ผู้พิทักษ์ป่า : เหล่าดอกไม้เหล็กผู้ปกป้องสัตว์ป่าในซิมบับเว - National Geographic Thailand

ผู้พิทักษ์ป่า : เหล่าดอกไม้เหล็กผู้ปกป้องสัตว์ป่าในซิมบับเว

ผู้พิทักษ์ป่า : เหล่าดอกไม้เหล็กผู้ปกป้องสัตว์ป่าซิมบับเว

สิบเอกวิมไบ คูมีเร ยกภาพถ่ายซากเสือดาวตัวหนึ่งในโทรศัพท์ของเธอขึ้นมาดู เธอจ้องมองภาพนั้น ขณะรถกระบะที่นั่งอยู่กระเด้งกระดอนไปบนถนนขรุขระ คอของเสือตัวนั้นถูกเชือด อุ้งเท้าชุ่มเลือดห้อยปวกเปียก “ก่อนมาทำงาน ผู้พิทักษ์ป่า ฉันไม่เคยนึกถึงสัตว์พวกนี้เลยค่ะ” เธอบอก

ปัจจุบัน คูมีเร วัย 33 ปี กับทีมเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าหญิงล้วน ชื่อ หน่วยอาคาชิงกา นับเป็นหน่วยคุ้มครองสัตว์ป่าที่ทุ่มเทที่สุดกลุ่มหนึ่ง ทีมนี้เป็นส่วนหนึ่งของมูลนิธิต่อต้านการลักลอบล่าสัตว์ป่านานาชาติ (International Anti-Poaching Foundation) องค์กรไม่แสวงกำไรที่บริหารจัดการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฟุนดุนดูในซิมบับเว หน่วยอาคาชิงกา (หรือ “ผู้กล้า” ในภาษาโชนา) ลาดตระเวนเขตฟุนดุนดู ซึ่งมีพรมแดนติดกับชุมชน 29 แห่ง การอยู่ใกล้ชิดกันระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่าบางครั้งก็นำไปสู่ความขัดแย้ง เช่น กรณีเกี่ยวกับเสือดาวในภาพถ่ายที่คูมีเรกำลังมุ่งหน้าไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุ คูมีเรแหวกเข้าไปในฝูงชนผู้โกรธเกรี้ยว ชายได้รับบาดเจ็บสิบคนทยอยก้าวออกมา คนหนึ่งมีผ้าพันแผลแปะอยู่ที่แก้ม อีกคนมีผ้าฝ้ายเปรอะเลือดพันอยู่ที่แขน แปดคนที่เหลือซึ่งได้รับการพยาบาลแผลขีดข่วนกับแผลเจาะเป็นรูมาจับกลุ่มกันอยู่รอบตัวเธอ

เจ้าหน้าที่อนุรักษ์จากอุทยานอีกแห่งเก็บซากเสือดาวตัวนั้นได้ และกล่าวหาชายเหล่านี้ว่ากระทำความผิด ทำให้ฝูงชนโกรธขึ้ง กลุ่มชายผู้ได้รับบาดเจ็บบอกว่า พวกตนถูกเสือดาวโจมตี แต่ดูจากบาดแผลเพียงเล็กน้อยของพวกเขา เจ้าหน้าที่พิทักษ์สัตว์ป่าอาคาชิงกาสงสัยว่า กรณีนี้อาจไม่ใช่การป้องกันตัวโดยปราศจากการยั่วยุ การฆ่าสัตว์ป่าโดยไม่มีใบอนุญาตถือเป็นความผิดอาญา แต่หนัง เขี้ยว เล็บ และกระดูกเสือดาว เทียบเท่ากับรายได้ทั้งเดือนในเศรษฐกิจอันยากไร้ของซิมบับเว

