ต้นไม้ แห่งความทรงจำ : เรื่องราวเล่าขานจาก 9 ต้นไม้ในตำนาน - National Geographic Thailand

ต้นไม้ แห่งความทรงจำ : เรื่องราวเล่าขานจาก 9 ต้นไม้ในตำนาน

ต้นไม้ แห่งความทรงจำ : เรื่องราวเล่าขานจาก 9 ต้นไม้ในตำนาน

เรื่อง แคที นิวแมน

ภาพถ่าย ไดแอน คุก และเลน เจนเชล

ต้นไม้ ทุกต้นบอกเล่าเรื่องราว แม้บางเรื่องอาจสะเทือนอารมณ์เกินพรรณนา ทั้งยังเก็บรักษาความทรงจำ โอบอุ้มความเชื่อ และเป็นอนุสรณ์ความเศร้า

ต้นไม้ สร้างแรงบันดาลใจที่โด่งดังที่สุดเห็นจะไม่พ้นต้นแอ๊ปเปิ้ลในสวนผลไม้ที่มณฑลลิงคอล์นเชียร์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งเล่าขานกันว่า ในปี 1666 แอ๊ปเปิ้ลผลหนึ่งร่วงหล่นจากต้น และกระตุ้นให้ชายหนุ่มนามไอแซก นิวตัน สงสัยว่า ทำไมแอ๊ปเปิ้ลถึงร่วงในแนวดิ่งลงสู่พื้นดินเสมอ

ต้นฉบับลายมือสมัยศตวรรษที่สิบแปดบอกเล่าเรื่องราวของต้นไม้ต้นนี้ว่า นิวตันซึ่งเดินทางกลับบ้านจากเคมบริดจ์ (หลังกาฬโรคระบาดทำให้ต้องปิดมหาวิทยาลัย) เดินเข้าไปในสวนและครุ่นคิดใคร่ครวญ วิลเลียม สตูกลีย์ เพื่อนและนักเขียนชีวประวัติของเขา บรรยายไว้ว่า “ความคิดเรื่องแรงโน้มถ่วงผ่านเข้ามาในหัว…จากการร่วงสู่พื้นของผลแอ๊ปเปิ้ล ขณะที่เขานั่งนึกตรึกตรองอยู่”

นี่ไม่ใช่ช่วงเวลาแห่งการหยั่งรู้ครั้งแรกที่เกี่ยวพันกับต้นไม้ พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ขณะประทับใต้ต้นโพธิ์มิใช่หรือ

ต้นไม้เป็นที่เก็บความทรงจำของธรรมชาติ กระทั่งในระดับโมเลกุล เบนจามิน สเวตต์ ผู้เขียนหนังสือ นิวยอร์ก นครแห่งแมกไม้ (New York City of Trees) กล่าวในการสัมภาษณ์ทางวิทยุว่า “เนื้อไม้ในแต่ละชั้นของวงปีประกอบด้วยอากาศบางส่วนของปีนั้นๆ ซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็นคาร์บอน และนั่นเองที่ทำให้ต้นไม้บันทึกเรื่องราวปีแล้วปีเล่าของเมืองเอาไว้ในเชิงกายภาพ”

ทว่าความทรงจำบางอย่างกลับทำให้หัวใจรานร้าว เฉกเช่นที่ถ่ายทอดผ่านต้นเชสต์นัตซึ่งยืนต้นอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่งในกรุงอัมสเตอร์ดัม ที่ซึ่งเด็กหญิงนามอันเนอ ฟรังค์ (หรือแอนน์ แฟรงค์) และครอบครัวหลบซ่อนตัวจากพวกนาซี จากหน้าต่างห้องใต้หลังคาเพียงบานเดียวที่ไม่ถูกปิดตาย อันเนอมองเห็นต้นไม้ซึ่งช่วยบ่งบอกฤดูกาลที่ผันผ่าน ก่อนที่ตำรวจลับเกสตาโปจะจับกุมเธอและครอบครัวไปในวันที่ 4 สิงหาคม ปี 1944

หลายปีต่อมา หลังจากได้อ่านสมุดบันทึกของลูกสาว พ่อของอันเนอเอ่ยปากว่า “ผมไม่เคยรู้เลยว่า การได้เห็นเศษเสี้ยวของท้องฟ้าสีครามมีความหมายกับอันเนอมากแค่ไหน…และเชสต์นัตต้นนั้นสำคัญกับลูกมากเพียงใด”

