สุนัขไล่หมี : ทางออกใหม่สำหรับการป้องกันพวกหมีไม่ให้ล้ำเข้ามาในถิ่นที่อยู่อาศัยของมนุษย์

สุนัขเหล่านี้มีหน้าที่ไล่ต้อนพวกหมี.. ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของพวกหมีเอง

สุนัขไล่หมี (Bear Dogs) ทางออกล่าสุดของการป้องกันไม่ให้พวกหมีบุกรุกเข้ามาในถิ่นที่อยู่อาศัยของมนุษย์

เมื่อตอนที่หมีขั้วโลกหลายสิบตัวบุกรุกหมู่เกาะโนวายาเซมเลียทางตอนเหนือของประเทศรัสเซีย ชาวบ้านต่างตื่นตกใจไม่กล้าที่จะออกไปข้างนอก อีกทั้งไม่รู้ว่าจะต้องจัดการกับปัญหาเหล่านี้อย่างไร และด้วยความที่หมีขั้วโลกนั้นเป็นสัตว์ที่ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ทำให้รัฐบาลกลางเกิดความลังเลและปฏิเสธที่จะออกใบอนุญาตให้ยิงพวกมัน

“การบุกรุก” ครั้งนี้ได้จุดประกายให้ผู้คนจับเข่าคุยหาวิธีจัดการกับสัตว์ป่าที่ล้ำเส้นเข้ามาในดินแดนที่อยู่อาศัยของมนุษย์ เนื่องจากการบุกรุกรอบนี้ของหมีขั้วโลก มีสาเหตุมาจากธารน้ำแข็งที่ละลาย ส่งผลให้พวกมันสูญเสียที่อยู่อาศัย ทำให้ต้องเข้ามาหาอาหารในบริเวณที่อยู่อาศัยของมนุษย์แทน

โดยทั่วไปแล้ว หากหมีมาปรากฏตัวที่หลังบ้านของคุณ คุณมีสองทางเลือกที่จะจัดการกับพวกมัน ไม่ไล่ต้อนพวกมันให้จนมุมจากนั้นก็ทำการการุณยฆาต ก็คงต้องยิงยาสลบ ขังพวกมันไว้ในกรง จากนั้นก็เอาไปปล่อยในที่ๆ ไกลจากถิ่นที่อาศัยของมนุษย์

คุณมีแค่สองทางเลือกนี้เท่านั้น และหากพูดกันจริงๆ แล้วล่ะก็ สองวิธีนั้นก็ไม่ใช่วิธีที่มีประสิทธิภาพเอาเสียเลย

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การการุณยฆาต

ด้วยเหตุนี้เองทำให้ Carrie Hunt นักชีววิทยาชาวอเมริกันได้ให้คำปฎิญาณว่า เธอจะค้นหาวิธีการจัดการที่มีประสิทธิภาพ และต้องไม่มีฝ่ายไหนได้รับบาดเจ็บ เพื่อป้องกันความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับหมี

Hunt ได้ก่อตั้งสถาบัน Wind River Bear ในปี พ.ศ. 2539 เพื่อทำการฝึกสุนัขบางสายพันธุ์ให้เป็น “สุนัขเลี้ยงหมี” (Bear Shepherds) ไว้เห่าและไล่ต้อนพวกหมี ไม่ให้พวกมันเข้ามาใกล้ถิ่นฐานที่อยู่อาศัยของมนุษย์มากจนเกินไป โดยเบื้องหลังของการก่อตั้งสถาบันในครั้งนี้มาจากการที่เธอได้เห็นสุนัขของเจ้าหน้าที่พิทักษ์เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสามารถไล่หมีออกไปได้

สุนัขไล่หมี
ถึงแม้จะมีน้ำหนักเพียง 20-30 กิโลกรัม แต่พวกมันก็ไม่หวาดหวั่นในการเผชิญหน้ากับหมียักษ์ที่มีน้ำหนักมากกว่า 180 กิโลกรัม

