พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ : เยือนคลังสะสมปลาชวนขนลุก - National Geographic Thailand

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ : เยือนคลังสะสมปลาชวนขนลุก

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ : เยือนคลังสะสมปลาชวนขนลุก

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หรือถ้าจะเรียกให้ถูกคือ คลังสะสมทางธรรมชาติวิทยาแห่งนี้ คือฉากในฝันของผู้กำกับหนังสยองขวัญ คุณจะพบสถานที่นี้ได้โดยการขับรถราว 15 กิโลเมตรไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของนิวออร์ลีนส์ จนไปถึงที่ดินซึ่งเป็นพื้นที่ป่าผสมที่ลุ่มน้ำขังบนคุ้งหนึ่งของแม่น้ำมิสซิสซิปปี  ลงไปตามทางลูกรังที่มีชื่อว่าถนนไวลด์บอร์ หรือ “ถนนหมูป่า” อัลลิเกเตอร์กับงูวอเตอร์มอกกาซินอาศัยอยู่ในป่ารกชัฏทางซ้ายมือ ส่วนทางขวาเป็นที่ตั้งของบังเกอร์หรือสถานที่เก็บยุทธภัณฑ์หมายเลขเอ3

บังเกอร์ลักษณะดังกล่าวมีอยู่ทั้งสิ้น 26 หลัง โดยกระจายอยู่เป็นบริเวณกว้างในที่ดินราว 1,000 ไร่ ซึ่งส่วนใหญ่ถูกทิ้งร้าง  ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เรือของกองทัพเรือสหรัฐฯจะมาจอดเทียบท่าเพื่อรับกระสุนปืนใหญ่ ก่อนมุ่งหน้าออกสู่ทะเล ต่อมาสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ หรือซีไอเอ ใช้สถานที่นี้เป็นสนามฝึกทหารกองโจรคิวบาที่จะไปสู้รบในยุทธภูมิยึดอ่าวพิกส์ (Bay of Pigs Invasion) อันล้มเหลวเมื่อปี 1961

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยทูเลนเป็นเจ้าของสถานที่นี้ ผู้มาเยี่ยมชมส่วนใหญ่เป็นนักชีววิทยา ซึ่งสนใจปลาตายเกือบแปดล้านตัวที่เก็บอยู่ในบังเกอร์เอ3 และเอ15

ภายในบังเกอร์ ปลาแช่แอลกอฮอล์ในขวดโหลปิดสนิทหลากหลายขนาดวางเรียงรายบนชั้นสูงสามเมตร ยาว 11 เมตร แถวแล้วแถวเล่า ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นคลังสะสมปลาขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

“จริงๆแล้วต้องบอกว่า ที่นี่เป็นคลังสะสมปลาหลังวัยอ่อนที่ใหญ่ที่สุดครับ” จัสติน แมนน์ ผู้จัดการคลังสะสมวัย 38 ปี กล่าวและเสริมว่า นี่เป็นคลังสะสมที่มีจำนวนตัวอย่างมากที่สุด ไม่ใช่จำนวนชนิดพันธุ์ อันที่จริง จำนวนตัวอย่างกว่าหนึ่งล้านตัวอย่างเป็นปลาชนิดเดียวเท่านั้น คือ Cyprinella venusta (ใช่แล้ว มันคือปลาซิวชนิดหนึ่ง) คลังสะสมดังกล่าวมีปลาต่างถิ่นจากที่ไกลโพ้นถึงอินโดนีเซียรวมอยู่ด้วย แต่ปลาที่นี่ส่วนใหญ่มาจากถิ่นอาศัยดั้งเดิมในแถบตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ ตั้งแต่ภูมิภาคกัลฟ์โคสต์ในรัฐเทกซัสไปจนถึงรัฐนอร์ทแคโรไลนาและเซาท์แคโรไลนา