เมื่อซากเสือดาวได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัย และเหตุการณ์แวดล้อมการตายของมันได้รับการบันทึกไว้ตามขั้นตอนแล้ว หน้าที่ของทีมในเวลานี้คือเตือนชุมชนให้ตระหนักว่า พวกเธอมาที่นี่เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่า ทีมเจ้าหน้าที่หญิงล้วนนำกลุ่มชายบาดเจ็บขึ้นรถกระบะของพวกเธอ และพาไปยังคลินิกท้องถิ่น

ผู้พิทักษ์ป่า
แมนเดอร์ อดีตทหารกองกำลังพิเศษชาวออสเตรเลีย ผู้ฝึกเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในแอฟริกามานานกว่าสิบปี กำกับดูแลเจ้าหน้าที่หญิงล้วนในการฝึกต่อสู้ด้วยมือเปล่า หลังจากฝึกเจ้าหน้าที่ผู้ชายมาแล้วหลายปี แมนเดอร์ได้ข้อสรุปว่า ผู้หญิงเหมาะกับงานนี้มากกว่า เขาบอกว่า พวกเธอสันทัดจัดเจนกว่าในการผ่อนคลายสถานการณ์รุนแรง และใจอ่อนยอมรับสินบนน้อยกว่า
ผู้พิทักษ์ป่า
วัดซาไน มูเนโม กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอีกคนเจอช้างป่าตัวหนึ่งเข้าระหว่างลาดตระเวนเขตอนุรักษ์ ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ล่าสัตว์เพื่อเกมกีฬา ในระยะแรกของความพยายามนี้ เหล่าเจ้าหน้าที่พิทักษ์สัตว์ป่าพบเห็นสัตว์ป่าน้อยมากแค่สัปดาห์ละครั้ง ปัจจุบันพวกเธอพบเห็นสัตว์ป่ากันทุกวัน

ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะยอมรับสินบนจากเหล่าพรานลักลอบล่าสัตว์น้อยกว่า และสันทัดจัดเจนกว่าในการผ่อนคลายสถานการณ์ที่มีแนวโน้มนำไปสู่ความรุนแรง

เหตุการณ์ทำนองนี้คือหัวใจของภารกิจหน่วยอาคาชิงกา และเป็นฉากคุ้นเคยสำหรับเดเมียน แมนเดอร์ ผู้ก่อตั้งหน่วยนี้ เขาเป็นชาวออสเตรเลียที่มีรอยสักทั่วตัว และเป็นอดีตทหารกองกำลังพิเศษ ผู้ฝึกเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในซิมบับเวมานานกว่าสิบปีแล้ว ประสบการณ์สู้รบในสมรภูมิอิรักและในแนวหน้าของสงครามลักลอบล่าสัตว์ป่าในแอฟริกาสอนให้เขารู้ว่า การเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นสันติภาพในหมู่มนุษย์หรือทัศนคติเรื่องสัตว์ป่า ไม่อาจเกิดขึ้นได้หากปราศจากการมีส่วนร่วมของชุมชน

ภายใต้แนวคิดที่มีชุมชนท้องถิ่นเป็นศูนย์กลางนี้ แมนเดอร์พุ่งเป้าไปยังหมู่บ้านรอบๆเขตฟุนดุนดู โดยเฉพาะชาวบ้านผู้หญิง เพื่อรับสมัครคนมาบรรจุเข้าหน่วยอาคาชิงกา หลังจากฝึกเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าผู้ชายมาหลายปี เขาได้ข้อสรุปว่า ผู้หญิงเหมาะกับงานนี้มากกว่าในหลายแง่ แมนเดอร์พบว่าผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะยอมรับสินบนจากเหล่าพรานลักลอบล่าสัตว์น้อยกว่า และสันทัดจัดเจนกว่าในการผ่อนคลายสถานการณ์ที่มีแนวโน้มนำไปสู่ความรุนแรง