ความทรงจำบางเรื่องเป็นที่รับรู้ของคนหมู่มาก เฉกเช่นเรื่องราวความไร้เดียงสาและความสูญเสียซึ่งแฝงเร้นอยู่ในต้นไม้แห่งการรู้ดีรู้ชั่ว ณ สวนสวรรค์อีเดน ต้นไม้ต้นนี้ออกผลเป็นแอ๊ปเปิ้ลแห่งการล่อลวง และการกินผลไม้ต้องห้ามนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์อันเจ็บปวด

หากด้านมืดของความเป็นมนุษย์ถือกำเนิดจากใต้ต้นไม้แล้วไซร้ ก็คงเหมาะสมแล้วที่ร่มไม้เขียวขจีช่วยปลอบประโลมใจมนุษย์ได้เช่นกัน ดังเช่นต้นเอล์มอเมริกันต้นหนึ่งในเมืองโอคลาโฮมาซิตี ย้อนหลังไปเมื่อวันที่ 9 เมษายน ปี 1995 เหตุระเบิดที่วางแผนและก่อการโดยทิโมที แมกเว ทหารผ่านศึกผู้ต่อต้านรัฐบาล ถล่มอาคารอัลเฟรด พี. เมอร์ราห์ สูงเก้าชั้นของรัฐบาลกลางในย่านใจกลางเมือง และคร่าชีวิตผู้คน 168 คน

แรงระเบิดเผาไหม้ลำต้น ทำให้ใบร่วงหล่นจนหมดสิ้น พร้อมฝังสะเก็ดและเศษซากลงในเนื้อไม้ของต้นเอล์มสูง 10 เมตรที่เติบโตในลานจอดรถใกล้เคียง ทุกวันนี้ “ต้นไม้ผู้รอดชีวิต” ไม่เพียงเป็นจุดเด่นของพิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานแห่งชาติโอคลาโฮมาซิตี แต่ยังช่วยปลอบประโลมใจคนอย่างดอริส โจนส์ ผู้สูญเสียแคร์รี แอนน์ เลนซ์ ลูกสาววัย 26 ปีที่กำลังตั้งครรภ์ไปในเหตุระเบิดครั้งนั้น เธอบอกว่า “ฉันรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้เห็นต้นเอล์มค่ะ มันเป็นสิ่งดีๆที่รอดพ้นเหตุการณ์เลวร้ายมาได้”

1. ต้นสนบริสเซิลโคนไพน์, ป่าแห่งชาติอินโย, แคลิฟอร์เนีย

ต้นไม้
เอดมันด์ ชุลแมน นักวิทยาศาสตร์ผู้เชื่อมั่นว่า วงปีต้นไม้เผยประวัติภูมิอากาศโลกได้ ใช้เวลาช่วงฤดูร้อนหลายปี ในภูมิภาคแถบตะวันตกของสหรัฐฯ เพื่อเสาะหาตัวอย่างต้นไม้อายุมากที่สุดที่ยังยืนต้นอยู่ เมื่อปี 1957 ชุลแมน ค้นพบเมทูเซลาห์ สนบริสเซิลโคนไพน์ที่มีวงปี 4,789 วง นักวิจัยค้นพบสนที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกต้นในรัฐเนวาดา แต่การเจาะแก่นเพื่อตรวจหาอายุไม่ประสบผลเพราะสว่านหัก จึงตัดสินใจโค่นมันลงและพบว่ามีวงปีถึง 4,862 วง เท่ากับว่าพวกเขาได้โค่นต้นไม้อายุยืนที่สุดไปแล้วโดยไม่ตั้งใจ

