10 เรื่องราวดีๆของ สัตว์ป่า ปี 2020 - เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

10 เรื่องราวดีๆของ สัตว์ป่า ปี 2020

6. ความพยายามครั้งใหม่เพื่อต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นที่รุกรานเข้ามา

สหรัฐฯเพิ่มความพยายามมากขึ้นในการสกัดกั้นการนำเข้าสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นที่รุกรานมากที่สุดชนิดหนึ่ง นั่นคือปู Hairy-clawed ซึ่งถือเป็นอาหารอันโอชะ เจ้าหน้าที่กล่าวว่า พวกเขายึดปูที่ยังมีชีวิตได้เกือบ 15,000 ตัวจากท่าเรือต่าง ๆ ตั้งแต่ปลายปี 2019

อีวา ลารา ฟิกัวร์โด หน่วยบริการปลาและ สัตว์ป่า แห่งสหรัฐอเมริกา กล่าวกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกว่า หากปูหลุดเข้าไปในป่าและเพิ่มจำนวนขึ้น พวกมันสามารถทำลายริมฝั่งแม่น้ำด้วยการรุกรานและล่าสัตว์ท้องถิ่น

7. ช้างในโรงละครสัตว์ถูกปลดเกษียณ

ในเดือนกันยายนนักอนุรักษ์ได้ประกาศว่าช้างของโรงละครสัตว์ Ringling Bros and Barnum & Bailey ถูกปลดเกษียณ และจะย้ายไปที่ศูนย์อนุรักษ์ที่มีพื้นที่กว่า 6,325 ไร่ในฟลอริดา

ในปีหน้า ศูนย์อนุรักษ์ไวท์อ็อก ซื้อช้างเอเชีย 35 ตัว เพื่อสร้างเป็นที่เก็บช้างเอเชียที่ใหญ่ที่สุดในซีกโลกตะวันตก มิเชล แกดด์ ผู้นำกลุ่มอนุรักษ์ระดับโลกของศูนย์อนุรักษ์ไวท์อ็อก กล่าวว่า เป็นโอกาสที่เราจะปล่อยให้พวกมันกลับไปใช้ชีวิตในป่ามากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ช้างโชว์, เรื่องราวดีๆ, สัตว์ป่า
ช้างที่ถูกปลดเกษียณจากโรงละครสัตว์ Ringling Bros. and Barnum ซึ่งเป็นภาพระหว่างการแสดงครั้งสุดท้ายในปี 2016
ภาพถ่าย BILL SIKES, AP PHOTO

8. พบแทสมาเนียนเดวิลในแผ่นดินใหญ่ของออสเตรเลียอีกครั้งในรอบหลายพันปี

แทสมาเนียนเดวิลหายไปจากแผ่นดินใหญ่ของออสเตรเลียเมื่อ 3,000 ปีก่อนซึ่งอาจเป็นเพราะนักชนเผ่าล่าพื้นเมือง ในปี 1990 รัฐแทสมาเนียจำนวนประชากรของแทสมาเนียนเดวิลลดลงเหลือ 25,000 ตัว หลังจากเกิดการแพร่ระบาดของโรคมะเร็งใบหน้าที่ติดต่อและร้ายแรงในแทสมาเนียนเดวิล

หลังจากนั้นในเดือนมีนาคมและกันยายน หลงเหลือแทสมาเนียนเดวิลเพียง 24 ตัวซึ่งถูกย้ายไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทางตะวันออกของออสเตรเลีย และตอนนี้เหล่าแทสมาเนียนเดวิลกำลังปรับตัวเข้าสภาพแวดล้อมใหม่ โดยทำการปล่อยพวกมันในพื้นที่ที่มีรั้วกั้น และติดปลอกคอวิทยุเพื่อติดตามพวกมันอย่างใกล้ชิด

