ค้นพบ กบจิ๋ว สายพันธุ์ใหม่ล่าสุดแห่งมาดากัสการ์ - National Geographic Thailand

ค้นพบกบจิ๋วสายพันธุ์ใหม่ล่าสุดแห่งมาดากัสการ์

Mini mum เพศผู้ หนึ่งในสายพันธุ์ของ กบจิ๋ว ขนาดเล็กที่สุดในโลก ซึ่งวางอยู่บนเล็บมือของมนุษย์

ภาพถ่าย DR. ANDOLALAO RAKOTOARISON

ค้นพบ กบจิ๋ว สายพันธุ์ใหม่ล่าสุดแห่งมาดากัสการ์

สมองของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำสายพันธุ์ล่าสุดแห่งประเทศมาดากัสการ์มีขนาดเท่ากับหัวเข็มหมุด

คนเราสามารถพูดคำว่า “เล็ก” ได้กี่แบบกัน? คำว่า กระจิริด กระจ้อยร่อย หรือจิ๋ว คงเป็นคำแรกๆ ที่นึกขึ้นได้ใช่หรือไม่?

คำคุณศัพท์ดังกล่าวไม่เพียงแค่บรรยายถึงลักษณะของกบสายพันธุ์ใหม่จำนวน 3 สายพันธุ์จากประเทศมาดากัสการ์เท่านั้น แต่มันยังเป็นชื่อวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการอีกด้วย

Mini mum, Mini ature, และ Mini scule ล้วนเป็นชื่อทางวิทยาศาสตร์ของกบสายพันธุ์ใหม่ที่มีขนาดเล็กที่สุด” – Mark Scherz, นักชีววิทยาวิวัฒนาการ มหาวิทยาลัยลูทวิช-มัคซีมีลีอานแห่งมิวนิก ประเทศเยอรมนี ผู้บรรยายลักษณะของกบจิ๋วสายพันธุ์ใหม่ในผลการศึกษาชิ้นล่าสุดซึ่งได้รับการตีพิมพ์ลงวารสาร PLoS ONE เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา กล่าว

สายพันธุ์ที่เล็กที่สุดจากทั้ง 3 สายพันธุ์ได้แก่ Mini mum ซึ่งมีขนาดเท่ากับลวดเย็บกระดาษขนาดมาตรฐาน หรือความยาวราวๆ 8-10 มิลลิเมตร ส่วนสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ Mini ature ขนาด 14.9 มิลลิเมตร หรือเทียบเท่ากับความยาวของการ์ด Micro SD แต่สัตว์กลุ่มกบที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลกนั้นมีชื่อว่า Paedophryne amauensis มีความยาวเพียง 7.7 มิลลิเมตร อันเทียบเท่าได้กับขนาดของแมลงวัน

สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกทั้ง 3 ชนิดนี้อาศัยอยู่ในประเทศมาดากัสการ์เพียงแห่งเดียวเท่านั้น โดยเฉพาะ Mini mum ที่มีประชากรจำนวนน้อยมาก ผู้เขียนงานวิจัยต่างระบุให้เป็นหนึ่งในรายชื่อสัตว์ใกล้สูญพันธุ์

ตระกูลของกบจิ๋ว

กบจิ๋วชนิดพันธุ์ล่าสุดที่ค้นพบนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่เรียกว่า Micro frog ซึ่งเป็นวงศ์ย่อย Cophylinae โดยการค้นพบดังกล่าวส่งผลให้จำนวนสายพันธุ์ของกบในมาดากัสการ์เพิ่มขึ้นเป็น 108 สายพันธุ์

Scherz และทีมของเขาค้นพบกบจิ๋วมากกว่า 40 สายพันธุ์ ตั้งแต่เริ่มศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับจำพวกของกบในปี 2014 แน่นอนว่า การค้นหาสายพันธุ์ใหม่ๆ นั้นเป็นการประสบความสำเร็จอย่างน่าภาคภูมิใจ

