จู๋ปูเสฉวนที่ใหญ่ขึ้นช่วยพวกมันปกป้องบ้าน - National Geographic Thailand

จู๋ปูเสฉวนที่ใหญ่ขึ้นช่วยพวกมันปกป้องบ้าน

ปูเสฉวนบกสตรอว์เบอร์รี่ หนึ่งในสายพันธุ์ ปูเสฉวน ที่ขึ้นชื่อเรื่องความพิถีพิถันในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในของเปลือกหอย
ภาพถ่ายโดย Wil Meinderts, Minden Pictures

จู๋ ปูเสฉวน ที่ใหญ่ขึ้นช่วยพวกมันปกป้องบ้าน

เจ้า ปูเสฉวน ที่เดินดุ่มๆ อยู่ตามหาดมีความลับซุกซ่อนอยู่ข้างใน ใครจะคิดว่านี่คือสัตว์ที่มีอวัยวะเพศผู้ขนาดใหญ่! ใหญ่แค่ไหนมากที่สุดเท่าที่นักวิจัยพบคือมีความยาวถึงครึ่งหนึ่งของความยาวเปลือกหอยที่พวกมันใช้เป็นบ้าน ทว่าแตกต่างจากสัตว์อื่นๆ อวัยวะเพศผู้ขนาดใหญ่นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อแข่งขัน หรือดึงดูดตัวเมีย แต่มีไว้เพื่อปกป้องไม่ให้พวกมันต้องกลายเป็นปูไร้บ้าน…

งานวิจัยแปลกๆ นี้เกิดขึ้นโดย Mark Laidre นักชีววิทยา และนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ตัวเขาเปรียบเทียบตัวอย่างปูเสฉวนมากกว่าหนึ่งร้อยตัวอย่าง ใน 9 สายพันธุ์ที่มีความใกล้ชิดกัน เพื่อหาคำตอบมาสนับสนุนสมมุติฐานของเขาที่ว่า “อวัยวะเพศผู้ที่ใหญ่ขึ้นของปูเสฉวนมีส่วนช่วยให้พวกมันสามารถรักษาบ้าน จากปูตัวอื่นที่จ้องจะขโมยเปลือกหอย”

การศึกษานี้มุ่งเป้าไปที่ปูเสฉวนบกที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “Coenobita compressus” สายพันธุ์ปูที่มีขนาดไม่ถึงหนึ่งนิ้ว และขึ้นชื่อว่ามีความพิถีพิถันกับเปลือกหอยอย่างมาก ปูเสฉวนบกพันธุ์นี้พิเศษตรงที่พวกมันสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในของเปลือกหอยได้ ด้วยการหลั่งสารเคมีที่ใช้ในการกัดกร่อนแคลเซียมคาร์บอเนตออกมาจากตัว เพื่อปรับให้พื้นที่บ้านของพวกมันมีเพิ่มขึ้นสำหรับการเจริญเติบโต หรืออุ้มไข่เอาไว้ ซึ่งกว่าจะได้บ้านตามที่พวกมันต้องการนั้นต้องใช้ความพยายาม และความอดทนอย่างมาก ทว่าบ้านที่ปรับเปลี่ยนใหม่ก็มีข้อเสีย นั่นคือผิวขรุขระเดิมของเปลือกหอยจะหายไป และทำให้พวกมันยึดจับบ้านเอาไว้ยากขึ้นตาม ส่งผลให้ปูเสฉวนสายพันธุ์นี้มีนิสัยขโมยเปลือกหอยจากปูตัวอื่น และสำหรับปูตัวผู้แล้ว ช่วงเวลาสุ่มเสี่ยงที่สุดก็คือตอนที่พวกมันผสมพันธุ์ เมื่อมันต้องถอดร่างกายออกมาจากเปลือกเกือบทั้งหมด เพื่อฉีดเซลล์สืบพันธุ์ใส่ปูเสฉวนตัวเมีย

ปูเสฉวน
เปลือกหอยด้านขวาคือบ้านของปูเสฉวนสายพันธุ์ Coenobita compressus ที่ได้รับการตกแต่งเสียใหม่ เทียบกับเปลือกหอยด้านซ้ายซึ่งเป็นเปลือกปกติ
ภาพถ่ายโดย Mark Laidre

“ถ้ามันเสียบ้านไป และไม่สามารถหาบ้านหลังใหม่ได้ภายในเวลา 24 ชั่วโมง พวกมันจะตาย” Laidre กล่าว จากการเปรียบเทียบตัวอย่างของปูเสฉวนในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา สถาบันสมิธโซเนียน ตัวเขาพบกับอวัยวะเพศหลากหลายขนาดแตกต่างกันไป แต่สำหรับปูสายพันธุ์  Coenobita compressus แล้ว อวัยวะเพศผู้ของพวกมันมีขนาดใหญ่มาก เมื่อเทียบกับขนาดตัว ตัวเขาเชื่อว่าสาเหตุที่พวกมันวิวัฒนาการให้อวัยวะเพศของตัวผู้มีขนาดใหญ่ขึ้นก็เพื่อลดระยะที่พวกมันต้องโผล่ออกมาจากเปลือกหอยลง หรืออีกนัยหนึ่งก็คือลดความเสี่ยงที่พวกมันจะถูกขโมยบ้านไปด้วย เมื่อไม่ต้องก้าวออกจากเปลือกหอยมากแบบตัวผู้ที่มีอวัยวะเพศเล็ก