ทิม ฟอล์กเนอร์ ประธานองค์กรฟื้นฟูสายพันธุ์ AussieArk กล่าวกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ว่า  “เราทำงานมานานกว่าทศวรรษ ตอนนี้มันจบลงแล้ว พวกมันเป็นอิสระแล้ว” เนื่องจากแทสมาเนียนเดวิลเป็นสัตว์กินซากพวกมันจึงมีบทบาทสำคัญในการรักษาระบบนิเวศให้แข็งแรง และนักวิทยาศาสตร์หวังว่าพวกมันจะช่วยคืนความสมดุลในพื้นที่ที่ถูกทำลายโดยสายพันธุ์ที่รุกรานอย่างสุนัขจิ้งจอกแดง

9.จากความร่วมมือระดับโลกสู่การปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่า

ระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคมหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากทั่วโลกและเจ้าหน้าที่สัตว์ป่าได้ยึดของกลางซึ่งเป็นชิ้นส่วนของ สัตว์ป่า หลายพันรายการ

ส่วนหนึ่งของ Operation Thunder 2020 พบของเถื่อนเป็นตัวลิ่น 1,700 ตัว รถบรรทุกไม้สงวน 87 คัน ลิงชิมแปนซีมากกว่า 30 ตัว และสัตว์เลื้อยคลานกว่า 1,800 ตัว ความร่วมมือครั้งนี้นำโดยอินเตอร์โพลและองค์การศุลกากรโลก (WCO) ซึ่งเป็นความร่วมมือจากหลายร้อยประเทศ

ความร่วมมือกันดังกล่าวสามารถส่งเสริมขีดความสามารถของประเทศต่างๆให้สูงสุด เนื่องจากการตรวจผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมายจำนวนมากพบว่า เอกสารและใบขออนุญาตเป็นของปลอม รีเบกกา เร็กเนอรี ผู้อำนวยการอาวุโสด้านสัตว์ป่าของมนุษยสังคมนานาชาติ กล่าว เมื่อประเทศต่างๆร่วมมือกัน ทำให้พวกเขาสามารถระบุตัวผู้กระทำผิดได้ดีขึ้นและเปรียบเทียบเอกสารเพื่อรับรองความถูกต้องได้แม่นยำขึ้น

10. หมาป่าสีเทาจะกลับมาอีกครั้งในรัฐโคโลราโด

ในเดือนพฤศจิกายนผลการลงคะแนนให้อนุมัติมาตรการนำหมาป่าสีเทากลับมาในเทือกเขาร็อกกีทางตอนใต้อีกครั้ง หลังจากพวกมันถูกล่าจนสูญพันธุ์ในปี 1940 เป็นครั้งแรกที่รัฐลงมติให้นำสัตว์เข้าสู่ระบบนิเวศอีกครั้ง และกรมอุทยานสัตว์ป่าโคโลราโดจะดูแลโครงการนี้โดยเริ่มในปี 2022 หรือ 2023

นักชีววิทยาประเมินว่ารัฐโคโลราโดสามารถรองรับหมาป่าได้หลายร้อยตัว ซึ่งหมาป่าสามารถช่วยลดการกินอาหารมากเกินไป และการรุกรานพื้นที่จากการล่ากวางและเอลก์รวมถึงซากสัตว์ที่ล่าได้เป็นอาหารสำหรับสัตว์กินซากอย่างหมาป่า นกอินทรี และหมี

“การนำหมาป่ากลับเข้ามาอีกครั้งจะทำให้สมดุลตามธรรมชาติของโคโลราโดคืนกลับมา”

โจนาธาน พรอกเตอร์ นักอนุรักษ์จากหน่วยพิทักษ์สัตว์ป่าที่ไม่แสวงหาผลกำไร กล่าว ซึ่งคำพูดดังกล่าวเป็นส่วนผลักดันให้มาตรการดังกล่าวผ่านลุล่วงมาได้