2. ต้นแปะก๊วยขอลูก, โตเกียว, ญี่ปุ่น

ต้นไม้
ตามประเพณีเชื่อกันว่า ต้นแปะก๊วยซึ่งยืนต้นอยู่ในสวนของวัดโซะชิงะยะคิชิโมะจินในกรุงโตเกียว ช่วยให้ผู้มาขอพรมีลูกได้ดังหวัง แม้เทพธิดาคิชิโมะจินจะเป็นผู้พิทักษ์เด็ก แต่เรื่องราวความเป็นมากลับน่าสะพรึงกลัวไม่น้อยเพราะพระนางเลี้ยงดูลูกๆ ที่น่าจะมีจำนวนหลายพันคนด้วยการลักพาลูกของคนอื่นมาเป็นอาหาร เพื่อให้บทเรียนแก่พระนาง พระพุทธองค์จึงทรงซ่อนลูกคนหนึ่งของพระนางในบาตร เมื่อคิชิโมะจินวิงวอนต่อพระพุทธองค์ จึงทรงเทศนาถึงความทุกข์ทรมานที่พระนางก่อแก่ผู้อื่น ทำให้พระนางคิดได้และกลับใจปวารณาตนเพื่อปกป้องเด็กๆ ทุกคน

3. ต้นสะเดา, พาราณสี, อินเดีย

ต้นไม้
ทางตอนเหนือของอินเดีย ต้นสะเดาได้รับการขนานนามว่า ต้นไม้แห่งการเยียวยา และเป็นภาคหนึ่งของพระแม่ศีตลาเทวี  สำหรับผู้คนในชุมชนรอบวัดนังฆันพีร์บาบาในเมืองพาราณสี ต้นสะเดาต้นนี้เป็นมากกว่านั้น ชายผู้หนึ่งเล่าให้เดวิด แฮเบอร์แมน ศาสตราจารย์ด้านศาสนาจากมหาวิทยาลัยอินดีแอนา ผู้บันทึกเรื่องราวเหล่านี้ ฟังว่า “ลูกชายผมคลอดก่อนกำหนดครับ… คุณหมอบอกว่าคงอยู่ได้อีกไม่นาน แต่ผมเฝ้าสวดขอพรจากสะเดาต้นนี้ และ…แกก็รอดมาได้” ต้นสะเดานี้ห่มสาหรีและใส่หน้ากากพระแม่เพื่อตอกยํ้าความเชื่อมโยงระหว่างพระแม่กับผู้สักการบูชา

4. ต้นแอ๊ปเปิ้ลของนิวตัน, ลิงคอล์นเชียร์, อังกฤษ

ต้นไม้
ผลแอ๊ปเปิ้ลที่หล่นจากต้นหน้าคฤหาสน์วูลส์ทอร์ป บ้านในวัยเด็กของเซอร์ไอแซก นิวตัน ไม่ได้หล่นใส่ศีรษะของเขาตามที่เล่าขานกัน หากร่วงสู่พื้นดิน กระนั้น รายงานที่ตีพิมพ์ในปี 1752 ยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่กระบวนการทางความคิดซึ่งท้ายที่สุดตกผลึกเป็นกฎแรงโน้มถ่วงสากล พายุได้พัดต้น “แรงโน้มถ่วง” ต้นเดิมโค่นลงเมื่อราวปี 1820 แต่รากยังคงฝังอยู่และงอกใหม่เป็นต้นแอ๊ปเปิ้ลดังในภาพ

นี่ไม่ใช่ช่วงเวลาแห่งการหยั่งรู้ครั้งแรกที่เกี่ยวพันกับต้นไม้ พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ขณะประทับใต้ต้นโพธิ์มิใช่หรือ

5. ต้นสนมอนเทซูมาไซเปรส, ซานตามารีอาเดลตูเล, โออาซากา, เม็กซิโก

ต้นไม้
นักเรียนชั้นประถมหกจากโรงเรียนโกเลเคียวโมโตลีนีอาเดอันเตเกรา เข้าแถวหน้ากระดานหน้าต้นสนมอนเทซูมาไซเปรส ที่รู้จักกันในนามเอลอาร์บอลเดลตูเล ลำต้นซึ่งมีขนาดเส้นรอบวง 36 เมตรและเส้นผ่านศูนย์กลางราว 11.5 เมตรช่วยประคองเรือนยอดที่แผ่กว้างเกือบเท่าสนามเทนนิสสองสนาม ในทศวรรษ 1990 รัฐบาลเม็กซิโกเปลี่ยนเส้นทางทางหลวงสายแพน-อเมริกา และอนุมัติงบประมาณในการขุดบ่อนํ้าสำหรับใช้หล่อเลี้ยงต้นสนไซเปรสนี้ เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดจากควันท่อไอเสียและระดับนํ้าใต้ดินที่ลดตํ่าลง

