สุนัขไล่หมี : ทางออกในการป้องกันพวกหมีไม่ให้ล้ำเข้ามาในถิ่นที่อยู่อาศัยของมนุษย์

สุนัขเหล่านี้มีหน้าที่ไล่ต้อนพวกหมี.. ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของพวกหมีเอง

สุนัขไล่หมี (Bear Dogs) ทางออกล่าสุดของการป้องกันไม่ให้พวกหมีบุกรุกเข้ามาในถิ่นที่อยู่อาศัยของมนุษย์

เมื่อตอนที่หมีขั้วโลกหลายสิบตัวบุกรุกหมู่เกาะโนวายาเซมเลียทางตอนเหนือของประเทศรัสเซีย ชาวบ้านต่างตื่นตกใจไม่กล้าที่จะออกไปข้างนอก อีกทั้งไม่รู้ว่าจะต้องจัดการกับปัญหาเหล่านี้อย่างไร และด้วยความที่หมีขั้วโลกนั้นเป็นสัตว์ที่ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ทำให้รัฐบาลกลางเกิดความลังเลและปฏิเสธที่จะออกใบอนุญาตให้ยิงพวกมัน

“การบุกรุก” ครั้งนี้ได้จุดประกายให้ผู้คนจับเข่าคุยหาวิธีจัดการกับสัตว์ป่าที่ล้ำเส้นเข้ามาในดินแดนที่อยู่อาศัยของมนุษย์ เนื่องจากการบุกรุกรอบนี้ของหมีขั้วโลก มีสาเหตุมาจากธารน้ำแข็งที่ละลาย ส่งผลให้พวกมันสูญเสียที่อยู่อาศัย ทำให้ต้องเข้ามาหาอาหารในบริเวณที่อยู่อาศัยของมนุษย์แทน

โดยทั่วไปแล้ว หากหมีมาปรากฏตัวที่หลังบ้านของคุณ คุณมีสองทางเลือกที่จะจัดการกับพวกมัน ไม่ไล่ต้อนพวกมันให้จนมุมจากนั้นก็ทำการการุณยฆาต ก็คงต้องยิงยาสลบ ขังพวกมันไว้ในกรง จากนั้นก็เอาไปปล่อยในที่ๆ ไกลจากถิ่นที่อาศัยของมนุษย์

คุณมีแค่สองทางเลือกนี้เท่านั้น และหากพูดกันจริงๆ แล้วล่ะก็ สองวิธีนั้นก็ไม่ใช่วิธีที่มีประสิทธิภาพเอาเสียเลย

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การการุณยฆาต

ด้วยเหตุนี้เองทำให้ Carrie Hunt นักชีววิทยาชาวอเมริกันได้ให้คำปฎิญาณว่า เธอจะค้นหาวิธีการจัดการที่มีประสิทธิภาพ และต้องไม่มีฝ่ายไหนได้รับบาดเจ็บ เพื่อป้องกันความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับหมี

Hunt ได้ก่อตั้งสถาบัน Wind River Bear ในปี พ.ศ. 2539 เพื่อทำการฝึกสุนัขบางสายพันธุ์ให้เป็น “สุนัขเลี้ยงหมี” (Bear Shepherds) ไว้เห่าและไล่ต้อนพวกหมี ไม่ให้พวกมันเข้ามาใกล้ถิ่นฐานที่อยู่อาศัยของมนุษย์มากจนเกินไป โดยเบื้องหลังของการก่อตั้งสถาบันในครั้งนี้มาจากการที่เธอได้เห็นสุนัขของเจ้าหน้าที่พิทักษ์เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสามารถไล่หมีออกไปได้

สุนัขไล่หมี
ถึงแม้จะมีน้ำหนักเพียง 20-30 กิโลกรัม แต่พวกมันก็ไม่หวาดหวั่นในการเผชิญหน้ากับหมียักษ์ที่มีน้ำหนักมากกว่า 180 กิโลกรัม