***แปลและเรียบเรียงโดย พชร พงศ์ยี่ล่า

โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เปิดบัญชีแดง สิ่งมีชีวิต 31 สายพันธุ์ล่าสุดที่ สูญพันธุ์ จากโลกไปแล้วตลอดกาล

เรื่องแนะนำ

ท่องโลกไปกับภาพถ่ายแสนงดงาม

สำรวจภูมิทัศน์ตระการตา วัฒนธรรมอันรุ่มรวย และส่ำสัตว์ที่สวยงาม จากโครงการประกวดช่างภาพท่องเที่ยวของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ประจำปี 2017 ภาพถ่ายเหล่านี้คือภาพที่ได้รับการคัดเลือก ซึ่งดึงดูดสายตาเรา และนำพาเราไปยังสถานที่บางแห่งที่น่าสนใจที่สุดในโลก 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15   อ่านเพิ่มเติม : ความงามใต้โลกน้ำแข็ง, ความงามอันพรั่นพรึงแห่งอสุนีบาต, เยือนมัสยิดอันงดงามที่สุดในโลก

เหตุผลอันน่าประหลาดใจ ว่าทำไมหมีขั้วโลกต้องพึ่งพาน้ำแข็งทะเลเพื่ออยู่รอด

งานวิจัยชิ้นใหม่สำรวจความเชื่อมโยงชิ้นสำคัญในห่วงโซ่อาหารของเหล่า หมีขั้วโลก ทุกฤดูหนาว น้ำแข็งในทะเลอาร์กติกจะขยายตัวรอบขั้วโลก กิ่งก้านเยือกแข็งของมันแผ่ขยายไปตามแนวชายฝั่งทางเหนือ ขณะนี้ น้ำแข็งทะเลเพิ่งผ่านจุดที่ขยายตัวมากที่สุดในรอบปี และจะเริ่มหดตัวเมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง นี่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับหมีขั้วโลก ซึ่งมีแหล่งอาหารที่เกี่ยวพันกับน้ำแข็งทะเลอย่างไม่อาจแยกขาดจากกันได้ และในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา น้ำแข็งทะเลหดตัวอย่างรวดเร็วกว่าที่เคยเป็นมา ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลด้านหิมะและน้ำแข็งแห่งชาติ (National Snow and Ice Data Center) ระบุว่า ในปี 2019 น้ำแข็งทะเลที่ปกคลุมอาร์กติก มีขนาดเล็กที่สุดเป็นอันดับเจ็ด นับตั้งแต่พวกเขาเริ่มเก็บข้อมูลจากดาวเทียมเมื่อ 40 ปีก่อน ในปีนี้ “[การหดตัวของน้ำแข็งทะเล] ไม่ได้สร้างสถิติใหม่ แต่สิ่งสำคัญคือแนวโน้ม” แอนดรูว์ เดโรเชอร์ (Andrew Derocher) นักวิทยาศาสตร์ด้านหมีขั้วโลกแห่งมหาวิทยาลัยแอลเบอร์ตา กล่าว “แนวโน้มเชิงลบของน้ำแข็งทะเลตลอดทุกเดือน เป็นสิ่งที่น่ากังวล” ฤดูใบไม้ผลิที่หนาวเย็นทำให้น้ำแข็งคงตัวอยู่ได้ ซึ่งทำให้หมีขั้วโลกสามารถเข้าถึงหนึ่งในอาหารโปรดอย่างแมวน้ำได้ง่ายขึ้น แต่ฤดูใบไม้ผลิที่อุ่นขึ้นทำให้เส้นทางหาอาหารที่สำคัญของพวกมันขาดหายไป “สำหรับ หมีขั้วโลก หมีตัวที่อ้วนที่สุดคือตัวที่อยู่รอด” เดโรเชอร์กล่าว หมีที่ตัวอ้วนกว่า มีโอกาสที่จะอยู่รอดในฤดูร้อนซึ่งไม่มีน้ำแข็งและไม่มีหรือแทบไม่มีแหล่งอาหาร มากกว่าตัวที่ผอม และหมีเพศเมียที่อ้วนกว่า ต้องการพลังงานเพื่อให้กำเนิดและเลี้ยงดูลูกให้มีสุขภาพดีได้โดยสมบูรณ์ “ไม่เคยมี หมีขั้วโลก ตัวไหนที่มองตัวเองในทะเลสาบที่ละลาย แล้วคิดว่านี่ฉันอ้วนเกินไปแล้วนะ” […]