6. ต้นเบาบับ, ดาร์บี, ออสเตรเลีย

ต้นไม้
ต้นเบาบับในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียต้นนี้เป็นที่รู้จักในนามต้นไม้คุกแห่งดาร์บี ซึ่งคริสติน ฮาร์แมน นักประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย และเอลิซาเบท แกรนต์ นักมานุษยวิทยาสถาปัตย์จากมหาวิทยาลัยแอดิเลด เห็นว่าผิดถนัด แม้จะเล่าลือกันว่า ต้นไม้นี้เป็นที่คุมขังหรือพื้นที่กักกันนักโทษชาวอะบอริจินระหว่างขนย้ายไปดาร์บี ทั้งฮาร์แมนและแกรนต์แย้งว่า เรื่องเล่าดังกล่าวเป็น “ความจงใจที่จะนำเสนอต้นเบาบับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวซึ่งมีประวัติด้านมืด เพื่อแสดงถึงชัยชนะที่นักล่าอาณานิคมมีเหนือชาวอะบอริจิน”

หากด้านมืดของความเป็นมนุษย์ถือกำเนิดจากใต้ต้นไม้ เฉกเช่นต้นไม้แห่งการรู้ดีรู้ชั่ว ณ สวนสวรรค์อีเดน… ก็คงเหมาะสมแล้วที่ร่มไม้เขียวขจีช่วยปลอบประโลมใจมนุษย์ได้เช่นกัน

7.ต้นแพร์ “ผู้รอดชีวิต” อนุสรณ์สถาน 9/11 นิวยอร์กซิตี, นิวยอร์ก

ต้นไม้
หลังเหตุก่อการร้าย 9/11 ทำลายตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์สูง 110 ชั้นในย่านโลเวอร์แมนแฮตตันจนเหลือเพียงซากเศษเหล็ก หลังจากวันแห่งควันดำทะมึนและเถ้าถ่านอันน่าสะพรึงกลัว หลังจากการสูญเสียชีวิตผู้คน 2,753 คน สิ่งมีชีวิตสุดท้ายที่ถูกดึงออกจากซากปรักคือต้นแพร์แคลเลอรีที่กลายมาเป็นแบบอย่างของพฤกษาแห่งความอาดูร (บนและล่าง)  ทว่าแฝงไว้ซึ่งความสามารถในการหยัดยืนอีกครั้ง ต้นแพร์ต้นนี้ถูกเพลิงเผาไหม้เกรียมด้านหนึ่งซึ่งเป็นด้านที่ผู้ออกแบบเลือกให้หันออกสู่ทางเดินหลักที่ผู้มาเยี่ยมชมใช้ “เพื่อให้พวกเขาได้เห็นห้วงเวลาที่โลกเปลี่ยนไปครับ” โรนัลโด เวกา อดีตผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบอาวุโสของอนุสรณ์สถาน ให้เหตุผล

ต้นไม้

8. ต้นเควกกิงแอสเพน, ป่าแห่งชาติฟิชเลก, ยูทาห์

ต้นไม้
ต้นเควกกิงแอสเพนชื่อ “แพนโด” ซึ่งประกอบด้วยลำต้น 47,000 ต้น ครอบคลุมพื้นที่เกือบ 270 ไร่ และมีนํ้าหนักรวมกันราว 5.9 ล้านกิโลกรัมนี้ ถือเป็นสิ่งมีชีวิตเดี่ยวที่อาจถือกำเนิดขึ้นเมื่อหลายหมื่นปีก่อนจากเมล็ดพันธุ์เควกกิงแอสเพนเมล็ดเดียว และแพร่พันธุ์ด้วยการแตกหน่อจากระบบรากที่ขยายตัวต่อเนื่อง (คำว่าแพนโดในภาษาละตินแปลว่า “แพร่กระจาย”) แต่ละลำต้นมีเอกลักษณ์ทางพันธุกรรมเหมือนกันทุกประการ และมีอายุไม่เกิน 150 ปี  แต่ระบบรากอาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่อายุยืนที่สุดในโลก