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็มีการบังคับใช้กฎหมายในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดา ให้เริ่มหันมาใช้สุนัขเป็นอีกหนึ่งหนทางในการป้องกันไม่ให้หมีมาบุกรุกถิ่นฐานของมนุษย์ ปัจจุบันสุนัขไล่หมี (Bear Dogs) ได้ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ในรัฐวอชิงตันและรัฐเนวาดา รวมไปถึงรัฐแอลเบอร์ตา ในประเทศแคนาดา หรือแม้กระทั่งในประเทศญี่ปุ่น รวมไปถึงอุทยานแห่งชาติหลายแห่งในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดา

“โดยตามธรรมชาติ หมีมักจะกลัวสัตว์ตระกูลวงศ์สุนัข” Hunt กล่าว “ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะว่าฝูงหมาป่าสามารถขโมยลูกพวกมันได้ยังไงล่ะ”

อ่านเพิ่มเติม สัตว์ในตระกูลวงศ์สุนัข 

สายพันธุ์ที่นิยมนำมาฝึกเป็นสุนัขไล่หมี มากที่สุดคือพันธุ์คาริเลียน ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศฟินแลนด์

“ผมมั่นใจว่าสุนัขพวกนี้ ช่วยชีวิตพวกหมีให้รอดพ้นจากกระสุนได้เยอะเลยทีเดียว” Rich Beausoleil นักชีววิทยาสัตว์ป่าจากกรมสัตว์ป่าประจำรัฐวอชิงตัน กล่าวในอีเมล

รู้หรือไม่ รัฐวอชิงตัน กับ กรุงวอชิงตัน ดีซี ไม่ใช่ที่เดียวกัน

พวกหมี “ออกไป”

ในตอนแรกเจ้าหน้าที่จะทำการกักขังพวกหมีเอาไว้ในกรงเสียก่อน จากนั้นค่อยเป็นหน้าที่ของเหล่าสุนัข

“พวกมันจะเห่าใส่หมีที่อยู่ในกรง เพื่อที่จะเตือนว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ๆ พวกหมีควรจะอยู่ จากนั้นก็ไล่พวกมันออกไป” Alan Myers กล่าว

และหลังจากสุนัขเห่าต้อนหมีมาระยะหนึ่งแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะทำการปล่อยหมีออกมาจากกรง

“ทันทีที่หมีออกมาจากกรง พวกมันก็รีบวิ่งหนีออกไปด้วยความเร็วราวกับสายฟ้าแลบ” Myers พูด โดยในบางทีพวกเขาอาจจะยิงหนังสติ๊กใส่พวกมันเพื่อที่จะทำให้พวกมันกลัวมากกว่าเดิม จากนั้นถึงค่อยปล่อยสุนัขออกมาจัดการอีกที

สุนัขพวกนั้นจะทำการไล่ตามหมี เห่าใส่ หรือบางทีอาจจะกัดเข้าตรงบริเวณส้นเท้าของพวกหมี จะทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าผู้คุมของพวกมันจะสั่งให้หยุด จนถึงกระนั้น พวกหมีคงได้เรียนรู้บทเรียนราคาแพงครั้งนี้แล้วว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ต้อนรับพวกมัน

“แต่หมีพวกนั้นมันฉลาดนะ มันเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วว่าอะไรควรไม่ควร ผลการศึกษาล่าสุดพบว่าหลังจากพวกมันโดนสุนัขไล่ต้อน พวกมันแทบจะไม่กลับมาสถานที่เหล่านั้นอีกเลย” Myers บอก

Beausoleil กล่าวว่าตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี เขายังไม่เคยเห็นสุนัขตัวไหนได้รับบาดเจ็บจากการทำงานเลย ซึ่ง Hunt ก็ย้ำอยู่เสมอว่าความปลอดภัยของสุนัขและทีมงานของเธอคือความสำคัญหลักของทางสถาบัน

มิตรภาพต่างสายพันธุ์ 

Neil Pederson ได้สร้างมิตรภาพอย่างใกล้ชิดกับ Soledad ซึ่งเป็นหนึ่งในสุนัขไล่หมีของทางสถาบัน

“ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Soledad และผมใช้เวลาร่วมกันจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นหุ้นส่วนชีวิตกันได้แล้ว” Pederson เปิดใจกับความสัมพันธุ์ต่างสายพันธุ์ครั้งนี้ “ความสุขที่มันมอบให้ผมมันไม่สามารถเปล่งออกมาเป็นคำพูดได้” นอกจากนี้ Soledad ยังถูกฝึกฝนให้ดมกลิ่นหาแหล่งที่อยู่อาศัยของหมีขั้วโลกได้อีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม สุนัขสามารถดมกลิ่นและตรวจหาโรคมะเร็งจากมนุษย์ได้ด้วยนะ

ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเล กำหนดไว้ว่าสถานที่ทำงานที่ตั้งอยู่บริเวณที่อยู่อาศัยของหมีขั้วโลก จำเป็นต้องสร้างเขตกั้นเป็นวงกว้างระยะกว่าหลายกิโลเมตร เพื่อที่จะให้หมีขั้วโลกพวกนั้นจำศีลกันอย่างสงบสุขไม่ถูกรบกวน

ทั้งนี้เนื่องจากธารน้ำแข็งที่ละลาย ทำให้หมีขั้วโลกเข้ามาบุกรุกพื้นที่อยู่อาศัยของมนุษย์มากขึ้น

สุนัขไล่หมี
โอกาสที่หมีจะกลับมาบุกรุกพื้นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ หลังจากโดนสุนัขเหล่านี้ไล่ต้อน มีโอกาสน้อยมาก

สายสืบพาร์ทไทม์

นอกจากจะมีหน้าที่ช่วยไล่ต้อนหมีแล้ว สุนัขพวกนี้ยังมีส่วนช่วยในการช่วยแก้ปัญหาลักลอบค้าสัตว์ป่า Beausoleil ผู้ดูแลสุนัขที่มีชื่อว่า Indy และ Cash อธิบายว่าหน้าที่รองของพวกมันคือการช่วยสืบสวนคดีการลักลอบค้าสัตว์ป่า

เมื่อกรมคุ้มครองสัตว์ป่าได้รับรายงานว่ามีการล่าหมาป่าสีเทาเกิดขึ้น ทำให้ทางกรมจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากสถาบัน Wind River Bear ในการหาซากของหมาป่าผู้โชคร้ายตัวนั้น

“เจ้าหน้าที่ต่างใช้เวลากว่าหลายวันในการค้นหาร่างของหมาป่า จนกระทั่งมีคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า ‘พวกคุณว่าพวกสุนัขไล่หมีจะสามารถมาช่วยพวกเราหาได้ไหม?'” Beausolei กล่าว

และเจ้าสุนัขก็ไม่ทำให้ผิดหวัง หลังจากพวกมันใช้เวลาเพียงแค่ 40 นาที ในการติดตามหาซากหมาป่าตัวนั้น โดยความช่วยเหลือของพวกมันครั้งนี้ ทำให้กฎหมายสามารถเอาผิดและดำเนินคดีกับคนร้ายได้

ในอีกคดีหนึ่ง เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานว่ามีการล่ากวางเกิดขึ้น ไม่รอช้า เจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการเข้าไปค้นบ้านของผู้ต้องสงสัย พร้อมกับเจอของกลางอย่างหัวกวาง อยู่ในบ้าน

ทว่าแค่นั้นยังไม่เพียงพอต่อการดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัย พวกเขาได้ส่งพนักงานสืบสวนออกไปค้นหาร่างส่วนที่เหลือของกวาง แต่ก็ไม่ได้ความคืบหน้าอะไรเพิ่มเติม ทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือก นอกจากขอความช่วยเหลือจากพวกสุนัขไล่หมีอีกครั้งหนึ่ง..