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็มีการบังคับใช้กฎหมายในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดา ให้เริ่มหันมาใช้สุนัขเป็นอีกหนึ่งหนทางในการป้องกันไม่ให้หมีมาบุกรุกถิ่นฐานของมนุษย์ ปัจจุบันสุนัขไล่หมี (Bear Dogs) ได้ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ในรัฐวอชิงตันและรัฐเนวาดา รวมไปถึงรัฐแอลเบอร์ตา ในประเทศแคนาดา หรือแม้กระทั่งในประเทศญี่ปุ่น รวมไปถึงอุทยานแห่งชาติหลายแห่งในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดา

“โดยตามธรรมชาติ หมีมักจะกลัวสัตว์ตระกูลวงศ์สุนัข” Hunt กล่าว “ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะว่าฝูงหมาป่าสามารถขโมยลูกพวกมันได้ยังไงล่ะ”

อ่านเพิ่มเติม สัตว์ในตระกูลวงศ์สุนัข 

สายพันธุ์ที่นิยมนำมาฝึกเป็นสุนัขไล่หมี มากที่สุดคือพันธุ์คาริเลียน ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศฟินแลนด์

“ผมมั่นใจว่าสุนัขพวกนี้ ช่วยชีวิตพวกหมีให้รอดพ้นจากกระสุนได้เยอะเลยทีเดียว” Rich Beausoleil นักชีววิทยาสัตว์ป่าจากกรมสัตว์ป่าประจำรัฐวอชิงตัน กล่าวในอีเมล

รู้หรือไม่ รัฐวอชิงตัน กับ กรุงวอชิงตัน ดีซี ไม่ใช่ที่เดียวกัน

พวกหมี “ออกไป”

ในตอนแรกเจ้าหน้าที่จะทำการกักขังพวกหมีเอาไว้ในกรงเสียก่อน จากนั้นค่อยเป็นหน้าที่ของเหล่าสุนัข

“พวกมันจะเห่าใส่หมีที่อยู่ในกรง เพื่อที่จะเตือนว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ๆ พวกหมีควรจะอยู่ จากนั้นก็ไล่พวกมันออกไป” Alan Myers กล่าว

และหลังจากสุนัขเห่าต้อนหมีมาระยะหนึ่งแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะทำการปล่อยหมีออกมาจากกรง

“ทันทีที่หมีออกมาจากกรง พวกมันก็รีบวิ่งหนีออกไปด้วยความเร็วราวกับสายฟ้าแลบ” Myers พูด โดยในบางทีพวกเขาอาจจะยิงหนังสติ๊กใส่พวกมันเพื่อที่จะทำให้พวกมันกลัวมากกว่าเดิม จากนั้นถึงค่อยปล่อยสุนัขออกมาจัดการอีกที

สุนัขพวกนั้นจะทำการไล่ตามหมี เห่าใส่ หรือบางทีอาจจะกัดเข้าตรงบริเวณส้นเท้าของพวกหมี จะทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าผู้คุมของพวกมันจะสั่งให้หยุด จนถึงกระนั้น พวกหมีคงได้เรียนรู้บทเรียนราคาแพงครั้งนี้แล้วว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ต้อนรับพวกมัน

“แต่หมีพวกนั้นมันฉลาดนะ มันเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วว่าอะไรควรไม่ควร ผลการศึกษาล่าสุดพบว่าหลังจากพวกมันโดนสุนัขไล่ต้อน พวกมันแทบจะไม่กลับมาสถานที่เหล่านั้นอีกเลย” Myers บอก

Beausoleil กล่าวว่าตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี เขายังไม่เคยเห็นสุนัขตัวไหนได้รับบาดเจ็บจากการทำงานเลย ซึ่ง Hunt ก็ย้ำอยู่เสมอว่าความปลอดภัยของสุนัขและทีมงานของเธอคือความสำคัญหลักของทางสถาบัน

มิตรภาพต่างสายพันธุ์ 

Neil Pederson ได้สร้างมิตรภาพอย่างใกล้ชิดกับ Soledad ซึ่งเป็นหนึ่งในสุนัขไล่หมีของทางสถาบัน

“ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Soledad และผมใช้เวลาร่วมกันจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นหุ้นส่วนชีวิตกันได้แล้ว” Pederson เปิดใจกับความสัมพันธุ์ต่างสายพันธุ์ครั้งนี้ “ความสุขที่มันมอบให้ผมมันไม่สามารถเปล่งออกมาเป็นคำพูดได้” นอกจากนี้ Soledad ยังถูกฝึกฝนให้ดมกลิ่นหาแหล่งที่อยู่อาศัยของหมีขั้วโลกได้อีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม สุนัขสามารถดมกลิ่นและตรวจหาโรคมะเร็งจากมนุษย์ได้ด้วยนะ

ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเล กำหนดไว้ว่าสถานที่ทำงานที่ตั้งอยู่บริเวณที่อยู่อาศัยของหมีขั้วโลก จำเป็นต้องสร้างเขตกั้นเป็นวงกว้างระยะกว่าหลายกิโลเมตร เพื่อที่จะให้หมีขั้วโลกพวกนั้นจำศีลกันอย่างสงบสุขไม่ถูกรบกวน

ทั้งนี้เนื่องจากธารน้ำแข็งที่ละลาย ทำให้หมีขั้วโลกเข้ามาบุกรุกพื้นที่อยู่อาศัยของมนุษย์มากขึ้น

สุนัขไล่หมี
โอกาสที่หมีจะกลับมาบุกรุกพื้นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ หลังจากโดนสุนัขเหล่านี้ไล่ต้อน มีโอกาสน้อยมาก

สายสืบพาร์ทไทม์

นอกจากจะมีหน้าที่ช่วยไล่ต้อนหมีแล้ว สุนัขพวกนี้ยังมีส่วนช่วยในการช่วยแก้ปัญหาลักลอบค้าสัตว์ป่า Beausoleil ผู้ดูแลสุนัขที่มีชื่อว่า Indy และ Cash อธิบายว่าหน้าที่รองของพวกมันคือการช่วยสืบสวนคดีการลักลอบค้าสัตว์ป่า

เมื่อกรมคุ้มครองสัตว์ป่าได้รับรายงานว่ามีการล่าหมาป่าสีเทาเกิดขึ้น ทำให้ทางกรมจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากสถาบัน Wind River Bear ในการหาซากของหมาป่าผู้โชคร้ายตัวนั้น

“เจ้าหน้าที่ต่างใช้เวลากว่าหลายวันในการค้นหาร่างของหมาป่า จนกระทั่งมีคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า ‘พวกคุณว่าพวกสุนัขไล่หมีจะสามารถมาช่วยพวกเราหาได้ไหม?'” Beausolei กล่าว

และเจ้าสุนัขก็ไม่ทำให้ผิดหวัง หลังจากพวกมันใช้เวลาเพียงแค่ 40 นาที ในการติดตามหาซากหมาป่าตัวนั้น โดยความช่วยเหลือของพวกมันครั้งนี้ ทำให้กฎหมายสามารถเอาผิดและดำเนินคดีกับคนร้ายได้

ในอีกคดีหนึ่ง เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานว่ามีการล่ากวางเกิดขึ้น ไม่รอช้า เจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการเข้าไปค้นบ้านของผู้ต้องสงสัย พร้อมกับเจอของกลางอย่างหัวกวาง อยู่ในบ้าน

ทว่าแค่นั้นยังไม่เพียงพอต่อการดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัย พวกเขาได้ส่งพนักงานสืบสวนออกไปค้นหาร่างส่วนที่เหลือของกวาง แต่ก็ไม่ได้ความคืบหน้าอะไรเพิ่มเติม ทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือก นอกจากขอความช่วยเหลือจากพวกสุนัขไล่หมีอีกครั้งหนึ่ง..

และก็เช่นเดิม ครั้งนี้ใช้เวลาเพียงแค่ 20 นาทีเท่านั้น พวกมันก็สามารถหาเจอร่างกายส่วนที่เหลือของกวางได้สำเร็จ หลังจากตรวจ DNA แล้ว พบว่าทั้งหัวและร่างที่เหล่าสุนัขเจอนั้นมีความสัมพันธ์กัน

“หากไม่ได้พวกมัน พวกเราคงไม่สามารถปิดคดีนี้ได้สำเร็จเป็นแน่” Beaisoleil สารภาพว่าหากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากสุนัขเหล่านั้น พวกเขาคงปิดคดีดังกล่าวไม่สำเร็จ

พลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง

แม้ว่าจะประสบความสำเร็จมากมาย แต่สุนัขพันธุ์คาริเลียนก็ไม่ได้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