9. ต้นมะม่วง, นาอุนเด, โมซัมบิก

ต้นไม้
ต้นมะม่วงในเมืองนาอุนเด ประเทศโมซัมบิก ให้มากกว่าแค่ร่มเงา เช่นเดียวกับต้นไม้ที่ได้รับการขนานนามว่า “รุกขชาติแห่งการสานเสวนา” อื่นๆ มะม่วงต้นนี้เป็นสถานที่สำหรับการบอกเล่าเรื่องราวตามประเพณี จัดพิธีกรรม และการวางระเบียบชุมชน โคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการองค์การสหประชาชาติผู้ล่วงลับ จากประเทศกานา บันทึกไว้ว่านี่คือ “สถานที่แห่งการพบปะสนทนา แสวงหาการประนีประนอมและระงับข้อพิพาท เพื่อก้าวข้ามความแตกต่างและฟูมฟักความสามัคคี หากเรามีปัญหาและหาทางออกไม่ได้ เราก็จะมาพบกันอีกในวันพรุ่งนี้และสนทนากันต่อไป”

อ่านเพิ่มเติม

นี่ไม่ใช่ภาพตัดต่อ แต่คือสะพานต้นไม้จริงที่ปลูกในอินเดีย

เรื่องแนะนำ

น้ำมันดีเซล กว่า 20,000 ตันรั่วปนเปื้อนในอาร์กติก

รัสเซียประกาศภาวะฉุกเฉิน กรณี น้ำมันดีเซล รั่วไหลในภูมิภาคอาร์กติกไซบีเรีย จนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ประธานาธิบดีของรัสเซีย วลาดีเมียร์ ปูติน ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับประเทศ เมื่อเกิดเหตุการณ์ น้ำมันดีเซล รั่วไหลบนเปื้อนลงสู่แม่น้ำตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อระบบนิเวศท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ โดยเฉพาะในภูมิประเทศที่เปราะบาง อย่างอาร์กติก เจ้าหน้าที่ชาวไซบีเรีย ในเมืองนอริลสก์ รายงานว่า ทางการรัฐออกประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่หลังจากเกิดเหตุน้ำมันดีเซลปริมาณกว่า 20,000 ตัน รั่วไหลออกจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2020 ใกล้กับเขตอุตสาหกรรมในเมืองนอริลสก์ ซึ่งตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล จากการหารือกับปูตินเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี Yevgeny Zinichev ประกาศว่า เหตุรั่วไหลดังกล่าวเป็นภัยฉุกเฉินระดับประเทศ ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลกลางของรัสเซียสามารถเข้าไปจัดการแก้ปัญหาในพื้นที่ดังกล่าวได้ “ผมเห็นด้วยกับการเสนอวาระนี้เป็นภาวะฉุกเฉินระดับประเทศ” ประธานาธิบดีรัสเซียแสดงปฏิกิริยาเห็นด้วยกับข้อเสนอของรัฐมนตรี นอกจากนี้ ประธานาธิบดีปูตินยังแนะนำรัฐมนตรีว่า “เร่งแก้ปัญหานี้อย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม” ระหว่างการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ปูตินกล่าวตำหนิหัวหน้าบริษัท NTEK ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน หลังจากที่ได้รับรายงานความผิดพลาดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น State of emergency in Norilsk after […]