การระบุความแตกต่างของกบที่มีลักษณะและขนาดคล้ายกันนั้นเป็นสิ่งที่ท้าทายกว่าสัตว์ขนาดปกติ โดยเฉพาะตระกูลกบจิ๋วที่แทบจะไม่มีความแปลกแยกกันเลย แต่ Scherz และทีมงานสามารถตรวจสอบความแตกต่างของฟันกับกระดูกของสัตว์ต่างๆ ได้ด้วยวิธี Micro CT-Scan และช่วยในเรื่องของการแบ่งแยกสายพันธุ์ให้ชัดเจน และไม่ซ้ำกันอย่างแน่นอน

กบ
Mini mum อาศัยอยู่ในซากใบไม้บริเวณชายฝั่งตะวันออกของมาดากัสการ์

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

Jim Hanken, นักชีววิทยาเชิงวิวัฒนาการ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ผู้ค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกขนาดเล็กในแถบอเมริกาใต้ กล่าวว่า การวิเคราะห์รูปแบบใหม่ช่วยนำเสนอหลักฐานของกระดูก ฟัน และโมเลกุล ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เราสามารถแบ่งแยกสายพันธุ์ทั้งหมดขึ้นมาใหม่ได้

นอกจากนี้ เขายังเล็งเห็นถึงความไม่เหมาะสมของชื่อกบต่างๆ เพราะหากตั้งเป็นชื่อที่ตลกเกินไปอาจทำให้เกิดความสับสน หรืออาจเป็นชื่อที่นำไปใช้กับสิ่งมีชีวิตอื่นก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งปัญหาเกี่ยวกับการตั้งชื่อมักเกิดขึ้นกับสัตว์ที่ถูกจัดกลุ่มในตระกูลใหม่ และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับซาลาแมนเดอร์หนอนในอเมริกาใต้ ที่มีชื่อว่า เอดิพัส คอมเพล็กซ์ (Oedipus complex) ต่อมามันจึงถูกเปลี่ยนชื่อไปเป็น Oedipina เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้งานในความหมายอื่น

Scherz กล่าวว่า เขาเลือกชื่อ Mini mum, Mini ature, และ Mini scule เพื่อกระตุ้นความสนใจจากสาธารณชน

“หลักวิทยาศาสตร์นั้นช่างซับซ้อน แต่หากมีสิ่งใดที่เราสามารถทำให้วิทยาศาสตร์ของเราเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ผมคิดว่าเราควรทำ” – Mark Scherz 

เรื่อง MICHELLE Z. DONAHUE

***แปลและเรียบเรียงโดย กุลธิดา ปัญญาเชษฐานนท์
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


 อ่านเพิ่มเติม

เต่ายักษ์เฟอร์นันนิดา, เต่า, เกาะกาลาปาโกส

เต่า ‘สูญพันธุ์’ ถูกค้นพบอีกครั้งหลังจากร้อยปี

เรื่องแนะนำ

สุนัขป่าอาร์กติก : โดดเดี่ยวกลางแดนหนาว

"ผมอยากจะคิดถึงสุนัขป่าแบบเดียวกับที่คิดถึงสุนัขบ้าน นั่นคือใสซื่อและเป็นมิตร  ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพวกมันช่างเหมือนกันเมื่อดูจากภายนอก อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะการคิดเช่นนี้ทำให้ผมคลายกังวลเมื่ออยู่ต่อหน้าสิ่งมีชีวิตที่เล่าขานเป็นตำนานมาเนิ่นนานว่าเป็นนักฆ่าอำมหิต" นี่คือสิ่งที่นักเขียนบรรยายความรู้สึกขณะใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางฝูงสุนัขป่าอาร์กติกที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม

สัตว์ประหลาดจากใต้ทะเลลึก

สัตว์ประหลาดจากใต้ทะเลลึก นี่คือสิ่งมีชีวิตลึกลับใต้ท้องทะเลลึกที่นักวิทยาศาสตร์แทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย คลิปวิดีโอนี้ถูกถ่ายจากยานสำรวจที่ควบคุมระยะไกล ย้อนกลับไปเมื่อ 45 ปีก่อนเคยมีรายงานการค้นพบเจ้าสิ่งมีชีวิตนี้มาแล้ว มันคือ D. enigmatica แมงกะพรุนชนิดหนึ่งที่มีรูปร่างเหมือนถุงพลาสติก พบได้ที่ระดับความลึกมากถึง 3,000 ฟุต ในอ่าวเม็กซิโกและมหาสมุทรอินเดียใต้ อย่างไรก็ดีเนื่องจากว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่พบได้ยากมากจึงทำให้ไม่มีการศึกษาใดๆ เกี่ยวกับมัน ทุกวันนี้เรื่องราวของมันยังคงเป็นปริศนา มันกินอะไรเป็นอาหาร, ถิ่นอาศัยอยู่ที่ไหน หรือดำรงชีวิตในสิ่งแวดล้อมแบบใด…ยังคงไม่มีคำตอบ   อ่านเพิ่มเติม ทำไมสัตว์น้ำใต้ทะเลลึกจึงมักมีสีดำ?

นักวิทยาศาสตร์พบแล้วว่าดวงตาของปลาดาวมีไว้ทำอะไร

นักวิทยาศาสตร์พบแล้วว่าดวงตาของปลาดาวมีไว้ทำอะไร ปลาดาวหรือดาวทะเลมีดวงตาอยู่ที่ปลายสุดของแขนข้างละหนึ่งดวง แต่มีไว้ใช้สำหรับทำอะไรนั้น ยังคงเป็นปริศนา พวกมันถูกมองว่าเป็นสัตว์ที่มีโครงสร้างเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน และด้วยดาวทะเลนั้นไม่มีสมอง จึงยากที่จะคาดเดาได้ว่าพวกมันเห็นภาพอะไรผ่านดวงตา ในปี 2014 นักวิจัยชี้ว่าดวงตาของดาวทะเลในภูมิภาคเขตร้อน สามารถมองเห็นภาพแบบหยาบๆ ได้ ซึ่งช่วยให้มันไม่เดินเตร็ดเตร่ไกลออกจากบ้านมากเกินไป “ผลการศึกษานี้ช่วยให้เราเข้าใจว่าบรรดาดาวทะเลมองเห็นโลกอย่างไร” Christopher Mah นักวิจัยจากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา Smithsonian ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวผ่านอีเมล์ และตอนนี้ผลการศึกษาใหม่ยังแสดงให้เห็นว่า แม้แต่ดาวทะเลจากทะเลลึกในอาร์กติกเองก็ใช้ภาพที่มันมองเห็นเพื่อนำทางเช่นกัน จากการศึกษาดาวทะเลทั้งหมด 13 สายพันธุ์ ในจำนวนนี้มีสองสายพันธุ์ที่เรืองแสงได้ด้วย นั่นหมายความว่าพวกมันใช้แสงสว่างในการสื่อสารกับดาวทะเลด้วยกัน ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาดาวทะเลสายพันธุ์หนึ่งโดยเฉพาะ ที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก พวกมันมีชื่อว่าดาวทะเลสีน้ำเงิน (Linckia laevigata) ผลการศึกษาวิจัยถูกเผยแพร่ผ่านทางออนไลน์ลงในวารสาร  Proceedings of the Royal Society B เมื่อวันที่ 7 มกราคมปี 2014 ก่อนที่ผลการศึกษาใหม่กว่าจะถูกเผยแพร่ลงในวารสารเดิมเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา   ไม่เคยคาดคิดว่าจะมีความซับซ้อน จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านๆ มา ดาวทะเลถูกพิจารณาว่าเป็นสัตว์เรียบง่าย ปราศจากโครงสร้างหรือพฤติกรรมอันซับซ้อน นักวิทยาศาสตร์รู้จักดาวทะเลมานานกว่า […]

Explorer Awards 2018: ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย

ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ช่างภาพสายอนุรักษ์และนักวิจัยฉลาม ผู้บอกเล่าผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการประมงเกินขนาด ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศผ่านภาพถ่าย