ในการศึกษากับตัวอย่างปูจำนวน 328 ตัวอย่าง Laidre พบว่า คุณสมบัตินี้ยังปรากฏในสายพันธุ์ปูที่มีความใกล้ชิดด้วยเช่นกัน สำหรับปูสายพันธุ์ compressus ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นปูที่มีความพิถีพิถันที่สุดในการจัดการกับเปลือกหอยของสกุล Coenobita พวกมันมีสัดส่วนอวัยวะเพศใหญ่ที่สุดเทียบกับสัดส่วนร่างกายอยู่ที่ 0.6 ในญาติผู้ใกล้ชิดสายพันธุ์ C. perlatus สัดส่วนอยูที่ 0.5 หรืออาจพอสมมุติฐานได้ว่า ขนาดอวัยวะเพศผู้ของปูเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความพิถีพิถันในการจัดการกับบ้านของพวกมัน

ปูเสฉวน
ตัวอย่างของปูเสฉวนสายพันธุ์ Coenobita compressus จากภาพบริเวณส่วนแหลมตรงกลางที่มีปลายสีน้ำตาลคืออวัยวะเพศผู้ ส่วนบริเวณด้านขวาคือก้ามและขาที่โผล่ออกมาจากเปลือกหอย
ภาพถ่ายโดย Mark Laidre

ความน่าสนใจอยู่ที่ในงานวิจัยครั้งนี้มีปูมะพร้าว (Birgus latro) ด้วย พวกมันเป็นปูเสฉวนบกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เมื่อโตเต็มที่สามารถหนักได้ถึง 4 กิโลกรัม และยาวถึง 1 เมตร เมื่อนับรวมช่วงขา ด้วยขนาดอันใหญ่โตนี้ พวกมันจึงไม่จำเป็นต้องหาเปลือกหอยมาปกป้องร่างกาย ทว่าสำหรับพี่บึ้มแห่งปูแล้ว ปูสายพันธุ์นี้มีขนาดของอวัยวะเพศผู้น้อยกว่า 0.2 เมื่อเทียบกับขนาดตัว เกิดเป็นสมมุติฐานตามมาว่า ปูเหล่านี้ไม่จำเป็นที่จะต้องวิวัฒน์อวัยวะเพศให้ใหญ่โต เนื่องจากพวกมันไม่มีทรัพย์สินให้ปกป้อง เช่น บ้านแบบปูเสฉวน หรือขนาดร่างกายอันใหญ่โตของมันก็ช่วยให้มันไม่ต้องเผชิญกับอันตรายใดๆ

มากไปกว่านั้น Laidre ยังพบอีกว่า ในปูเสฉวนกลุ่มที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในของบ้านนั้น ใช้ระยะเวลาในการผสมพันธุ์น้อยกว่าปูเสฉวนทั่วไปด้วยเช่นกัน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะสูญเสียบ้านในทุกทาง

สามารถเรียกว่า “มีเซ็กส์อย่างป้องกัน” ได้ไหม ในกรณีของปูเสฉวนเหล่านี้…

เรื่อง Jake Buehler

(อันที่จริงในโลกของปูเสฉวน พวกมันไม่ได้แย่งบ้านกันอย่างเดียว แต่สามารถแลกเปลี่ยนกันได้ด้วยเช่นกัน ชมได้จากวิดีโอนี้)

 

อ่านเพิ่มเติม

ในโลกของลิงงวงช้าง จมูกยิ่งใหญ่เท่าไหร่ยิ่งดี

 

เรื่องแนะนำ

มหากาพย์นกอพยพ

เรากำลังเรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับการเดินทางอันน่าทึ่งที่นกอพยพต้องฟันฝ่า และเกี่ยวกับเรื่องที่มนุษย์เราทำให้เหล่าวิหกลำบากมากขึ้นไปอีกอย่างไร

