แหล่งน้ำจืด : ชีวิตเปราะบางในแม่น้ำลำธาร และทะเลสาบ - National Geographic Thailand

แหล่งน้ำจืด : ชีวิตเปราะบางในแม่น้ำลำธาร และทะเลสาบ

แหล่งน้ำจืด : ชีวิตเปราะบางในแม่น้ำลำธาร และทะเลสาบ

แหล่งน้ำจืด คิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละสามของน้ำทั้งหมดในโลก

แต่กลับเป็นที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์ปลาเกือบครึ่งหนึ่ง

เดวิด เฮราซิมต์ชุค มักใช้เวลาร่วมสิบชั่วโมงแช่อยู่ในน้ำเย็นจัดเกือบเยือกแข็ง เขาสวมชุดดรายสูทลอยคออยู่ในน้ำพร้อมกล้องถ่ายภาพในมือ และรอคอย ดูเผินๆ คุณคงคิดว่าเขาช่างอดทนเป็นเลิศ แต่ความจริงแล้วเขากำลังรีบเร่ง “สัตว์พวกนี้หลายชนิดอยู่คู่โลกมาหลายล้านปีแล้วครับ” เขาบอกและเสริมว่า “แต่พวกมันเพิ่งเริ่มล้มหายตายจากไปในช่วงร้อยปีที่ผ่านมานี้เอง”

เฮราซิมต์ชุคเป็นช่างภาพและช่างกล้องของเฟรชวอเตอร์สอิลลัสเทรเต็ด (Freshwaters Illustrated) องค์กรอนุรักษ์ไม่แสวงกำไรที่ส่งเขาไปถ่ายภาพสัตว์ป่าที่ตกอยู่ในอันตรายตามแหล่งน้ำจืด ได้แก่ ทะเลสาบ แม่น้ำ และลำธารทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าชนิดพันธุ์ปลาน้ำจืดกว่าร้อยละ 20 กำลังถูกคุกคามหรือสูญพันธุ์ไปแล้ว เนื่องจากเขื่อนปิดกั้นเส้นทางการอพยพ อีกทั้งถิ่นอาศัยยังถูกทำลายจากมลพิษและอุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้น

ความเสียหายเหล่านี้ยังส่งผลกระทบต่อมนุษย์ด้วย เพราะน้ำจืดที่สะอาดพอให้ดื่มได้ต้องพึ่งพาระบบนิเวศที่สมบูรณ์ หอยสองฝาและพืชที่เติบโตในพื้นที่ชุ่มน้ำช่วยดูดซับมลพิษ  นอกจากนี้ สัตว์บางชนิดยังกินเศษซากที่ทำให้คุณภาพของน้ำลดลง แต่ทุกวันนี้ มลพิษกำลังทวีความรุนแรงขึ้นจนสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไม่อาจรับมือได้

ช่างภาพใต้น้ำจำนวนมากชื่นชอบการถ่ายภาพวาฬ ฉลาม และแนวปะการังอันน่าตื่นตาในมหาสมุทร  แต่เฮราซิมต์ชุคกลับเลือกถ่ายชนิดพันธุ์ที่ดูธรรมดาๆ อย่างปลาประจำถิ่น ซาลาเเมนเดอร์ และงูน้ำ มลพิษที่ถูกชะล้างลงสู่แหล่งน้ำจืด อันเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์เหล่านี้ด้วยปริมาณฝนเพียงน้อยนิดก็อาจเป็นอันตรายต่อพวกมันได้ สัตว์เหล่านี้ยังกลัวมนุษย์ ทำให้บางครั้งความอดทนของเฮราซิมต์ชุคก็ไม่เป็นผล กระนั้น เขาก็ไม่ย่อท้อ เพราะรู้ว่าตนเองกำลังทำงานแข่งกับเวลา “ชีวิตมากมายเหล่านี้กำลังล้มหายตายจากไปครับ” เขาบอก และเวลาก็เหลือน้อยลงทุกที – เมลิสซา ซูแรน

