขึ้น

 

พยาธิหัวหนาม

พยาธิหัวหนามจัดอยู่ในไฟลัม Acanthocephala มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Pseudocorynosoma constrictum เหยื่อของมันคือแอมฟิพอดตัวเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ตามก้นทะเลสาบและหนองน้ำขุ่น เมื่อตัวอ่อนพยาธิฝังเข้าสู่ร่างกายจนโตเต็มที่ มันจะบังคับให้แอมฟิพอดว่ายขึ้นมาหาแสงสว่างด้านบน การกระทำนี้คือการฆ่าตัวตาย เพราะมีเป็ดและนกน้ำมากมายดักรออยู่ แต่สำหรับปรสิตที่ขณะนี้เปลี่ยนเป็นสีส้มจากสารที่ขโมยมาจากเนื้อเยื่อของเจ้าบ้าน นี่คือแผนการเติบโตไปอีกขั้นในลำไส้ของนกน้ำ

เวน่อม
แอมฟิพอดติดเชื้อปรากฎจุดสีส้มขนาดใหญ่บนร่างกาย
ภาพถ่ายโดย https://natgeo.se/djur/insekter/galleri-naturens-zombier-f623db37-b87b-4ed2-9b9e-afa2aad2bc28

 

พยาธิตัวแบน

ในขั้นแรกพยาธิตัวแบนจะเจาะเข้าสู่อวัยวะสืบพันธุ์ของหอยทาก เพื่อสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ และเปลี่ยนหอยทากให้เป็นเครื่องจักรผลิตปรสิต ตัวอ่อนของพยาธิจะลงน้ำมองหากบอเมริกันบุลฟร็อก เมื่อพบเหยื่อ พวกมันจะเจาะผ่านผิวหนังเข้าไปก่อตัวเป็นถุงน้ำบนขาหลังที่กำลังพัฒนาของกบ ส่งผลให้กบตัวนั้นมีขาเพิ่มขึ้น ผิดรูป หรือขาขาดหายไป กบพิการเหล่านี้จะเคลื่อนไหวได้ช้าลง และตกเป็นอาหารของนกยางง่ายขึ้น เมื่อเข้าสู่ร่างกายนกยาง พยาธิจะสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และไข่พยาธิจะกลับลงน้ำอีกครั้ง เมื่อนกถ่ายมูลออกมา

 

เชื้อราระเบิดหัวมด

ราโอฟีโอคอร์ไดเซปส์ (Ophiocordyceps spp.) คือผู้เชี่ยวชาญด้านการครอบงำจิตใจ เมื่อสปอร์ของราตกลงบนตัวมด ราจะชอนไชเจาะผ่านโครงร่างแข็งภายนอก ดูดซึมสารอาหารในตัวมดอย่างช้าๆ ก่อนจะรุกคืบไปยังสมอง เพื่อควบคุมให้เจ้าบ้านเดินทางออกจากถิ่นอาศัยตามปกติที่เป็นพื้นป่าสู่ต้นไม้สูงลิ่ว มดเจ้าบ้านที่กำลังจะตายและอัดแน่นไปด้วยราจวนเจียนแทบจะระเบิดจะตรึงตัวเองไว้กับใบไม้ หรือเปลือกไม้ จากนั้นก้านของราจะแทงทะลุหัวมดออกมา และปล่อยสปอร์ลงสู่มดอื่นๆ ในรังด้านล่าง เพื่อเริ่มต้นวงจรชีวิตนี้อีกครั้ง

 

หอยทากซอมบี้

หอยทากซอมบี้คือชื่อเรียกหอยทากติดเชื้อปรสิตที่มีดวงตาโปนออกมา เรื่องราวเริ่มต้นจากการที่หอยทากตัวดังกล่าวไปกินมูลของนกที่มีปรสิตพยาธิตัวแบนชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า “Leucochloridium paradoxum” เข้า ไข่ของพยาธิจะฟักเป็นตัวในระบบย่อยอาหาร จากนั้นตัวอ่อนจะคืบคลานสู่กระบอกตาของหอยทาก เมื่อมันดูดกินสารอาหารจากเจ้าบ้านจนตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาของหอยทากก็จะโปดปูนขึ้นตามตัวพยาธิ และส่งผงให้การรับแสงของหอยทากด้อยคุณภาพลง พวกมันจึงตกเป็นเหยื่อของผู้ล่าเช่น นก ได้ง่ายดายขึ้น นอกจากนั้นปรสิตชนิดนี้ยังมีพฤติกรรมยืดตัวไปมา ส่งผลให้ดวงตาของหอยทากมีสีสันสลับแวววาว เพื่อเรียกร้องความสนใจให้ผู้ล่ามากินอีกด้วย

