บางปะกง : สายใยชีวิตแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำ - National Geographic Thailand

บางปะกง : สายใยชีวิตแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำ

บางปะกง : สายใยชีวิตแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำ

การตระเวนถ่ายภาพพื้นที่ชุ่มน้ำในไทยและภูมิภาค เช่น แม่น้ำ บางปะกง นานกว่าทศวรรษ

ทำให้ช่างภาพเข้าใจความสัมพันธ์อันเปราะบางระหว่างสรรพสัตว์ ผู้คน และถิ่นอาศัย 

ภาพถ่าย : เริงชัย คงเมือง และโครงการบางปะกง สายน้ำแห่งชีวิต

ตอนที่เริงชัย คงเมือง เริ่มถ่ายภาพปลาและสัตว์น้ำในแม่น้ำบางปะกงเมื่อสามสี่ปีก่อน เขาคิดว่าคงมีปลาเหลืออยู่ไม่กี่ชนิด

“ไม่คิดว่าปลาจะมีความหลากหลายมากขนาดนั้น และมีปลาที่เรายังไม่รู้จักอีกมาก  ยิ่งเห็นปลาในธรรมชาติ  ตอนถ่ายสวยมากครับ” เขาเล่า

เริงชัยใช้เวลาหนึ่งปีถ่ายภาพปลาในแม่น้ำบางปะกงได้ร่วมร้อยชนิด จากต้นน้ำที่เขาใหญ่ไปจนถึงปลายน้ำที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนจะไหลลงสู่ทะเลที่อ่าวไทย  เขาจึงพบเห็นปลาน้ำจืดแท้ๆ ปลาน้ำกร่อย และปลาทะเลอยู่ในแม่น้ำเดียวกัน รวมทั้งกระเบนราหูน้ำจืดที่แทบไม่พบในแม่น้ำเจ้าพระยาอีกแล้วด้วย

“มีครั้งหนึ่งที่ไม่คาดคิดคือ ผมถ่ายฉลามที่เข้ามาหากินในแม่น้ำ ห่างจากปากอ่าวเข้ามาน่าจะเกินสิบ กิโลเมตร (ทางรถ) ที่อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา”  เริงชัยเล่า

บางปะกง
ปลาสร้อยขาว (Henicorhynchus siamensis) (บน) และปลาย่าไอ้ดุก (สกุล Batrachomoeus) (ล่าง) เป็นปลาจากจำนวนกว่า 150 ชนิดพันธุ์ที่พบได้ในแม่นํ้าบางปะกง ในฤดูฝนอาจพบปลาเกือบร้อยชนิด ส่วนในฤดูแล้งพบเกือบ 40 ชนิด

บางปะกง

บางปะกง
แม่นํ้าบางปะกงจากต้นนํ้าถึงปลายนํ้า เป็นแหล่งอาศัยของปลานํ้าจืด ปลานํ้ากร่อย เรื่อยไปจนถึงปลาทะเล รวมถึงปลาจุมพรวดหรือปลาตีนจุดฟ้า (Boleophthalmus boddarti) ตัวนี้
บางปะกง
นอกเหนือจากความอุดมสมบูรณ์ของปลาแล้ว แม่นํ้าบางปะกงยังมีสัตว์นํ้าอื่นๆ อีกมากกว่า 35 ชนิด รวมทั้งกบนํ้ากร่อย (Fejervarya cancrivora) (บน) กุ้งกะเปาะหรือกุ้งกะต่อม (Macrobrachium equidens) (ล่าง)

บางปะกง

บางปะกง
หอยเชอรี (Pomacea canaliculata) เป็นสัตว์ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่แพร่กระจายในแหล่งนํ้าทั่วประเทศ รวมถึงแม่นํ้าบางปะกง

เริงชัยพบว่า การที่มีปลามากมายและหลากหลายชนิดเป็นตัวชี้วัดว่า แม่น้ำบางปะกงยังมีความหลากหลายทางระบบนิเวศ  “มีปลานักล่าค่อนข้างมาก อย่างกระเบนราหู ฉลาม กะพง”  เขาบอกว่าเป็นเพราะมีปลาเล็กปลาน้อยที่เป็นอาหารอยู่มาก  ถ้าปลาผู้ล่ามีความหลากหลาย ก็แสดงว่าประเภทของอาหารก็หลากหลายตามไปด้วย  ตอนที่เริงชัยออกเรือไปกับชาวบ้าน เขาพบว่าชาวบ้านไม่ต้องเตรียมเหยื่อไปตกปลา แต่ “ไปจับเอาข้างหน้า” เพียงหย่อนเบ็ดลงไปก็ได้ปลาขนาดฝ่ามือสำหรับใช้เป็นเหยื่อตกปลาใหญ่ได้ “รวดเร็วมากครับ หย่อนตรงไหนก็เจอปลา”

