หมีขาว กับช่างภาพ และช็อตเด็ดที่เกือบหลุดมือไป - National Geographic Thailand

หมีขาว กับช่างภาพ และช็อตเด็ดที่เกือบหลุดมือไป

หมีขาว กับช่างภาพ และช็อตเด็ดที่เกือบหลุดมือไป

เรื่องและภาพถ่าย  เอาดุน ริคาร์ดเซน

ช่างภาพ เอาดุน ริคาร์ดเซน วางกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ไว้ข้างๆ ช่องหายใจในบนแผ่นน้ำแข็งในอาร์กติก โดยหวังว่าจะจับภาพที่สมบูรณ์แบบของแมวน้ำ จากนั้น หมีขาว ตัวหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นและกระตือรือร้นที่จะตรวจดูกล้องถ่ายภาพ

————————————————

ก่อนหน้านี้ไม่นาน  ผมเป็นมัคคุเทศก์นำทริปถ่ายภาพสัตว์ป่าที่สฟาลบาร์ กลุ่มเกาะซึ่งตั้งอยู่ครึ่งทางระหว่างแผ่นดินใหญ่ของนอร์เวย์กับขั้วโลกเหนือ หลังจากเดินทางบนเรือโดยสารขนาดเล็กเลียบไปตามชายฝั่งที่เป็นน้ำแข็งขรุขระสองวัน เราก็ไปถึงฮอร์นซุนด์ฟยอร์ดที่อยู่ปลายสุดทางตอนใต้ของกลุ่มเกาะสปิตส์เบอร์เกน พื้นที่เปราะบางและห่างไกลนี้มีสัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์ และเรากำลังมองหาแมวน้ำกับ หมีขาว

เมื่อเราทอดสมอที่น้ำแข็งของฟยอร์ด เราพบเห็นแมวน้ำหลายตัวพักผ่อนอยู่บนน้ำแข็ง แต่ไม่มีหมีขาว ผมนึกอยากถ่ายภาพแมวน้ำขณะที่มันโผล่ขึ้นมาหายใจตรงช่องเปิดในน้ำแข็ง  ผมจึงติดตั้งกล้องและเซนเซอร์จับความเคลื่อนไหวไว้ใกล้กับขอบช่องนั้น แผนการคือเซนเซอร์จับความเคลื่อนไหวจะกดชัตเตอร์กล้องถ่ายภาพเมื่อแมวน้ำโผล่หัวขึ้นมาจากท้องน้ำด้านล่าง ภาพถ่ายจะจับภาพแมวน้ำกับสภาพแวดล้อมอันหนาวเหน็บและทารุณด้านหลังมัน

ระหว่างทางกลับไปที่เรือ ผมสงสัยว่าผมควรจะยึดกล้องไว้ให้แน่นเผื่อกรณีฉุกเฉินหรือไม่ แต่การกลับไปที่ช่องหายใจจะรบกวนแมวน้ำและอาจขัดขวางไม่ให้ผมได้ภาพที่ต้องการ ผมจึงตัดสินใจไม่กลับไป

หมีขาว
ภายใต้อาทิตย์เที่ยงคืน ข้างๆช่องหายใจในน้ำแข็งของอาร์กติก หมีขั้วโลกตัวหนึ่งพบบางสิ่งที่แปลกใหม่ นั่นคือกล้องถ่ายภาพและเซนเซอร์จับความเคลื่อนไหวของเอาดุน ริคาร์ดเซน เจ้าหมีดมกลิ่น ตะกุย และทำกล้องตกลงไปในน้ำ หนึ่งปีต่อมา ริคาร์ดเซนออกเดินทางอีกครั้งเพื่อกู้กล้องคืนมา

ต่อมาเวลาตีสอง ลูกเรือคนหนึ่งปลุกเราขึ้นมา  เขาเห็นหมีขาวตัวหนึ่งป้วนเปี้ยนอยู่ไกลๆ ใต้อาทิตย์เที่ยงคืน เราวิ่งไปยังหัวเรือเพื่อดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตอนแรกเจ้าหมีเดินมาทางเรือ จากนั้นเปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าไปยังกล้อง ผมฝันมานานแล้วถึงการถ่ายภาพหมีขาวขณะที่มันเฝ้ารออยู่ข้างๆช่องหายใจเพื่อจับแมวน้ำ ผมรู้ว่านี่เป็นภาพที่ถ่ายได้ยาก แต่ที่นี่ผมเห็นมันกำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้า ฝันใกล้จะเป็นจริงแล้ว