*ส่วนหนึ่งจากสารคดี “ซอมบี้ในโลกธรรมชาติ” เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ภาษาไทย ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2557

 

แหล่งข้อมูล

SCIENCE BEHIND THE FICTION: VENOM HAS NOTHING ON REAL-WORLD SYMBIOTES AND PARASITES

สัตว์โลกสุดสยอง! 5 อันดับ ‘ปรสิต’ สุดร้ายกาจที่เกิดมาเพื่อบงการและล้างสมองโดยเฉพาะ

….9 ปรสิตสุดสยอง!


อ่านเพิ่มเติม

แค่แตะมูลค้างคาวอาจถึงตาย

เรื่องแนะนำ

พี่เลี้ยงที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ของเจ้าเหมียว

เรื่อง ซาราห์ กิบเบนส์ คาเฟ่แห่งหนึ่งในย่านบรุกลินนำสัตว์ที่เป็นปรปักษ์กันมากที่สุดสองชนิดมาอยู่ร่วมกัน นั่นคือ แมวกับหนู คาเฟ่แมวบรุกลิน (Brooklyn Cat Café) ในนครนิวยอร์ก ซึ่งร่วมมือกับ Brooklyn Bridge Animal Welfare Coalition เป็นบ้านของแมวที่รอให้คนรับไปเลี้ยงประมาณ 20 ตัว ผู้มาเยือนสามารถเล่นกับแมว และแมวบางตัวอาจลงเอยด้วยการได้บ้านหลังใหม่ กระนั้น ในกรณีหนึ่ง ลูกแมวที่อยู่ที่คาเฟ่ตัวหนึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมวและต้องแยกออกจากแมวตัวอื่นๆเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมวเป็นโรคติดเชื้อที่พบได้ทั่วไปมากที่สุดโรคหนึ่ง แมวในสหรัฐฯราวร้อยละ 2-3 มีเชื้อไวรัสชนิดนี้ ซึ่งอยู่ในของเหลวภายในร่างกายและแพร่กระจายผ่านทางการสัมผัส เช่น การผสมพันธุ์หรือแผลถูกกัด หลังจากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค แมวจะมีชีวิตอยู่ได้เพียงราวสองปีครึ่ง สถานการณ์นี้กระตุ้นให้เจ้าของคาเฟ่เสาะหาสัตว์ชนิดอื่นมาเป็นเพื่อนเล่นของลูกแมวสีดำชื่อ เอโบนี ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงรับเลี้ยงหนูสีขาวตัวหนึ่งจากศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ที่อยู่ใกล้เคียง และตั้งชื่อว่า ไอวอรี หนูจะไม่ติดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมว ทำให้ไอวอรีเป็นเพื่อนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเจ้าลูกแมวน้อย เอโบนีตายหลังจากนั้นห้าเดือน แต่เจ้าของคาเฟ่เชื่อว่าชีวิตของมัน “มีค่าเหลือล้น” จากการมีเพื่อน สองปีต่อมาไอวอรีก็ตาย (หนูมีอายุขัยเฉลี่ยราวสองปี) และทางคาเฟ่ตัดสินใจรับหนูจากศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ที่อยู่ใกล้เคียงมาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนแมวต่อไป โดยเริ่มจากหนูคู่หนึ่งชื่อ เรมีและเอมิล จากเว็บไซต์ของคาเฟ่ พวกหนูไม่กลัวลูกแมวเพราะพวกมันมีขนาดพอๆกัน ลูกแมวมักจะวิ่งไล่และตะปบหางหนู ซึ่งทางคาเฟ่บอกว่าไม่เป็นไร […]