ภาพถ่าย  เดวิด เฮราซิมต์ชุค

แหล่งน้ำจืด
แม่น้ำเทลลิโค รัฐเทนเนสซี: ไม่บ่อยครั้งที่ซาลาเเมนเดอร์เฮลล์เบนเดอร์จะกินงูน้ำ  ส่วนใหญ่พวกมันมักเลือกเหยื่อที่ตัวเล็กกว่า ช่างภาพ เดวิด เฮราซิมต์ชุค ถ่ายภาพที่พบเห็นไม่บ่อยนักภาพนี้ในแถบตะวันออกของรัฐเทนเนสซี
แหล่งน้ำจืด
แม่น้ำเดชูตส์ รัฐออริกอน: การชลประทานทำลายถิ่นอาศัยของกบหลังจุดออริกอนแถบทิวเขาแคสเคด
แหล่งน้ำจืด
แม่น้ำแมกัลโลเวย์ รัฐเมน: ปลาเทราต์ลำธารเพศผู้กัดและพุ่งชนคู่แข่งตัวอื่นๆ อย่างดุดันเพื่อแย่งชิงพื้นที่วางไข่
แหล่งน้ำจิด
สมิทครีก รัฐเทนเนสซี: ปลาเดซเทนเนสซี เปลี่ยนจากสีเงินเป็นสีสดใสเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการผสมพันธุ์
แหล่งน้ำจืด
แม่น้ำวิลลาเมตต์ รัฐออริกอน:  ปลาแลมเพรย์แปซิฟิกสามารถว่ายทวนน้ำตกและเกาะกับโขดหินด้วยปากลักษณะเหมือนหัวดูด
แหล่งน้ำจืด
แม่น้ำวิลลาเมตต์: นิวต์ [สัตว์จำพวกซาลาแมนเดอร์] ผิวขรุขระ ตัวเต็มวัยอพยพจากธารน้ำในป่าไปยังพื้นที่ชุ่มน้ำเพื่อผสมพันธุ์
แหล่งน้ำจืด
เฮราซิมต์ชุคถ่ายภาพตามแหล่งน้ำจืด เช่น แม่น้ำเทลลิโคซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพ

*** อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ใน นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนตุลาคม 2562 


สารคดีแนะนำ

แรดขาวเหนือ : บทเรียนจากความตายของสัตว์ตัวสุดท้าย 

เรื่องแนะนำ

สำรวจโลก : ทำไมหมีดำตัวนี้ถึงมีขนสีขาว

เรื่อง แพทริเซีย เอดมันด์ส เป็นเวลาหลายพันปีมาแล้วที่ชาวคีตาซูบนชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของแคนาดารู้จักหมีชนิดนี้และตำนานของมัน ตามที่เล่าขาน กาเรเวนผู้สร้างสรรพสิ่งได้เปลี่ยน โลกจากหินที่เย็นจนเป็นนํ้าแข็งให้กลายเป็นสวนเขียวชอุ่ม แต่เพื่อเตือนใจถึงสมัยนํ้าแข็ง กาเรเวนจึงทำให้หมีดำหนึ่งตัวในทุกๆ สิบตัวเป็นสีขาว ชื่ออย่างเป็นทางการของมันคือหมีเคอร์โมดี (Kermode bear) แต่คนท้องถิ่นเรียกว่าหมีศักดิ์สิทธิ์ จากสกุลและชนิดพันธุ์ มันคือหมีดำ แต่ถ้าทั้งพ่อและแม่ (ไม่ว่าจะสีอะไรก็ตาม) มีการกลายพันธุ์ในยีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตสารสี ลูกของพวกมันจะมีขนสีขาว เพื่อยืนยันเรื่องนี้นักวิจัยเก็บตัวอย่างขนหมีแล้วนำมาวิเคราะห์ดีเอ็นเอ จากหมี 220 ตัว มี 22 ตัวที่ได้รับยีนขนสีขาวมาจากทั้งพ่อและแม่ และหมีทั้ง 22 ตัวนั้นมีสีขาว ฤดูผสมพันธุ์ของพวกมันอยู่ในช่วงเดือน พฤษภาคมถึงกรกฎาคม เช่นเดียวกับหมีทุกชนิด เอ็มบริโอที่ได้รับการผสมแล้วจะเลื่อนเวลาการฝังตัวในผนังมดลูกของหมีเพศเมียออกไป ถ้าหมีเพศเมียไม่แข็งแรงพอที่จะตั้งท้อง เอ็มบริโอจะไม่ฝังตัวและ มันจะไม่ตกลูกในปีนั้น แต่ถ้ามันมีสุขภาพดีและแข็งแรง เอ็มบริโอจะฝังตัวในฤดูใบไม้ร่วง และลูกหมีครอกละหนึ่งถึงห้าตัวจะลืมตามาดูโลกในฤดูหนาวปีนั้น   อ่านเพิ่มเติม : สำรวจโลก : สัตว์ก็มีหัวใจ, สำรวจโลก : เพราะน้ำคือชีวิต