แม่น้ำบางปะกงไม่มีเขื่อนกั้นและไม่ได้ไหลผ่านเมืองใหญ่หลายเมืองเฉกเช่นแม่น้ำเจ้าพระยา  เริงชัยบอกว่ายังเหลือพื้นที่ธรรมชาติ เช่น ป่าจากที่เชื่อมต่อกับพื้นที่เกษตรกรรมอยู่ ในหน้าน้ำหลาก ปลายังขึ้นไปวางไข่ได้  อย่างไรก็ตาม แม่น้ำบางปะกงก็เผชิญปัญหาการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งส่งผลกระทบทำให้ปลาที่อยู่ตามหน้าดินลอยตายดังที่เป็นข่าวเนืองๆ

ตอนเป็นเด็ก เริงชัยคุ้นเคยกับการจับปลาจากลำห้วยใกล้บ้านที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำที่ชัยภูมิ ได้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของชนิดและจำนวนของปลา  เขาจึงรู้ดีว่าเมื่อลำน้ำถูกตัดขาดหรือถูกปิดกั้นเพื่อทำเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ ปลาที่เคยเห็นตอนเด็กจะหายไป  “ปลาที่ต้องอพยพตามน้ำไหลเดินทางไกลขึ้นมาวางไข่ไม่ได้ เหลืออยู่แต่ปลาที่ชอบน้ำนิ่ง”

เริงชัย คงเมือง ถ่ายภาพแม่น้ำและพื้นที่ชุ่มน้ำทั้งในไทยและต่างประเทศมานานกว่าหนึ่งทศวรรษ “ตั้งแต่ยังถ่ายด้วยฟิล์มอยู่ครับ” เขากล่าว – นิรมล มูนจินดา

บางปะกง
เช่นเดียวกับผู้คนในลุ่มนํ้าบางปะกง สามพี่น้องชาวกัมพูชาแห่งโตนเลสาบ จังหวัดกำปงชนัง (บน) และชาวบ้านดงสารแห่งลุ่มนํ้าสงคราม จังหวัดสกลนคร (ล่าง) ล้วนมีวิถีชีวิตที่ต้องพึ่งพาทรัพยากรจากพื้นที่ชุ่มนํ้า

บางปะกง

บางปะกง
คนเลี้ยงควายที่ทะเลน้อย ทะเลสาบนํ้าจืดแห่งจังหวัดพัทลุง นั่งพักบนเรือหลังไล่ต้อนฝูงควายที่มากินหญ้า (บน) นอกจากนํ้าจืดและนํ้ากร่อยแล้ว พื้นที่ชุ่มนํ้ายังครอบคลุมถึงนํ้าเค็ม เช่น บริเวณพื้นที่ชายหาดจังหวัดกระบี่ (ล่าง)

บางปะกง


อ่านเพิ่มเติม

บันทึกภาคสนามนักอนุรักษ์: ชะตากรรมบนเส้นด้ายของปลาโรนัน

 