Ann Bryant ผู้อำนวยการบริหารขององค์กรช่วยเหลือสัตว์ BEAR League อีกทั้งยังเป็นอาสาสมัครกลุ่มอนุรักษ์หมีในเมืองทาโฮ ได้พบเจอกับปัญหาในการพยายามใช้งานพวกมัน ในบริเวณที่มีประชากรหนาแน่น โดยเมื่อ 14 ปีก่อน ทางองค์กรได้รับสุนัขพันธุ์คาริเลียนมา 2 ตัว จากผู้เพาะพันธุ์มาฝึกฝนได้แก่ Anya และ Dmytry

“ถึงแม้ว่าทาง Anya และ Dmytry จะปฏิบัติหน้าที่ในการไล่ต้อนพวกหมีได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ผู้คนในเมือง” Bryant กล่าวในอีเมล “แต่ก็เห็นได้ชัดว่า การให้พวกมันไล่ต้อนหมีท่ามกลางถนนที่เต็มไปด้วยรถและผู้คนที่สัญจรไปมา ไม่ใช่แนวคิดที่ดี”

นอกจากนี้การฝึกอบรมสุนัขไล่หมีนั้น ก็ยังเป็นงานที่ต้องใช้ความอดทนอย่างสูงอีกด้วย

“มัน (การฝึกสุนัข) เป็นความรับผิดชอบอย่างใหญ่หลวงมาก ” Bryant เปิดใจ

นอกจากนี้ Hunt ยังได้บอกอีกว่า เธอมีความภูมิใจอย่างมากในความสำเร็จของสถาบันครั้งนี้ “ฉันใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กแล้วว่าอยากจะสื่อสารกับสุนัขและหมี และอยากจะทำงานร่วมกับพวกมัน ตอนนี้ทุกอย่างมันเป็นจริงแล้ว” เธอกล่าว

***แปลและเรียบเรียงโดย รชตะ ปิวาวัฒนพานิช
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย 


อ่านเพิ่มเติม : จิงโจ้ : เมื่อสัตว์สัญลักษณ์อันเป็นที่รัก กลายมาเป็นสัตว์รบกวน

จิงโจ้

 