กบน้อยความหวังใหม่ดำรงเผ่าพันธุ์

กบน้อยความหวังใหม่ดำรงเผ่าพันธุ์ สายพันธุ์ของพวกมันกำลังเผชิญกับวิกฤติเสี่ยงสูญพันธุ์ ประชากรกบเหล่านี้ลดลงถึง 80% ในช่วงสามรุ่นที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุมาจากโรคระบาดร้ายแรงที่คร่าชีวิตพวกมันซึ่งเกิดจากเชื้อราที่เรียกว่า “ไคทริด” (chytrid fungus) นักวิทยาศาสตร์เข้าช่วยเหลือพวกมัน พวกเขาเตรียมกบรุ่นใหม่จำนวน 500 ตัว ทุกตัวถูกทำเครื่องหมายพิเศษไว้ ซึ่งจะมองเห็นได้ภายใต้แสง UV เพื่อที่เมื่อปลดปล่อยพวกมันกลับคืนสู่ป่าแล้ว พวกเขาจะสามารถติดตามได้ว่ากบจากห้องปฏิบัติการเหล่านี้เติบโตขึ้นอย่างไร รวมทั้งสร้างแผนที่คร่าวๆ ว่าพวกมันเดินทางไปที่ไหนมาบ้าง เพื่อหาวิธีการป้องกันโรคระบาดจากเชื้อรา และพื้นที่ปลอดภัยเพื่อที่พวกมันจะได้ดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไปได้   อ่านเพิ่มเติม ภาพถ่ายอันน่าทึ่ง! เมื่องูพยายามหนีออกจากปากกบ

หมาฉี่ใส่ชามข้าวทำไม ?

ทำไมหมาฉี่ใส่ชามข้าว? ทำไมนกแก้วส่องกระจกแล้วก้าวร้าว? ทำไมแมวดูวิดีโอแล้วไล่งับจอคอมพิวเตอร์? แล้วทำไมหมาฉี่ใส่ชามข้าวตัวเอง?  ทั้งหมดนี้มีผู้สนใจศึกษาหาคำตอบมาเฉลยให้เรา   กระจก กระจก Gaia Restrepo เรียกเจ้า Priprie นกแก้วสีเขียวมรกตตัวจิ๋วสายพันธุ์เพอร์ลี่คอนัวร์จากบราซิลว่า “the Queen of Mirrors” “เธอชอบส่องกระจกเอามากๆ ค่ะ” Restrepo กล่าว ในขณะเดียวกันก็ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมนกแก้วถึงมักทำพฤติกรรมก้าวร้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเวลาที่ส่องกระจกภายในกรงของตัวเอง ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Priprie ไม่รู้ว่าเงาสะท้อนในกระจกนั้นคือตัวมันเอง การจดจำเงาสะท้อนของตนเองได้นั้นเป็นทักษะหายากในสัตว์ รายงานจาก Bob Mulvihill ผู้ศึกษานกวิทยาจาก National Aviary ในพิตต์สเบิร์ก ซึ่งในหมู่นกด้วยกันเองนั้นมีแค่นกพิราบและนกสาลิกาเท่านั้นที่เข้าใจได้ว่าเงาสะท้อนในกระจกคือตัวมันเอง ดังนั้นแม้ว่านกแก้วจะเป็นนกที่เฉลียวฉลาดก็ตาม แต่มันยังคงไม่สามารถทราบได้ว่าเงาสะท้อนนั้นคือตัวมันฉะนั้น Mulvihill คิดว่าพฤติกรรมที่ Priprie แสดงออกมาอย่างก้าวร้าวจึงเกิดจากการที่มันเข้าใจว่านกแก้วในกระจกคือนกคู่แข่ง หรือหากไม่ก้าวร้าวมันก็เข้าใจว่านกในนั้นคือเพื่อนของมันอีกตัว หากนกแก้วเล็มเบาๆ ที่กระจก นั่นเป็นตัวอย่างของพฤติกรรมการแสดงออกที่เป็นมิตร Mulvihill กล่าวทั้งนี้ความหลงใหลในกระจกของนกนั้นไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด ซึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ติดกระจกภายในบ้านของมันเสียด้วยซ้ำ เพื่อที่มันจะได้เพลิดเพลินกับเพื่อนๆ ของมันมากขึ้น   สัมผัสหน้าจอ เมื่อวาซาบิแมวของฉันได้ชมวิดีโอที่ถูกผลิตขึ้นสำหรับแมวโดยเฉพาะ มันเป็นวิดีโอนกกระโดดไปมา ดูเหมือนว่าเจ้าวาซาบิจะตื่นเต้นมากและไล่งับไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ […]