แมนเดอร์มองหาผู้หญิงที่เคยประสบความบอบช้ำทางจิตใจมาก่อน เขาให้เหตุผลว่า ใครจะเหมาะกับภารกิจคุ้มครองสัตว์ป่าที่ถูกเบียดเบียน มากไปกว่าผู้หญิงที่เคยถูกเบียดเบียนทำร้ายมากับตัวเอง เขาออกแบบการฝึกคัดเลือก ตามแบบการฝึกทหารกองกำลังพิเศษ โดยกำหนดให้พวกผู้หญิงฝึกอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาสามวันเพื่อทดสอบทักษะด้านการทำงานเป็นทีมระหว่างที่เปียกปอน หนาวเหน็บ หิวโหย และอ่อนล้า ในจำนวนผู้สมัคร 37 คนที่เริ่มต้นเข้าคอร์ส มี 16 คนที่ได้รับคัดเลือกเข้าโครงการฝึกฝน และมีเพียงสามคนที่ขอถอนตัว หลายปีก่อน แมนเดอร์เคยจัดคอร์สทำนองเดียวกันนี้สำหรับผู้เข้าทดสอบชาย 189 คน พอวันแรกจบลง ปรากฏว่าเหลือแค่สามคนเท่านั้นที่ไม่ขอถอนตัว “เราคิดว่าเราบังคับให้ผู้หญิงเหล่านี้เผชิญกับนรก แต่กลายเป็นว่า พวกเธอเคยผ่านนรกกันมาแล้วครับ” แมนเดอร์เล่า 

ผู้พิทักษ์ป่า
เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าผ่อนคลายอิริยาบถในสถานที่หย่อนใจแห่งหนึ่งใกล้กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฟุนดุนดู ตั้งแต่เข้าร่วมเป็นทีมเดียวกัน ผู้หญิงกลุ่มนี้มีความผูกพันกันอย่างแนบแน่น ชีกุมบูราบอกว่า “เราเป็นครอบครัวเดียวกันค่ะ ถ้าฉันเจอปัญหาอะไร ก่อนจะบอกกับพี่น้องของตัวเอง ฉันจะเล่าให้เพื่อนในทีมฟังก่อน”
ผู้พิทักษ์ป่า
เปโตรเนลลา ชีกุมบูรา สมาชิกคนหนึ่งในทีมอาคาชิงกา ซึ่งเป็นหน่วยต่อต้านการลักลอบล่าสัตว์ป่าที่ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่หญิงล้วนและเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรไม่แสวงกำไร ฝึกฝนเทคนิคการลาดตระเวนในป่าของซิมบับเว

ใครจะเหมาะกับภารกิจคุ้มครองสัตว์ป่าที่ถูกเบียดเบียน มากไปกว่าผู้หญิงที่เคยถูกเบียดเบียนทำร้ายมากับตัวเอง

เช้าวันต่อมา พวกผู้หญิงกินอาหารเช้า แมนเดอร์สรุปภารกิจบุกค้นสองภารกิจที่จะต้องปฏิบัติในคืนที่จะมาถึง ภารกิจหนึ่งคือตรวจค้นกลุ่มอาคารของชายผู้หนึ่งซึ่งมีเบาะแสว่าเป็นผู้ครอบครองปืนไรเฟิลไม่มีใบอนุญาตที่ใช้สังหารสัตว์ป่า อีกภารกิจหนึ่งคือการตรวจค้นบ้านพรานลักลอบล่าสัตว์ผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งที่พยายามบอกขายหนังเสือดาวผืนหนึ่งอยู่

ทีมอาคาชิงกาใช้เวลาเช้านั้นฝึกซ้อม เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจำตำแหน่งของตนได้ จากนั้น แมนเดอร์ก็ขึ้นนั่งหลังพวงมาลัย เจ้าหน้าที่พิทักษ์สัตว์ป่าสี่คนกระโดดขึ้นหลังรถพร้อมกับตำรวจท้องที่นายหนึ่ง ซึ่งจะเป็นผู้ควบคุมดูแลการตรวจค้น แล้วทั้งทีมก็มุ่งหน้าออกไป