เรื่องแนะนำ

เต่ามะเฟืองนักท่องโลก

เต่ามะเฟือง เป็นเต่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ดำน้ำได้ลึกที่สุด และมีถิ่นกระจายพันธุ์กว้างไกลที่สุด ยืนหยัดมาได้ถึง 100 ล้านปีแล้ว เรื่อง ทิม แอปเพนเซลเลอร์ ภาพถ่าย ไบรอัน สเกอร์รี เนื้อหาจาก นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนพฤษภาคม 2552 เต่ามะเฟือง (leatherback turtle) ขึ้นชื่อว่าเป็นยอดนักเอาตัวรอด พวกมันสามารถดำน้ำได้ลึกกว่าหนึ่งกิโลเมตร ว่ายน้ำข้ามมหาสมุทร และทำให้ร่างกายอบอุ่นยามอยู่ในน้ำที่เย็นจนเกือบเป็นน้ำแข็ง มันยังชีพด้วยอาหารซึ่งสิ่งมีชีวิตอื่นๆเพียงไม่กี่ชนิดจะทนกินได้ ที่สำคัญที่สุดคือมันสามารถปรับตัวได้เสมอ   ขณะที่เต่าทะเลชนิดอื่นๆมักยึดติดกับชายหาดวางไข่และแหล่งหากินเดิมๆ ทำให้พวกมันตกอยู่ในภาวะหล่อแหลมเมื่อกิจกรรมต่างๆของมนุษย์รุกล้ำถิ่นอาศัยมากขึ้น แต่เต่ามะเฟืองกลับยืดหยุ่นและปรับตัวได้ดีกว่า โดยฉกฉวยประโยชน์จากสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยซึ่งพวกมันไปพบเข้า ไม่ว่าจะเป็นชายหาดวางไข่ที่ยังไม่ถูกรุกล้ำหรือแหล่งที่มีแมงกะพรุนซึ่งเป็นอาหารหลักชุกชุม เต่ามะเฟืองเป็นสัตว์ที่ได้รับการออกแบบเชิงอุทกพลศาสตร์อย่างดีที่สุดชนิดหนึ่งของโลก พวกมันสามารถว่ายน้ำได้อย่างง่ายดายไม่ต่างอะไรกับการพักผ่อน เต่ามะเฟืองแตกต่างจากเต่าทะเลชนิดอื่นซึ่งมีกระดองใหญ่โตยื่นออกมานอกลำตัว กระดองของเต่ามะเฟืองนั้นยืดหยุ่นและพอดีกับลำตัว รวมทั้งผสานจนเกือบจะเป็นเนื้อเดียวกับลำคอหนาหนั่นและไหล่ที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ สันนูนตามแนวยาวของกระดองทั้งเจ็ดสันอาจช่วยในการปรับตัวเพื่อบังคับทิศทางและแหวกว่ายไปตามกระแสน้ำได้อย่างราบรื่น ส่วนหัวของเต่าเปรียบได้กับหัวเรือ ขณะที่กระดองเรียวเล็กลงทางด้านหลังดูคล้ายกับรูปหยดน้ำ นอกจากนี้พวกมันยังมีสิ่งที่เรียกว่า ระบบควบคุมการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิภายในร่างกายของสัตว์ขนาดใหญ่ (gigantothermy) ซึ่งเป็นคุณลักษณะพิเศษที่อาจช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายของเต่ามะเฟืองให้สูงกว่าอุณหภูมิน้ำที่พวกมันแหวกว่ายอยู่หลายองศา พวกมันจึงสามารถเดินทางในน้ำที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส ซึ่งเหมาะกับวาฬและแมวน้ำมากกว่าเต่าทะเลได้ แม้ว่าพวกมันจะมีความสามารถทางร่างกายที่สูงยิ่ง ซึ่งช่วยให้เอาชีวิตรอดและสืบทอดวงศ์วานมาได้นานร่วม ร้อยล้านปี แต่ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา […]

สำรวจโลก : แด่ปักษาผู้สูญสิ้น

แด่ปักษาผู้สูญสิ้น นกคาราคาราเกาะกวาดาลูเปกลายเป็นของลํ้าค่า ทันทีเมื่อมันใกล้สูญพันธุ์ ย้อนหลังไปเมื่อ ปี 1876 นกนักล่าในวงศ์เหยี่ยวชนิดนี้เคยมีอยู่มากมายบนเกาะกวาดาลูเปของเม็กซิโก แต่ถูกกำจัดอย่างเป็นระบบทั้งด้วยการยิงและวาง ยาเบื่อ พอถึงปลายศตวรรษที่สิบเก้า นกถิ่น เดียวชนิดนี้ก็หายากมาก และกลายเป็นที่หมายตาของนักสะสม ผู้คนเริ่มดักจับเพื่อนำไปขายให้ผู้เสนอราคาสูง ๆ แต่แล้วพวกมันก็ สูญพันธุ์ไปในที่สุด เมื่อหลายปีก่อน ลอเรล รอท โฮป ศิลปินที่เรียนรู้ด้วยตนเอง และเคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เริ่มเฝ้าสังเกตนกพิราบในเมือง “ฉันเริ่มคิดถึงวิธีการที่คนเราให้ค่ากับสิ่งต่าง ๆ ที่หายาก และไม่แยแสอะไรที่มีอยู่ดาษดื่น และนั่นก็ส่งผลต่อทัศนคติของเรา ที่มีต่อสัตว์ป่า” เธอกล่าวและเสริมว่า “ฉันจึง อยากนำทั้งสองสิ่งนี้มาอยู่ด้วยกัน” โฮปเริ่มถักโครเชต์เพื่อสร้างงานศิลปะที่เธอเรียกว่า “Biodiversity Reclamation Suits for Urban Pigeons” อธิบายง่าย ๆ คือการสร้างเรือนขนหรือ “เสื้อคลุม” ของนกหายากหรือที่สูญพันธุ์ไปแล้ว เพื่อนำไปประดับหรือตกแต่งบนประติมากรรมนกพิราบซึ่งเป็นนกที่พบเห็นได้ทั่วไป งานชิ้นแรกของเธอประกอบด้วย “นกพิราบในฐานะตัวแทนชนิดพันธุ์ที่ประสบความสำเร็จด้านการปรับตัว กับนกโดโด ในฐานะตัวแทนของชนิดพันธุ์ที่สูญสิ้นไปแล้ว” งานของโฮปเริ่มจากการขึ้นรูปและหล่อตัวนกพิราบจากเรซิน จากนั้นจึงเลือกลายปักและสีสันเพื่อสร้าง “แบบสเก็ตช์โครเชต์สามมิติ” ของเรือนขนนกที่สูญพันธุ์ไปแล้ว เธอจะลองสวม […]