และก็เช่นเดิม ครั้งนี้ใช้เวลาเพียงแค่ 20 นาทีเท่านั้น พวกมันก็สามารถหาเจอร่างกายส่วนที่เหลือของกวางได้สำเร็จ หลังจากตรวจ DNA แล้ว พบว่าทั้งหัวและร่างที่เหล่าสุนัขเจอนั้นมีความสัมพันธ์กัน

“หากไม่ได้พวกมัน พวกเราคงไม่สามารถปิดคดีนี้ได้สำเร็จเป็นแน่” Beaisoleil สารภาพว่าหากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากสุนัขเหล่านั้น พวกเขาคงปิดคดีดังกล่าวไม่สำเร็จ

พลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง

แม้ว่าจะประสบความสำเร็จมากมาย แต่สุนัขพันธุ์คาริเลียนก็ไม่ได้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

Ann Bryant ผู้อำนวยการบริหารขององค์กรช่วยเหลือสัตว์ BEAR League อีกทั้งยังเป็นอาสาสมัครกลุ่มอนุรักษ์หมีในเมืองทาโฮ ได้พบเจอกับปัญหาในการพยายามใช้งานพวกมัน ในบริเวณที่มีประชากรหนาแน่น โดยเมื่อ 14 ปีก่อน ทางองค์กรได้รับสุนัขพันธุ์คาริเลียนมา 2 ตัว จากผู้เพาะพันธุ์มาฝึกฝนได้แก่ Anya และ Dmytry

“ถึงแม้ว่าทาง Anya และ Dmytry จะปฏิบัติหน้าที่ในการไล่ต้อนพวกหมีได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ผู้คนในเมือง” Bryant กล่าวในอีเมล “แต่ก็เห็นได้ชัดว่า การให้พวกมันไล่ต้อนหมีท่ามกลางถนนที่เต็มไปด้วยรถและผู้คนที่สัญจรไปมา ไม่ใช่แนวคิดที่ดี”

นอกจากนี้การฝึกอบรมสุนัขไล่หมีนั้น ก็ยังเป็นงานที่ต้องใช้ความอดทนอย่างสูงอีกด้วย

“มัน (การฝึกสุนัข) เป็นความรับผิดชอบอย่างใหญ่หลวงมาก ” Bryant เปิดใจ

นอกจากนี้ Hunt ยังได้บอกอีกว่า เธอมีความภูมิใจอย่างมากในความสำเร็จของสถาบันครั้งนี้ “ฉันใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กแล้วว่าอยากจะสื่อสารกับสุนัขและหมี และอยากจะทำงานร่วมกับพวกมัน ตอนนี้ทุกอย่างมันเป็นจริงแล้ว” เธอกล่าว

***แปลและเรียบเรียงโดย รชตะ ปิวาวัฒนพานิช
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย 


อ่านเพิ่มเติม : จิงโจ้ : เมื่อสัตว์สัญลักษณ์อันเป็นที่รัก กลายมาเป็นสัตว์รบกวน

จิงโจ้

 