อุทยานแห่งอนาคต

เรื่อง มิเชลล์ ไนฮัส ภาพถ่าย คีท แลดซินสกี บนผืนดินแคบๆยาว 60 กิโลเมตรนอกชายฝั่งรัฐแมริแลนด์และเวอร์จิเนีย อุทยานชายฝั่งแห่งชาติเกาะแอสซาทีก (Assateague Island National Seashore) ค่อยๆเคลื่อนไปทางตะวันตกทีละน้อย ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา เฮอร์ริเคนและพายุน้อยใหญ่พัดพาทรายจากชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ข้ามเกาะไปถมหนองน้ำที่อยู่ริมชายฝั่งอีกด้านหนึ่ง ส่งผลให้เกาะขยับเข้าใกล้ฝั่งมากขึ้นเรื่อยๆ “เจ๋งใช่ไหมล่ะครับ” อิชเมล เอนนิส พูดขึ้น “วิวัฒนาการไงครับ!” เขายิ้มให้ชายหาดเบื้องหน้าที่มีตอไม้ กิ่งก้านหงิกงอ และเศษพีตกระจายอยู่ทั่วไป ทั้งหมดนี้คือร่องรอยของหนองน้ำซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของชายฝั่งด้านตะวันตกของเกาะ ก่อนพายุจะพัดทรายมาทับถม บัดนี้หนองน้ำปรากฏให้เห็นอีกครั้งทางตะวันออกเมื่อเกาะเคลื่อนขยับไปเรื่อยๆ เอนนิสผู้เพิ่งเกษียณจากการเป็นหัวหน้าฝ่ายซ่อมบำรุงประจำอุทยาน เผชิญพายุที่นี่มานักต่อนัก จะว่าไปแล้ว อุทยานชายฝั่งแห่งนี้ก่อตัวขึ้นจากพายุน้อยใหญ่ที่พัดในแนวตะวันออกเฉียงเหนือ ย้อนหลังไปเมื่อเดือนมีนาคม ปี 1962 พายุใหญ่พัดถล่มแอสซาทีกพร้อมกับลบชื่อของโอเชียนบีช รีสอร์ตตากอากาศใหม่เอี่ยม โดยทำลายถนนและอาคาร 30 หลังแรก รวมทั้งความฝันของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เจ้าของโครงการให้พังภินท์ นักอนุรักษ์อาศัยโอกาสนี้เสนอให้รัฐสภาออกกฎหมายปกป้องพื้นที่ส่วนใหญ่บนเกาะในฐานะส่วนหนึ่งของระบบอุทยานแห่งชาติเมื่อปี 1965 ทุกวันนี้ แอสซาทีกคือเกาะสันดอนปลอดโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ยาวที่สุดริมชายฝั่งของรัฐแถบแอตแลนติกตอนกลาง โด่งดังเรื่องม้าแคระป่าแหล่งดูดาวโล่งไร้สิ่งกีดขวาง และทัศนียภาพเงียบสงบของมหาสมุทร นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีแนวโน้มจะทำให้พายุรุนแรงขึ้น ระดับทะเลสูงขึ้น และการเคลื่อนสู่ตะวันตกอย่างเนิบช้าของเกาะแอสซาทีกอาจเร็วขึ้น เอนนิสรู้จักเกาะนี้ดีพอที่จะเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นเริ่มขึ้นแล้ว ที่ปลายเกาะด้านใต้ […]

ระดับน้ำแม่น้ำโขงต่ำที่สุดในรอบ 100 ปี และส่งผลสะเทือนใหญ่หลวงต่อธรรมชาติ

(ภาพปก) ภัยแล้งและเขื่อนต้นน้ำได้ลดระดับน้ำของแม่น้ำโขงให้ต่ำที่สุดในรอบร้อยปี และส่งผลกระทบต่อการวางไข่ของปลา อันเป็นสัญญาณที่ไม่ดีต่อแหล่งอาหารในภูมิภาคนี้ ภาพถ่ายโดย BEN DAVIES/LIGHTROCKET/GETTY ภาวะของภัยแล้งหลากหลายรูปแบบ และความขัดแย้งทางการเมืองเรื่องของต้นน้ำของ แม่น้ำโขง อาจเป็นสาเหตุของภัยพิบัติในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ภัยแล้งอันรุนแรงที่เป็นเหตุให้ระดับน้ำของ แม่น้ำโขง แม่น้ำสายใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีระดับต่ำที่สุดในรอบมากกว่า 100 ปี ครั้งนี้ สามารถส่งผลร้ายต่อบรรดาสัตว์น้ำ เช่นเดียวกับผู้คนนับสิบล้านคนที่อาศัยและทำมาหากินริมแม่น้ำ วิกฤตครั้งนี้เกิดจากฝนมรสุม (Monsoon Rain) ซึ่งมักเริ่มขึ้นปลายเดือนพฤษภาคมในภูมิภาคลำน้ำโขงไม่ตกต้องตามฤดูกาล ประกอบกับภาวะแห้งแล้งซึ่งมีที่มาจากปรากฏการณ์เอลนีโญ และเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิของโลกที่ได้ดำเนินมาจนถึงช่วงกรกฎาคม ทางด้านบรรดานักสังเกตการณ์กล่าวว่า สถานการณ์นี้ได้ย่ำแย่ยิ่งขึ้นเมื่อเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำที่ตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำในประเทศจีนและลาวได้กักเก็บน้ำเอาไว้เพื่อกิจการภายในประเทศตัวเอง บรรดาชาวนาในภูมิภาคนี้ไม่สามารถปลูกข้าวได้ดังเช่นเมื่อก่อน และเกรงว่าผลผลิตจะลดลงในฤดูเก็บเกี่ยว อีกทั้งปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลน้อยลงได้ส่งผลกระทบต่อการขยายพันธุ์ของปลาในลุ่มน้ำโขง เนื่องจากโดยปกติแล้ว บรรดาปลาจะอาศัยระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นในช่วงนี้เพื่อวางไข่ แต่ในปีนี้ มีการพบร่องรอยของการขยายพันธุ์ของปลาเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญได้เตือนว่า ทั้งภัยแล้งและการขัดขวางกระแสน้ำในแม่น้ำโขงกำลังจะกลายเป็นเรื่องที่ปกติยิ่งมากขึ้น และอาจนำมาสู่การล่มสลายของระบบนิเวศทั้งหมด วงจรน้ำท่วม (Flood Pulse) แม่น้ำโขงมีจุดกำเนิดจากที่ราบสูงทิเบต และไหลผ่านประเทศในทวีปเอเชีย 6 ประเทศด้วยกัน ได้แก่ จีน เมียนมา ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ก่อนที่จะไหลลงสู่ทะเลจีนใต้ ที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงเป็นบ้านที่ใหญ่ที่สุดในโลกของบรรดาปลาน้ำจืดที่ […]