เรื่องแนะนำ

ค้นพบม้าน้ำแคระพันธุ์ใหม่ ตัวเล็กเท่าเมล็ดข้าว

ค้นพบม้าน้ำแคระพันธุ์ใหม่ ตัวเล็กเท่าเมล็ดข้าว เจ้าม้าน้ำแคระสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบนี้มีขนาดเล็กมากๆ เทียบเท่ากับเมล็ดข้าวเท่านั้น มันมีชื่อว่า Hippocampus japapigu แปลว่า “หมูญี่ปุ่น” ค้นพบบริเวณก้อนหินที่อุดมไปด้วยสาหร่ายหลากสีสันในน่านน้ำตื้นทางตะวันออกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น อันที่จริงม้าน้ำแคระเหล่านี้ถูกพบมานานแล้วหลายปี แต่เพิ่งจะได้รับการศึกษาวิจัยอย่างละเอียดว่าพวกมันเป็นสายพันธุ์เฉพาะเมื่อเร็วๆ นี้ ด้วยเอกลักษณ์คือครีบหลังเพียงครีบเดียว ต่างจากม้าน้ำอื่นๆ ที่มีครีบหลังเป็นคู่ และนับเป็นโชคดีที่เจ้าสิ่งมีชีวิตจิ๋วน่าถะนุถนอมนี้ยังคงมีจำนวนมาก นอกจากนั้นม้าน้ำแคระในญี่ปุ่นยังมีถิ่นอาศัยที่แปลกเนื่องจากพวกมันอยู่ในน้ำตื้นที่อุณหภูมิต่างกันสุดขั้วในฤดูร้อนและฤดูหนาว ต่างจากม้าน้ำแคระในแหล่งอื่นๆ ที่มักพบในบริเวณน้ำลึกมากกว่า พวกมันเอาตัวรอดได้อย่างไร ประเด็นนี้ยังคงต้องหาคำตอบกันต่อไป…   อ่านเพิ่มเติม ภาพถ่ายสัตว์เผยความจริงที่น่ากังวลของสิ่งแวดล้อม

ภาพความสนิทสนมของคนรักงูกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก

โดย อเล็กซานดรา เกโนวา ภาพถ่าย จาน่า โรมาโนว่า งูเป็นที่น่าหลงใหลและน่ารังเกียจผ่านสายตามนุษย์มานานนับสหัสวรรษ ในอารยธรรมกรีกโบราณ งูคือสัญญาณแห่งความอุดมสมบูรณ์และการเกิดใหม่ ในขณะที่บรรดาชาวคริสต์มองว่างูคือสัญลักษณ์ของการหลุดพ้น ทุกวันนี้งูไม่ใช่แค่อยู่ในวัฒนธรรมป๊อป แต่พวกมันคือสัตว์เลี้ยงประจำบ้าน จาน่า โรมาโนว่า ช่างสาวภาพชาวรัสเซียผู้เป็นโรคกลัวงู เริ่มต้นโปรเจคเก็บภาพระยะยาวของงูและเจ้าของตามบ้าน ซึ่งการเลี้ยงงูกลายมาเป็นเรื่องปกติธรรมดา เมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลายลง “ฉันต้องการสำรวจความหวาดกลัวของตนเองและหาคำตอบว่าทำไมผู้คนถึงเก็บสิ่งมีชีวิตนี้ไว้เป็นสัตว์เลี้ยง” เธอกล่าว แต่ภาพถ่ายของโรมาโนว่าไม่ใช่ภาพถ่ายของงูแบบทั่วๆ ไป “ภาพถ่ายของงูในสิ่งแวดล้อมต่างๆ” ผลักการมีส่วนร่วมของผู้ชมออกไป เธอกล่าว ในบรรดารูปที่น่าสนใจของเธอ งูโบอาตัวอ้วนเลื้อยไปมารอบๆ ตู้ไม้, งูเหลือมเลื้อยพันเตารีดที่ตั้งเอาไว้ และงูข้าวโพดเลื้อยไปมาระหว่างแม่เหล็กที่ติดบนตู้เย็นลายเสือดาว   แก้ปัญหาความกลัวงู การถ่ายภาพให้งูกลมกลืนไปกับลวดลายและพื้นหลังไม่ได้แค่เป็นเรื่องน่าสนใจ แต่ยังเป็นการท้าทายตัวเธอเองอีกด้วย “ในตอนแรกเริ่ม ฉันไม่แม้แต่จะมองภาพของพวกมันด้วยซ้ำ” เธอกล่าว “ทุกวันนี้ถ้าให้เลี้ยงสักตัวเป็นสัตว์เลี้ยง ก็โอเคนะ” จากการสำรวจผ่านโปรเจคดังกล่าว เธอสามารถวิเคราะห์จุดเริ่มต้นของความกลัวงูออกมาได้ “ความกลัวงูส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ผ่านวัฒนธรรม” เธอกล่าว “เช่นในหนังสยองขวัญ, พ่อแม่ที่เตือนลูกๆ ว่างูเป็นสัตว์อันตรายหรือแม้กระทั่งข่าวปลอมๆ ที่ว่างูกลืนเจ้าของลงท้องไป” โรมาโนว่ายังประหลาดใจมากที่พบว่าผู้ชายจำนวนมากเลี้ยงงูเป็นสัตว์เลี้ยง “ฉันคิดมาตลอดว่าผู้หญิงน่าจะเลี้ยงงูเยอะกว่า เพราะภาพถ่ายจำนวนมากของงูที่กำลังพันรอบตัวพวกเธอ”   สเตอริโอไทป์แบบโซเวียต อีกหนึ่งความท้าทายของเธอในการทำโปรเจคนี้คือ “การแสวงหาความงดงามของยุคหลังโซเวียต” “มันมีความเชื่อหรือภาพลักษณ์ที่มองว่าชาวรัสเซียและบรรดาอดีตประเทศโซเวียตเป็นคนยังไง” […]