เซนเซอร์จับความเคลื่อนไหวตอบสนองการเคลื่อนไหวของหมีขาว โดยการกระตุ้นให้กล้องเริ่มถ่ายภาพ เจ้าหมีเดินวนรอบกล้อง ดมเบาๆ และกระทั่งเลียกล้อง แล้วเคาะเซนเซอร์กับน้ำแข็ง คว้าขาตั้งกล้อง และจับมันกับกล้องคว่ำลงไปในช่อง กล้องห้อยอยู่กับสายเซนเซอร์ ผมภาวนาว่ามันจะยังอยู่อย่างนั้น อย่างน้อยผมจะได้กู้เมโมรีการ์ดที่มีภาพถ่ายขึ้นมาได้

หมีต้องได้ยินผมแน่ มันหยิบสายเซนเซอร์เข้าปากและเริ่มถอยกลับจากช่องหายใจ พร้อมกับดึงกล้องขึ้นมาด้วย

แล้วสายเซนเซอร์ก็ขาด กล้องกับเมโมรีการ์ดพร้อมภาพถ่ายระยะใกล้ของเจ้าหมีซึ่งยากยิ่งที่จะได้มา หายไปใต้น้ำแข็งลึกกว่า 140 เมตร

นั่นเป็นช่วงเวลาเลวร้ายที่สุดในอาชีพช่างภาพของผม หลังจากนั้นผมนอนหลับไม่สนิทเป็นเวลานาน ผมโกรธตัวเองมาก ผมจะปล่อยมันไปไม่ได้ ผมเริ่มมีความคิดบ้าๆเกี่ยวกับการกู้กล้องขึ้นมา ผมพยายามหาใครสักคนที่จะช่วยผมค้นหามัน แต่เพื่อนร่วมงานวิจัยเรื่องขั้วโลกบอกผมว่า กล้องน่าจะจมลงไปในโคลนนุ่มๆซึ่งพบได้ทั่วไปตรงข้างหน้าธารน้ำแข็ง ผมแทบจะล้มเลิกความคิดเลยทีเดียว

หมีขาว
หมีขาวกัดและดึงกล้องของริคาร์ดเซนจนพับลงไปในช่องเปิด

หมีขาว

หมีขาว
เจ้าหมีดึงสายเคเบิลของอุปกรณ์ตรวจจับความเคลื่อนไหว ขณะที่กล้องจมลงในน้ำ

หนึ่งปีต่อมา ผมขอเข้าร่วมการเดินทางที่คล้ายกันไปยังจุดเดิมบนเรือลำเดิม ผมได้รับอนุญาตให้นำยานควบคุมระยะไกล หรืออาร์โอวี (remotely operated vehicle: ROV) กับเพื่อนร่วมงานที่เป็นคนบังคับยานไปด้วย เราจะพยายามค้นหากล้อง ถ้าเราทำไม่สำเร็จ ผมจะได้รู้ว่าอย่างน้อยผมก็พยายามแล้ว จากนั้นผมอาจจะหยุดคิดถึงกล้องตัวนั้นได้ ผมเกลียดการล้มเลิกกลางคัน

เมื่อเรากลับไปถึงฮอร์นซุนด์ฟยอร์ด เรามีเวลาดำเนินการเพียงสี่ชั่วโมงเนื่องจากมีลูกค้าที่จ่ายเงินมาอยู่บนเรือ มีน้ำแข็งอยู่ข้างหน้าธารน้ำแข็งมากกว่าที่เคยมีในการเดินทางครั้งก่อน และเราสงสัยว่าการเดินไปไกลจากเรือจะปลอดภัยหรือไม่ ตามที่ผมรู้ หมีขาวอาจอยู่ใกล้ๆ เราตัดสินใจที่จะลองเสี่ยง เราเกือบจะหันหลังกลับหลายครั้ง แต่เมื่อเราจัดการหาเส้นทางปลอดภัยเพื่อไปยังจุดที่กล้องของผมหายไปเมื่อหนึ่งปีก่อนได้ ตอนนี้เราก็แค่ไปค้นหามัน