สำรวจโลก : พิราบตรวจอากาศ

พิราบตรวจอากาศ เช้าอากาศสดใสวันหนึ่งของฤดูใบไม้ผลิปี 2016 นกพิราบสื่อสาร 10 ตัวถูกปล่อยขึ้นสู่ฟากฟ้าเหนือ กรุงลอนดอน บางตัวได้รับการติดอุปกรณ์ ขนาดจิ๋วที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลปริมาณไนโตรเจนไดออกไซด์และโอโซนในอากาศของมหานครแห่งนี้ นี่เป็นภารกิจแรกของโครงการ “พิราบตรวจอากาศ” (Pigeon Air Patrol) นับตั้งแต่ยุคโบราณ ผู้คนใช้ประโยชน์จากนกที่มีพรสวรรค์ด้านการนำทางนี้ เจงกิสข่านและชาวโรมันใช้พวกมันเป็นผู้ส่งสาร ฝรั่งเศสถึงกับมอบเหรียญกล้าหาญให้นกพิราบสองตัวที่รับใช้ชาติในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง นกพิราบถูกฝึกให้นำจรวดไปยังเป้าหมายด้วยการจิกไปที่ เป้าหมายบนจอซึ่งติดตั้งไว้ภายในหัวจรวด (ระบบนำวิถีด้วยวิทยุทำให้พวกมันไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์นี้ แต่เทคโนโลยีที่ใช้ในการฝึกก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีจอสัมผัสหรือทัชสกรีนในปัจจุบัน) โครงการพิราบตรวจอากาศสมัยใหม่ได้รับการพัฒนาโดยห้องปฏิบัติการพลูมแลบส์ (Plume Labs) ของโรเมน ลาคอมบ์ เพื่อช่วย สร้างความเข้าใจให้สาธารณชนเกี่ยวกับอากาศที่ พวกเขาหายใจ การศึกษาชิ้นหนึ่งประมาณการว่า มลพิษในอากาศของลอนดอนเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตถึง 9,416 รายในแต่ละปี โครงการพิราบตรวจอากาศได้ผลเกินคาดจนสามารถชักจูงให้อาสาสมัครที่เป็นมนุษย์สวมใส่อุปกรณ์แบบเดียวกัน ซึ่งนับแต่นั้นสามารถทำแผนที่คุณภาพอากาศของเส้นทางต่างๆ ในลอนดอนรวมแล้ว 2,100 กิโลเมตร “เราใช้อะไรที่ตรงข้ามกับเทคโนโลยีเพื่อทำ สิ่งที่ลํ้าสมัยเอามาก ๆ” ลาคอมบ์บอก ก่อนจะทิ้งท้ายว่า “ถ้านกพิราบช่วยให้คนหันมาสนใจปัญหานี้ได้ ก็จะเป็นอะไรไปเล่า” เรื่อง นีนา สตรอคลิก ภาพถ่าย: DIGITASSLBI; APIC/HULTON ARCHIVE/GETTY IMAGES […]