เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย - รักมั่นคง ของเหล่าบรรดาสัตว์โลก

จงศรัทธาในรัก เหมือนดั่งสัตว์เหล่านี้

คู่รักแพรี่ด็อกกำลังพลอดรักกันท่ามกลางแสงแดด

ขอขอบคุณรูปภาพจาก http://www.yourdailypics.com/2011/12/most-tender-couple-of-beavers-in-love.html

จงศรัทธาในรัก เหมือนดั่งสัตว์เหล่านี้

คำว่า “รักนิรันดร์” ที่พวกเราเคยได้ยิน หรือเคยเห็นตามหนังสือนั้นเกิดขึ้นในชีวิตจริงของมนุษย์บ้างหรือไม่? คำถามนี้คงแล้วแต่ประสบการณ์ของแต่ละบุคคล เพราะในชีวิตของมนุษย์นั้นล้วนเจอความรักในรูปแบบที่หลากหลาย สำหรับบางคนอาจเจอแต่ความรักที่เจ็บปวด และมักจบด้วยการเลิกรา หรือบางคนอาจได้เจอกับคนรักที่ดีจนสามารถครองคู่ชูชื่นด้วยกัน  ทั้งนี้คงขึ้นอยู่กับโชคชะตา แน่นอนว่าสัตว์โลกล้วนมีความรักได้เช่นกัน หากมองจากมุมมองของมนุษย์ หรืออีกด้านหนึ่ง ความรักที่ว่านั้นก็อาจเป็นเพียงสัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็เป็นได้

หลักวิทยาศาสตร์แบ่งพฤติกรรมเกี่ยวกับความรักของสัตว์ได้ 2 แบบด้วยกัน คือ ะบบจับคู่ทีละหลายๆ ตัวในคราวเดียว (Polygamy) โดยจำนวน 90% ของสัตว์ประเภทนี้เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และพวกมันมักใช้คุณสมบัติดึงดูดความสนใจจากเพศตรงข้ามให้มาผสมพันธุ์ด้วย ส่วนมากสัตว์เพศผู้ที่เป็นจ่าฝูงจะมีคู่ครองหลายตัว เพราะพวกมันชอบผสมพันธุ์กันเป็นกลุ่ม ซึ่งสัตว์ประเภทนี้จะไม่นิยมใช้ชีวิตกับคู่รักเพียงตัวเดียว เช่น สิงโต แมวน้ำแอฟริกา เป็นต้น  ระบบนี้แยกออกเป็น  3 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่หนึ่ง เพศผู้ 1 ตัว มีคู่ครองเพศเมียได้หลายตัว (Polygyny) ประเภทที่สอง เพศเมีย 1 ตัว มีคู่ครองเพศผู้ได้หลายตัว (Polyandry) ประเภทสุดท้าย เพศผู้ และเพศเมียจำนวนหลายๆ ตัวมาผสมพันธุ์ร่วมกัน (Polygynandry)

ส่วนสัตว์ที่จัดอยู่ในแบบที่ 2 คือ ระบบคู่แต่งงานเดียว (Monogamy) โดย 90% ของสัตว์ปีกมักอยู่ในระบบเช่นนี้ แต่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกลับมีจำนวนเพียง 3% เท่านั้น การเลือกคู่ครองของสัตว์ประเภทนี้มักเลือกคู่ที่มีความเหมาะสม และแข็งแรงที่สุดเพื่อสร้างทายาทร่วมกัน ที่สำคัญคือสามารถสร้างอาณาเขตอย่างยืนยาวสำหรับถ่ายทอดให้กับรุ่นต่อไปได้ ยกตัวอย่างเช่น ปลวก นกแก้วเล็ก หรือหมาป่า เป็นต้น โดยระบบคู่แต่งงานเดียวสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทเช่นเดียวกัน ได้แก่ ประเภทที่หนึ่ง มีคู่ครองเพียงตัวเดียวไปตลอดชีวิต ประเภทที่สอง หาคู่ครองใหม่ทันทีเมื่อคู่ตายไป และประเภทที่สาม หาคู่ครองใหม่หลังจากเลิกรากับตัวแรก

 