เราพบกับความยุ่งยากทางเทคนิคแทบจะทันทีและต้องนำอาร์โอวีขึ้นจากน้ำถึงสองครั้ง น้ำขุ่นมัวจนเราบังคับอาร์โอวีไม่ได้ และกระแสน้ำขึ้นลงทำให้ยานลอยไปจากจุดนั้น โอกาสเดียวที่เราจะหากล้องพบคือการนำยานลงจอดบนจุดที่กล้องหายไป ซึ่งดูเหมือนเป็นโอกาสอันริบหรี่

และแล้วราวกับปาฏิหาริย์ ในความพยายามครั้งที่สาม อาร์โอวีก็หากล้องพบ เราตะโกนและเต้นรำกันบนน้ำแข็ง

หมีขาว
หนึ่งปีผ่านไป ริคาร์ดเซนกลับมาตรงจุดเดิมอีกครั้งพร้อมทีมงานและยานควบคุมระยะไกลหรืออาร์โอวี (remotely operated vehicle: ROV)
หมีขาว
ยานอาร์โอวีถูกหย่อนลงในน้ำผ่านทางช่องเปิดในน้ำแข็ง

การฉลองของเราเกิดขึ้นก่อนเวลาอันควร เมื่อเราพยายามคว้ากล้อง สายเคเบิลของยานกลับพันกัน มือจับบนแขนกลของยานอยู่ห่างจากกล้องไม่ถึงสองเซนติเมตร ใกล้แต่ไม่ใกล้พอที่จะคว้ากล้องไว้ได้ เราได้ยินเสียงแขนกลขูดกับด้านข้างของกล้อง

จากนั้นเราก็ควบคุมอาร์โอวีไม่ได้  คนบังคับยานแน่ใจว่ามันพังแล้ว ผมถึงกับท้อแท้ยิ่งกว่าที่เคยเป็นเมื่อปีก่อนเสียอีก ผมสงสัยว่าจะดีกว่าไหมถ้าเราไม่ได้พบกล้องเลย

เรากู้อาร์โอวีขึ้นมาและเห็นว่าใบพัดติดอยู่กับสาหร่ายทะเล เรามีเวลาพอที่จะลองอีกแค่ครั้งเดียว เราทำการจอดอาร์โอวีบนกล้องได้เป็นครั้งที่สองอย่างน่าประหลาดใจ คราวนี้มือจับของยานคว้าขาตั้งกล้องไว้แน่น เรานำกล้องขึ้นมาบนน้ำแข็ง ผมส่งเสียงร้องดังที่สุดเท่าที่จะทำได้

กล้องถูกกัดกร่อน แต่ผมจัดการเอาเมโมรีการ์ดออกมาได้ ผมวางมันลงในน้ำกลั่นเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกกัดกร่อนมากขึ้น ผมเก็บมันไว้อย่างนั้นจนกระทั่งกลับถึงแผ่นดินใหญ่ จากนั้นจึงติดต่อบริษัทที่ทำงานกู้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่หายไปในคดีอาชญากรรม พวกเขากู้ภาพถ่ายของผมทั้งหมด 149 ภาพกลับมาได้

หมีขาว
ในความพยายามครั้งสุดท้าย แขนกลของยานอาร์โอวีจับกล้องและขาตั้งกล้องที่จมอยู่ได้ในที่สุด
หมีขาว
ยานอาร์โอวีค่อยๆ นำกล้องขึ้นสู่เบื้องบนอย่างปลอดภัย
หมีขาว
ริคาร์ดเซนกับกล้องที่กู้คืนมาได้ในสภาพผุกร่อน

น่าทึ่งมากที่ได้เห็นภาพเหล่านั้น ผมเห็นหมีขาวกำลังหายใจ เห็นมันเลียเลนส์กล้องจนเลนส์พร่ามัว เห็นมันแหย่เลนส์ด้วยอุ้งเท้าสีขาวขนาดใหญ่ขนปุกปุย และในตอนท้าย ผมเห็นขอบอันเลือนรางของช่องหายใจ

การกู้กล้องคืนมาได้คือความสำเร็จที่น่าพึงพอใจที่สุดในอาชีพช่างภาพของผมจนถึงทุกวันนี้ ผมไม่เคยประสบกับการที่อะดรีนาลินหลั่งขนาดนั้นเหมือนกับตอนที่ผมดึงกล้องขึ้นมาจากน้ำและวางลงบนน้ำแข็ง

หมีขาว
ส่วนหนึ่งของภาพถ่ายที่กล้องจับภาพหมีขาวไว้ได้ ริคาร์ดเซนกู้คืนภาพเหล่านี้ได้จากเมโมรีการ์ด