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ
ภายในบังเกอร์ ปลาแช่แอลกอฮอล์ในขวดโหลปิดสนิทหลากหลายขนาดวางเรียงรายบนชั้นสูงสามเมตร ยาว 11 เมตร แถวแล้วแถวเล่า
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ
จัสติน แมนน์ ผู้จัดการคลังสะสม อุ้มปลาสเตอร์เจียนแอตแลนติก (Acipenser oxyrinchus) ที่ถูกสตัฟฟ์ไว้  เขื่อนต่างๆที่ขวางการเข้าถึงแหล่งวางไข่กำลังคุกคามปลาชนิดนี้ นักวิจัยให้ความสำคัญกับคลังสะสมปลานี้ เพราะเผยให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบต่อปลาอย่างไร

คลังสะสมปลาของมหาวิทยาลัยทูเลนมีแค่ปลาสตัฟฟ์สองตัว ตอนที่นักชีววิทยาปลาซึ่งเป็นหนุ่มไฟแรงนามว่า รอยัล ดี. ซัตต์คุส มาถึงเมื่อปี 1950 ซัตต์คุสตั้งเป้าว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้บนหลักการความเชื่อที่ว่า คนเราไม่อาจเข้าใจโลกใต้น้ำได้จนกว่าจะได้เห็นและศึกษามัน และคนเรามักไม่ปกปักรักษาสิ่งที่ตนไม่อาจเข้าใจ ซัตต์คุสเป็นนักชีววิทยาภาคสนามผู้ไม่เคยย่อท้อ เขาออกไปลุยน้ำสูงเทียมเอวเทียมคอในภูมิภาคแถบนั้นตลอด 50 ปีต่อมา ลากปลายอวนยาวสามเมตรข้างหนึ่ง ขณะที่นักศึกษาปริญญาโทอีกคนคอยลากปลายอวนอีกข้างตามให้ทัน

ขณะที่นักชีววิทยาปลาคนอื่นๆมักตะลอนย้ายสถานที่ไปเรื่อยๆ เก็บตัวอย่างจากตรงนี้นิดตรงโน้นหน่อย โดยจะมองหาอะไรใหม่ๆและน่าสนใจเสมอ แต่ซัตต์คุสซึ่งจากโลกไปเมื่อปี 2009 เก็บตัวอย่างจากพื้นที่เดิมๆในแม่น้ำสายเดิมซ้ำๆปีแล้วปีเล่าเป็นเวลาหลายสิบปี โดยบ่อยครั้งเขาจะสำรวจผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมตามข้อบังคับให้กับโรงงานกระดาษและผู้ปล่อยมลพิษรายอื่นๆไปด้วย แนวทางปฏิบัติทั่วไปสำหรับนักชีววิทยาปลาคือ จะนำปลาที่จับได้ทั้งหมดมาวางเรียงกันที่จุดสิ้นสุดการสำรวจ เลือกปลาสองสามตัวที่คู่ควรกับการเก็บตัวอย่าง แล้วปล่อยที่เหลือลงน้ำไป แต่วิธีการของซัตต์คุสนั้นตรงกันข้าม ทุกอย่างที่ติดอวนของเขามาถูกจับใส่ขวดโหลหมด

นักชีววิทยาคนอื่นๆไม่เห็นด้วยกับวิธีการดังกล่าว การเก็บตัวอย่างจำนวนมากเกินไปในจุดเดิมปีละครั้งไม่น่าจะก่อความเสียหายต่อประชากรปลา มันแค่ดูไม่เข้าท่า

กระนั้น ความจริงมีอยู่ว่า วิธีเก็บทุกอย่างที่จับได้อย่างเป็นระบบดังกล่าว กลับกลายเป็นจุดแข็งอันยืนยงของคลังสะสมปลารอยัล ดี. ซัตต์คุส (Royal D. Suttkus Fish Collection)

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ
ปลาเข็มธรรมดาสามตัว (Hyporhamphus unifasciatus) ที่ถูกจับจากอ่าวเม็กซิโกเมื่อปี 1954 สะท้อนถึงคุณค่าของคลังสะสมปลาของนักชีววิทยา รอยัล ดี. ซัตต์คุส ผู้บันทึกการเปลี่ยนแปลงของจำนวนประชากรปลาในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯในช่วงเวลากว่า 50 ปี
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ
บนและล่าง: ตัวอย่างบางส่วนจากคลังสะสมปลารอยัล ดี. ซัตต์คุส (Royal D. Suttkus Fish Collection)