การศรัทธาในความรักนั้นถือเป็นสิ่งพิเศษที่ทุกคนมักคะนึงถึง แล้วถ้าเป็นโลกของบรรดาสัตว์ล่ะ พวกมันมีพฤติกรรมรักเดียวใจเดียวหรือไม่? ลองมาดูรายชื่อของสัตว์ในธรรมชาติเหล่านี้ที่เลือกมีชีวิตคู่มั่นคงยืนยาว

  1. บีเวอร์ (ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Castor)

บีเวอร์จัดว่าเป็นสัตว์ที่รักเดียวใจเดียว เพราะมันจะศรัทธาในความรักจนกระทั่งคู่ของมันดับสูญไป ทั้งเพศผู้และเพศเมียต่างช่วยกันสร้างโพรงขนาดใหญ่สำหรับอยู่อาศัย และต่างสนับสนุนกันและกันเพื่อความอยู่รอด ส่วนบีเวอร์ตัวน้อยเมื่อโตเต็มวัย มันจะเริ่มหาคู่โดยไปสร้างอาณาเขตใหม่สำหรับสร้างครอบครัว อย่างไรก็ตาม หากพ่อแม่ของมันยังคงขาดแคลนอาหาร เหล่าลูกๆ มักอยู่รอจนแน่ใจก่อนว่าอาหารจะกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง จากนั้นมันจึงไปตามทางของมันเอง แต่ถึงแม้พวกมันจะมีอิสระมากเพียงใด อาณานิคมใหม่ก็ยังคงอยู่ไม่ห่างจากพ่อแม่ของมันอยู่ดี

รักมั่นคง
บีเวอร์เป็นสัตว์ที่มีกรงเล็บ และพังพืดที่เท้าเพื่อช่วยให้พวกมันสามารถเคลื่อนที่ ว่ายน้ำ และจับกิ่งไม้ได้เหนียวแน่น ขอขอบคุณรูปภาพจาก http://maritime-adventures.blogspot.com/2014/10/open-letter-to-usda-please-do-not-kill.html

 

  1. เพนกวินหงอน (ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Eudyptes)

เมื่อฤดูร้อนมาถึง เหล่าเพนกวินหงอนจะกลับคืนสู่บ้านเกิดเมืองนอนของมันเพื่อมาตามหาคู่ชีวิตที่เหมาะสม หลังจากจับคู่กันสำเร็จแล้ว พวกมันจะเดินทางกลับไปยังถิ่นอาศัยเดิมในทวีปแอนตาร์กติกา ส่วนพฤติกรรมก้าวร้าว หรือหึงหวงของสัตว์ชนิดนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีเพนกวินตัวอื่นมายุ่งกับคู่ของมันก่อน และเมื่อถึงเวลาที่พวกมันฟักไข่เรียบร้อย ไข่เหล่านั้นจะได้รับการดูแลจากพ่อแม่เป็นอย่างดี

รักมั่นคง
เพนกวินหงอนตัวผู้ต้องการแสดงศักยภาพให้กับตัวเมียได้เห็นว่าตนสามารถเป็นผู้นำครอบครัวได้ ขอขอบคุณรูปภาพจาก
https://animalsking.com/crested-penguin-the-lifestyle-and-habitat-of-the-crested-penguin/

 

  1. หงส์ (ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Cygnini)

เมื่อหงส์เพศผู้ได้พบกับเพศเมียที่สามารถเข้ากันได้ดี มันจะรีบเคลื่อนที่เข้าไปใกล้กับอีกฝ่ายและขยับคอของมันให้อยู่ในลักษณะพิเศษเพื่อดึงดูดเพศตรงข้าม ที่สำคัญพวกมันจะครองรักกันอย่างยืนยาวจนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตายเสียก่อน หากอีกฝ่ายยังคงดำรงอยู่ มันก็จะใช้ชีวิตเพียงลำพังโดยไม่มองหาคู่ครองใหม่อีกเลย

รักมั่นคง
รูปภาพของหงส์ 2 ตัว ซึ่งคอของพวกมันมักโอบล้อมเข้าหากัน นับว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดี ขอขอบคุณรูปภาพจาก
https://www.wired.com/2015/02/love-matches-monogamy-animal-kingdom/