หมีขาว

————————————————-

เอาดุน ริคาร์ดเซน เป็นช่างภาพแนวธรรมชาติและอาจารย์ด้านชีววิทยาทางทะเลและน้ำจืดที่มหาวิทยาลัยอาร์กติกแห่งนอร์เวย์  นี่เป็นผลงานชิ้นแรกที่เขาถ่ายให้นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก


อ่านเพิ่มเติม

หมีขาวหาอาหารยากลำบากขึ้น

เรื่องแนะนำ

อาลัย “อินูกา” หมีขั้วโลกตัวแรกที่เกิดในเขตร้อน

หมีขั้วโลกตัวแรกที่เกิดในภูมิภาคเขตร้อน เสียชีวิตแล้วในวัย 27 ปี ด้วยความชรา ซึ่งหากเทียบเท่ากับมนุษย์แล้วมันจะมีอายุมากถึง 70 ปี

เหตุใดผีเสื้อจักรพรรดิจึงอพยพไกลกว่า 4,800 กิโลเมตร

เหตุใด ผีเสื้อจักรพรรดิ จึงอพยพไกลกว่า 4,800 กิโลเมตร ทุกฤดูใบไม้ร่วง บรรดา ผีเสื้อจักรพรรดิ หลายล้านตัวจะเดินทางออกจากพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาสถานที่ที่มันเติบโตมาในช่วงฤดูร้อน เพื่อมุ่งหน้าลงสู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเม็กซิโก รวมเป็นระยะทาง 3,000 ไมล์ หรือกว่า 4,800 กิโลเมตร แตกต่างจากนกและวิลเดอร์บีสต์ แม้ว่าจะเป็นการอพยพครั้งใหญ่เหมือนกัน เพราะผีเสื้อเหล่านี้จะไม่หวนกลับมายังถิ่นที่อยู่อาศัยเดิม เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? และพวกมันรู้ได้อย่างไรว่าต้องไปที่ไหน?   กระบวนการย้ายถิ่นของผีเสื้อจักรพรรดิเป็นอย่างไร? เมื่อแต่ละวันสั้นลงและอุณหภูมิเริ่มลด ผีเสื้อจักรพรรดิจะเริ่มมองหาสถานที่ใหม่ที่พวกมันจะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างปลอดภัยตลอดฤดูหนาว สำหรับผีเสื้อจักรพรรดิแล้ว พื้นที่ดังกล่าวคือเทือกเขาทางตอนกลางของเม็กซิโก สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยต้นสน Oyamel จำนวนมากที่ซึ่งผีเสื้อจักรพรรดินับล้านๆ ตัวจะเบียดเสียดกันเกาะตามกิ่งก้านสาขาของมัน ต้นสนพวกนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ Sacred Firs พวกมันปกป้องแมลงเอาไว้ รายงานจาก Pablo Jaramillo-Lopez นักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเม็กซิโก “ต้นไม้เหล่านี้เปรียบเสมือนผ้าห่มสำหรับบรรดาผีเสื้อ ช่วยควบคุมไม่ให้อุณหภูมิสูงหรือต่ำเกินไป” เขากล่าว หลังจากรอให้ฤดูหนาวผ่านพ้นไป แมลงเหล่านี้จะมุ่งหน้าไปยังทางทิศเหนือ ไปในที่ที่อบอุ่นกว่าเช่นในรัฐเทกซัส พวกมันจะจับคู่ผสมพันธุ์และวางไข่บนต้นไม้ที่มียางเหนียว ไม่กี่วันต่อมาไข่เหล่านี้จะฟักออกมาเป็นหนอนที่ประกอบด้วยลวดลายสีดำขาวและทอง พวกมันจะกัดกินใบไม้ก่อนที่จะเติบโตเป็นผีเสื้อในอนาคต เมื่อถึงจุดนี้ วงจรชีวิตของผีเสื้อก็จะวนกลับมาเป็นแบบเดิมอีกครั้ง ผีเสื้อตัวเต็มวัยบินขึ้นสู่ท้องฟ้า มุ่งหน้าไปยังทิศเหนือต่ออีกหลายไมล์ ก่อนที่จะจับคู่ผสมพันธุ์และวางไข่อีกครั้ง ดังนั้นแล้วอาจต้องใช้ผีเสื้อ 4 […]