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ

คนเราไม่อาจเข้าใจโลกใต้น้ำได้จนกว่าจะได้เห็นและศึกษามัน และคนเรามักไม่ปกปักรักษาสิ่งที่ตนไม่อาจเข้าใจ

ตัวอย่างเหล่านี้คือ “หน้าต่างสู่อดีต” อันปราศจากความคลาดเคลื่อน เบอร์นี คูฮัจดา นักชีววิทยาด้านการอนุรักษ์สัตว์น้ำจากพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเทนเนสซีในเมืองแชตทานูกา อธิบายว่า “เนื่องจากซัตต์คุสเก็บปลาทุกตัวไว้ คุณจะรู้ได้เลยครับว่า โครงสร้างอายุที่แท้จริง ณ เวลานั้น ในสถานที่นั้นเป็นอย่างไร” เป็นต้นว่าในกลุ่มประชากรที่แข็งแรงมีปลาครบทุกกลุ่มอายุรวมอยู่ด้วยหรือไม่ “ซึ่งมีประโยชน์ครับ”

มีประโยชน์อย่างไรนั้นหรือ คลังสะสมเหล่านี้มีประโยชน์เพราะเป็นหน้าต่างสู่อดีตช่วงหนึ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษ ซัตต์คุสเก็บตัวอย่างปลาในยุคที่แม่น้ำยังมีเขื่อนกั้นเพื่อผลิตไฟฟ้าพลังน้ำและใช้ในการสัญจร มลพิษยังไม่ได้รับการควบคุมเป็นส่วนใหญ่ หลังโรงงานเคมีแห่งหนึ่งเปิดดำเนินการทางตอนเหนือของรัฐแอละแบมา

ปัจจุบัน นักชีววิทยาที่กำลังศึกษาว่า การพัฒนาโดยปราศจากการควบคุมในศตวรรษที่ยี่สิบ เปลี่ยนโฉมหน้าภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ ไปอย่างไรบ้าง หันไปหาคลังสะสมของซัตต์คุสเพื่อหาคำตอบ

เรื่อง ริชาร์ด คอนนิฟฟ์

ภาพถ่าย เครก คัตเลอร์

*อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ใน นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนตุลาคม 2562


สารคดีแนะนำ

แหล่งน้ำจืด : ชีวิตเปราะบางในแม่น้ำลำธาร และทะเลสาบ

 