หลังเที่ยงคืน เมื่อหน่วยอาคาชิงกาเข้าใกล้บ้านผู้ต้องสงสัยที่เป็นเจ้าของปืนไม่มีใบอนุญาตในท้ายที่สุด แมนเดอร์ก็เหยียบคันเร่งพุ่งเข้าไปในพื้นที่หมู่อาคารแล้วกระแทกเหยียบเบรก เจ้าหน้าที่พิทักษ์สัตว์ป่ากระโดดลงจากรถและวิ่งไปประจำตำแหน่งตามที่ฝึกซ้อมมา ผู้ต้องสงสัยยอมให้พวกเขาเข้าไปในบ้าน ทีมตรวจค้นพบหนังตากแห้งของไดเกอร์ซึ่งเป็นแอนทิโลปขนาดเล็กชนิดหนึ่งหลายตัว ชายผู้นั้นถูกจับใส่กุญแจมือและนำตัวขึ้นรถกระบะ

ผู้พิทักษ์ป่า
เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าฝึกท่ามกลางโคลนตมใกล้กับฐานทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของซิมบับเว เมื่ออยู่ในป่า  ผู้หญิงเหล่านี้จะต้องพร้อมเผชิญกับพรานลักลอบล่าสัตว์ที่พกอาวุธเต็มอัตราศึก แต่งานนี้จะไม่มีใครลุยเดี่ยวแบบแรมโบ้ เพราะการปฏิบัติงานแบบทีมเวิร์กอย่างเคร่งครัดคือหัวใจสำคัญ แมนเดอร์กล่าว
ผู้พิทักษ์ป่า
เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าผู้หญิงฝึกกับปืนไรเฟิล แม้นักอนุรักษ์บางคนจะแย้งว่า การให้ผู้หญิงพกอาวุธจะยิ่งทำให้ภัยคุกคามจากความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น แต่เดเมียน แมนเดอร์ ผู้ก่อตั้งหน่วยอาคาชิงกา ไม่เห็นด้วย เขาบอกว่า “เมื่ออยู่ในมือผู้หญิง ปืนจะเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งมากกว่า”

ก่อนย้อนกลับมาที่ฐานในเช้าวันต่อมา ทีมอาคาชิงกาจับกุมผู้ถูกกล่าวหาว่าลักลอบล่าเสือดาวรายนั้นได้ คืนถัดมาพวกเธอจะจับผู้ต้องสงสัยว่าลักลอบล่าช้างได้รายหนึ่ง หลายชั่วโมงระหว่างนั้น พวกเธอออกลาดตระเวนพื้นที่กันต่อ และปลดแร้วของพรานลักลอบล่าสัตว์ได้หลายคัน ผลสำเร็จเหล่านี้ยืนยันว่า สัญชาตญาณของแมนเดอร์นั้นถูกต้อง “ผู้หญิงแบบนี้แหละครับที่จะเปลี่ยนทุกอย่างได้”

เรื่อง ลินด์ซีย์ เอ็น. สมิท

ภาพถ่าย เบรนต์ สเตอร์ตัน

* อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนมิถุนายน 2562


อ่านเพิ่มเติม

ต้นไม้แห่งความทรงจำ : เรื่องราวเล่าขานจาก 9 ต้นไม้ในตำนาน

 

 