การฝึกวาฬและโลมาเพื่อการทหาร มีวิธีการอย่างไร และใคร “ใช้งาน” บ้าง

โลมาปากขวดที่ชื่อว่า เค-ด็อก กระโดดโผล่ขึ้นจากน้ำระหว่างการฝึกของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่อ่าวเปอร์เซีย ภาพถ่ายโดย พันจ่าเอก BRIAN AHO แห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ แม้โลกจะมีเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ก็ไม่มีอะไรเหนือกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมทางทะเล (Marine mammals) ที่มีความสามารถในการค้นหาสิ่งของในโลกใต้ทะเล เช่น วาฬ โลมา หรือสิงโตทะเลได้อีกแล้ว หลังจากมีข่าวว่าชาวประมงประเทศนอร์เวย์พบวาฬเบลูกาเข้ามาใกล้เรือ และติดตั้งอปุกรณ์ที่ดูเหมือนเป็นกล้องบันทึกภาพ ซึ่งภายหลังพบว่าเป็น “อุปกรณ์ที่มาจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก” โดยผู้เชี่ยวชาญทางทะเลให้ความเห็นว่า วาฬตัวนั้นเป็นส่วนหนึ่งของโครงการการฝึกทางทหาร ที่ใช้สัตว์จำพวก วาฬ (cataceans) เพื่อการทำภารกิจต่างๆ อาจดูเป็นเรื่องประหลาด แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่เราไม่เคยได้ยินมาก่อน เมื่อปี 2017 สถานีโทรทัศน์รัฐบาลของประเทศรัสเซียได้รายงานว่า รัสเซียกำลังทดลองใช้วาฬเบลูกา โลมาปากขวด (Bottlenose dolphin) และแมวน้ำหลายชนิด เพื่อลาดตระเวนบริเวณทางเข้าฐานทัพเรือ ช่วยเหลือนักดำน้ำ หรือแม้กระทั่งสังหารคนแปลกหน้าที่บุกรุกดินแดน การใช้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเลเพื่อจุดประสงค์ทางการทหารไม่ถือเป็นข้อห้ามในประเทศรัสเซีย นอกจากนี้ กองทัพเรือสหรัฐอเมริกาดำเนินโครงการในลักษณะเดียวกันตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1960 สัตว์เหล่านี้มีความสามารถตรวจจับและค้นหาเป้าหมายในน้ำลึกและดำมืด ซึ่งยังไม่มีเทคโนโลยีใดเทียบเคียงความสามารถของพวกมันได้ กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ฝึกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเล ซึ่งรวมไปถึงสิงโตทะเลแคลิฟอร์เนียและโลมาปากขวด เพื่อค้นหาและกู้คืนวัตถุที่สูญหายไปในท้องทะเล รวมถึงระบุตัวผู้บุกรุกที่พยายามว่ายน้ำเข้ามาในเขตหวงห้าม นอกจากนี้ กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ใช้งานบรรดาโลมาเพื่อตรวจจับทุ่นระเบิดทั้งที่ฝังอยู่บนพื้นทะเล ลอยอยู่บนน้ำ […]

บันทึกภาคสนามนักอนุรักษ์: ชะตากรรมบนเส้นด้ายของปลาโรนัน

ปลาโรนันจุดขาวเป็นปลาหายากในวงศ์ปลากระเบนที่นักวิทยาศาสตร์ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับมันน้อยมาก และพวกมันกำลังถูกคุกคามเนื่องจากครีบของปลาโรนันขายได้ราคาสูงมาก ขณะนี้บรรดานักอนุรักษ์ทำได้เพียงซื้อคืนพวกมันจากชาวประมงและปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