เรื่องแนะนำ

สำรวจโลก : บันทึกภาคสนาม

บนเส้นทางของเต่าทะเล เรื่อง มารีอานา ฟูเอนเตส การยกเต่าทะเลหนักหลายสิบกิโลกรัมขึ้นเรือไม่ใช่เรื่องง่าย แต่นั่นคือสิ่งที่มารีอานา ฟูเอนเตส นักชีววิทยาทางทะเลเชิงอนุรักษ์ทำเพื่อช่วยเหลือสัตว์เลื้อยคลานใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้ เต่าทะเลอาศัยอยู่ในน่านนํ้าอุ่นทั่วโลก ตอนนี้ ฟูเอนเตสพุ่งเป้าไปที่ประเทศหมู่เกาะ อย่างบาฮามาส ที่ซึ่งรัฐบาลประกาศกันพื้นที่ในทะเลร้อยละ 20 ของประเทศให้เป็นเขตคุ้มครอง เต่าทะเลไม่ใช่สัตว์ชนิดแรกที่ฟูเอนเตสหลง รัก “ตอนแรกฉันอยากศึกษากระเบนราหูค่ะ” เธอบอกพลางนึกถึงความหลังเมื่อครั้งที่ได้ ใกล้ชิดกับกระเบนราหูตัวหนึ่ง ในขณะเป็น นักศึกษาฝึกงานในบราซิล ฟูเอนเตสเริ่มหันมาสนใจเต่าทะเลซึ่งอาจมีอายุยืนได้กว่าร้อยปี “ความจริงที่ว่าพวกมันคือผู้รอดชีวิต ทำให้ฉันอยากอนุรักษ์พวกมันไว้” ฟูเอนเตสบอก   แผนภูมิจุดบนยักษ์แห่งท้องทะเล เรื่อง แบรด นอร์แมน ฉลามวาฬเป็นสัตว์ทะเลที่ได้ชื่อว่าลี้ลับที่สุดชนิดหนึ่ง แต่แบรด นอร์แมน นักชีววิทยาทางทะเลชาวออสเตรเลีย ใช้เวลาเกือบ 25 ปี ค่อยๆ เผยความลับของพวกมันทีละน้อย ลวดลายที่คล้ายกลุ่มดาวบนผิวหนังของฉลามวาฬเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคล้ายกับลายนิ้วมือของมนุษย์ ด้วยสิ่งนี้ นอร์แมนได้ให้ความช่วยเหลือผู้เชี่ยวชาญโดยใช้อัลกอริทึมทางดาราศาสตร์ในการพัฒนาเครื่องมือค้นหา เพื่อสแกนและระบุอัตลักษณ์ของฉลามวาฬแต่ละตัว นำไปสู่องค์ความรู้ในการติดตามฝูงฉลามวาฬและการอนุรักษ์ นอร์แมนผู้ได้รับรางวัลโรเล็กซ์เอนเทอร์ไพรส์ (Rolex Awards for Enterprise) มุ่งมั่นทำงานเพื่อผลักดันให้ฉลามวาฬได้รับการบรรจุเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เขาพูดถึงความพยายามในการคลี่คลายความลับเกี่ยวกับการอพยพของพวกมัน ว่า “เราหวังจะพบกุญแจไขปริศนาข้อใหญ่ที่สุด นั่นคือ […]

นกอินทรีฮาร์ปี : พิทักษ์เจ้าเวหาป่าแอมะซอน

นักวิทยาศาสตร์ คนเก็บผลบราซิลนัต เจ้าของที่ดิน และผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว ผนึกกำลังกันอนุรักษ์ นกอินทรีฮาร์ปี นกอินทรีขนาดใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่งในโลก เส้นทางนี้ควรเป็นทางลัด แต่ตอนนี้ ฉันกลับเดินอยู่ในน้ำสีน้ำตาลขุ่นคลั่ก สูงท่วมเอว คอยระวังไม่ให้ตัวเองสะดุดขอนไม้ใต้น้ำไปตามเส้นทางที่นักชีววิทยา ชาวบราซิล เอเวอร์ตัน มิแรนดา เบิกทางไว้ กล้องถ่ายภาพราคาแพงหนึ่งตัวเสียหายไปแล้ว หลังจากผู้ช่วยวิจัยภาคสนาม เอ็ดสัน โอลิไวรา หน้าคะมำลงในแอ่งโคลนลึก และรอยแตนต่อยบนต้นแขนของช่างภาพ แครีน ไอก์เนอร์ ก็บวมเป่งเป็นลูกมะเขือเทศ แต่ถ้าจะมีใครสักคนคิดหันหลังกลับแล้วละก็ คงเก็บความคิดนั้นไว้กับตนเอง เพราะภารกิจของเราสำคัญเกินกว่าจะถอย เราดั้นด้นมาที่นี่เพื่อค้นหารัง นกอินทรีฮาร์ปี ที่หายาก โดยอาศัยเบาะแสจากคำเล่าลือว่าอยู่ลึกเข้าไปประมาณกิโลเมตรครึ่งกลางป่าฝนแอมะซอนในรัฐมาตูโกรสซูของบราซิล ด้วยร่างกายสีขาวดำมันขลับ ดวงตาดุร้าย และขนบนใบหน้าที่ดกหนา นกอินทรีฮาร์ปีซึ่งเป็นนกอินทรีขนาดใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่งในโลก มักถูกจัดให้อยู่ในหมู่นกที่งามสง่าที่สุดของโลก และอยู่บนสุดในรายชื่อนกสุดยอดปรารถนา ของเหล่านักดูนก กรงเล็บของนกอินทรีฮาร์ปีซึ่งสามารถจับสลอทตัวเต็มวัยจากต้นไม้ มีขนาดใหญ่กว่ากรงเล็บของหมีกริซลี และนกเพศเมียอาจหนักได้ถึงประมาณ 11 กิโลกรัม “ดูเหมือนสัตว์ที่ออกมาจากหนังสือนิยายแฟนตาซี เลยครับ” มิแรนดาบอก ในฐานะสัตว์ผู้ล่าลำดับสูงสุด นกอินทรีฮาร์ปีจึงมีบทบาทสำคัญในทางนิเวศวิทยา โดยช่วยควบคุมประชากรเหยื่อให้อยู่ในระดับเหมาะสม “ถ้าคุณประสบความสำเร็จในการอนุรักษ์นกอินทรีฮาร์ปี คุณจะประสบความสำเร็จในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพเกือบทั้งหมดในระบบนิเวศที่พวกมันอาศัยอยู่ด้วยเช่นกัน” ริชาร์ด วัตสัน ประธานและซีอีโอของกองทุนเพเรกรินฟันด์ […]