เรื่องแนะนำ

การอนุรักษ์ : ความหวังใหม่ในโกรองกอซา

การอนุรักษ์: ความหวังใหม่ในโกรองกอซา สัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติโกรองกอซาซึ่งล้มตายไปมากในช่วงสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อนานหลายปี กำลังฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง อนาคตของสัตว์ป่าเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความพยายามใน การอนุรักษ์ ที่หยิบยื่นความหวังแก่ผู้คนในชุมชมที่อยู่รอบๆ ยามเช้าที่อบอุ่นปลายฤดูแล้งช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเหนือดงปาล์มในอุทยานแห่งชาติโกรองกอซา ประเทศโมซัมบิก ไมก์ พิงโก นักบินผู้ช่ำชองซึ่งพื้นเพ เป็นคนซิมบับเว ควบคุมคันบังคับ  ลูอิส แวนวิก ผู้เชี่ยวชาญด้านการจับสัตว์ป่าจากแอฟริกาใต้ โน้มตัวออกไปทางขวาด้านท้ายของตัวเครื่อง ในมือถือปืนยาวบรรจุลูกดอกยาสลบ  คนที่นั่งข้างพิงโกคือ โดมินิก กอนซาลเวซ นักนิเวศวิทยาสาวชาวโมซัมบิกซึ่งทำงานเป็นผู้จัดการช้างป่าของอุทยาน ปัจจุบัน โกรองกอซามีช้างป่าอาศัยอยู่กว่า 650 ตัวซึ่งนับว่าเพิ่มขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่ยุคสงครากลางเมืองในโมซัมบิก (ระหว่างปี 1977-1992) ซึ่งเป็นช่วงที่ช้างป่าถูกฆ่าเอางาและเนื้อเพื่อขายนำเงินไปซื้อปืนและเครื่องกระสุน เมื่อประชากรช้างฟื้นตัวขึ้น กอนซาลเวซจึงต้องการสวมปลอกคอจีพีเอสให้ช้างพังหรือช้างเพศเมียโตเต็มวัยตัวหนึ่งในแต่ละโขลงที่มีช้างพังเป็นจ่าโขลง กอนซาลเวซเลือกช้างเป้าหมายจากโขลงที่วิ่งอยู่ในดงปาล์ม พิงโกลดเพดานบินของเฮลิคอปเตอร์ลงเท่าที่จะไม่ชนต้นไม้  ช้างสิบตัวซึ่งประกอบด้วยเพศเมียโตเต็มวัย ลูกเล็กๆอยู่ข้างตัว และช้างวัยรุ่นที่อยู่ไม่ห่างพากันวิ่งเตลิดหนีเสียงอึกทึกของใบพัด แวนวิกซึ่งถูกบีบให้ยิงจากระยะไกลกว่าปกติ ยิงลูกดอกใส่ก้นขวาของตัวเมียที่เลือกไว้จนได้ พิงโกนำเครื่องลงจอด แล้วอีกสองคนก็ปีนลงจากเครื่อง ลุยฝ่ากอหญ้าที่ถูกเหยียบย่ำไปยังช้างพังที่นอนสลบไสล ครู่ต่อมา ทีมงานภาคพื้นดินมาถึงพร้อมอุปกรณ์ขนาดใหญ่ขึ้น ผู้ช่วยเทคนิค และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าติดอาวุธ  กอนซาลเวซแยงแท่งไม้เล็กๆ เข้าไปถ่างปลายงวงไว้เพื่อให้ช้างหายใจสะดวก ช้างนอนตะแคงขวา  เริ่มกรนเสียงดัง  เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเก็บตัวอย่างเลือดจากเส้นเลือดบนใบหูซ้าย  ขณะที่อีกคนหนึ่งช่วยแวนวิกคล้องปลอกคอลอดใต้คอ กอนซาลเวซใช้ก้านไม้พันสำลีเก็บตัวอย่างน้ำลายจากปากช้างและจากทวารหนัก  แล้วใส่ลงในขวดปิดฝาสองใบ  […]