กอริลลาติดโควิด – 19 ซึ่งเป็นรายงานครั้งแรกในโลก

กอริลลาติดโควิด – 19 ในแคลิฟอร์เนีย พวกมันจึงเป็นไพรเมตที่ไม่ใช่มนุษย์ชนิดแรกของโลก ที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์ได้ตรวจพบว่า กอริลลาติดโควิด – 19 ซึ่งเป็นกอริลลาสามตัวที่อยู่ในสวนสัตว์ซานดิเอโกซาฟารีพาร์ก และผลยืนยันว่าทั้งสามตัวติดเชื้อไวรัสโคโรนา กระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกาประกาศเมื่อวานนี้ (11 มกราคม 2020) จึงทำให้พวกมันกลายเป็นเอปชนิดแรกของโลกที่ติดเชื้อไวรัสอุบัติใหม่นี้ ลิซา ปีเตอร์สัน ผู้อำนวยการบริหารของสวนสัตว์ กล่าวว่า กอริลลาที่ติดเชื้ออาศัยรวมอยู่กับตัวอื่นๆ ทั้งหมดแปดตัว ผู้ดูแลตัดสินว่า จะยังคงให้พวกมันรวมอยู่ด้วยกัน โดยจะเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด “บางตัวอาจมีเชื้อและบางตัวอาจไม่มี” ปีเตอร์สันกล่าวและเสริมว่า “พวกมันอาศัยอยู่ในฝูงที่มีผู้นำเป็นกอริลลาหลังเงิน และสมาชิกที่เหลือก็คอยตามผู้นำตลอดทั้งวัน พวกมันต่างจ้องมองไปที่เอปตัวนั้น นั่นจึงเป็นการดีที่สุดที่จะปล่อยให้พวกมันได้ดำเนินชีวิตต่อไปอย่างที่เคยเป็น” กอริลล่าเป็นสัตว์ชนิดที่ 7 ที่มีการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ตั้งแต่มีการระบาดเมื่อปี 2020 ก่อนหน้านี้มีรายงานการติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันในเสือ สิงโต มิงค์ เสือดาวหิมะ สุนัข และแมวบ้าน แม้ว่าจะมีเอกสารกรณีการแพร่เชื้อจากมิงค์สู่คนในเนเธอร์แลนด์และเดนมาร์ก แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่าสายพันธุ์อื่นสามารถทำให้มนุษย์ป่วยได้ เช่นเดียวกับสิงโตและเสือที่สวนสัตว์ Bronx ซึ่งได้รับรายงานการติดเชื้อในเดือนเมษายน ที่ผ่านมา กอริลล่าที่ติดเชื้อทั้งสามตัวอาจติดเชื้อไวรัสจากคนงานสวนสัตว์ที่ไม่แสดงอาการ เธอบอกว่า สวนสัตว์มีระเบียบปฏิบัติที่เข้มงวดในการป้องกันการติดเชื้อ รวมถึงแบบสอบถามประจำวันสำหรับเจ้าหน้าที่ และชุดป้องกันสำหรับผู้ที่สัมผัสสัตว์โดยตรง […]

สุนัขเปลี่ยนสีหน้าเมื่อมนุษย์ให้ความสนใจ

สีหน้าของสุนัขไม่ได้มีดีแค่ไว้สำหรับเป็นคลิปบันเทิงบนโลกออนไลน์ แต่มันยังเป็นข้อมูลสำคัญที่แสดงให้เห็นวิวัฒนาการของการเป็นสุนัขเลี้ยงอีกด้วย นักวิทยาศาสตร์ประเมินปฏิกิริยาที่แสดงออกผ่านสีหน้าของสุนัข เมื่อเผชิญกับมนุษย์และเมื่อมนุษย์หันหลังให้ พวกเขาพบว่าขณะที่สุนัขถูกมนุษย์จ้องมองพวกมันสามารถแสดงสีหน้าได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งนี้สุนัขเป็นสัตว์ที่อยู่เคียงข้างกับมนุษย์มานาน มิตรภาพต่างสปีชีส์นี้มีอายุย้อนไปได้ถึง 30,000 ปีก่อน และสายสัมพันธ์อันดีระหว่างเราเป็นส่วนหนึ่งที่เราวิวัฒนาการร่วมกันมาเพื่อการสื่อสารที่ดีขึ้น   อ่านเพิ่มเติม : วิทยาศาสตร์ว่าด้วยความน่ารัก, ทดลองให้ปลาไหลไฟฟ้าช็อต เพื่อวิทยาศาสตร์