 

  1. ชะนี (ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Hylobatidae)

ชะนีเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีความจงรักภักดีต่อคู่ของมันเป็นอย่างมาก และที่สำคัญตัวผู้และตัวเมียที่ครองรักกันมักจะมีลักษณะ รูปร่าง และขนาดที่เหมือนกัน โดยพฤติกรรมของพวกมันที่ตัวติดกันตลอดเวลานั้น บ่งบอกได้ว่าเป็นการสร้างข้อผูกมัดสำหรับชีวิตคู่ และชะนีถือเป็นสัตว์ที่สามารถดูแลลูกได้เป็นอย่างดี

รักมั่นคง
ชะนีจะหวงแหนอาณาเขตเป็นอย่างมาก พวกมันมักส่งเสียงก้องป่าเมื่อยามมีผู้บุกรุก ขอขอบคุณรูปภาพจาก
https://www.mnn.com/earth-matters/animals/photos/11-animals-that-mate-for-life/gibbons

 

  1. หมาป่าสีเทา (ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Canis lupus)

หมาป่าชนิดนี้มักอยู่รวมกันเป็นครอบครัว โดยมีจ่าฝูงคือเพศผู้ และเพศเมีย ตัวผู้จะผสมพันธุ์กับตัวเมียที่มันรักเพียงตัวเดียวเท่านั้น และไม่มองหาตัวเมียตัวอื่นอีกเลย พ่อและแม่พร้อมตายแทนลูกๆ ได้เสมอ ขอเพียงแค่ลูกของมันรอดพ้นจากอันตราย

รักมั่นคง
ฝูงของหมาป่าประกอบไปด้วย จ่าฝูงเพศผู้ 1 ตัว และเพศเมีย 1 ตัว และลูกๆ ของพวกมันราวๆ 7 – 9 ตัว ขอขอบคุณรูปภาพจาก
http://animal-council.blogspot.com/2014/02/

 

  1. นกแสก (ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Tyto alba)

นกชนิดนี้ถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่จงรักภักดีต่อคู่ของมัน เพราะพวกมันจะรักกันยืนยาวตราบเท่าชีวิตและปราศจากการนอกใจ พวกมันเพียรดูแลลูกน้อยด้วยความรัก และความเอาใจใส่ แถมยังเป็นผู้อารักขาชั้นยอดอีกด้วย โดยตัวเมียส่วนมากมักจะตายเพราะพยายามปกป้องลูกจากผู้ล่าที่มีขนาดใหญ่กว่า 2 – 3 เท่า

รักมั่นคง
นกแสกตัวตัวผู้จีบเพศเมียด้วยการมอบซากหนูตาย พร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องอย่างดังเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเพศเมีย ขอขอบคุณรุปภาพจาก
https://www.rd.com/culture/animals-mate-for-life/

 

  1. อินทรีหัวขาว (ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Haliaeetus leucocephalus)

นกอินทรีสายพันธุ์นี้เมื่อเลือกคู่ครองได้แล้ว พวกมันจะสร้างรังรักอยู่ด้วยกันทันที และเมื่อเพศเมียให้กำเนิดลูกน้อย ทั้งสองฝ่ายจึงช่วยกันดูแล คอยหาอาหารมาป้อนลูก และให้ความอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา ส่วนลูกๆ นั้นมักอาศัยอยู่ในรังแค่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง จนกว่าพวกมันจะสามารถดูแลตัวเองได้ นกอินทรีหัวขาวเป็นสัตว์ที่ศรัทธาในความรัก และมันจะใช้ชีวิตกับคู่ครองของมันเพียงตัวเดียวตลอดไป

รักมั่นคง
ฤดูผสมพันธุ์ของอินทรีหัวขาวมักเริ่มในช่วงเดือนเมษายน – สิงหาคม ณ รัฐอะแลสกา และประเทศแคนาดา ส่วนอีกช่วงหนึ่งคือเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม ในทางตอนใต้ของประเทศสหรัฐอเมริกา ขอขอบคุณรูปภาพจาก
http://www.whitewolfpack.com/2017/02/love-is-in-air-bald-eagles-spotted_99.html

 