ไทม์แลปส์นกฟลามิงโกออกจากไข่

ไทม์แลปส์นกฟลามิงโกออกจากไข่ ทุกการถือกำเนิดคือเรื่องน่ายินดี! ชีวิตน้อยๆ นี้เริ่มต้นด้วยการเจาะเปลือกไข่ทีละน้อย จนในที่สุดก็ออกมาสู่โลกภายนอกได้ วิดีโอไทม์แลปส์ที่บันทึกเหตุการณ์ฟักออกจากไข่ของลูกนกฟลามิงโกตัวนี้ ถูกบันทึกไว้เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2018 ภายในสวนสัตว์และอควาเรียมโคลัมบัส และต้องใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมงกว่ามันจะทำสำเร็จ ทางสวนสัตว์ตัดสินใจปกป้องไข่นกฟลามิงโกจากผู้ล่าอื่นๆ ด้วยการนำมันออกจากรังและใส่ตู้อบ เมื่อเวลาผ่านไป 28 วัน ก็ได้เวลาที่ลูกนกจะออกจากไข่ ซึ่งจากจำนวนไข่ 12 ใบในตู้อบ มีเพียงลูกนกแค่ 5 ตัวเท่านั้นที่รอดชีวิต และเจ้าตัวในวิดีโอนี้คือลูกนกที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งหมด มันหนักเพียงแค่ 85 กรัมเท่านั้น และสัตวแพทย์จะดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อช่วยให้มันรอดเติบโตต่อไป   อ่านเพิ่มเติม นกแก้ว: มวลมนุษย์แห่งโลกของนก

ฟอสซิลปลาโบราณที่ถูกค้นพบโดยเด็กสิบขวบ

ฟอสซิลปลา โบราณที่ถูกค้นพบโดยเด็กสิบขวบ ราวๆ 3 ปีก่อน เด็กน้อยขี้สงสัยวัยสิบขวบที่กำลังอยู่ระหว่างการท่องเที่ยวยังวิหารเก่าแก่ของโคลอมเบีย สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ปลายเท้า เขาสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ดูคล้ายปลาอยู่ในหินก้อนแบนที่พื้น ดังนั้นเด็กน้อยจึงถ่ายภาพไว้ และไม่กี่วันต่อมาตัวเขาก็นำภาพถ่ายมายังสถาบันวิจัยบรรพชีวินวิทยาที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ที่ซึ่งนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันกล่าวว่า เด็กน้อยได้พบเข้ากับฟอสซิลเข้าเสียแล้ว ข่าวดังกล่าวถูกแจ้งไปยังทีมวิจัย มหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตา และจากการรวบรวมข้อมูล พวกเขาคิดว่าฟอสซิลที่หนูน้อยคนนี้พบน่าจะเป็นสัตว์ในกลุ่มปลาโบราณที่ไม่เคยถูกพบในอเมริกามาก่อน “เราพบว่าเขตร้อนชื้นเป็นภูมิภาคที่พวกมันอาศัยอยู่” Oksana Vernygora นักศึกษาปริญญาเอกผู้นำการวิจัยกล่าว “สิ่งที่เราต้องทำก็คือออกไปสำรวจ” ผลการค้นพบครั้งนี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Journal of Systematic Palaeontology เมื่อวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา   หนทางสู่การค้นพบ วิหาร La Candelaria ตั้งอยู่นอกเมือง  Ráquira ของโคลอมเบีย ด้วยระยะเวลาการขับรถไม่กี่ชั่วโมง วิหารที่ก่อสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 นี้ปนะกอบด้วยตัวอาคารซับซ้อน, พิพิธภัณฑ์, ลานอเนกประสงค์ และถ้ำที่เหล่านักบวชออกัสตินอาศัยอยู่ (และทุกวันนี้วิหารบางส่วนยังเปิดเป็นโรงแรมให้นักท่องเที่ยวเข้ามาพักอีกด้วย) ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน การก่อสร้างทางเดินมายังวิหารเริ่มต้นขึ้นด้วยการนำก้อนหินมาจากเหมือง Andean ในจังหวัดโบยากา ซึ่งห่างออกไปราวหนึ่งชั่วโมงครึ่ง เหมืองแห่งนี้ถูกเปิดขึ้นสำหรับการนำหินมาก่อสร้างยังวิหารโดยเฉพาะ และถูกปิดเมื่อหินถูกขนส่งไปหมดแล้ว ซึ่งทีมนักวิจัยสามารถติตตามที่มาของหินได้จากที่นี่ […]