เทียบกันตาต่อตา

การจำลองภาพการมองเห็นของสัตว์อย่างสมบูรณ์แบบเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ช่างภาพของเราสร้างภาพให้ใกล้เคียงได้โดยใช้ชุดอุปกรณ์ของเขาผสมผสานข้อมูลจากห้องปฏิบัติการ เช่น ความหนาแน่นของตัวรับแสงและปฏิกิริยาต่อแสง จากภาพเปรียบเทียบนี้ ภาพด้านซ้ายคือการมองเห็นของมนุษย์ เทียบกับภาพด้านขวาแทนการมองเห็นของสัตว์ หนอนตัวแบน (พลานาเรีย) (Dugesia dorotocephala) ตาของหนอนตัวแบนประกอบด้วยเซลล์ ตัวรับแสงรูปทรงคล้ายถ้วยขนาดเล็กที่สามารถระบุได้ว่า แสงมาจากทิศทางใด หนอนจำเป็นต้องใช้เบาะแสนี้ในการระบุถิ่นอาศัยที่เหมาะสม ซึ่งต้องมีที่กำบังแสงอาทิตย์ แมงกะพรุนกล่อง (Tripedalia cystophora) แมงกะพรุนกล่องไม่มีสมองสำหรับแปลผลข้อมูล ที่ได้จากประสาทรับความรู้สึก แต่มันตอบสนองต่อภาพความคมชัดตํ่าแบบเรียบง่ายได้ ดวงตาที่มีเลนส์สี่ดวงมองขึ้นด้านบนเพื่อรับรู้ร่มเงาพืชชายเลนซึ่งเป็นบริเวณที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์ ดวงตาที่มีเลนส์อีก สี่ดวงมองลงด้านล่างผ่านร่างกายโปร่งใสเพื่อช่วยให้มันหลบหลีกสิ่งกีดขวางด้านล่างได้ ผีเสื้อเหยี่ยวงวงช้าง (Deilephila elpenor) รูม่านตาขนาดใหญ่ของผีเสื้อเหยี่ยวงวงช้างเอื้อให้แสงปริมาณมากผ่านเข้าสู่ดวงตา ช่วยให้มันแยกแยะสีได้แม้แต่ในแสงสลัวของดวงดาวในคืนข้างแรม ดังนั้นผีเสื้อที่หากินในเวลากลางคืนและมีเครื่องนำทางชนิดนี้จึงสามารถเสาะหานํ้าต้อยในดอกไม้ ซึ่งมีสีสันที่มนุษย์มองไม่เห็นในเวลากลางคืนได้ แมว (Felis catus) ดวงตาของแมวบ้านมีเซลล์รูปแท่งที่ไวต่อสภาวะแสงน้อยดีกว่าของมนุษย์ และรูม่านตาแบบช่องเล็กยาวเปิดได้กว้างในความมืด ช่วยให้แมวล่าสัตว์ขนาดเล็กในเวลากลางคืนได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตาม ความที่มีเซลล์รูปกรวยที่ไวต่อสีน้อยกว่า แมวจึงแยกแยะสีเขียวกับสีแดงไม่ได้ นกอินทรีหัวล้าน (Haliaeetus leucocephalus) ถ้าอยากมองหาดวงตาที่มีความคมชัดสูงเป็นพิเศษ (2.5 เท่าของดวงตามนุษย์) ให้ดูนกอินทรีหัวล้าน เป็นตัวอย่าง ขณะที่จอตาของมนุษย์มีบริเวณที่มี ตัวรับแสงหนาแน่นอยู่บริเวณเดียว นกอินทรีมี สองบริเวณ ซึ่งช่วยให้มันเห็นตรงด้านหน้าและ ด้านข้างได้ในเวลาเดียวกัน […]