  1. ปลวก (ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Isoptera)

อาจจะฟังดูแปลกไปเสียหน่อย แต่ปลวกบางชนิดนั้นเป็นสายพันธุ์ที่ควรอยู่ในรายชื่อสิ่งมีชีวิตที่ช่างซื่อสัตย์ต่อความรักเป็นอย่างยิ่ง หลังจากการเกี้ยวพาราสีเริ่มต้นขึ้น  สัตว์ชนิดนี้จะเริ่มมองหาสถานที่เพื่อสืบพันธุ์และและสร้างครอบครัวไปด้วยกัน จากนั้นพวกมันจึงสร้างอาณานิคมใหม่ขึ้นมาเพื่อตั้งตนเป็นราชาและราชินีของอาณาจักร และอาศัยอยู่ด้วยกันเพื่อผลิตทายาทรุ่นต่อไป

รักมั่นคง
เมื่อปลวกเพศผู้ไม่สามารถหาคู่เพศเมียได้ ซึ่งอาจเป็นเพราะเพศเมียขาดแคลน ปลวกตัวผู้ 2 ตัวจะจับคู่เพื่อสร้างอาณาจักรร่วมกัน จากนั้นพวกมันค่อยออกหาคู่เมื่อถึงเวลา ขอขอบคุณรุปภาพจาก https://www.livescience.com/55856-male-termites-pair-up-when-females-scarce.html

 

(แอนิเมชั่นประกอบคำอธิบายเกี่ยวกับระบบคู่แต่งงานเดียว)

 

ข้อดีของสัตว์ที่เลือกมีรักอย่างมั่นคง

ประโยชน์สำหรับสัตว์ที่เลือกมีคู่ครองเพียงตัวเดียวตลอดไปนั้น คือ พวกมันสามารถไว้วางใจคู่ชีวิตของมันได้ในเรื่องมีลูกร่วมกัน โดยไม่ต้องเสียเวลาและพลังงานในช่วงฤดูผสมพันธุ์ แน่นอนว่าเหล่าทายาทตัวน้อยต่างเกิดมาเพราะความตั้งใจของพ่อแม่ และบรรดาลูกๆ สามารถเจริญเติบโตได้อย่างดีภายใต้การดูแล และความเอาใจใส่ของผู้ให้กำเนิด ที่สำคัญคือสัตว์ระบบคู่แต่งงานเดียว มักหวงแหนอาณาเขต พวกมันจึงเลือกคู่ครองที่สามารถปกป้องแผ่นดินร่วมกันได้ ส่วนประโยชน์สำหรับสัตว์ที่ชอบมีคู่ครองหลายตัว คือกลุ่มขนาดใหญ่ของพวกมันสามารถปกป้องลูกน้อยจากผู้ล่าได้ และจ่าฝูงที่มีความแข็งแกร่งมักประสบความสำเร็จในเรื่องผลิตทายาท ทำให้การดำรงชีวิตของสัตว์ประเภทนี้มีโอกาสรอดเพื่อสืบทอดรุ่นต่อไปมากกว่าเสี่ยงสูญพันธุ์

 

ดั่งประโยคที่ว่า ความรักไม่มีพรมแดน  เพราะความปรารถนามักอยู่ในจิตใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ส่วนการที่จะเลือกรักใครสักคนพร้อมกับประคับประคองความรักให้ยืนยาวคงไม่ใช่เรื่องง่ายทั้งในมนุษย์ และสัตว์ ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปเราติดต่อกันและกันได้ง่ายดายสะดวกสบายยิ่งขึ้น แต่สิ่งเหล่านี้ช่วยเสริมให้รักมั่นคนยืนยาวขึ้นบ้างไหม? ในโลกของสัตว์พวกมันเกี้ยวพาราสี ครองรัก และปกป้องคู่ครองโดยไม่มีตัวช่วย อาจเทียบกันไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็นับเป็นเรื่องราวจากธรรมชาติที่น่ารักอีกเรื่องหนึ่ง และในท้ายที่สุดมันย้ำเตือนเราว่าความรักกำลังโบยบินอยู่รอบตัว แม้ในชีวิตที่เรียบง่ายที่สุดยังสัมผัสได้

***แปลและเรียบเรียงโดย กุลธิดา ปัญญาเชษฐานนท์
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย 


อ่านเพิ่มเติม

สรรพสัตว์จีบกันอย่างไร?