เกาหลีใต้ระบุฆ่าสุนัขเพื่อบริโภคเนื้อผิดกฎหมาย

คำตัดสินของศาลได้ประกาศให้การฆ่าสุนัขเพื่อบริโภคเนื้อเป็นเรื่องผิดกฎหมาย สอดคล้องกับความต้องการของใครหลายๆ คนที่ต่อต้านการบริโภคเนื้อสุนัข แต่ขณะนี้ยังไม่มีการใช้ในทางปฏิบัติโดยสมบูรณ์

หลักฐานใหม่ชี้ ยุงจดจำกลิ่นได้

หลักฐานใหม่ชี้ ยุงจดจำกลิ่นได้ ครั้งหน้าที่คุณสังเกตเห็นยุงบินมาเกาะที่แขน แม้คุณจะตบพลาด แต่บนความโชคร้ายก็ยังคงมีความโชคดี เพราะเจ้ายุงตัวนั้นคงไม่กลับมาดูดเลือดคุณอีกแล้ว ก็เรื่องอะไรจะยอมเสี่ยงที่จะโดนตบอีกล่ะว่าไหม เพราะแมลงเหล่านี้สามารถเรียนรู้ที่จะเชื่อมโยงกลิ่นกายของคุณเข้ากับสถานการณ์อันตราย เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญกับคุณอีกในอนาคต ผลการศึกษาใหม่นี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Current Biology นับเป็นครั้งแรกที่แสดงให้เห็นว่าเจ้าสัตว์ตัวจิ๋วอย่างยุงนั้นสามารถเรียนรู้และจดจำได้ “พวกมันเป็นเหมือนยุงของปัฟลอฟ” Jeff Riffel ผู้ศึกษาเกี่ยวกับระบบประสาทและพฤติกรรมจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันกล่าว สำหรับ อีวาน ปัฟลอฟ คือนักจิตวิทยาชาวรัสเซียผู้โด่งดังจากการทดลองการขับน้ำลาย พฤติกรรมของสุนัข ภายใต้สถานการณ์รูปแบบเดียวกัน Riffel ทำการทดลองดูว่าแมลงจะสามารถเรียนรู้กลิ่นได้หรือไม่ (แมลงหลายชนิดฉลาดกว่าที่เราคิด พวกมันรู้จักนำร่างของเพื่อนที่ตายแล้วออกไปนอกรังเพื่อป้องกันโรคระบาด) ในการทดลองเขาให้ยุงไข้เหลือง (Aedes aegypti) รับกลิ่นต่างๆ รวมถึงกลิ่นกายของมนุษย์ พร้อมแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยเป็นเวลา 20 นาที ซึ่งค้ลายกับการขยับของแขนเพื่อที่จะตบ Riffel พบว่า ต่อมายุงที่เข้ารับการทดลองหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้กลิ่นเหล่านั้นเป็นเวลาถึง 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นวิธีไล่ยุงที่ได้ผลพอๆ กับการใช้สเปรย์ที่มีสาร DEET ซึ่งพบในสเปรย์กันยุงหลายชนิด ที่เป็นเช่นนี้มาจากสารโดพามีนในสมอง ทีมของ Riffel ทำการทดลองอีกครั้งแต่คราวนี้ยุงที่นำมาใช้มีข้อบกพร่องที่ทำให้สมองไม่สามารถหลั่งโดพามีนได้ ผลเป็นไปตามคาด ยุงกลุ่มดังกล่าวไม่เกิดการเรียนรู้ว่ากลิ่นเหล่านี้เป็นอันตราย และพวกมันบินกลับมาอีกครั้งในเวลาต่อมา อ่านเพิ่มเติม 10 “วิธีไล่ยุง” […]