สำรวจโลก : ทำไมหมีดำตัวนี้ถึงมีขนสีขาว

เรื่อง แพทริเซีย เอดมันด์ส เป็นเวลาหลายพันปีมาแล้วที่ชาวคีตาซูบนชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของแคนาดารู้จักหมีชนิดนี้และตำนานของมัน ตามที่เล่าขาน กาเรเวนผู้สร้างสรรพสิ่งได้เปลี่ยน โลกจากหินที่เย็นจนเป็นนํ้าแข็งให้กลายเป็นสวนเขียวชอุ่ม แต่เพื่อเตือนใจถึงสมัยนํ้าแข็ง กาเรเวนจึงทำให้หมีดำหนึ่งตัวในทุกๆ สิบตัวเป็นสีขาว ชื่ออย่างเป็นทางการของมันคือหมีเคอร์โมดี (Kermode bear) แต่คนท้องถิ่นเรียกว่าหมีศักดิ์สิทธิ์ จากสกุลและชนิดพันธุ์ มันคือหมีดำ แต่ถ้าทั้งพ่อและแม่ (ไม่ว่าจะสีอะไรก็ตาม) มีการกลายพันธุ์ในยีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตสารสี ลูกของพวกมันจะมีขนสีขาว เพื่อยืนยันเรื่องนี้นักวิจัยเก็บตัวอย่างขนหมีแล้วนำมาวิเคราะห์ดีเอ็นเอ จากหมี 220 ตัว มี 22 ตัวที่ได้รับยีนขนสีขาวมาจากทั้งพ่อและแม่ และหมีทั้ง 22 ตัวนั้นมีสีขาว ฤดูผสมพันธุ์ของพวกมันอยู่ในช่วงเดือน พฤษภาคมถึงกรกฎาคม เช่นเดียวกับหมีทุกชนิด เอ็มบริโอที่ได้รับการผสมแล้วจะเลื่อนเวลาการฝังตัวในผนังมดลูกของหมีเพศเมียออกไป ถ้าหมีเพศเมียไม่แข็งแรงพอที่จะตั้งท้อง เอ็มบริโอจะไม่ฝังตัวและ มันจะไม่ตกลูกในปีนั้น แต่ถ้ามันมีสุขภาพดีและแข็งแรง เอ็มบริโอจะฝังตัวในฤดูใบไม้ร่วง และลูกหมีครอกละหนึ่งถึงห้าตัวจะลืมตามาดูโลกในฤดูหนาวปีนั้น   อ่านเพิ่มเติม : สำรวจโลก : สัตว์ก็มีหัวใจ, สำรวจโลก : เพราะน้ำคือชีวิต

นักวิทยาศาสตร์พบแล้วว่าดวงตาของปลาดาวมีไว้ทำอะไร

นักวิทยาศาสตร์พบแล้วว่าดวงตาของปลาดาวมีไว้ทำอะไร ปลาดาวหรือดาวทะเลมีดวงตาอยู่ที่ปลายสุดของแขนข้างละหนึ่งดวง แต่มีไว้ใช้สำหรับทำอะไรนั้น ยังคงเป็นปริศนา พวกมันถูกมองว่าเป็นสัตว์ที่มีโครงสร้างเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน และด้วยดาวทะเลนั้นไม่มีสมอง จึงยากที่จะคาดเดาได้ว่าพวกมันเห็นภาพอะไรผ่านดวงตา ในปี 2014 นักวิจัยชี้ว่าดวงตาของดาวทะเลในภูมิภาคเขตร้อน สามารถมองเห็นภาพแบบหยาบๆ ได้ ซึ่งช่วยให้มันไม่เดินเตร็ดเตร่ไกลออกจากบ้านมากเกินไป “ผลการศึกษานี้ช่วยให้เราเข้าใจว่าบรรดาดาวทะเลมองเห็นโลกอย่างไร” Christopher Mah นักวิจัยจากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา Smithsonian ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวผ่านอีเมล์ และตอนนี้ผลการศึกษาใหม่ยังแสดงให้เห็นว่า แม้แต่ดาวทะเลจากทะเลลึกในอาร์กติกเองก็ใช้ภาพที่มันมองเห็นเพื่อนำทางเช่นกัน จากการศึกษาดาวทะเลทั้งหมด 13 สายพันธุ์ ในจำนวนนี้มีสองสายพันธุ์ที่เรืองแสงได้ด้วย นั่นหมายความว่าพวกมันใช้แสงสว่างในการสื่อสารกับดาวทะเลด้วยกัน ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาดาวทะเลสายพันธุ์หนึ่งโดยเฉพาะ ที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก พวกมันมีชื่อว่าดาวทะเลสีน้ำเงิน (Linckia laevigata) ผลการศึกษาวิจัยถูกเผยแพร่ผ่านทางออนไลน์ลงในวารสาร  Proceedings of the Royal Society B เมื่อวันที่ 7 มกราคมปี 2014 ก่อนที่ผลการศึกษาใหม่กว่าจะถูกเผยแพร่ลงในวารสารเดิมเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา   ไม่เคยคาดคิดว่าจะมีความซับซ้อน จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านๆ มา ดาวทะเลถูกพิจารณาว่าเป็นสัตว์เรียบง่าย ปราศจากโครงสร้างหรือพฤติกรรมอันซับซ้อน นักวิทยาศาสตร์รู้จักดาวทะเลมานานกว่า […]

พวกลักลอบล่าสัตว์ในแอฟริกาใต้ถูกสิงโตกิน

ขนมปัง, อาวุธ และชิ้นส่วนมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่อย่างกระจัดกระจายรอบๆ เป็นหลักฐานบ่งชี้ถึงชะตากรรมสุดท้ายของกลุ่มคนที่ตั้งใจมาล่านอแรดผิดกฎหมาย