พบปลากระเบนสีชมพูสุดแปลกในออสเตรเลีย

ปลากระเบน ตัวนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากสีผิวที่ผิดปกติแต่อย่างใด โดยมีการบันทึกภาพปลากระเบนตัวนี้เป็นครั้งคราวนับตั้งแต่ปี 2015 ภาพถ่ายโดย KRISTIAN LAINE สีชมพูที่ปรากฏบนปลากระเบนตัวหนึ่งที่พบเห็นได้บ่อยครั้งในแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟ (Great Barrier Reef) ไม่ได้เกิดจากทั้งการติดเชื้อหรือผลจากการกินอาหาร นักวิทยาศาสตร์กล่าว เมื่อช่างภาพ คริสเตียน เลน พบปลากระเบนสีชมพูตัวหนึ่งในตอนที่เขากำลังดำน้ำแบบฟรีไดร์ฟในแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟ ของออสเตรเลีย เขาคิดว่ากล้องถ่ายรูปคงทำงานผิดปกติแน่นอน “ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะมีปลากระเบนสีชมพูอยู่บนโลก ตอนนั้นก็คิดไปว่าไฟแฟลชในกล้องคงจะเสียหรือทำงานผิดพลาดครับ” เลน กล่าว หลังจากนั้นเขาได้โพสต์ภาพปลากระเบนสีชมพูตัวนี้ในอินสตาแกรมและกลายเป็นกระแสไวรอลในอินเตอร์เน็ต โปรเจกต์แมนตา (Project Mantra – โครงการปลากระเบน) กลุ่มนักวิจัยจากออสเตรเลียที่ศึกษาปลากระเบนสีชมพูตัวนี้ ได้ยืนยันว่าเป็นสีผิวจริงของมัน ในตอนแรก พวกเขาคิดว่าสีชมพูนี้เป็นผลมาจากการติดเชื้อของผิวหนังหรือผลค้างเคียงจากอาหารที่กิน เช่นเดียวกับนกฟลามิงโกสีชมพูที่ได้สีผิวมาจากการกินสัตว์น้ำที่มีเปลือกแข็ง หรือครัสเตเชียน (crustaceans) อันหมายถึงสัตว์น้ำจำพวก กุ้ง กั้ง หรือ ปู เป็นต้น แต่จากการศึกษาในปี 2016 โดยนักวิจัย เอมิเลีย อาร์มสตรอง ที่ได้นำตัวอย่างผิวหนังของมันมาศึกษา ก็ค้นพบว่าไม่ได้เกิดจากสาเหตุทั้งสองที่เคยคาดการณ์ไว้ ในตอนนี้ เชื่อว่าปลากระเบนตัวนี้มีภาวะการกลายพันธุ์ของยีน (Genetic Mutation) ในเมลานินหรือหรือเม็ดสีผิว อาเซีย […]