 

แหล่งข้อมูล

The 10 Animals Most Faithful to their Mates

Why are some animals monogamous while others are polygamous? A game theory explanation

Most Amazing Examples of Monogamy in Animal World

 

เรื่องแนะนำ

ทำความรู้จักกับอิกทิโอซอรัส

ทำความรู้จักกับ อิกทิโอซอรัส ในโลกดึกดำบรรพ์ทั่วแผ่นดินถูกไดโนเสาร์ยึดครอง ในขณะที่ท้องฟ้าก็เป็นของเทอโรซอร์ แล้วผืนน้ำล่ะ? ใครกันที่เป็นเจ้าของ มันคือ “อิกทิโอซอรัส” สัตว์เลื้อยคลานในยุคไดโนเสาร์ ซึ่งอันที่จริงมันดำรงอยู่มาก่อนไดโนเสาร์เสียอีก อิกทิโอซอรัสเริ่มปรากฏขึ้นบนโลกเมื่อราว 251 ล้านปีก่อน ในช่วงต้นของยุคไทรแอสซิก หรือราว 20 ล้านปีก่อนที่โลกจะมีไดโนเสาร์ ชื่ออันน่าจดจำของมันมาจากภาษากรีก โดยคำว่า อิกทิโอ แปลว่าปลา ส่วนคำว่าซอรัส หมายถึงกิ้งก่า ย้อนกลับไปดูบนเส้นทางวิวัฒนาการของมันจะเห็นว่าร่างกายของอิกทิโอซอรัสนั้นคล้ายกับกิ้งก่ามาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป 100 ล้านปี รูปร่างของมันก็คล้ายปลามากขึ้นเรื่อยๆ พวกมันมีกะโหลกศีรษะยาว และดวงตาขนาดใหญ่ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการมองเห็น ช่วยให้มันสามารถล่าเหยื่อในโลกใต้ทะเลที่มีแสงสว่างไม่มากนัก นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีดวงตาขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีมา ด้วยเส้นผ่านศูนย์กลางดวงตา 10 นิ้ว (วาฬสีน้ำเงินสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในปัจจุบันมีเส้นผ่านศูนย์กลางดวงตา 6 นิ้ว) ในขณะเดียวกันอิกทิโอซอรัสก็เป็นสัตว์ที่มีความหลากหลายมาก พวกมันมีขนาดตัวตั้งแต่ 2 ฟุต ไปจนถึง 85 ฟุต หรือราว 26 เมตร และด้วยวิวัฒนาการหลายล้านปีที่ปรับเปลี่ยนมันให้กลายมาเป็นนักล่าอันน่าหวาดหวั่นแห่งท้องทะเลโดยเฉพาะ พวกมันทำความเร็วได้ถึง 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นั่นทำให้พวกมันอยู่ ณ […]

เต่ามะเฟือง : บันทึกภาคสนามนักอนุรักษ์

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา คงไม่มีข่าวไหนน่ายินดีสำหรับคนรักษ์ทะเลและนักอนุรักษ์เท่ากับข่าวกำเนิดของลูกเต่ามะเฟืองรังที่สองจำนวน 35 ตัวที่ถูกสื่อสารออกไปทั่วประเทศ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีสัตว์อะไรที่สามารถปลุกกระแสการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากและระบบนิเวศชายฝั่งของประเทศไทยได้มากขนาดนี้ การกลับมาวางไข่ของเต่ามะเฟืองครั้งแรกในรอบกว่า 5 ปี นับเป็นข่าวสำคัญของการอนุรักษ์ทะเลไทยในรอบหลายปี

บรรพบรุษโบราณของแมงมุมมีหาง

ย้อนกลับไปเมื่อร้อยล้านปีก่อน บรรพบรุษของแมงมุมมีรูปร่างหน้าตาไม่ต่างจากแมงมุมปัจจุบัน ยกเว้นแต่หางยาวที่เต็มไปด้วยขนเส้นเล็กๆ