เรื่องแนะนำ

พบกับปลาประหลาดที่สุดในโลก

พบกับปลาประหลาดที่สุดในโลก นักท่องเที่ยวที่กำลังพักผ่อนอยู่บนหาดของเมือง Tirúa ในชิลี พบเข้ากับบางสิ่งบางอย่าง มันคือปลาแฮ็กฟิช ปลาไม่มีขากรรไกรที่แยกสายวิวัฒนาการออกมาจากปลาอื่นๆ เมื่อนานมาแล้ว ถึงแม้ว่าตัวมันจะดูยาว ลื่น และเป็นมัน แต่พวกมันไม่ใช่ปลาไหล ตลอด 300 ล้านปีที่ผ่านมาแฮ็กฟิชเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ไปจากเดิมเพียงน้อยนิดเท่านั้น และปัจจุบัน แฮ็กฟิช เป็นปลาในชั้นปลาไม่มีขากรรไกรเพียงหนึ่งในสองจำพวกที่ยังสืบเผ่าพันธุ์มาจนถึงทุกวันนี้ (อีกจำพวกหนึ่งคือ ปลาแลมป์เพรย์) พวกมันอาศัยอยู่ตามพื้นมหาสมุทร ของทะเลลึก  Lissete Hermosilla นักท่องเที่ยวและครอบครัวของเธอเล่าให้เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกฟังว่าพบเจ้าตัวนี้เข้าโดยบังเอิญขณะกำลังตกปลาอยู่ ในตอนแรกเธอคิดจะช่วยมันให้กลับลงสู่ทะเล แต่ดูเหมือนว่าเจ้าปลาประหลาดนี้สามารถหาวิธีคลานกลับสู่ทะเลได้ด้วยตนเอง คุณลักษณะเด่นอีกอย่างหนึ่งก็คือปลาแฮ็กฟิชมีต่อมเมือกจำนวนมากทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่กระจายอยู่ที่ผิวหนังและเรียงตัวเป็นแนวอยู่ทางด้านข้างตลอดความยาวของลำตัวกว่า 100 ต่อม โดยพวกมันใช้เมือกเพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวเมื่อถูกสัตว์ใหญ่โจมตี และเมื่อเมือกดังกล่าวปะปนไปกับน้ำทะเล มันจะกลายเป็นแผ่นไฟเบอร์ใสขนาดใหญ่ ที่มีความบาง แข็งแรง และยืดหยุ่นได้ โดยเมื่อนำไปล้างกับน้ำเปล่า และนำไปผึ่งให้แห้ง ก็จะได้วัสดุที่ให้สัมผัสนุ่มและลื่น ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษาเมือกของมันเพื่อนำไปสร้างใยสังเคราะห์   อ่านเพิ่มเติม : เผยวิดีโอที่บันทึกภาพปลาทะเลลึกที่สุดในโลกเป็นครั้งแรก, ทดลองให้ปลาไหลไฟฟ้าช็อต เพื่อวิทยาศาสตร์

ปูทะเลแฮร์รี พอตเตอร์

ทีมนักชีววิทยาได้ค้นพบปูทะเลชนิดใหม่ โดยตั้งชื่อตามตัวละครแฮร์รี พอตเตอร์ ในนวนิยายชื่อดังของ เจ. เค. โรว์ลิง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ผู้ค้นพบปูชนิดนี้เป็นคนแร

เรื่องรักของเพนกวิน

เรื่องรักของเพนกวิน บางครั้งความโรแมนติกไม่จำเป็นต้องมีบทพูด เชิญพบกับความรักอันยิ่งใหญ่ของเพนกวินเจนทูแห่งแอนตาร์กติก เรื่องราวของมันเริ่มต้นเหมือนคู่รักมนุษย์ เมื่อเพนกวินเจนทูต้องการที่จะลงหลักปักฐานกับใคร ตัวผู้จะออกตามหาก้อนหินที่สวยงาม เกลี้ยงเกลาที่สุดมามอบให้ตัวเมียที่หมายปอง หากตัวเมียมีใจมันจะรับเอาก้อนหินมาไว้ในรัง จากนั้นพวกมันก็จะผูกพันเป็นคู่ผัวเดียวเมียเดียวไปตลอดชีวิต เมื่อมีลูกด้วยกันแล้ว พวกมันจะสลับกันออกไปหาอาหารมาเลี้ยงลูกๆ ตัวที่เหลืออยู่จะคอยอยู่บนเกาะ เพนกวินเจนทูแม้เดินอุ้ยอ้ายแต่พวกมันว่ายน้ำเก่งมาก และยังเป็นเพนกวินที่ว่ายน้ำได้เร็วที่สุดถึง 36 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พวกมันจะเก็บอาหารไว้ในท้องจากนั้นก็ว่ายฝ่าคลื่นลมกลับมายังเกาะที่มีเพนกวินอาศัยอยู่เป็นล้านตัว พวกมันจะเปล่งเสียงร้องหากัน และน่าทึ่งที่ท่ามกลางเสียงดังระงมเพนกวินสามารถจดจำเสียงร้องของคู่มันได้อย่างแม่นยำ เมื่อพบกันแล้วมันจะอ้าปากให้ลูกน้อยได้กินอาหาร เป็นอันสิ้นสุดการเดินทางอันแสนเหน็ดเหนื่อยตลอดวัน   อ่านเพิ่มเติม ค้นพบฟอสซิลเพนกวินที่มีขนาดเท่ากับมนุษย์