ลิงกังญี่ปุ่น : วัฒนธรรมหรือทารุณกรรม

ลิงกังญี่ปุ่น มีความเป็นมายาวนานในฐานะผู้ให้ความบันเทิงและสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม แต่ในญี่ปุ่นทุกวันนี้ การใช้งานพวกมันในการแสดงแบบละครสัตว์ กำลังเป็นที่จับตามองมากขึ้น โดยเฉพาะจากนักรณรงค์เคลื่อนไหวด้านสวัสดิภาพสัตว์

ศึกชิงนางอันดุเดือดของหมึกกระดอง

ศึกชิงนางอันดุเดือดของหมึกกระดอง พวกมันอาจดูปวกเปียกนุ่มนิ่ม แต่คลิปวิดีโอใหม่เผยให้เห็นว่า หมึกกระดองเป็นนักสู้ผู้ดุร้าย นักวิทยาศาสตร์ถ่ายคลิปวิดีโอการต่อสู้อันดุเดือดเพื่อแย่งชิงคู่ผสมพันธุ์ของหมึกกระดองได้ในทะเลอีเจียน นอกชายฝั่งประเทศตุรกี หมึกกระดองซึ่งเป็นญาติของหมึกสายและหมึกกล้วย เป็นที่รู้จักจากการเปลี่ยนสีผิวได้อย่างรวดเร็ว อันเป็นกลยุทธ์ที่มันใช้ทั้งในการพรางตัวและการสื่อสาร หมึกกระดองเพศผู้ทำให้หมึกเพศเมียพิศวงงงงวยด้วยสีสันต่างๆซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ในเวลาเพียงครึ่งวินาที นักวิทยาศาสตร์เฝ้าสังเกตสัตว์ชนิดนี้จับคู่ผสมพันธุ์กันในห้องปฏิบัติการ แต่ไม่เคยเห็นในธรรมชาติมาก่อน เมื่อปี 2011 จัสทีน แอลเลน จากมหาวิทยาลัยบราวน์ และเพื่อนร่วมงาน กำลังถ่ายภาพยนตร์หมึกกระดองเพศเมียตัวเดียวอยู่ตอนที่หมึกเพศผู้ตัวหนึ่งโผล่ออกมาจากไหนก็ไม่รู้ หลังจากพวกมันผสมพันธุ์กัน หมึกเพศผู้คอยอยู่ใกล้ๆ หมึกเพศเมียเพื่อปกป้อง เมื่อหมึกเพศผู้ที่คล้ายคลึงกันอีกตัวหนึ่งเข้ามาใกล้ หมึกเพศผู้ทั้งสองก็แสดงความก้าวร้าวเข้าใส่กันเป็นชุด พวกมันโบกหนวดไปมาและเปล่งแสงวาบเหมือนแถบม้าลายบนลำตัว จากนั้นมันก็เริ่มลงไม้ลงมือ ด้วยการปลุกปล้ำกัน กัดกัน และหมุนอีกฝ่ายเป็นเกลียวท่ามกลางน้ำหมึกที่ปล่อยออกมา ในที่สุดหมึกเพศผู้ตัวแรกก็ขับไล่ผู้รุกรานไปได้ “เรารู้ทันทีว่านี่หาดูได้ยาก และเราโชคดีค่ะ” แอลเลนบอก เรื่อง แมรี เบตส์   อ่านเพิ่มเติม โลมาปากขวดดับอนาถ หมึกติดคอ